“นี่เ้า!.....” ชายหนุ่มรวบพัดดังพรึ่บเื่ในห้องที่อยู่กันสองต่อสองนางก็ยังจะรู้อีก นางมารผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
“ข้ารู้ได้อย่างไรล่ะหรือ?ข้าก็ย่อมมีสายอยู่ทั่วทุกหนแห่งในเมืองหลวงน่ะสิ!ท่านคงเคยได้ยินฉายาซิวเชี่ยนพันตามาบ้างกระมัง?”
บุรุษทั้งสามหน้าม้านดูท่าว่าไม่เพียงพวกเขาจะสืบเื่ของนาง นางเองก็สืบเื่ของพวกเขาเช่นกันเถียนฮุยผู้ที่เยือกเย็นอยู่เป็นิจถึงกับทนไม่ไหว
“ชิ!ฉายาของเ้าคือนางมารพันตาต่างหาก”เถียนฮุยนึกถึงประโยคหนึ่งที่สายสืบของพวกเขาเขียนเอาไว้ ไม่ว่าสิ่งใดที่นางอยากรู้ในเมืองหลวงนี้นางล้วนสอดส่ายสายตาหาเจอทั้งหมดราวกับมีดวงตานับพันคอยจับผิดและสอดส่องผู้คน
“อ้อ! ท่านพี่รู้ว่าข้าเป็นางมารก็ดีแล้วเช่นนั้นข้าจะลงในบัญชีเอาไว้ว่าท่านต้องจ่ายค่าปรับหนึ่งพันตำลึงตามสัญญาข้อที่สองของเราด้วย”นางตวัดสายตาคมกริบหันไปทางซู่หวน“เ้ากลับไปอย่าลืมบอกพ่อบ้านสุ่ยลงบัญชีไว้ด้วย”
“เ้าจะปรับข้าเช่นนั้นหรือ?”เถียนฮุยร้องขึ้นเหมาฮ่าวรีบดึงแขนเสื้อของสหายเอาไว้เพราะเขาส่งเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง
“ข้าพูดคำไหนคำนั้นในเมื่อท่านผิดสัญญาเองจะโทษข้าไม่ได้” นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นเอ่ยลาคนทั้งสามตามมารยาท“ข้ามาแจ้งให้ท่านทราบเท่านี้”
“ดะเดี๋ยวก่อน! แต่ข้ายังไม่ได้ทำสิ่งใดเลยนะ”
“ท่านลืมข้อความในสัญญาของเราแล้วหรือ?ไม่ว่าเื่นั้นท่านจะทำสำเร็จหรือไม่?แต่หากท่านได้เริ่มไปแล้วก็ถือว่าท่านทำผิดสัญญา ท่านคิดจะไม่ยอมรับหรือว่าท่านกับนางกอดจูบลูบคลำกันไปแล้ว?”นางหันมาเลิกคิ้วถามอย่างเอาความจนเถียนฮุยตะลึงไม่กล้าเถียงนางออกมาแม้สักครึ่งคำนางพูดราวกับว่านั่งดูเขากับแม่นางไถอยู่ในห้องด้วยเช่นนั้นเถียนฮุยจำต้องปล่อยให้ภรรยาออกจากเหลาสุราไป
จานเจิ้งกับเหมาฮ่าวอ้าปากค้างมองตามหลังซิวเชี่ยนไปด้วยความคาดไม่ถึงจากนั้นก็หันมากลับมองสหายรักของตนอย่างอเนจอนาถใจ
“เสี่ยวฮุยข้าเคยคิดว่าเ้าเป็คนรูปงามทั้งยังเ้าชู้ น่าจะได้ภรรยาสงบเสงี่ยมและเชื่อฟังไม่คาดว่าจะกลายเป็เ้าที่ถูกนางมารซิวจับไว้เยี่ยงทาส” สีหน้าของเหมาฮ่าวสลด
“นางกล้าปรับค่าตั้งหนึ่งพันตำลึง! ช่างร้ายกาจนัก!”
“นั่นน่ะสิ! ส่วนแบ่งของเ้าในเดือนนี้คงต้องตกเป็ของนางมารสกุลซิวไปเสียแล้ว”เหมาฮ่าวส่ายหน้านึกเสียดายเงินหนึ่งพันตำลึง
จานเจิ้งนิ่งครู่หนึ่งก็เลิกคิ้วขึ้น“เสี่ยวฮุย ข้าว่านี่เป็แผนของนางที่คิดจะฮุบกิจการพวกเราแน่ๆหูตานางเป็สับปะรดเช่นนี้นางคงรู้ว่าเ้ามีหุ้นส่วนอยู่เหลาสุราร่ำสุขจึงได้วางแผนให้เ้ายืมเงินจากนั้นร่างสัญญาเพื่อปรับเงินเ้าขึ้นมาเพราะรู้ว่าคนอย่างเ้าย่อมขาดสตรีมิได้เ้าคิดดูสิ!ค่าปรับของนางครั้งละหนึ่งพันตำลึง บุรุษอย่างเ้าแต่งงานทั้งทีแต่ไม่ได้กลืนนางลงท้องซ้ำยังต้องอดอยากปากแห้ง เช่นนี้แล้วจะไหวหรือ?”
“จริงด้วยเสี่ยวเจิ้งนางคงรู้พฤติกรรมของเสี่ยวฮุยดีจึงได้เขียนสัญญานี้ขึ้นมาเพื่อรีดไถเงินของเขา”
“นางจะใช้แผนอะไรก็ช่างพวกเ้าช่วยสนใจปัญหาสำคัญของข้าก่อนเถอะ ยามนี้เื่ที่ข้ากลุ้มใจที่สุดมันคือเื่นี้ต่างหาก”เถียนฮุยให้สันพัดชี้ลงไปตรงเป้ากางเกงของตน “มันไม่ยอมสู้อย่างที่นางว่าจริงๆเสียด้วย”
บุรุษทั้งสามต่างขมวดคิ้วพวกเขาเพิ่งเคยเผชิญปัญหาหนักหนาเช่นนี้เป็ครั้งแรกเื่ของอาวุธประจำกายนี้นับว่าเป็เื่ใหญ่ยิ่งกว่าเื่เงินจริงๆ
“ข้ารู้ว่าเราควรปรึกษาผู้ใด?”
“ผู้ใดหรือ?”
“หัวหน้าโหยวของเราอย่างไรล่ะ?”
เถียนฮุยจึงส่งจดหมายน้อยไปนัดหมายให้หัวหน้าโหยวมาแวะพวกเราที่เหลาสุราร่ำสุขเมื่อหัวหน้ามือปราบหน่วยที่หนึ่งมาถึงพวกเขาก็รีบดึงแขนลงไปยังห้องลับใต้ดินโหยวอีได้ฟังเื่ของเถียนฮุยแล้วพลันตะลึง
“จู่ๆเ้าก็มีอาการเช่นนี้อย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับ! ก่อนข้าจะแต่งงานก็ยังนัดปิ๋วปิ้วกับคุณหนูหลุนอยู่เลย”
“เอ๋?เ้าเกิดความเครียดหลังจากแต่งงานกับนางมารซิวใช่หรือไม่?”หัวหน้าโหยวที่รู้กิตติศัพท์ของซิวเชี่ยนดี จ้องมองเถียนฮุยพลางขมวดคิ้วเขารู้เื้ัการแต่งงานของคนทั้งสองรวมทั้งสัญญาการแต่งงานฉบับนั้นด้วย
เถียนฮุยพยักหน้า“นับั้แ่ข้าพบกับนางในภัตตาคารบึงหงส์ข้าก็รู้สึกหดหู่ใจกับชะตาชีวิตตนเองอย่างบอกไม่ถูกขอรับ”
“เ้าไปขึ้นห้องกับแม่นางไถแล้วยังไม่เกิดอารมณ์นับว่าผิดปกติมากจริงๆ”โหยวอีนึกถึงสาวงามแห่งหอเหลียนฮวาแล้วอดจะกลืนน้ำลายไม่ได้เขาได้แต่ระงับจิตระงับใจเพราะภรรยาของเขาก็โหดร้ายไม่ใช่เล่น
“ขนาดข้ากุมเต้านางไว้แท้ๆเ้านี่ก็ยังไม่แข็งขึ้นเลยสักนิด จะไม่ผิดปกติได้อย่างไรล่ะขอรับ?”
“เอาอย่างนี้ข้าเคยติดต่อกับแม่นางไห่ด้วยเื่งาน เ้าแอบไปลองกับนางดีหรือไม่?”
“ไม่ได้ๆหากแอบไปหอโคมเขียวแล้วนางมารจับได้อีกเสี่ยวฮุยต้องถูกปรับอีกหนึ่งพันตำลึงเชียวนะขอรับหัวหน้า”จานเจิ้งรีบยกมือห้ามในทันที
“จริงด้วย!เช่นนั้นนัดคู่ขาของเ้าออกมาดีหรือไม่?”
เถียนฮุยพยักหน้า“นัดมาชั้นบนของที่นี่ก็แล้วกัน ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ปลอดภัยที่สุดนางมารคงคิดไม่ถึงหรอก”
เหมาฮ่าวรับอาสาเป็คนไปนัดหมายคุณหนูเป่าแม่สาวร้อนแรงแห่งเมืองหลวงมาให้สหายรัก “พรุ่งนี้บ่ายก็แล้วกันจะได้รู้กันว่าอาการนี้ของเ้าจำต้องไปหาหมอหรือไม่?”
เถียนฮุยไปแวะหาบิดาที่เรือนเดิมของสกุลจานพร้อมด้วยสหายทั้งสองเพื่อปรึกษาหารือในการหาหลักฐานล้างมลทินใต้เท้าเถียนบอกให้บุตรชายสบายใจว่ายามนี้มีหลายคนรับปากจะให้ความช่วยเหลือโดยรวบรวมหลักฐานมาให้
“เอาไว้พวกเขาส่งหลักฐานทั้งหมดมาก่อนเราค่อยมาช่วยกันปะติดปะต่อเหตุการณ์ว่าต้องทำเช่นใด?”
เถียนฮุยรู้ว่าคหบดีซิวใช้สรรพกำลังทั้งทรัพย์และเส้นสายในการช่วยบิดาหาหลักฐานครั้งนี้ก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของท่านพ่อตายิ่งนักบิดาเขากับคหบดีซิวมิได้รู้ว่านางมารซิวเชี่ยนได้ทำสัญญาตกลงกับเขาเป็การส่วนตัวเถียนฮุยจึงมิได้ปริปากเล่าเื่ระหว่างตนกับนางออกไป
“เ้าพักผ่อนให้สบายเถอะเชี่ยนเอ๋อร์ดีต่อเ้าหรือไม่เล่า?”
“ดีขอรับ!” ชายหนุ่มกัดฟันตอบนึกถึงเงินหนึ่งพันตำลึงที่ต้องจ่ายเป็ค่าปรับให้นางแล้วก็หงุดหงิดนักเงินทองที่เขาเก็บเอาไว้จากการค้ายามนี้ก็เอาออกมาเจือจุนครอบครัวในยามตกยากดีที่ไม่ต้องวิ่งหาหยิบยืมผู้ใดเพิ่มให้มีเ้าหนี้เพิ่มขึ้นอีกแค่นางมารผู้เดียวเขาก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว
“ชีวิตครอบครัวก็เช่นนี้หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันเถอะนะ พ่อรู้ว่าเ้าเองก็คบหาสตรีมากหน้ายามนี้แต่งงานแล้ว จะทำสิ่งใดนึกถึงหน้าของสกุลซิวให้มากอย่าทำให้ตกเป็ที่นินทาของผู้อื่นก็นับเป็การแสดงความขอบคุณกับ พวกเขาแล้ว”
*********************************

