ตอนที่ 1 นี่ฉันทะลุมิติมางั้นเหรอ (2)
แน่นอนว่าคนเป็พระเอกย่อมไม่มีทางตายอยู่แล้วเืในตัวเขาดันปลุกสมบัติโบราณที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาพอดีภายใต้การช่วยเหลือจากสมบัติพวกนั้น ในระยะเวลาสั้นๆ แค่สิบปีประกอบกับความโกรธแค้นชิงชังที่มีต่อหลินเฉิน ทำให้เขาฝึกวรยุทธ์จนไร้เทียมทาน
รอจนเขาได้ออกไปเมื่อไรเขาจะชำระบัญชีกับหลินเฉินเป็อย่างแรกหลินเจาจำได้ว่าในนิยายเขียนเล่าจุดจบของหลินเฉินไว้อย่างโหดร้ายไม่เพียงโดนทรมานอย่างเหี้ยมโหดในท้ายที่สุดฉือม่อยังเอาเถ้าอัฐิของเขาไปคลุกข้าวป้อนให้สุนัขกินอีกต่างหาก
[นายท่านกรุณาทำภารกิจรับศิษย์ให้เสร็จสิ้นด้วยขอรับ٩(๑^o^๑)۶]
หลินเจา ‘ฉันไม่รับได้ไหม’
[นายท่านที่รัก ไม่ได้ขอรับ]
หลินเจา ‘ฉันทำแบบนี้ไม่เท่ากับหาเื่ตายเหรอ’
[หลังจากนายท่านทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว จะมีโอกาสเกิดใหม่หนึ่งครั้งนะขอรับฉะนั้นไม่ต้องกลัว บุกได้เต็มที่เลยขอรับ]
พอได้ยินระบบพูดแบบนี้ หลินเจาก็อุ่นใจขึ้นมาพอสมควรอย่างมากทำภารกิจเสร็จเมื่อไรก็รีบวิ่งหนีไปเป็พอ
[อีกอย่างทางระบบของเราเองก็มีมนุษยธรรมมากเราไม่สนใจกระบวนการ สนใจแต่ผลที่ออกมาเพียงอย่างเดียวขอรับ!]
หลินเจาหรี่ตาสองข้าง ‘ประโยคนี้หมายความว่ายังไง’
[ยกตัวอย่างเื่ที่นายท่านรับศิษย์ก็แล้วกันนะขอรับไม่ว่านายท่านจะตบตีหรือด่าทอเขาอย่างไรขอเพียงท้ายที่สุดฉือม่อกลายเป็ลูกศิษย์ของนายท่านก็นับว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้วขอรับ]
‘โหมดนี้ไม่เลวแฮะ’ในที่สุดหลินเจาก็รู้สึกว่าเ้าระบบนี่ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
แบบนี้ก็หลีกเลี่ยงที่จะสร้างความแค้นมากกว่าเดิมได้ ชีวิตของเขาต่อจากนี้อาจจะสุขสบายขึ้นอีกสักหน่อย
[แต่นายท่านได้โปรดจำไว้ด้วยนะขอรับ ว่าอย่าหลุดคาแรกเตอร์ของหลินเฉินเป็อันขาด]
‘ประโยคนี้หมายความว่าอะไร’ เพียงคำพูดประโยคเดียวของระบบ ก็ทำเอาหลินเฉินกลับสู่ความเป็จริง
[ความหมายตามประโยคที่กล่าวไปเลยขอรับตัวตนของหลินเฉินในนิยายเป็คนเย่อหยิ่งเ็าเพราะฉะนั้นนายท่านที่ควบคุมบัญชีของหลินเฉินอยู่ ก็ต้องเย่อหยิ่งเ็าด้วยเช่นกันขอรับ]
เย่อหยิ่งเ็างั้นเหรอ...หมายความว่าเขาต้องคอยเก๊กหน้าขรึมตลอดเวลาแบบนั้นน่ะสิหลินเจายกมือปิดดวงตาอย่างปวดร้าว เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะเกาะแข้งเกาะขาพลอยรับผลประโยชน์จากตัวเอกสักหน่อย ทีนี้เป็ไงล่ะ หน้าตาแข็งทื่อไร้อารมณ์แบบนี้ใครจะไปชอบได้ลงคอ
[นับถอยหลังภารกิจยังมีเวลาเหลืออีกสิบนาทีขอรับ!]
‘อะไรนะ จำกัดเวลาด้วยเหรอ!’
[ใช่แล้ว นายท่านต้องเร่งมือแล้วขอรับหากทำภารกิจไม่สำเร็จจะโดนลงโทษด้วย ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกเก้านาทีสี่สิบห้าวินาทีเก้านาทีสี่สิบสี่วินาที เก้านาทีสี่สิบสามวินาที...]
หลินเจา ‘อ้อไม่ใช่สิ!’หลินเฉินใจนรีบไปปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ หากเขาจำไม่ผิดละก็ ฉือม่อน่าจะอยู่แถวนี้
การปรากฏตัวขึ้นของเขาดึงดูดทุกสายตาของผู้คนในตำบลอวี้ซีซึ่งก็จริง ถึงหลินเฉินจะเป็ตัวร้าย แต่ก็มีใบหน้าที่หล่อเหลาทำให้คนรุ่นหลังต่างไม่กล้าปักใจเชื่อว่าคนที่หน้าตางดงามดั่งเทพ์ตรงหน้าจะเป็คนโเี้อำมหิตถึงเพียงนี้
กล่าวได้เพียงแค่ว่า หนังหน้าของหลินเฉินดีเกินไปจริงๆ
ตำบลอวี้ซีไม่นับว่ากว้างใหญ่นัก แต่ก็ไม่ถือว่าเล็กเช่นกันหากจะตามหาคนผู้หนึ่งท่ามกลางฝูงชนก็ยังถือเป็เื่ลำบากแต่สำหรับหลินเฉินที่อ่านนิยายมาจนจบ อีกทั้งยังเป็ฉากที่พระเอกพบกับตัวร้ายเป็ครั้งแรกเขาจึงจำเหตุการณ์นั้นได้ชัดเจน
ถ้าเขาจำไม่ผิดละก็ พระเอกต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
เขาเดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็กๆ สายหนึ่ง ตรอกนี้เปลี่ยวมากเมื่อยิ่งเดินลึกเข้าไปมากขึ้น กลับได้ยินเสียงต่อสู้และเสียงเด็กร้องไห้สะอึกสะอื้น
เมื่อหลินเฉินเดินไปพิสูจน์เพื่อยืนยันความคิดตัวเองก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นี่ตามคาด
เสียงฝีเท้าของเขาเบามาก จนคนพวกนั้นไม่รู้ว่ามีชายในชุดสีขาวมายืนอยู่ด้านหลังพวกเขาั้แ่เมื่อไร
พอหัวหน้าเห็นหลินเฉินก็จ้องมองมาด้วยแววตาเ้าชู้กรุ้มกริ่มไม้กระบองที่เดิมยกขึ้นสูงวางลง คนอื่นๆที่เห็นหลินเฉินก็วางไม้กระบองลงตามกันอย่างไม่รู้ตัว
“พี่ใหญ่ คนงามผู้นี้ดูเย้ายวนยิ่งกว่าหมายเลขหนึ่งที่หอว่านฮวาเสียอีกท่านว่า...” ผู้เป็ลูกน้องประชิดเข้าไปกระซิบข้างหู ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันคนที่เป็หัวโจกนั่นจึงเผยแววตาลามกชั่วช้าขึ้น
“อะแฮ่ม! คนงามจ๊ะเข้ามาในอ้อมกอดพี่สิ พี่จะดูแลเ้าให้ดีเลย”
หลินเฉินเห็นเ้าคนอ้วนเผละร่างเทอะทะกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งยังได้กลิ่นเหม็นเหงื่อบนตัวอีกจึงขมวดคิ้วอย่างทนไม่ไหว
[ติ๊ดๆ! รายงานนายท่านยังเหลือเวลาอีกห้านาทีขอรับ]
ชายคนนั้นเห็นหลินเฉินไม่พูดไม่จาก็คิดว่าเขาเขินอายเลยพูดขึ้น “คนงามจ๊ะ เพียงเ้ามาอยู่กับพี่ พี่รับรองเลยว่าเ้าจะได้อยู่ดีมีสุขอย่างแน่นอน”
หลินเฉินพยายามไม่ชักสีหน้าด้วยไม่อยากสร้างความประทับใจแย่ๆ ให้พระเอกในการพบกันครั้งแรกแต่จะปล่อยคนคนนี้ไปง่ายๆ ก็ไม่ได้เช่นกัน
‘แล้วก็คำเรียกว่าแม่คนงามนี่อีกมันตาบอดรึไง!มองไม่ออกว่าฉันเป็ผู้ชายเหรอ’
หลินเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง โจมตีพวกมันด้วยวรยุทธ์ทันทีใช้ไปแค่ไม่กี่กระบวนท่า คนพวกนั้นก็โดนหลินเฉินจัดการจนล้มฟุบแน่นิ่งร้องโหยหวนโอดครวญลงกับพื้นกันหมด
“อ่อนชะมัด” หลินเฉินกล่าวทิ้งท้ายเสียงเบาแล้วเดินหน้าต่อ
จากนั้นเขาก็เห็นก้อนสีเทาขะมุกขะมอม เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆถึงเห็นเป็คนผู้หนึ่ง
หลินเฉินเข้าใจในทันที นี่ก็คือพระเอกฉือม่อนั่นเอง
[ติ๊ดๆ!ยังเหลืออีกหนึ่งนาทีขอรับ]
เขาไม่พูดให้มากความ ก้มศีรษะลงถามอีกฝ่ายทันที“เ้ายินดีเป็ศิษย์ของข้าไหม”
เมื่อเสียงใสกังวานดังขึ้นเหนือศีรษะ อีกฝ่ายก็เงยหน้าก่อนจะเห็นใบหน้าที่ชีวิตนี้เขาไม่มีทางลืมเลือน
เงาร่างคนผู้นั้นย้อนแสงใบหน้าขาวผุดผ่องดุจบัวน้ำแข็งแห่งูเาหิมะ ดวงตาสีอำพันส่องประกายระยับให้ความรู้สึกราวกับเทพ์จุติลงมาั้แ่แรกเห็น
[ยังเหลืออีกสามสิบวินาที]
ฝ่ามือหลินเฉินชื้นเหงื่อเล็กน้อย เนื่องจากเวลาที่ลดลงเรื่อยๆทำให้ตัวเขาเริ่มร้อนรนไปด้วยเช่นกัน
‘เร็วเข้าสิ เร็วเข้า!’
[สิบ เก้า แปด เจ็ด...]
ในตอนที่ระบบนับถอยหลังไปถึงห้านั้น ฉือม่อก็ค่อยๆพยักหน้าตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตตัวเอง “ข้ายินดีขอรับ”
[ติ๊ด! ภารกิจสำเร็จ]
หลินเฉินโล่งอกขึ้นมาทันที
เขากำลังจะยื่นมือไปประคองอีกฝ่ายกลับได้รับเสียงเตือนจากระบบ
[แจ้งเตือน แจ้งเตือน ห้ามหลุดคาแรกเตอร์!ห้ามหลุดคาแรกเตอร์!]
ทำเอาหลินเฉินใรีบชักมือกลับฉือม่อฝืนตัวเองพยายามจะลุกขึ้น แต่กลับเ็ปทรมานไปทั้งตัว เคลื่อนไหวอย่างโซซัดโซเซจนล้มลงกับพื้น
ในเวลานั้นเองมือคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาโอบตัวเขาเข้าสู่อ้อมกอดทันใดขณะที่ดวงตาพร่าเลือนเพราะยังไม่ได้สติดีอยู่นั้น ดูเหมือนเขาจะเห็นคนที่ตนเพิ่งนับถือเป็อาจารย์เมื่อครู่นี้