ผ่านมาได้หนึ่งเดือน ข่าวลือระหว่างหลางเชียนอิงกับติงเฉิงคุนก็เลือนหาย
ความหลงใหลในตัวหวงจิ่วหลินของเจ้อหนานหลงแทบทำให้ชายหนุ่มกินนอนไม่เป็ปรกติสุขเขาลอบส่งจดหมายเปิดเผยความในใจมาให้หญิงสาวอยู่บ่อยครั้งกระทั่งต้นความรักเริ่มงอกงามในใจและหวงจิ่วหลินก็มั่นใจว่าตนเองคงไม่อาจจะหาบุรุษที่เพียบพร้อมและรักนางจริงจังได้เท่าทายาทโรงทอผ้าเจ้อฝู
ฤดูเสี่ยวหาน[1]เหล่าปักษาสร้างรังรวง ความรักของหวงจื่อฉินสุกงอมชายหนุ่มแต่งว่านเจาซินเข้ามาเป็สะใภ้สกุลหวงว่านเจาซินเป็บุตรสาวคนโตของร้านขายอาหารทะเลแห้ง เป็กุลสตรีในเหย้าในเรือนกิริยามารยาทอ่อนหวานเรียบร้อย เป็บุตรสาวที่ครอบครัวให้ความสำคัญไม่แพ้บุตรชายบิดาแต่งภรรยาเดียว ครองตัวอยู่ในศีลธรรมอันดี เป็ที่นับหน้าถือตาในถูหยาง
เื่มงคลสมรสของบุตรชายผ่านไปด้วยดีสองเดือนต่อมาหวงจิ่วหลินจึงตกปากรับคำแต่งงานกับเจ้อหนานหลงหลังจากทางบ้านชายหนุ่มส่งผู้ใหญ่มาทาบทามสู่ขอบุพการีทั้งสองเห็นด้วยกับการเลือกคู่ครองเองของบุตรสาวหวงจิ่วหลินที่เคยเฝ้ารักแต่ติงเฉิงคุน มาบัดนี้การมีคู่ของตนทำให้มีความสุขแท้จริงใบหน้าจึงอิ่มเอิบฉายแววสดใสนางแสดงออกถึงการสมน้ำหน้าหลางเชียนอิงเต็มที่เื่ติงเฉิงคุนยังรักมั่นในตัวหวงเฟิ่งเหยา
หลังพิธีแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตหวงจิ่วหลินก็ติดตามผู้เป็สามีไปดูแลสาขาของโรงทอผ้าเจ้อฝูที่เมืองทางใต้อี้หงรู้สึกเศร้าใจอยู่มากในเื่ที่จากนี้ไปนานครั้งจึงจะได้พบหน้าบุตรสาวคนเดียวที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกกระทั่งอายุสิบหกปี
เมื่อไม่ได้ทุ่มเทใจ่ชิงความรักความสนใจจากติงเฉิงคุนกับญาติผู้น้องแล้วความรู้สึกติดค้างว่าอย่างน้อยก็เติบโตมาด้วยกัน หวงจิ่วหลินจึงออกปากกำชับเตือนน้องสาวให้ระวังความคิดและการกระทำของหลางเชียนอิง
‘ข้าขอโทษที่แต่ก่อนเป็พี่สาวที่ไม่ค่อยดีนักข้าแกล้งเ้าสารพัดเพราะริษยาที่คุณชายติงปักใจในตัวเ้า ข้าไม่ยอมรับความจริงทั้งที่ท่านปู่ได้ทำข้อตกลงไว้กับสกุลติงนานก่อนพวกเราเกิด’
‘ข้าดีใจที่พี่คุยกับข้าตามตรงจึงไม่โกรธเคืองท่านแล้ว’ อย่างไรก็เป็คนสายเืเดียวกันเห็นพี่สาวได้แต่งงานกับคนที่ทุ่มเทความรักให้จนพี่สาวยอมตัดใจจากคุณชายติงนางย่อมต้องยินดีกับเื่มงคลนี้
‘หลางรั่วอิ๋งกับหลางเชียนอิงพวกนางสองพี่น้องมีจุดประสงค์จะมีชีวิตหรูหราได้สามีฐานะร่ำรวยในเมืองหลวงโดยไม่สนใจวิธีที่จะได้มาหลางรั่วอิ๋งแย่งท่านพ่อไปจากท่านแม่ข้าได้ข้าไม่อยากให้น้องสาวนางแย่งคุณชายติงไปจากเ้าได้สำเร็จเช่นกัน ในคืนงานเลี้ยงคุณชายติงอุ้มนางไปส่งยังรถม้านางยิ้มเหยียดและเยาะเย้ยข้าด้วยสายตา คงคิดว่าตนเองจะสามารถเอาชนะข้ากับเ้าได้ข้าแต่งออกไปแล้ว ต่อไปคงไม่ได้อยู่ช่วยเ้าจัดการกับนังผู้หญิงไร้ยางอายนั่น’
‘ข้าเชื่อใจคุณชายติง’
‘แต่เ้าไม่ควรวางใจนังจิ้งจอกอย่างหลางเชียนอิงเป็อันขาด’
หลังจากฟังคำเตือนของหวงจิ่วหลินเด็กสาวอายุสิบห้ารับปากว่าจะระวังให้มากแต่นางจะระวังกับเื่ความรักใคร่ของชายหญิงได้อย่างไรหากคุณชายติงมีใจเอนเอียงให้หลางเชียนอิงในวันหนึ่งวันใดนางจะทำสิ่งใดได้นอกจากเสียใจอยู่เงียบๆ ตามลำพัง เมื่อผู้ชายหมดรักเราจะยังมีสิ่งใดรั้งเขาได้อยู่อีกหรือหรือพี่สาวคิดว่านางเงื้อมือตบตีกับผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้นจนชนะแล้วคุณชายติงจะกลับมาสนใจนางอีก
บุตรหลานสกุลหวงควรทำตัวไร้ศักดิ์ศรีเช่นนั้นหรือไรหากยังอยากรักษาหน้าตาบรรพบุรุษ สู้อย่าเอาทองไปลู่กระเบื้องเสียยังดีกว่า
ติงเฉิงคุนยังไปมาหาสู่หวงเฟิ่งเหยามิได้ขาดเมื่อบุตรสาวแต่งงาน กับคนที่นางเลือกแล้วอี้หงก็ไม่ขัดขวางเส้นทางรักของหลานสาวสามีกับอดีตชายในดวงใจบุตรสาวอีกยามหวงเฟิ่งเหยาออกนอกบ้านไปกับติงเฉิงคุนก็มีเสี่ยวกุ่ยเป็บ่าวติดตามเพื่อกันข้อครหานินทาที่จะตามมา
คนที่คับอกคับใจไม่พอใจการพบปะของคู่หมั้นหมายก็คือหลางเชียนอิงหญิงสาวไประบายกับพี่สาว
“พี่เรียกข้ามาเสียหน้าแล้วกระมังข้าลงทุนเปลืองตัวไปก็มาก เขาไม่เห็นจะสนใจข้าเลยสักนิด”
“เอาน่าเ้าเพิ่งมาอยู่ไม่กี่เดือน ส่วนสองคนนั้นพบเจอกันั้แ่เด็ก” คำปลอบโยนของพี่สาวไม่ได้ทำให้หลางเชียนอิงรู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อยนางขยำผ้าเช็ดหน้าในมือไปมา
“นังเด็กนั่นออกไปกับคุณชายติงบ่อยครั้งแบบนี้แล้วข้าจะเอา่เวลาไหนไปแทรกกลางได้เล่า”
“ถ้าแย่งคุณชายติงจากนางไม่ได้จริงๆเราก็คงต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ ดีหรือไม่” พี่สาวลองถามหยั่งเชิงแต่คนที่ชอบการเอาชนะและยึดมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเลือกแล้วทำหน้างอง้ำ
“ข้าอยากแต่งกับคุณชายติงเท่านั้นพี่ล่อหลอกข้าสารพัดจนข้าทุ่มเทใจชอบเขาไปเสียมาก จะให้ไปหมายตาคนอื่นข้าทำไม่ได้หรอก”
ผู้ชายที่นางอยากได้นางต้องได้ จะต้องพ่ายแพ้เด็กสาวอายุน้อยกว่า นางไม่ยอมหรอกนะหวงเฟิ่งเหยามีดีกว่านางแค่เกิดในครอบครัวฐานะดี นางจะสั่งสอนนังเด็กนั่นให้รู้ว่าคนฐานะต่ำต้อยก็มีสิทธิ์ได้แต่งงานกับผู้ชายฐานะดีได้เช่นกัน พี่สาวนางเป็เมียรองส่วนนางจะเป็เมียเอกไม่ให้น้อยหน้าผู้ใด
“ถ้าเ้าตัดใจจากเขาไม่ได้เ้าก็ต้องอดทนอีกสักหน่อย ยังมีเวลาเกือบสองปีกว่าหวงเฟิ่งเหยาจะอายุสิบเจ็ด”
“ข้าเกรงนางจะเร่งวันคืนให้คุณชายติงแต่งกับนางวันพรุ่งวันมะรืนนี่สิหวงจิ่วหลินไม่อยู่เสียคนแล้ว นางจะรออะไรอีกเล่า”
“ไม่มีทางทำเช่นนั้นได้หรอกเพราะเท่าที่ข้ารู้จากท่านพี่ ติงฟูเหรินงมงายกับคำหมอดูยิ่งกว่าอะไรหมอดูเคยทำนายว่าต้องรอให้หวงเฟิ่งเหยาอายุครบสิบเจ็ดก่อนค่อยแต่งกับคุณชายติงได้หากเร็วกว่านี้จะถือเป็กาลกิณีเกิดเื่อัปมงคลขึ้นชื่อเสียงเื่เกิดมาก็ทำให้บิดามารดาคนรอบข้างล้มหายตายจากดั่งใบไม้ร่วง ว่าที่แม่ผัวนางไม่ปลาบปลื้มนักหรอกที่ทนให้บุตรชายไปมาหาสู่หวงเฟิ่งเหยาได้ดังเดิมก็เพราะไม่อยากขัดใจเ้าบ้านติงที่ถือคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับบิดาพี่เขยเ้า”
ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งหลางเชียนอิงก็ใจชื้น “พี่คิดว่าข้ายังพอมีหวังหรือไม่”
“ถึงเราเกิดมาฐานะต่ำต้อยไม่ได้ถือกำเนิดในตระกูลมีชื่อเสียง แต่ความงดงามเราไม่ได้ด้อยกว่าใครอีกทั้งเ้าก็พอจะเห็นโลกด้านนอกมาบ้างก็หยิบจริตการยั่วเย้าพวกผู้ชายมาใช้บ้างตามโอกาสนังคุณหนูซื่อบื้อไม่แน่อาจจะเป็ได้แค่เมียน้อย งานนี้อยู่ที่ใครจะ่ชิงสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ก่อนกัน”
เหตุที่หวงเฟิ่งเหยาเป็คู่แข่งทางความรักทำให้หลางเชียนอิงเริ่มหาทางกลั่นแกล้งเด็กสาวไม่สนใจว่านี่คือการกระทำของผู้ใหญ่รังแกเด็ก ในเมื่อนางคือศัตรูหัวใจขวางทางการมีสามีร่ำรวยหลางเชียนอิงจึงคิดหาทางกำจัดหวงเฟิ่งเหยาไม่ให้มีโอกาสเป็เ้าสาวของติงเฉิงคุน
คราใดที่คุณหนูหวงออกไปข้างนอกหลางเชียนอิงจะลอบไปเทน้ำสกปรกลงบนที่นอนของเด็กสาว ไม่ก็โยนรังมดเข้าไปในมุ้งเสื้อผ้าก็ถูกค้นออกมาทำลายเสียป่นปี้ทำให้เ้าของห้องหลงเหลือเสื้อผ้าติดตัวแค่ชุดที่ใส่ออกจากบ้านชุดเดียวเท่านั้น
หวงเฟิ่งเหยาแม้ไม่เห็นกับตาว่าใครเป็คนทำแต่ก็มั่นใจว่าเป็ฝีมือของหลางเชียนอิงแน่เพราะคนที่เคยไม่ชอบหน้านางอย่างพี่สาวก็แต่งงานออกไปแล้ว นางอยู่ของนางดีๆต่างคนต่างอยู่ก็ไม่มีปัญหา แต่หลางเชียนอิงกลับยื่นมือมาแหย่รังแตน
เพราะใกล้จะเกี่ยวดองกับสกุลติงในอนาคตทำให้หวงกว่างฝูไม่ได้ปฏิบัติหมางเมินกับหวงเฟิ่งเหยาดังก่อนเขาเรียกให้หลานสาวมาร่วมโต๊ะอาหารในทุกมื้อและนั่นก็เป็โอกาสดีที่เด็กสาวจะใช้่เวลาที่ทุกคนพร้อมหน้าจัดการเื่ราวระหว่างนางกับหลางเชียนอิงให้เด็ดขาด
“เ้าเลิกแกล้งข้าราวกับเด็กๆเสียทีเถอะ” นางโยนเสื้อผ้าขาดที่หอบมาด้วยลงพื้นนิ้วเรียวชี้หน้าเจาะจงว่านางกำลังตำหนิผู้ใด
“ไร้มารยาท จู่ๆเ้าโวยวายเวลาจะกินข้าวทำไม” นางหวางกุ้ยตบโต๊ะเสียงดัง
“หากข้าไม่พูดตอนที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพวกท่านจะรู้หรือไม่ว่าที่ผ่านมาข้าต้องอดทนแค่ไหนกับเื่ที่นางรังแกข้าครั้งแล้วครั้งเล่าราดน้ำบนที่นอนเอย รังมดในห้องนอนเอยที่ข้าทนไม่ไหวแล้วก็เพราะเสื้อผ้าข้าขาดหมดแทบไม่เหลือชิ้นดี”
“ข้าไม่ได้ทำนะข้าจะทำแบบนั้นไปทำไม ข้าเป็แค่ผู้มาอาศัย ไม่กล้าทำเื่เหิมเกริมกับคุณหนูเ้าของบ้านสกุลหวงแน่”หลางเชียนอิงบีบน้ำตาร้องไห้ ตัวสั่นงันงกกับอำนาจ ‘คุณหนูเ้าของบ้านสกุลหวง’ และประโยคนี้เองที่ทำให้นางหวางกุ้ยไม่พอใจ
“นางไม่ใช่เ้าของบ้านหวง”
หวงเฟิ่งเหยาหรี่ตามองท่านย่ารองใช่สิ...ตอนนี้ท่านอาเป็ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ของท่านปู่บ้านสกุลหวงก็ต้องเป็ของเขา นางแม้เป็ทายาทของลูกชายคนโตผู้เกิดจากภริยาแต่งแต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใหญ่ในบ้านหนุนหลังทรัพย์สมบัติในส่วนของตนก็ยังไร้สิทธิ์จะหากถึงวันแต่งงานออกไปจะมีสินเดิมติดตัวสักกี่ตำลึงกันเชียว
“ในบ้านนี้นอกจากเ้าที่ไม่ชอบข้ายังมีท่านย่ารองอีกคน หรือเ้าจะบอกว่าเื่ที่เกิดกับข้าเป็ฝีมือของท่านย่ารอง”ในเมื่อหลางเชียนอิงพูดจาเติมเชื้อไฟความเกลียดในใจหญิงชราที่มีต่อนางได้เหตุใดนางไม่มีสิทธิ์ย้อนคืน
“นังเด็กปากเสียเหตุใดมาก้าวร้าว อยากโดนดีใช่ไหม” นางหวางกุ้ยเงื้อไม้เท้าจะตีหลานสาวแต่ถูกบุตรชายเข้ามาขวางเสียก่อน
“เวลาจะกินข้าวมีบ้านไหนทะเลาะกันก่อนบ้าง เ้าหุบปากไปเลย” หวงกว่างฝูตำหนิหวงเฟิ่งเหยา
“คุณหนูบ้านหวงไร้การอบรมถึงขนาดนี้เชียวรึ”หลางรั่วอิ๋งได้ทีก็เสริมต่อว่า
หวงเฟิ่งเหยาถลึงตาใส่อนุภรรยาของอานางจะไม่ญาติดีกับคนจ้องแต่จะทำร้ายนาง “ไม่เกี่ยวกับการอบรมหรือไม่หากถูกรังแก ถ้ามัวนิ่งเฉยทำโง่งม สักวันจะโดนหนักยิ่งกว่าเก่าถ้าข้าไม่พูดไม่ปกป้องตัวเองตอนนี้ แล้วเมื่อไรท่านอาจะรู้”
“แต่เ้าก็ควรจะมีหลักฐานแ่ากว่านี้นะเฟิ่งเอ๋อร์”หวงจื่อฉินหาทางออกให้น้องสาวอย่างใจเย็น
ตอนแรกคิดว่าจะไม่ยุ่งกับเื่ทะเลาะเบาะแว้งของผู้หญิงในบ้านด้วยเหตุว่าชีวิตเขาก็ใช่จะปลอดโปร่งโล่งสบายความวุ่นวายในโรงทำน้ำมันยังมีให้ปวดหัวอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้เื่ร้ายๆได้เกิดขึ้นจริง แต่การกล่าวหาไม่มีหลักฐาน ไม่มีคนเห็นใครจะเชื่อหลางรั่วอิ๋งมีอิทธิพลกับท่านพ่ออย่างไร ถังเจี๋ยก็ไม่ต่างกันประโยคที่ว่าเืข้นกว่าน้ำบางครั้งก็ไม่ใช่ความจริงนัก
“คนเราสามารถรู้ด้วยสัญชาตญาณนะพี่จื่อฉินว่าใครเกลียดใครไม่ชอบ หรือใครกำลังตีสองหน้าหลอกเรา”
[1]ต้นเดือนมกราคม