ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    เจรจา 1

            ซูเจินอมยิ้มมาตลอดทาง จนกระทั่งถึงที่พักที่นางกำนัลนำทางมาตัวเรือนแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน มีทางเดินเชื่อมเอาไว้ตรงกลาง

            “ห้องของคุณหนูอยู่ทางด้านซ้ายเจ้าค่ะ ส่วนคุณชายทั้งสองอยู่ทางด้านขวา”นางกำนัลน้อยเอ่ยขึ้น

            “ทำไมต้องแยกที่พักออกจากกันให้ยุ่งยากด้วย?”ซูเจินถามอย่างแปลกใจ

            “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะพวกข้าเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น” นางกำนัลก้มหน้าลงต่ำ “คุณหนูและคุณชายทั้งสองต้องการความสงบนางกำนัลหรือคนอื่นๆจะไม่เข้าไปในเรือนหากไม่จำเป็นพวกท่านต้องการสิ่งใดสามารถเรียกใช้นางกำนัลที่อยู่รอบๆได้ทันที”

            “ขอบใจมาก” ซูเจินพยักหน้าเข้าใจ “พวกเจ้าไปเถอะ”

            “เจ้าค่ะ”นางกำนัลทั้งสองคนย่อตัวอย่างอ่อนช้อยแล้วถอยไป

            ซูเจินเดินไปยังเรือนทางด้านซ้ายที่เป็นที่พักของนางจือเหลียงและเหลียงจือก็เดินตามมาด้วย เรือนที่จัดไว้ให้นับว่าใหญ่โตนักข้าวของเครื่องใช้ก็ดูเป็นของราคาแพง ตกแต่งได้สบายตา ซูเจินรู้สึกพึงพอใจ นางเดินมานั่งลงที่ห้องโถงที่มีโต๊ะอยู่

            เหลียงจือนั่งลงตรงข้ามกับสหาย แล้วหรี่ตามองนางอย่างล้อเลียนจือเหลียงรินน้ำชาที่ถูกวางไว้ใส่จอกสามใบ แล้วนั่งลงที่ด้านข้าง

            “ฮุ่ยเว่ย ท่านเชื่อใจข้าท่านถูกข้าหมายหัวไว้แล้วอย่างไรก็หนีข้าไม่พ้นหรอก...ข้าไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากสตรี”เหลียงจือจีบปากจีบคอพูด

            “อะไรเล่า!” ซูเจินถลึงตาใส่เขาก่อนจะอมยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ จะว่าไปปากเขาก็นุ่มดีเหมือนกันนะ

            “แน่ะๆๆ เจ้ากำลังคิดไม่ดีอยู่ละสิ”เสียงเหลียงจือฉุดซูเจินออกจากฝัน

            “อะไรของเจ้า?!”

            “ไม่ต้องมาขึ้นเสียงใส่ข้าดูหน้าเจ้าเมื่อครู่ไม่ว่าใครก็รู้หมดนั่นแหละ” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางกำลังแกล้งทำโมโหกลบเกลื่อน“นี่ ข้าว่าจะถามตั้งแต่วันที่ข้าสอบแล้ว เจ้ากับชินอ๋องเป็นอะไรกัน?”

            “ไม่รู้สิ”เอาจริงๆนางก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรเหมือนกัน แต่... “คงเป็นแฟนกันล่ะมั้ง”

            “ฟะ...ฟาน? มันคืออะไร?”เหลียงจือไม่เข้าที่นางพูด

            “ข้าหมายถึงคนรัก ข้ากับเขาคงเรียกได้ว่าเป็นคนรักนั่นแหละ”ซูเจินอธิบาย

            เหลียงจือยิ่งงุนงง“แล้วคนที่นั่งข้างเจ้าอีกคนในวันนั้นเขาเป็นอะไรกับเจ้า?”

            ซูเจินชะงักและเงียบไป นางค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าคนคนนั้นคือใครหากพูดตามตรงแล้ว ซูเจินก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าเกลียดเขา ทั้งโกรธและเกลียดแต่เป็นความรู้สึกที่มาจากความทรงจำถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องของนางเองแต่ก็เป็นเรื่องของชาติก่อน มันจึงค่อนข้างจะพูดยาก

             “น่าจะเป็น...คนรู้จัก”

            ซูเจินไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนตอนที่พูดประโยคนั้นออกไปบุรุษทั้งสองคนถึงได้ทำหน้าเศร้าที่สื่อความสงสารและเวทนาอย่างเห็นได้ชัดเหลียงจือที่มักพูดมากก็เม้มปากไม่พูดอะไรอีก รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

            “ฮ่าๆ แล้ว...แล้วเจ้าจะถอนพิษให้ข้าตอนไหน?”เหลียงจือหัวเราะแห้งๆ เบี่ยงหัวข้อ

            ซูเจินเหลือบตามอง “คืนนี้เดี๋ยวข้าจะไปหาที่เรือนฝั่งนู้นเอง”

            “ได้ๆ”

            “จือเหลียง แล้วเรื่องนั้นว่าอย่างไร?”ซูเจินหันไปถามจือเหลียงที่นั่งอยู่ด้านข้าง

            “กำลังรวบรวมสมุนไพรจากร้านในเครือของเราอยู่ขอรับยังมีสมุนไพรบางตัวที่ต้องทำการเก็บจากหมู่บ้านด้วย คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย แล้วก็ช่วงนี้กิจการในร้านอาภรณ์รังสรรค์กำลังเป็นไปได้ด้วยดีมีการสั่งชุดจากเส้นไหมที่มีคุณสมบัติป้องกันเยอะมาก นอกจากนี้ร้านสมุนไพรก็ยังมีการสั่งซื้อจนไม่สามารถจัดหาได้เพียงพอนายหญิงเฉินจึงส่งข้อความมาถามว่าจะให้รวบรวมสมุนไพรทั้งหมดมาหรือจะยังเปิดร้านตามปกติขอรับ”

            จือเหลียงพูดยาวเหยียด จดหมายมาถึงระหว่างเดินทางส่วนมากรายงานถึงความเคลื่อนไหวในช่วงนี้ และมีจดหมายขอคำแนะนำจากทางหมู่บ้านมาด้วย

            ซูเจินพยักหน้ารับรู้นางเคาะนิ้วครุ่นคิดคนเดียวเงียบๆ เหลียงจือมองสลับระหว่างจือเหลียงกับซูซูเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะได้ฟังเรื่องพวกนี้ แอบกระซิบถามจือเหลียงว่าเขาควรออกไปหรือไม่?แต่คำตอบที่ได้ทำให้เขาต้องรู้สึกเสียวสันหลัง

            ‘คุณหนูก็ไม่ได้ว่าอะไรนะอีกอย่างข้าว่าเจ้าคงไม่ปากโป้งหรอกใช่หรือไม่?’

            ฟังแล้วรู้สึกขนลุกซู่ พวกนางเห็นเขาเป็นลูกไก่ในกำมือสินะคิดว่าเขาไม่กล้าล่ะสิ

            เออ ก็ไม่กล้าจริงๆนั่นแหละ!

            นับวันเขายิ่งรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้มากขึ้นเรื่อยๆไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าชีวิตของเขาคงหนีไม่พ้นคนพวกนี้แล้ว

            ซูเจินใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนหน้าที่จะไปยังสำนักสวรรค์นางได้ให้เจี่ยเจียเปิดร้านอาภรณ์รังสรรค์ขึ้น นอกจากที่หมู่บ้านจะมีสัตว์อสูรเข้าออกจนกลายเป็นเรื่องปกติแล้วพวกนางยังได้วัสดุจากสัตว์อสูรหลายอย่างและหนึ่งในนั้นคือเส้นไหมคุณภาพดีเยี่ยมสดใหม่ทุกวันนางเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะตักตวงผลประโยชน์จากเรื่องนี้จึงได้สั่งการลงไป

            แต่เดิมผ้าที่ทอจากไหมอสูรมักจะมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานทั้งยังสามารถป้องกันผู้สวมใส่ได้ในระดับหนึ่งความต้องการและราคาถือว่าสูงมาก นับว่าได้กำไรจากกิจการนี้ไปไม่น้อยช่วงนี้อาจเป็นเพราะว่ากำลังจะมีประตูสุสานบรรพกาลปรากฏขึ้นในรอบหลายพันปีจึงมีแต่คนหาซื้อมันเป็นจำนวนมาก รวมถึงสมุนไพรเองก็ด้วยสิ่งของเหล่านี้จะต้องขาดตลาดแน่นอนอยู่แล้ว

            หากเปลี่ยนสมุนไพรเป็นโอสถแทนจะดีหรือไม่?

            ซูเจินเหลือบตามองเหลียงจือที่นั่งจิบชาเงียบๆทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มองนู่นนี่นั่นไปเรื่อยอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้ากับตัวเอง ไม่ได้ ลำพังให้เขาหลอมโอสถที่พวกนางจะใช้ก็มากพออยู่แล้ว หากให้เขาหลอมโอสถที่จะขายอีกเขาคงตายก่อนพอดีแต่จะให้นางหลอมเองก็อย่าหวังเลย ขนาดโอสถของตัวเองนางยังให้เหลียงจือหลอมแทน

            ซูเจินเริ่มเคาะนิ้วอีกครั้งพอดีกับสายตามองไปเห็นชาในจอกชาตรงหน้า ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาให้หัวซูเจินตบโต๊ะเสียงดังปัง! เหลียงจือสะดุ้งกับเสียงนั้นเล็กน้อย

            “จือเหลียง น่าหลันเฟยหยาได้เดินทางออกจากสำนักหรือยัง?”

            “นางออกมาก่อนพวกเราอีกนะขอรับตอนนี้อยู่ที่จวนสกุลน่าหลัน”

            “งั้นเหรอ” ซูเจินยิ้มบางเบาน่าหลันเฟยหยายังติดค้างเรื่องเมื่อตอนอสรพิษม่วงกับนางอยู่เรื่องนี้น่าจะพอคุยกันได้ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาจดหมายขอพบนางไปที่จวนสกุลน่าหลันให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน”

            “ได้ขอรับ” จือเหลียงคิดว่าตัวเองพอจะเดาได้รางๆว่านายหญิงคิดจะทำอะไร

            “ส่วนเรื่องที่เจี่ยเจียส่งมาให้ตอบกลับไปว่าร้านอาภรณ์รังสรรค์ให้ขายเฉพาะผ้าเท่านั้นไม่รับสั่งเป็นชุดจำกัดการขายต่อครั้งสูงสุดได้เพียงสามพับต่อคนต่อวัน เพิ่มราคาขึ้นอีกหนึ่งเท่าครึ่งและค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนร้านสมุนไพรให้เปิดกิจการตามเดิม นอกจากสมุนไพรที่มีในรายการที่ข้าเขียนไปสมุนไพรอย่างอื่นสามารถนำออกมาขายได้ตามปกติอ่อ ให้ย้ำไปด้วยว่าห้ามขายให้ผู้ใดผู้หนึ่งให้กระจายการขายออกให้มากที่สุดเรื่องราคาให้นางดูตามความเหมาะสมได้เลย กิจการอื่นๆก็ทำไปตามปกติรอฟังคำสั่งต่อไป”

            “ขอรับ” จือเหลียงรับคำสั่ง

            ซูเจินเหลือบมองไปที่ประตูเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวด้านนอก “พวกเจ้าไปเถอะ”

            เหลียงจือที่รอฟังคำนี้มานานรีบลุกขึ้นเดินออกไปทันทีจือเหลียงเดินตามออกไปสวนทางกับนางกำนัลคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าเรือนพอดีเลยบอกให้นางเข้าไปด้านในได้ นางกำนัลที่กำลังกลุ้มใจรีบย่อตัวขอบคุณแล้วก้าวเร็วๆเข้าไปในเรือนฝั่งซ้ายทันที

            “คุณหนูเจ้าคะ”

            “เข้ามา” ซูเจินบอกอนุญาต

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052