"จิตระดับหนึ่ง? เช่นนั้นข้าก็เข้าถึงการฝึกจิตขั้นแรกแล้วรึขอรับ"ไทก้าถามกลับชายชรา
"อืม…"ชายชราพยักหน้าเบาๆ พร้อมกล่าวต่อ "เ้าจะบอกข้าได้รึไม่ในตอนที่เ้าเข้าถึงกสิณดินเ้าทำได้ยังไง?"ชายชราถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะไทก้าเข้าถึงจิตระดับหนึ่งได้เร็วเกินกว่าคนทั่วไป
ไทก้าสลายพลังดินที่อยู่ในมือออกพร้อมตอบกลับชายชรา"ในตอนที่ข้ามองไปยังพื้นดินและได้ััลงบนพื้นข้าคิดว่าดินนี่มันแข็งเกินไปถ้า้าจะเปลี่ยนรูปของมันคงต้องทำให้มันอ่อนลงซะก่อน ในตอนนั้นข้าคิดว่าหากข้าผสมน้ำลงไปในดินล่ะ ดินก็จะกลายเป็ดินเนียวและเปลี่ยนรูปร่างได้ง่ายขึ้น จึงได้นึกถึงดินที่ผสมน้ำกลายเป็โคลนขอรับ"
"…?" ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบศิลาแห่งน้ำขึ้นมาแล้วส่งให้กับไทก้า
"ท่านจะให้ข้าทำอะไรกับศิลาน้ำหรือขอรับท่านปู่?"ไทก้ารับมาพร้อมถามด้วยความสงสัย
"เ้าลองอีกครั้งกับแม่น้ำดูหน่อย"ชายชราพูดขึ้นพร้อมชี้ไปยังลำธารด้านหน้ากระท่อม
ไทก้าไม่รอช้าเดินลงไปยังลำธารจนระดับน้ำถึงระหว่างเอว จากนั้นใช้มือซ้ายถือศิลา มือขวาััน้ำ ใช้จิตค่อยๆเพ่งลงไปที่ศิลาและแม่น้ำพร้อมกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง…
วูปปปปปป! ซ่าา!
ไม่นานศิลาแห่งน้ำก็ละลายลงไปในน้ำและถูกไทก้าดึงลอยขึ้นมาบนผิวน้ำพร้อมเปลี่ยนรูปลักษณ์ตามใจนึก
"เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้ ไม่ใช่เข้าถึงหนึ่งธาตุ แต่เป็สองธาตุพร้อมกัน โฮ่ๆ"ชายชาราพูดออกมาพร้อมหัวเราะเบาๆ
"เ้าเด็กนี่เป็สัตว์ประหลาดหรือยังไงนะ"เอเทนกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้แต่ไทก้าเองยังใว่าทำไมถึงสามารถเข้าถึงกสิณน้ำได้ด้วย
ไทก้าเดินขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นจึงรีบถามชายชราทันที "ท่านปู่เหตุใดข้าถึงเข้าถึงสองธาตุพร้อมกันได้ขอรับ
"นี่อาจจะเป็พร์ของเ้าก็เป็ไปได้ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เ้ามีเพียงตำราอาคมดินเท่านั้น"ชายชราตอบกลับพร้อมถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
"เอาล่ะ เรายังมีเวลาอีกหนึ่งเดือนกว่าๆ ดูซิว่าเ้าจะไปได้ถึงระดับไหน แต่ว่าระดับที่สูงขึ้นไปความยากจะมากกว่านี้เป็เท่าตัว" ชายชรากล่าว
"ขอรับ ข้าจะตั้งใจฝึกอย่างเต็มที่"ไทก้ากล่าวตอบ
ชายชราได้ให้ไทก้าฝึกเพิ่มความชำนาญในการเปลี่ยนรูปร่างของทั้งสองธาตุซะก่อน เพื่อให้เรียกธาตุมาใช้ได้โดยไม่ต้องใช้การััก่อนการเรียกธาตุ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…
ปัง!
ไทก้ากระเด็นออกมาจากการสะท้อนการโจมตีของเอเทน
"อาคมแห่งดิน หอกพสุธา" ไทก้าใช้อาคมดินพร้อมขว้างหอกพสุธาออกไปด้วยความเร็ว
เปี้ยง!
เมื่อหอกกระทบกับบาเรียหอกดินขนาดยาวหนึ่งเมตรก็แตกกระจายออกทันที
บึ้ม!
ไทก้าะโไปด้านข้างพร้อมร่ายอาคมและทำสัญลักษณ์มือ ฟึบ! ฟึบ!
"อาคมดินต่อเนื่อง เสาแห่งความโกฬาหล" ไทก้าท่องจบ ก็ปรากฎเป็เสาดินขนาดใหญ่สี่ต้นพุ่งออกมาจากสี่ทิศทางเข้าโจมตีเอเทนที่ยื่นอยู่ตรงกลาง
เปี้ยง! บึม! บึม! บึม!
เสาสี่ต้นที่เข้ากระทบกับบาเรียของเอเทนค่อยๆ กระจายออก
โพละ!
เอเทนส่งดาบแสงขนาดเล็กผ่าเข้ามาตรงจุดที่ไทก้ายืนอยู่ แต่ก่อนที่ลำแสงจะมาถึงตัวไทก้าก็มี'ตัวไทก้า'อีกคนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน
"อาคมผสาน ร่างเทียมดิน" ฟุบ!
ฉัวะ!
ร่างเทียมดินของไทก้าขาดเป็สองท่อน ไทก้าใช้จังหวะนี้หลบการโจมตีของเอเทน จากนั้นจึงพุ่งเข้าไปหาเอเทนพร้อมกับปล่อยหมัดออกไป
"หมัดทลายภูผา"
ตู้ม!
หมัดที่อัดแน่นด้วยดินขนาดใหญ่ลอยไปยังบาเรียของเอเทน
เปี๊ยะ! แค่ก!
บาเรียค่อยๆ แตกร้าวออก จนสลายลงไป เหลือเพียงเอเทนยืนอยู่ท่ามกลางที่แห่งนั้น
"เยี่ยม ทำลายบาเรียของข้าในขณะที่ข้าใช้พลังยี่สิบเปอร์เซ็นต์ได้ นับว่าเ้าเก่งขึ้นไม่น้อย"เอเทนพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
"ท่านพูดเกินไปแล้ว เป็เพราะพี่นกเอเทนและท่านปู่ช่วยสอนข้าต่างหาก แถมท่านยังใช้พลังแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น" ไทก้าตอบกลับด้วยท่าทางหอบเล็กน้อย
"อีกเพียงก้าวเดียวเ้าก็จะเข้าสู่จิตระดับห้าแล้ว แต่น่าเสียดายนักที่พวกเราไม่เหลือเวลาแล้ว เ้าไปพักเถอะ" เอเทนบอกกับไทก้า
ไทก้าฝึกอย่างหนักขึ้นในทุกๆวัน ตอนนี้ก็ผ่านมาเดือนกว่าๆแล้ว ด้วยเทคนิคการฝึกสุดโหดของเอเทน ทำให้ไทก้าพัฒนาร่างกายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งความเร็วในการทำความเข้าใจในเื่อาคมของไทก้าเหนือกว่าคนทั่วไป จึงทำให้ชายชราแนะนำเทคนิคระดับสูงกับไทก้าได้ เป็เหตุให้ไทก้าเลื่อนระดับไปอย่างรวดเร็ว และอีกหนึ่งเหตุผลคือไทก้า้าฝึกให้ถึงระดับสมาบัติอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้เดินทางกลับบ้าน จึงทุ่มเทฝึกแทบจะไม่ได้หยุดพัก
แต่ตอนนี้ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ไทก้าฝึกหนักเท่าไหร่ก็ยังติดอยู่ที่ระดับสี่เช่นเดิม
อีกเพียงห้าวันก็จะถึงวันคัดเลือกศิษย์ของสถาบันนววิทยาแล้ว
เนื่องจากการเดินทางไปยังนววิทยาต้องใช้เวลาหลายวัน ในตอนแรกชายชราจะให้เอเทนบินไปส่งไทก้า แต่ไทก้าตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเดินทางไปด้วยตัวเอง อีกอย่างเขายัง้าหาความรู้และประสบการณ์ไปด้วยระหว่างเดินทาง
ชายชราเข้าใจในความคิดของไทก้าจึงได้ตอบตกลงไป และได้ให้ของสองสิ่งกับไทก้าไว้ ซึ่งเป็ลูกแก้วสองลูก ลูกหนึ่งสีเขียว อีกลูกสีฟ้า
หากไทก้าได้ข่าวสารของ'แหวนเคลื่อนเวลา'ให้ทำลายลูกแก้วสีเขียว เพื่อส่งข่าวบอกกับชายชรา
ส่วนลูกที่สองให้ใช้ในยามฉุกเฉิน หากไทก้าพบอันตรายที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิตให้ทำลายลูกแก้วสีฟ้า
"อย่าลืมที่ข้าบอกเ้าไปซะล่ะ วันนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เ้าคงต้องเดินทางแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ"ชายชรากล่าวกับไทก้าหลังจากกินข้าวและพูดคุยกันเสร็จ
"ขอรับท่านปู่" ไทก้าตอบกลับและเดินเข้าที่พักไป
ภายในที่พักไทก้าถอดสายไฟอุปกรณ์บางอย่างออกจากเครื่องชาร์จที่ไทก้าใช้เวลาหลังเลิกฝึกสร้างขึ้นจากมอเตอร์ของรถบิน นำมาเป็เครื่องชาร์จไฟชั่วคราวของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ไฟไม่มาก ไว้ใช้ในยามจำเป็
"เอาล่ะ เท่านี้น่าจะพอใช้ได้แล้ว" ไทก้าเก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋าย่อขนาดของตัวเอง จากนั้นจึงเข้านอนไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
อากาศวันนี้ยังสดใสเช่นเคย
ไทก้าเดินออกมาจากที่พักหลังเล็กของตน ทั้งยังยืนมองกระท่อมเล็กอยู่พักนึง
"ข้าควรเก็บกระท่อมเข้ากระเป๋าด้วยดีรึป่าวนะ" หลังพูดจบไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงใช้แสงย่อขนาดกระท่อมลง จากนั้นจึงเก็บเข้ากระเป๋าไป ไทก้าคิดว่า'เอาไว้ใช้ในยามไม่มีที่นอนก็แล้วกัน'
ไทก้าเดินไปหาชายชราและเอเทนพร้อมทำการคำนับลงหนึ่งครั้ง
"ข้าขอขอบคุณท่านปู่และพี่นกเอเทนอย่างมากที่ดูแลข้าเสมอมา แม้ข้าจะมายังที่นี่ได้ไม่นานแต่ข้ากลับคิดว่าท่านทั้งสองเปรียบเสมือนครอบครัวของข้าเช่นกัน หากข้ามีโอกาศข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกท่านนะขอรับ"ไทก้าพูดออกมาในขณะคำนับทั้งยังมีความรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อย
แม้ว่าจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ทั้งสองคนกลับช่วยเหลือและดูแลไทก้าเป็อย่างดี แม้จะแปลกสักหน่อยแต่ไทก้ากลับรู้สึกว่าทั้งสองเหมือนคนในครอบครัวจริงๆ
เมื่อไทก้าเงยหน้าขึ้นมา ชายชราได้ยื่นศิลาสองก้อนและเงินจำนวนหนึ่งให้กับไทก้า ศิลาสองก้อนนี้คือศิลาไฟ และศิลาลม ซึ่งศิลาแห่งลมนั้นเมื่อไทก้าถึงระดับหนึ่งสามารถฝึกเพิ่มได้ แต่สำหรับธาตุไฟนั้นยังมีความเสี่ยงเกินไปสำหรับไทก้าที่จะฝึกมัน ชายชราเคยแนะนำไทก้าไปแล้ว
"เ้าเก็บไว้เถอะ ยังไงมันก็นเป็สิ่งที่เ้าต้องใช้ในอนาคต ข้ากับเอเทนไม่ได้ใช้มันอยู่แล้ว" ชายชรายื่นให้พร้อมด้วยรอยยิ้ม
"ขอรับ" ไทก้าตอบกลับพร้อมรับของและเก็บเข้าไว้ในกระเป๋าจากนั้นจึงกล่าวต่อ "เช่นนั้นข้าขอลาก่อนนะขอรับ"
"อืม… ตามที่ข้าบอกไว้เดินทางไปทางตระวันออกเรื่อยๆ เมื่อออกจากป่าเ้าก็ไปยังใจกลางของเมืองนวปราชญ์ ที่นั่นคือที่ตั้งของนววิทยา และจงจำไว้ว่าห้ามให้ใครรู้ว่าเ้ามาจากต่างโลกเด็ดขาด"ชายชรากล่าวกำชับไทก้า
"ขอรับท่านปู่" ไทก้าตอบ
"และเ้าอย่าลืมฝึกกายทุกวันด้วย แม้ข้าจะไม่ได้อยู่สอนแต่เมื่อข้าพบเ้าอีกครั้งข้าจะทดสอบเ้า อย่าลืมซะล่ะ" เอเทนบอกไทก้า
"ขอรับพี่นกเอเทน"ไทก้าตอบเอเทน
"งั้นข้าไปก่อนนะขอรับ ท่านปู่ พี่นกเอเทนดูแลตัวเองด้วยนะครับ"ไทก้าพูดจบก็เดินตรงไปยังทิศตระวันออกทันที
แต่ก่อนจะออกจากอาณาเขตไป ไทก้าหันกลับมาคำนับให้กับชายชราและเอนเทนหนึ่งทีก่อนเดินออกจากอาณาเขตไป
"โชคดีนะไทก้า เ้าต้องดูแลตัวเอง"ชายชราพูดพร้อมยิ้มออกมาเบาๆ
"แบบนี้ดีแล้วหรือขอรับนายท่าน" เอเทนถามขึ้นหลังไทก้าเดินหายวับไปในป่า
"เขาต้องออกเดินทางด้วยตัวเอง วันนึงเขาจะรู้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น"ชายชรากล่าวกับเอเทน
"แต่ว่า ถ้าหากเราฝึกเขาด้วยตัวเองการพัฒนาของเขาจะเร็วกว่านี้นะขอรับ" เอเทนตอบกลับ
"เื่นั้นมันก็จริง แต่เขาจำเป็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้อีกมาก และเติบโตขึ้นด้วยตัวเอง อีกอย่างข้ากับเ้า'ถอดจิต'มานาน สมควรกลับไปได้แล้ว เรายังมีเื่ที่ต้องทำอีกมาก วันหนึ่งเราจะได้พบไทก้าเอง"ชายชรากล่าวพร้อมมองออกไปไกลสุดสายตา
"ขอรับนายท่าน"เอเทนตอบกลับ
หลังจากรับรู้ว่าไทก้าเดินทางออกไปไกลแล้วชายชราจึงกล่าวกับเอเทนขึ้น
"เอเทน ก่อนที่เราจะไป เ้าจงทำให้ที่นี่กลับเป็ป่าดังเดิมด้วย"
"ขอรับนายท่าน"กล่าวจบเอเทนจึงลบอาคมทั้งหมดและเปลี่ยนทุกสิ่งให้กลับเป็ป่าดังเดิม แม้แต่กระท่อมไม้ไผ่และท่าน้ำก็หายไปด้วย
วิ้ง!…พรึ่บ!
พื้นที่โล่งกว้างซึ่งเคยเป็ที่พักและที่ฝึกก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับเป็ป่าไม้ธรรมชาติรกทึบอีกครั้ง
ร่างของทั้งสองคนค่อยๆ หายลับไปจากตรงที่ยืนอยู่เหมือนกับควันที่ค่อยๆสลายไป