แสงไฟขาวนวลจากโคมเพดานสะท้อนบนโต๊ะสแตนเลสกลางห้องสอบสวน เสียงเครื่องปรับอากาศแผ่วเบาคล้ายลมหายใจของใครบางคนกำลังสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม
“ช่วยกรอกข้อมูลนี้ให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องด้วยครับ”
เสียงต่ำทุ้มของเขาดังขึ้นเรียบเย็น ราบเรียบจนเหมือนอ่านคำฟ้องในศาล ไม่มีแววอบอุ่น ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำว่าหวั่นไหว
พิชชาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลมโต จ้องมองผู้ชายตรงหน้า...ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นทนายสายแข็งที่สุดของสำนักงาน
“ทนายธัชคะ ถามจริงๆ เหอะ คุณเป็นหุ่นยนต์รึเปล่า?”
เธอแกล้งพูดพลางจรดปากกากับกระดาษ ส่งรอยยิ้มขี้เล่นไปให้เขา
เขาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม แค่เล็กน้อย แต่พอให้เห็นแววตาดุเข้มที่มักทำให้ใครต่อใครไม่กล้าสบตานานเกินสามวินาที
“ไม่ใช่หุ่นยนต์ครับ แค่ไม่ชอบคนไม่จริงจังกับงาน”
คำตอบเรียบเฉยแต่บาดลึกยิ่งกว่าใบมีดโกน เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ แสร้งไม่สะทกสะท้าน แต่ในอกกลับเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
นี่มันบ้าชัดๆ
ทำไมเสียงของเขาถึงทำให้เธอรู้สึก…แฉะในใจแบบนี้วะ
เธอก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พยายามรวบสมาธิเข้าไว้กับคำในแบบฟอร์ม แต่มือที่จับปากกากลับเหงื่อซึม ราวกับอุณหภูมิในห้องสอบสวนเพิ่มขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
หรือเพราะเขา?
เสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายนอกหน้าต่างดังเบา ๆ ราวกับบรรเลงดนตรีประกอบฉากให้ความเงียบในห้องสอบสวนยิ่งตึงเครียด
“คุณยังไม่กลับอีกเหรอคะ?” พิชชาเอ่ยถาม ขณะที่เขายังไม่ลุกจากเก้าอี้อีกฝั่ง
“ผมต้องเคลียร์แฟ้มคดีนี้ให้เสร็จคืนนี้” เขาตอบโดยไม่เงยหน้า
เธอเม้มริมฝีปากแน่น มือยังจดข้อมูลต่อไป แม้ภายในใจจะเริ่มสั่นคลอนทุกครั้งที่เผลอมองมือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น — นิ้วยาวเรียบ แน่น ดุดัน และเด็ดขาดเหมือนเจ้าของ
เวลาเขาพลิกแฟ้มหรือจับปากกา...แม้กระทั่งแค่ถอนหายใจ เธอก็รู้สึกเหมือนมีมือร้อนๆ ลูบผ่านต้นคอไปจนถึงแผ่นหลัง
บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ยพิชชา!
“มีปัญหาเรื่องงานเหรอครับ?”
เสียงเขาดังขึ้นอีกครั้ง ดึงเธอหลุดออกจากภวังค์วาบหวิว
“คะ? อ๋อ…เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร”
เธอหัวเราะกลบเกลื่อนอย่างขัดเขิน สะบัดหัวไล่ภาพจินตนาการที่เริ่มจะเลยเถิดออกไปจากหัว
แต่ยิ่งหนี มันก็ยิ่งไล่ตาม
ยิ่งห้าม ใจก็ยิ่งเต้นแรง
ในขณะที่เธอรวบเอกสารเพื่อเตรียมกลับ เขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูงและเดินอ้อมมาหยุดอยู่ข้างหลังเธออย่างเงียบเชียบ
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำหอมที่เขาใช้ กลิ่นสะอาดของสบู่ และอุณหภูมิอุ่นร้อนจากร่างกายชายหนุ่มแผ่ซ่านมาถึงต้นคอ ทำให้พิชชาชะงักมือ
“คุณยังกรอกช่องท้ายไม่ครบ”
เขาก้มหน้าลงต่ำ ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะข้างแก้มเธอโดยตรง
พรึ่บ!
หัวใจของเธอเต้นรัวไม่ต่างจากเครื่องยนต์ที่กำลังเร่งความเร็วสุดแรง
“ช่อง...ไหนเหรอคะ?”
เสียงเธอสั่น ไม่เหมือนเสียงของนักศึกษาฝึกงานที่มั่นใจเมื่อสักครู่
ธัชไม่ตอบในทันที แต่กลับเอื้อมมือมาชี้...มือเขาเฉียดหลังมือของเธอเบาๆ เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น แต่กลับเหมือนจุดไฟทั่วสรรพางค์
“ช่องนี้...เหตุผลที่ผู้ต้องหายอมรับคำให้การ”
เสียงเขากระซิบข้างหู ต่ำลึก ช้า และเย้ายวนเกินจำเป็น
“เพราะถูกกดดันจากทนายไหม?”
ประโยคนั้น...มันเกินกว่าการแนะนำงานแล้ว
มันคือคำท้าทาย
มันคือไฟที่จุดขึ้นกลางความเงียบ
พิชชาหันกลับไปสบตาเขาโดยไม่รู้ตัว ใกล้กันจนปลายจมูกแทบจะชน
เขาไม่ได้ขยับหนี — ตรงกันข้าม แววตาใต้กรอบแว่นนั้นจ้องมองเธอแน่นิ่ง จัดเจน และ...กระหายบางอย่าง
เธอกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ ขณะที่ร่างกายเหมือนจะขยับเองโดยไม่รอฟังคำสั่งจากสมอง
เสียงฝนกระหน่ำแรงขึ้นด้านนอก
เสียงลมหายใจของเขาดังชัดในหู
และในเสี้ยววินาทีนั้น...เขาก็ยื่นมือมาประคองท้ายทอยเธอ
ฝ่ามือของเขาใหญ่ อุ่น หนักแน่น และร้อนจนแทบเผาผิว เธอรู้สึกถึงปลายนิ้วที่แนบลงบนท้ายทอยเบา ๆ ก่อนจะแทรกเข้ากลุ่มผมนุ่มของเธออย่างแผ่วช้า
เสียงหายใจของเธอดังขึ้นเมื่อจมูกของเขาเลื่อนเฉียดแก้ม ไล้ไปถึงข้างใบหูจนเธอสะดุ้งวาบ มือที่จับปากกาอยู่เผลอกำแน่นราวกับจะจิกกระดาษขาด
“พิชชา...” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำราวกับจะสะกดจิต
“คะ...” เสียงเธอแทบไม่เหลือเค้าเดิม หายใจติดขัดในลำคอ
“ผมไม่ควรทำแบบนี้”
“งั้นก็อย่าทำ…”
คำพูดของเธอหลุดออกไปโดยไม่ผ่านการกรองจากสมอง
เขาหยุดชั่วขณะ — แต่ไม่ใช่เพื่อถอยห่าง...
กลับกัน, เขาแนบริมฝีปากลงบนผิวข้างแก้มเธอเบาๆ อย่างร้อนแรงและยับยั้งไม่อยู่
ร่างของเธอสั่นสะท้านเมื่อเขากดจูบแรก ลากริมฝีปากช้าๆ ไปจนถึงข้างคอ ใช้ปลายจมูกไล้สัมผัสไปตามแนวผิว ลมหายใจของเขาร้อนจัดจนเธอแทบทรุด
“คุณหอมมาก...” เขากระซิบเสียงพร่า
“ไม่ใช่น้ำหอมหรอกค่ะ...กลิ่นสบู่เด็ก”
“ผมจะซื้อทั้งลัง...ถ้ามันทำให้ผมห้ามใจไม่ได้แบบนี้”
คำพูดของเขาทำให้เธอแทบขาดใจ
มือของเขาเลื่อนจากท้ายทอยลงมาที่เอว ไล่ปลายนิ้วผ่านแนวสันหลังอย่างเชื่องช้าแต่แน่วแน่ เธอเผลอยื่นตัวเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว ราวกับร่างกายกำลังเรียกร้องการสัมผัสที่มากกว่านั้น
เขาพลิกเธอให้หันหน้าเข้าหา สองสายตาประสานกันแนบแน่นกลางแสงขาวของห้องสอบสวนที่ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ทั้งร้อน ทั้งอันตราย
และเขาก็จูบเธอ...
ไม่ใช่จูบธรรมดา แต่เป็นจูบที่เหมือนเขาเก็บความอดทนมานานหลายเดือน จูบที่กดแน่น ดุดัน สลับกับจังหวะนุ่มลึก มือข้างหนึ่งรั้งเอวเธอไว้แน่น ส่วนอีกข้างเลื่อนไปที่ท้ายทอยดันเธอเข้าไปใกล้...ใกล้จนลมหายใจของเธอกับเขากลายเป็นหนึ่งเดียว
ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาในโพรงปากอย่างล้ำลึก สัมผัสร้อนแรง เร้าใจ รุนแรงจนเธอแทบยืนไม่ไหว มือของเธอจับเข้าที่อกเขาแน่น สัมผัสกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตที่ยังติดกระดุมเรียบร้อย
แต่ความเรียบร้อยของเสื้อ...ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในอย่างสิ้นเชิง
เขาขบเบา ๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอ ก่อนจะถอนออกมาเล็กน้อย ให้พอหายใจ แต่สายตายังจ้องเธอไม่วาง
“คุณ...กำลังทำให้ผมทำเรื่องผิดจรรยาบรรณ”
“ผิดแค่ไหนคะ?” เธอกระซิบตอบอย่างท้าทาย ปลายนิ้วลูบผ่านสาบเสื้อของเขา ไล่ลงไปที่กระดุมเม็ดบนสุด
“ผิดถึงขั้น...อยากล็อกห้องนี้ แล้วไม่ให้คุณออกไปไหนจนกว่าผมจะพอใจ”
“ลองสิคะ...เผื่อฉันจะไม่อยากออกไปเองเลยด้วยซ้ำ”
เสียงลมหายใจถี่กระชั้นของเขาแตะซ้อนกับริมฝีปากของเธอ ขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหมุนกลอนประตูห้องสอบสวน คลิ๊ก
เสียงนั้นดังก้องในอกเหมือนเสียงคำตัดสิน...ว่าไม่มีใครออกไปจากห้องนี้ได้ โดยที่ยังไม่ระบายไฟทั้งหมดออกจากร่างกาย
เขาประกบจูบลงมาอีกครั้ง หนักขึ้น ดุดันขึ้น และร้อนแรงกว่าเดิม ริมฝีปากบดเบียดลงมาเต็มแรงโดยไม่มีการผ่อน มือของเขาสอดเข้าที่เอวเธอแล้วดึงเข้าหาตัวจนหน้าอกของเธอแนบกับแผงอกเขาแน่นหนา
พิชชาแทบหลุดเสียงครางเมื่อรับรู้ถึงความแข็งตึงใต้เข็มขัดของเขาที่แนบชิดเข้ามา
พระเจ้า…แค่สัมผัสผ่านเนื้อผ้ายังรู้สึกได้ขนาดนี้…
“ถ้าคุณยังไม่ขัดขืน...” เขาเอ่ยเสียงพร่าหลังถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิด นิ้วของเขาเลื่อนไปยังกระดุมเสื้อของเธอเม็ดแรก “…ผมจะถือว่าเป็นการยินยอมโดยสมัครใจ”
เธอไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ยกมือขึ้น…ปลดกระดุมเม็ดบนของตัวเองต่อหน้าต่อตาเขา
ธัชสบตาเธอเพียงครู่เดียว ก่อนจะปลดกระดุมเม็ดต่อ ๆ ไปอย่างไม่ลังเล เขาใช้ฟันขบเบา ๆ ที่เนินอกหลังเสื้อเปิดออก ทำให้เธอสะดุ้งและส่งเสียงร้องในลำคออย่างห้ามไม่อยู่
มือของเขาไล้ผ่านผิวเปลือยใต้เนื้อผ้าอย่างเชี่ยวชาญ ทั้งอ่อนโยนและเร้าเร่งไปพร้อมกัน ปลายนิ้วร้อนจัดและหนักแน่นลากผ่านผิวราวกับจดจำเส้นทางของทุกอณูเนื้ออย่างตั้งใจ
ลมหายใจของเขาอุ่นจัด ร้อนเหมือนเปลวไฟที่แลบเลียไปตามซอกคอ ลำคอ เนินอก ไล้ต่ำลงไปอีกเรื่อย ๆ จนเธอรู้สึกถึงอาการสั่นไหวในหน้าท้อง
เสื้อชั้นในถูกรูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ลิ้นของเขาสัมผัสลงบนยอดอกอย่างแนบแน่นและไม่มีการรอช้า เสียงดูดดุนเบา ๆ ผสมเสียงหายใจหอบถี่ของเขากับเสียงครางของเธอผสานกันจนห้องสอบสวนที่เคยเงียบขรึม กลายเป็นรังแห่งไฟราคะ
มือของเขาอีกข้างเลื่อนลงไปที่ต้นขา สอดผ่านเนื้อผ้าที่ชื้นแฉะอยู่ก่อนแล้ว เขาหยุดแค่เสี้ยววินาทีเพื่อมองหน้าเธอ และในจังหวะนั้นเอง — เธอจับมือเขาไว้...แล้วดันลงไปลึกกว่าเดิม
เขาไม่พูดอะไรอีก เขารู้...ว่าเธอพร้อม
พร้อมที่จะลุกไหม้ไปกับเขาทั้งตัว...ตั้งแต่หัวใจจนถึงใต้สะโพก
เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังกระชั้นราวกับพายุที่พร้อมถล่มทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่างของเธอถูกดันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะสอบสวนเย็นเฉียบ แผ่นหลังกระทบพื้นเหล็กขัดมัน แต่สัมผัสร้อนรุ่มของเขากลับกลืนกินความเย็นนั้นจนมอดวูบในพริบตา
ธัชซุกใบหน้าเข้าไปกลางอกเธอ ขบเม้มยอดอกอีกข้างที่ยังไม่ได้รับความรักอย่างสมดุล ริมฝีปากดูดดุนแรงสลับเบา ขณะที่มือของเขาถอดเสื้อชั้นในออกจากแขนเธออย่างคล่องแคล่ว
เธอเริ่มขยับสะโพกโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเรียกร้องแรงเสียดสีมากขึ้นทุกวินาที และเขาก็รู้ — รู้ว่าต้องทำยังไงให้เธอไม่สามารถทนต่อไปได้
มือของเขาเลื่อนไปที่เอว กางเกงถูกรูดลงอย่างเด็ดขาด ตามมาด้วยชั้นในลูกไม้ที่ชื้นแฉะจนเปียกไปทั้งแถบกลาง
“คุณเปียกจนหยด...” เขาพึมพำข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวและเสียงพร่า ๆ นั่นแทบทำให้เธอใจขาด
ปลายนิ้วของเขาแตะเข้าที่จุดกลางระหว่างเรียวขา — สัมผัสแรกนั้นไม่ได้เบาเลย มันลึก ดุดัน และแม่นยำ ราวกับเขารู้จังหวะสั่นสะเทือนของเธอดีกว่าตัวเองเสียอีก
นิ้วของเขาแทรกเข้ามาช้า ๆ ชื้น ลื่น และแน่น
เสียงน้ำหล่อลื่นจากกายเธอกระทบกับข้อนิ้วเขาดังเฉอะแฉะไปทั่วห้อง
เธอสะดุ้งพร้อมเสียงครางที่ดังพอจะทำให้คนทั้งสำนักงานรู้ว่า...เธอไม่ได้เรียนกฎหมายอยู่ในตอนนี้แน่นอน
“อา…ธัช…ฉันจะ…”
“ยังไม่ให้แตก…” เขากระซิบ ขบใบหูแรงหนึ่งที
เขาเร่งจังหวะนิ้ว ซอยเข้าออกลึกขึ้น แรงขึ้น ด้านหนึ่งบดบี้จุดกลางจนเธอกระตุกเป็นจังหวะ มือข้างหนึ่งของเขาจับสะโพกเธอแน่นไม่ให้หนี ขณะที่อีกข้างกดลึกและหนักหน่วงเข้าไปเรื่อย ๆ
ร่างของเธอกระตุกหนึ่งครั้ง…สองครั้ง…จนแอ่นสะโพกขึ้น
เสียงหวีดเบา ๆ หลุดจากลำคอ พร้อมน้ำใสที่หลั่งออกมาจนเปียกเต็มมือเขา
เขาดึงนิ้วออก ช้า ๆ แล้วจ้องมองของเหลวใสสะท้อนแสงไฟนวลเหนือโต๊ะสอบสวน…จากนั้นก็เลียมันต่อหน้าต่อตาเธอ
“รสชาติของคุณ...หวานกว่าที่ผมคิด” เขาว่า ขณะเลียปลายนิ้วตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย
เธอแทบไม่เหลือสติ มือกำโต๊ะแน่นจนข้อขาว ร่างกายยังคงกระตุกเบา ๆ ด้วยแรงเสียวซ่านที่ยังไม่คลาย
แต่เขายังไม่จบ...
เขาก้มลงต่ำกว่าเดิม ดึงเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้กางออกกว้าง
ปลายลิ้นแตะลงตรงกลางทันทีโดยไม่มีการเตือน
เสียงดูดเนื้อเปียกของเขาดังรุนแรง
ลิ้นแทรกผ่านร่องเนื้อนุ่มเข้าไปอย่างเร่าร้อน ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเธอต้องกรีดเสียงออกมาด้วยความทรมานที่หวานล้ำ
“อ๊าา…ไม่ไหว…ธัช…จะตายแล้ววว…”
“ตายเพราะลิ้นผมนี่แหละ” เขากระซิบก่อนจะตะโบมเลียหนักขึ้น จนเธอกรีดร้องและกระตุกอีกครั้งกลางโต๊ะนั้น
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากของเขาเปียกฉ่ำ
สายตาใต้กรอบแว่นยังคงคมกริบราวกับยังไม่พอใจ
เขาถอดเข็มขัด…รูดซิป…กางเกงถูกถอดในพริบตา
และในที่สุด เธอก็ได้เห็นมัน…
ใหญ่ หนา เต้นตุบในอุ้งมือของเขา ขณะที่เขาขยับเข้ามา
“ยังไม่จบหรอกนะพิชชา…คืนนี้คุณจะจำไปจนฝึกงานจบแน่นอน”
กลิ่นกายของเขาร้อนจัดเกินมนุษย์ทั่วไป
เนื้อแน่นหนั่นของเขาทาบทับเข้ามาจนร่างเธอแอ่นตามรับอัตโนมัติ
“ครั้งสุดท้ายที่คุณมีอะไรกับใครคือเมื่อไหร่?” เขาถามเสียงพร่า ขณะที่จับลำร้อนของตนเองมาถูที่ปากทางเธอ ช้า ๆ...วนไปมา...ปลุกปั่นจนเธอหายใจแทบไม่ทัน
“...เกือบปีค่ะ” เธอสารภาพเสียงสั่น มือจิกโต๊ะแน่น
“งั้นเตรียมไว้เลย...เพราะคืนนี้คุณจะไม่ลืมมันไปได้อีกนาน”
เขาดันสะโพกเข้าไปช้า ๆ
หัวบานใหญ่แทรกเข้ามาอย่างทรมาน ทุกมิลลิเมตรร้อนผ่าว แข็งตึง และอัดแน่นจนเธอเกร็งขา
“อ๊าา…ธัช…”
เสียงเธอหลุดร้องออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ น้ำตาซึมออกมาจากหางตาด้วยความรู้สึกแน่นลึกเกินบรรยาย
เขายังคงดันเข้า…ช้าและมั่นคง…จนกระทั่งฝังลึกถึงโคน
เสียงกระแทกเนื้อกระทบกันแน่นหนาและแนบสนิท
“แน่นมาก…” เขาครางในลำคอ ขณะที่มองใบหน้าหวานแดงจัดของเธออย่างหลงใหล
เขาเริ่มขยับ —
จังหวะแรกช้า...ลึก...หมุนวนที่จุดสัมผัสใน
แล้วจึงค่อย ๆ เร่ง…หนักขึ้น…แรงขึ้น…รุนแรงชนิดที่เธอแทบแหลกสลายไปกับโต๊ะสอบสวนนั้น
“อ๊าา…อา…เร็วไปแล้วววว…ธัช!”
“เร็วเท่านี้…ยังไม่ครึ่งของสิ่งที่ผมอยากทำกับคุณเลยพิชชา…”
เขายกขาข้างหนึ่งของเธอพาดไหล่
เปลี่ยนมุมสอดประสานลึกขึ้นอีกจนเธอกรีดร้องเสียงหลง
เสียงเนื้อกระแทกชัดเจน เสียงเตียงเหล็กสั่นสะท้าน ร่างกายของเธอกระตุกย้ำซ้ำ ๆ ขณะเขากระแทกเข้าออกอย่างไม่ยั้ง
มือของเขาลูบจากสะโพกเธอขึ้นไปบีบที่อกแน่น ๆ พร้อมกับขบเม้มยอดอกระหว่างที่ยังไม่หยุดขยับสะโพกเลยสักจังหวะ
“แตกได้เลย…ผมอยากเห็นหน้าคุณตอนเสร็จ…”
เขากระซิบ ขณะที่เร่งจนเธอไม่อาจทน
ร่างของเธอกระตุกแรงหนึ่งครั้ง เสียงกรีดร้องดังลั่นห้อง
กล้ามเนื้อภายในตอดรัดเขาแน่นจนเขาหลุดเสียงคำรามต่ำ ๆ ออกมา
“พิชชา…!”
เขาเสียบลึกสุดทาง แล้วปลดปล่อยเข้าไปในกายเธออย่างรุนแรง อัดแน่นทุกหยาด
เธอรู้สึกถึงความร้อนของน้ำที่แตกกระแทกภายใน
เต็ม…ลึก…และหยุดหายใจไปพร้อมกันทั้งคู่
เงียบ...มีเพียงเสียงหอบหนักของเขาที่กดร่างเธอไว้แนบอก
ร่างกายทั้งคู่สั่นสะท้านเหมือนเพิ่งผ่านสนามรบ
เขาแนบหน้าผากลงกับไหล่เธอ ซุกนิ่งอยู่นาน ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว...
“ผมลืมป้องกัน…”
เธอหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่หายใจยังไม่ทันตั้งตัว
“งั้น...คุณคงต้องรับผิดชอบทุกดอกของคืนนี้แล้วล่ะ ทนายธัช”
เขายิ้มช้า ๆ ก่อนจะกระซิบตอบกลับ...
“และผมก็ยังมีคำถามอีกหลายข้อ ที่อยาก ‘สอบสวน’ คุณต่อคืนนี้...”