จาคอปรู้สึกว่าตนเองหน้าแดงจนร้อนผ่าวหากคนช่างสังเกตอย่างรติกาลอยู่ด้วยตนคงถูกพี่ชายบุญธรรมแซวยับแน่ที่แอบมานั่งเขินหญิงอยู่คนเดียวแบบนี้
‘แล้วจะมาเขินอะไรเขาวะเนี่ย เธอไม่ได้หันมองมาที่นายสักหน่อยจาคอปเอ๊ย’
ชายหนุ่มคิดในขณะที่ชำเลืองมองจีนส์อยู่บ่อยๆซึ่งเธอเองก็กำลังยืนจัดเอกสารอยู่ ไม่นานจากนั้นในขณะที่จีนส์กำลังง่วนอยู่กับงานของเธอมีลูกค้าผู้ชายเดินเข้ามาสองคน จาคอปจึงเบือนหน้าหนีหันไปมองทางอื่นเพราะกลัวจีนส์หันมารับลูกค้าแล้วสังเกตเห็นว่าตนกำลังมองเธอ
ด้านหน้าล็อบบี้ชายฉกรรจ์สองคนต้องชะงักฝีเท้ากึกเมื่อสะดุดตาเข้ากับจีนส์และสะกิดให้กันดู ชายสองคนหันมาสบตากันยิ้มอย่างรู้ใจเมื่อเจอเธอแล้วต่างก็เดินปรี่เข้าหน้าล็อบบี้ทันที
“ไงจ๊ะน้องสาวคนงามทำอะไรอยู่เหรอ”
ครืด!!
จีนส์สะดุ้งเฮือกใกับเสียงที่ได้ยินเธอถอยถลาไปด้านหลังโดยอัตโนมัติจากสัญชาตญาณระวังภัยของตนจนสะโพกชนเก้าอี้ด้านหลังหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นคนสองคนยืนอยู่ต่อหน้าทำให้จาคอปหันขวับไปดู
“ห๊ะ!! พะ พวกแก”
“อุ๊ยตายทำไมทักทายกันแบบนั้นล่ะจ๊ะไม่เจอกันนานเลยนะคิดถึงพวกพี่สองคนบ้างหรือเปล่าคนสวย ฮ่าๆๆๆ”
ชายสองคนยืนหัวเราะร่วนส่งเสียงดังลั่นอย่างไม่เกรงใจใครอยู่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมที่เงียบสงบ
“นี่พวกแกมาได้ยังไงเนี่ย”
“อ้าว!! ทำไมพูดกับพ่อกับพี่ชายแบบนั้นล่ะจ๊ะลูกรัก จุ๊ๆๆ ไม่น่ารักเอาซะเลยนะ พวกเราอุตส่าห์ได้เจอกันทั้งทีนะ”
“คะ ใครลูกแก ใครอยากเจอพวกแก”
“นี่..อย่าปฏิเสธไปเลยน่าความจริงก็คือความจริงนั่นแหละว่าแต่ทำไมคนสวยถึงได้ใจดำไม่กลับไปเยี่ยมเยียนพ่อกับพี่ชายบ้างล่ะจ๊ะ ลูกจ๋าเรารอจัด เอ๊ย รอลูกกลับบ้านทุกวันคืนเลยนะ ฮ่าๆๆ”
ชายสองคนนั้นหัวเราะอย่างชอบใจขึ้นอีกครั้ง ลูบเลียริมฝีปากแสดงทีท่าคุกคามอย่างเห็นได้ชัดจีนส์ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ในล็อบบี้เพียงลำพังเพราะกลัวสองคนพ่อลูกที่เพิ่งเจอความรู้สึกและความทรงจำอันเลวร้ายทุกอย่างที่สุมกองไว้ภายในส่วนลึกมันวิ่งมาจุกอยู่ที่อก
“ดูสิไม่เจอกันตั้งนานโตเป็สาวแล้วสวยขึ้นเป็กองหุ่นก็...ซี๊ด”
ชายวัยหกสิบเอื้อนเอ่ยพลางกัดริมฝีปากแสดงสีหน้าทั้งแววตาที่คุกคามและยื่นมือเข้าไปจับคางเธอโดยไม่ทันตั้งตัวในขณะที่จีนส์ยืนอยู่ในล็อบบี้ จนหญิงสาวต้องถอยกรูดไปชนตู้เก็บเอกสารที่ตั้งอยู่ด้านในดังโครมยิ่งทำให้คนด้านนอกเห็นรูปร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ยูนิฟอร์มของโรงแรม
“ว้าวๆ หุ่นดีเชียวนะ”
ชายวัยสามสิบห้าพูดขึ้นบ้างขณะถูมือและเลียริมฝีปาก
“ถอยไปนะไม่งั้นฉันจะเรียก รปภ.”
“อ้าวๆ นี่ใจคอเธอจะไล่แขกของโรงแรมเหรออยากตกงานรึไง”
พี่ชายต่างบิดามารดรของเธอเริ่มเดือดดาลพูดจาข่มขู่กลับเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวบอกจะเรียกยาม จีนส์เองลนลานกลัวชายสองคนจนทำอะไรไม่ถูกและจาคอปที่นั่งอยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ก็นั่งมองท่าทีของทั้งสามอยู่
“มะ หมายความว่ายังไงแขกโรงแรม” จีนส์ร้องถาม
“ก็พวกเรามาเที่ยวผับย่านนี้และที่นี่มันใกล้ที่สุดเราสองคนเลยจองห้องพักโรงแรมนี้ไว้น่ะสินังโง่ทำไมเธอไม่รีบเช็กห้องให้ล่ะหรือจะให้ฉันรายงานผู้จัดการของเธอ” พ่อเลี้ยงของจีนส์พูดขึ้นตามด้วยคำขู่
จีนส์หลบตาคิดมองซ้ายมองขวาแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลเพราะเธอกลัวสองพ่อลูกนี้มากจีนส์ถลาเข้าไปเช็กห้องซึ่งคอมพิวเตอร์ก็ดันตั้งอยู่ตรงหน้าสองพ่อลูกนั้นพอดี
ในขณะที่จีนส์กำลังกดคีย์บอร์ดอยู่พี่ชายต่างพ่อของเธอก็มองหุ่นสะโอดสะองโลมเลียหญิงสาวด้วยสายตาวิตถารทั้งหันไปส่งสัญญาณให้ผู้เป็พ่อชายแก่พยักหน้ารับพลางยื่นมือไปเกี่ยวเอาปอยผมเธอแล้วยื่นหน้าเข้าไปดม
“ว้าย!!นี่อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ ไปให้พ้น ฮึกๆ”
จีนส์ะโเสียงดังลั่นและเริ่มร้องไห้จาคอปเห็นท่าไม่ดีเขาจึงรีบลุกขึ้นและในขณะที่เขาลุกขึ้นนั้นเองพลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสร้อยัเปล่งแสงสีแดงจ้า ชายหนุ่มก้มมองดูมันให้แน่ใจก่อนรีบหมุนสร้อยหย่อนจี้ไปด้านหลังแล้วรีบเดินไปหาจีนส์
“มีอะไรกันเหรอครับคุณจีนส์”
เมื่อชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนใกล้ๆถึงเห็นได้ชัดว่าเธอร้องไห้จนตัวสั่นใบหน้าที่เคยสวยคมคายตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นกลัว
“จะอะไรอีกล่ะ เป็พนักงานต้อนรับแต่ไล่ลูกค้าทำงานบริการแต่ไม่ยอมให้บริการแบบนี้เธอก็ลาออกไปสิ”
พี่ชายต่างพ่อของเธอโวยวายทั้งยังใส่ไฟเธออีกจีนส์หันมามองหน้าจาคอปน้ำตาเธอไหลพรากทำตัวไม่ถูกยืนกำหมัดแน่น ขณะนั้นเทิดไทพนักงานต้อนรับาุโก็เดินกลับมาจากพักเบรกพอดี
“มีอะไรกันเหรอครับ”
เสียงนี้เปรียบดั่งเสียง์ของจีนส์เธอหันไปมองหน้าเทิดไททันที
“พี่” หญิงสาวเรียกเขาสั้นๆ สีหน้าของจีนส์ทำให้เทิดไทรู้ได้เองว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเขาหันไปมองชายสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับคุณลูกค้า้าเข้าพักโรงแรมเหรอครับ”
“พวกเราจองห้องพักไว้เมื่อสามวันก่อนช่วยเช็กให้หน่อยสิคุณ”
ชายวัยสามสิบห้าปีพูดในขณะที่ชายแก่ก็เอาแต่มองหน้าจีนส์โลมเลียเธอด้วยสายตาสีหน้าแสดงออกถึงความหื่นกระหายอย่างชัดเจน ส่วนจาคอปเองที่กำลังมองชายแก่คนนั้นอย่างพินิจเขาพอดูออกว่าผู้ชายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้านั้นคิดอะไรจาคอปมองเขาสลับกับหันไปมองจีนส์เธอหายใจฮึดฮัดกำหมัดแน่นจนแขนสั่นระริกน้ำตายังไหลอาบแก้มไม่หยุด
“นี่ครับห้องสี่สองศูนย์นะครับ”เทิดไทยื่นคีย์การ์ดส่งให้พี่ชายต่างพ่อต่างแม่ของจีนส์
“เชิญท่านเข้าพักผ่อนให้สบายนะครับ”
ชายวัยสามสิบห้ารับมันแล้วเดินออกไปในขณะที่ชายแก่ยังยืนจ้องหน้าจีนส์เคาะนิ้วบนเคาน์เตอร์ก๊อกๆ แสยะยิ้มใส่เธอนั่นยิ่งทำให้จีนส์รู้สึกหลอนหัวใจหล่นวูบท้องใส้ปั่นป่วนเข้าไปกันใหญ่
“พ่อ พ่อ” ชายแก่หันไปตามเสียงเรียกของลูกชาย
“ไปกันได้แล้ว”
ผู้เป็พ่อหันกลับมามองหน้าจีนส์และแสยะยิ้มที่ชวนขนลุกให้เธออีกครั้งแล้วจึงเดินจากไปหญิงสาวถึงกับขาอ่อนฮวบเซถอยหลังหนึ่งก้าว จนจาคอปที่ดูอยู่ถึงกับยกมือจะคว้าเธอไว้แต่ติดตรงที่มีเคาน์เตอร์ล็อบบี้ขวางกั้นอยู่
“พะ พี่ พี่เทิด พวกมันตามหนูเจอแล้ว หนู หนู ฮึกๆ หนู อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้วพี่เทิดฮือๆ” เธอร้องไห้หนักวิ่งไปจับแขนเทิดไทเขย่า
“จีนส์ใจเย็น” เทิดไทจับมือเธอทำได้แค่บอกให้ใจเย็น
“พี่หนูกลัว ฮือๆ พวกมันเจอที่ทำงานหนูแล้ว หนูกลัวมันตามเจอห้องที่หนูพักพี่เทิดทำยังไงดีฮือๆ” เธอละล่ำละลักพูด
“ใจเย็นๆ ก่อนจีนส์อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะเชื่อพี่ใจเย็นก่อน”
“ไม่พี่พวกมันมาแน่พวกมันหาหนูเจอแล้ว ฮือๆ”
จีนส์ร้องห่มร้องไห้โดยไม่ได้สนใจจาคอปที่กำลังยืนมองเธออยู่เขานึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวกันแน่เธอถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนี้