หลังจากเรนิสส่งร่างกฎหมายไปให้เ้าเมืองทุกเมืองเมื่อเช้าขุนนางก็รีบเข้าเฝ้าเรนิสทันที
เรนิสลูบคางไปมา‘เ้าเมืองพวกนั้นคงไปฟ้องขุนนางให้มากดดันข้าสินะ’
“องค์ราชินีการออกกฎหมายแบบนี้มันออกจะเกินไปหน่อยนะครับ”
“การค้าทาสก็มีมานานแล้วอยู่ดี ๆท่านจะออกกฎหมายยกเลิกแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
“ถ้าห้ามมีอะไรกับเด็กอายุ18 แล้วลูกสาวของข้าที่กำลังจะแต่งงานในเดือนหน้าล่ะครับ!!”
“โทษข่มขืนไม่มากเกินไปเหรอครับข้าว่ามันโหดร้ายเกินไป”
เรนิสได้ฟังแล้วได้แต่ปวดหัวใบหน้าน่ารักขมวดคิ้วจนขุนนางในท้องพระโรงเริ่มเงียบ แม้เรนิสจะมีใบหน้างดงามน่ารักแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวของเขาดูน่ากลัวน้อยลงเลยส่วนหนึ่งก็เพราะเอฟเฟคทรงอำนาจที่พระเ้าแปะไว้ให้ก็มีส่วน แต่จริงๆแล้วเป็เพราะความหวาดกลัวต่อราชินีในใจของขุนนางทุกคนต่างหาก
“การค้าทาสไม่ควรมีอยู่มนุษย์ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ถ้าเ้าเดิน ๆอยู่บนถนนแล้วมีพ่อค้าหน้าเืจับไปขายเ้าจะพูดดีแบบนี้อีกรึไม่”
“…”
“ส่วนเ้าลูกสาวกำลังจะแต่งงานในเดือนหน้า เ้าจะรอจนกว่านางอายุ 18 ไม่ไหวรึไง!!”
“เออ...เ้าบ่าวนางอายุ76แล้วครับ ถ้ารอถึงอายุ 18 ปีเกรงว่าเ้าบ่าวคง...”
“แล้วเ้าให้ลูกสาวแต่งงานกับสามีแก่คราวพ่อที่แม้แต่เ้าเองก็รู้ว่าเขาจะตายเหรอ!!”
“…”
“แล้วเ้า!! บทลงโทษของการข่มขืนมันโหดร้ายตรงไหนคนที่โดนข่มขืนจะรู้สึกยังไงถ้ามาได้ยินเ้าพูดได้ยินว่าเ้ามีลูกสาวอัลฟ่าน่ารักซะด้วยถ้าลูกสาวเ้าโดนข่มขืนบ้างเ้าจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกไหม”
“…”
ขุนนางในท้องพระโรงได้แต่เงียบกริบ...
“พวกเ้าวันๆเอาแต่กินภาษีประชาชนแทบจะไม่จับอะไรเป็ชิ้นเป็อันซักอย่างพวกเ้าเมืองที่มาขอความช่วยเหลือจากเ้าไม่ได้ช่วยให้พวกเ้าไม่หลุดจากตำแหน่งขุนนางหรอกนะเพราะอีกไม่นานตำแหน่งพวกเขาก็ไม่เหลือถ้าทำงานไม่ได้เื่”
“…”
“ปัญหาน้ำเน่าเสียที่ข้าให้ไปแก้ทำได้รึยัง”
“พวกเรากำลังหาทางแก้กันอยู่ครับ”
“ไม่ใช่คำพูดลอย ๆข้าขอดูความคืบหน้าด้วย”
“ดูเหมือนพวกชาวบ้านจะซักผ้าอาบน้ำ และทิ้งของเสียลงในแม่น้ำครับ”
“เฮ้อ เอาเถอะได้แค่สาเหตุก็ดีกว่าไม่ได้เลย พวกเ้าคงรู้ใช่ไหม ข้าไม่เหมือนท่านพ่อหรือน้องชายถ้าพวกเ้าทำงานไม่ได้เื่มีสิทธิถูกเด้งออกจากตำแหน่งได้ทุกเมื่อข้าสามารถแต่งตั้งสามัญชนธรรมดาที่มีความสามารถมาแทนที่พวกเ้าได้ทุกเมื่อ”
“แต่องค์ราชินีการแต่งตั้งสามัญชนมาแทนขุนนางมันออกจะ...”
เรนิสเลิกคิ้ว“เ้ามีปัญหา?”
ขุนนางคนนั้นรีบส่ายหน้าพลางถูมือไปมา“ขะ ข้าจะไปมีปัญหาได้ยังไงล่ะครับ แหะ ๆ”
“ใช่ครับข้าจะหาทางแก้ปัญหานี้ให้ได้”ขุนนางคนอื่นพูดเสริม
เรนิสลอบยิ้มในใจผลของเอฟเฟกต์เสน่ห์ทำให้พวกขุนนางไม่เถียงเขาเลยซักคำ โกหกก็ไม่ได้แถมยังดูกลัวเขามาก ๆด้วยคงเป็ผลจากเอฟเฟกต์ทรงอำนาจอะไรซักอย่างของพระเ้าที่ใส่เข้ามา
แต่เขาพูดจริงๆนะเื่ปลดจากตำแหน่งถ้าทำงานไม่ได้เื่น่ะ
ทำงานกับเรนิสไม่้าการประจบประแจงขอแค่มีผลงานก็พอแล้ว
“องค์ราชินีได้เวลาแล้วครับ”คิวรันที่ยืนข้างๆเขาเอ่ยขึ้น
“ครั้งนี้ถ้าจะบินไปข้าขอกินยานอนหลับก่อนนะ”เบริเวอร์ว่าพลางขวานหายานอนหลับในกระเป๋าเสื้อ
ลืมบอกไปตอนประชุมสองคนนี้ก็ยืนประกบซ้ายขวาเขาทั้งคู่เลยนั่นแหละ
ได้เวลาไปเมืองสองแล้ว!
เนื่องจากเบริเวอร์กลัวความสูงเขาจึงกินยาแล้วหลับไปแต่ยังไงเรนิสก็ใช้เวทแบกเขาไปอยู่ดีครั้งนี้เรนิสขนไปแต่ที่ปรึกษาดยุก แล้วก็ริน ส่วนเนเน่กับวาวา เรนิสให้สอนโอเมก้าทั้ง14 คนให้แข็งแกร่งขึ้นก่อนเขากำลังลังเลระหว่างส่งไปเป็ตำรวจหรือจะตั้งเป็หน่วยๆ หนึ่งที่ขึ้นตรงต่อเขาเลยคล้าย ๆหน่วยของทหารนั่นแหละ แต่ทหารพวกนั้นตอนนี้อำนาจสั่งการอยู่ที่แม่ทัพแต่เขายังไม่ฟื้นป้ายคำสั่งจึงตกมาสู่เรนิสแต่ทหารพวกนั้นก็เชื่อฟังแม่ทัพมากกว่าเรนิสอยู่ดี
แน่นอนว่าเรนิสไม่ชอบไปบังคับที่ไม่ภักดีให้มาภักดีอยู่แล้ว
ได้ข่าวว่าเมืองนี้เป็เมืองของช่างตีเหล็กเรนิสศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วเมืองนี้ดูเหมือนจะร่ำรวยที่สุดเนื่องจากประเทศโซฟิโอล่าเป็ประเทศที่ส่งออกแร่มากที่สุดพอๆกับที่นำเข้าอาหารเลยล่ะ เมืองนี้อยู่ติดกับเหมืองจึงขุดแร่ออกมาขายได้เรื่อย ๆแถมครั้งนี้ยังคุ้มมากเพราะมันติดกับเมืองที่สามพอดีนั่นคือเมืองที่ผลิตรองเท้า...แต่รองเท้าไม่ได้ดีหรอก เลยส่งออกไม่ได้ใช้แค่ในประเทศพอ
2เมืองนี้คือเมืองช่างฝีมือสินะ
เรนิสลงจอดพอดีกับเวลาที่นัดเ้าเมืองสองกับสามไว้ต้องขอบคุณที่ครั้งนี้เบริเวอร์ไม่กล้ามาปลุกเขาั้แ่เช้าอีกแล้ว ก่อนออกเดินทางก็เงียบกริบไปกล้าบ่นอะไรนับว่าสบายหูมากทีเดียว
รู้สึกว่า...เ้าเมืองทั้งสองจะเป็พี่น้องกันด้วยแถมเมืองยังติดกัน เรนิสหวังว่าจะคุยกันง่ายไม่เหมือนนิคอดีตเ้าเมืองเมาตัน
“ยินดีต้อนรับครับองค์ราชินี ข้าคือเ้าเมืองสอง คาริค วินสันครับ”เ้าเมืองสองมีผมสีน้ำตาลและตาสีเขียวอ่อนที่สำคัญยังหนุ่มอยู่เลยแหะ
“ส่วนข้าคือเ้าเมืองสาม มาริค วินสันครับ”เ้าเมืองสามมีสีผมเหมือนพี่ชายแต่มีตาสีเขียวเข้ม
ชื่อ: คาริค วินสัน
สถานะ :เ้าเมืองสอง
เพศ :อัลฟ่า-ชาย
อายุ: 24
พลังธาตุ : ไม้(Lv.10)
=============================
ชื่อ: มาริค วินสัน
สถานะ :เ้าเมืองสาม
เพศ :โอเมก้า-ชาย
อายุ: 22
พลังธาตุ : ไม้(Lv.10)
อา...ดันไปเห็นความลับเขาซะแล้วเ้าเมืองสามเป็โอเมก้า แต่ช่างเถอะ ไม่มีกฎหมายห้ามโอเมก้าเป็เ้าเมืองนิก็ว่าอยู่ว่าทำไมหน้าหวาน ๆตัวเล็ก ๆถึงจะเล็กไม่เท่าเขาก็เถอะขนาดตัวของเ้าเมืองสามเหมือนเบต้าซะมากกว่า
ถ้าเรียงลำดับตามขนาดตัวอัลฟ่าจะตัวใหญ่สุด รองลงมาเบต้า และโอเมก้าแต่เ้าเมืองสามเป็โอเมก้าที่ตัวเท่าเบต้าจึงไม่มีใครสงสัยและหลอกคนอื่นว่าเป็อัลฟ่าประเภทตัวเล็กได้(มันมีประเภทนี้ด้วยเหรอ)
แถมในใบเอกสารก็เขียนว่าเขาเป็อัลฟ่าอีกด้วยเรนิสไม่มีเหตุผลที่บังคับเขาออกแต่อยากจะให้เปลี่ยนเพศในใบเอกสารต่างหาก การถูกลบตัวตนและเพศเพื่อให้สามารถอยู่ในประเทศนี้ได้มันน่าเศร้าเกินไป
แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...เขาต้องหาจังหวะพูดทีหลัง
เรนิสยิ้มบาง“เ้าช่วยพาข้าและผู้ติดตามเดินทัวร์เมืองหน่อยสิ”
เ้าเมืองสองพยักหน้าตกลงและเริ่มเดินนำเขาไปแถมอธิบายไปถึงปัญหาและการเป็อยู่ชาวบ้านอย่างละเอียดต่างจากนิคที่ไม่รู้เื่อะไรสักอย่างจริง ๆ
“เมืองของเราเป็เมืองที่ส่งออกแร่ครับชาวบ้านส่วนมากจะออกไปขุดเหมืองกันเป็ส่วนใหญ่เพราะชาวบ้านที่นี่ต้องออกแรงมากเป็พิเศษจึง้าอาหารที่มีประโยชน์และให้พลังงานเยอะแต่ปัญหาของเราคืออาหารหายากและถึงหาได้มันก็มีรสชาติไม่อร่อยทุกวันนี้เพียงแค่ฝืนกินเพื่อให้มีแรงทำงานเท่านั้น”
“นอกจากปัญหาด้านอาหารเ้ามีอะไรอีกไหม”
“เครื่องนุ่งห่ม...อย่างที่ท่านรู้เมืองสองและสามห่างไกลจากเมืองอื่นๆมากพวกเรามีแค่ผ้าห่มบาง ๆเมื่อหน้าหนาวมาก็มีคนแข็งตายไปหลายคนพ่อแม่มักจะสละผ้าห่มให้ลูกและตัวเองก็หนาวตาย
การเดินทางไปหมู่บ้านอื่นไกลและค่าเดินทางสูงพอไปถึงก็เหลือเงินซื้อเครื่องห่มได้แต่แบบคุณภาพย่ำแย่เครื่องนุ่งห่มโดยปกติประเทศของเราก็ไม่ได้ผลิตเองอยู่แล้วต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เอามาขายเองก็ต้องเพิ่มกำไร ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีกแม้แต่ของคุณภาพต่ำยังแพงเลย
ถึงพวกเราจะขึ้นชื่อว่าเมืองที่ร่ำรวยที่สุดแต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เราส่งแร่ให้พระาาหมดพระองค์เอามันไปขายให้พวกต่างชาติ เงินที่ได้ก็ให้พวกเราแค่นิดเดียวร่ำรวยกว่าเมืองอื่นแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง”
“แล้วเ้าล่ะเ้าเมืองสาม”
“เมืองข้ามีปัญหาคล้าย ๆกันเลยครับเพราะเมืองติดกันจนแทบจะเป็เมืองเดียวกันชาวบ้านเมืองสามส่วนมากเก่งงานเย็บปักถักร้อย พวกเราเย็บรองเท้าขายกันเองในเมืองแต่คุณภาพมันไม่ดีพอจะส่งออกไปขายข้างนอก ที่นี่มีแต่เหมือง ูเา ไม่ค่อยมีสัตว์ให้ล่าเพื่อทำหนังหรอกครับ(หนังสัตว์เอามาทำรองเท้าได้)”
“อืม...ข้าพอจะเข้าใจถึงปัญหาแล้วอาหาร เครื่องนุ่งห่ม รอแปปนะ ข้าพอจะคิดอะไรออกน่ะ” เรนิสบินขึ้นไปบนฟ้าพอให้มองเห็นได้ชัดเจนที่นี่ไม่มีดินเลย มีูเา หิน แล้วก็แอ่งน้ำผสมสารพิษอันตรายที่คนกินไม่ได้แต่เดาว่าพวกเขาคงซื้อน้ำจากเมืองอื่นมากักตุนไว้ เพราะเรนิสสังเกตเห็นแท้งค์น้ำขนาดใหญ่จากมุมสูง
เรนิสมีธาตุดินแล้วพลังก็สูงพอที่จะเสกดินที่มีสารอาหารสูงขึ้นมาด้วย เรนิสใช้ธาตุดินเสกดินขนาด10 ไร่ขึ้นมาแล้วใช้ธาตุไม้ หว่านเมล็ดหมดทั้ง 10 ไร่ เขาปลูกผักที่เป็ที่นิยมในโลกก่อนให้ล่ะนะมีทั้ง มะเขือเทศ แอปเปิ้ล กระหล่ำปลี มันฝรั่ง เผือก แครรอท องุ่น ถั่วเขาปรับอากาศให้เหมาะกับการปลูกผักชนิดนั้น ๆเพื่อให้มันสามารถโตได้ จริงๆนี่เป็ความสามารถธาตุลม แต่ไม่มีใครเขาใช้ธาตุลมมาปรับสภาพอากาศกันหรอก เพราะไม่รู้ว่ามีเวทนี้อยู่บนโลก
เรนิสสบัดมือใช้ธาตุแสงทำให้พืชทั้งหมดโตจนทันเก็บ ดูเหมือนว่าหลังจากเขาออกจากเมืองนี้ไปแล้วต้องหาคนมาใช้เวทลมปรับอากาศต่อ ไม่งั้นพืชต้องตายแน่ เพราะที่นี่ร้อนมากพืชเมืองหนาวได้ม่องไปก่อนพอดี
เรนิสบินลงไปบนพื้นตอนนี้คาริคและมาริคยังอ้าปากค้างอยู่เลย พวกเขาไม่เคยเห็นคนบินได้มาก่อนราชินีทำได้ยังไงน่ะ
“เ้าอย่าพึ่งใที่ข้าบินได้ขึ้นมานี่ก่อน”เรนิสใช้เวทให้พวกเขาบินตามขึ้นมาบนฟ้า
สองพี่น้องตกตะลึงกับที่ดินจำนวน10 ไร่และพืชผักมากมาย เมื่อกี้พวกเขาอยู่ข้างล่างจึงไม่เห็นเพราะมันอยู่หลังเมืองราชินีทำให้พื้นที่ ๆมีแต่หินมีดินขึ้นมาได้ยังไง ไหนจะพืชผักพวกนั้นอีก??
เรนิสยิ้มอย่างภูมิใจ“พวกเ้าคงเห็นที่ดินและพืชผักมากมายข้างล่างนั่นแล้วใช่ไหม”
สองพี่น้องพยักหน้าหงึกๆ
“ข้าใช้ธาตุดินปูดินขึ้นมาและก็ใช้ธาตุไม้หว่านเมล็ดลงใช้ธาตุลมปรับสภาพอากาศ ใช้ธาตุแสงทำให้โตที่จะพูดก็คือข้าอยากให้เ้าเกณฑ์ผู้ใช้ธาตุไม้กับลมมา เพราะดินก็ปูให้แล้วที่เหลือก็แค่หาคนโรยเมล็ดกับปรับสภาพอากาศในตอนที่ข้าไม่อยู่แน่นอนธาตุแสงที่หายากขนาดนั้น ที่นี่ไม่น่ามี แต่ไม่ต้องห่วง ถึงจะไม่มีธาตุแสงแต่การรอพืชให้โตในแต่ละฤดูกาลก็ไม่แย่นักหรอก”
เรนิสเหลือบไปมองที่รินที่ยืนอยู่ข้างๆ ‘ถึงเราจะเจอรินในเมืองเมาตันั้แ่เมืองแรกก็เถอะ...’
“คะ...ครับๆ”
หลังจากนั้นคาริคและมาริคก็เกณฑ์ผู้ใช้ธาตุไม้และลมจากทั้งสองหมู่บ้านมาให้เรนิสเลือกใช่มันต้องเลือก เวทนี้มันไม่ใช้ทั้งหมู่บ้านหรอก ต้องเลือกคนมีแวว
หากถามว่าคิวรันและเบริเวอร์ไปไหนั้แ่มานี่พวกเขาไม่รบกวนการทำงานของเรนิสเลยพวกเขาเงียบและจ้องมองเรนิสทำงานเท่านั้นราวกับเก็บข้อมูล เรนิสหันไปมองทั้งคู่ก่อนจะถามว่า “เ้าคิดว่าคนไหนเหมาะเลือกมาธาตุละสองคน”
ถ้าพวกเขาเลือกมาแต่อัลฟ่าพวกเขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่พัฒนา แต่ถ้าเลือกโอเมก้าแต่ใช้งานไม่ได้พวกเขาก็แค่้าประจบเรนิสเท่านั้น เรนิสมีคนในใจอยู่แล้วแต่ก็อยากฟังจากทัศนคติของทั้งคู่เหมือนกัน
คิวรันและเบริเวอร์กวาดตามองทั้งผู้ใหญ่เด็ก คนแก่ที่นั่งมองเขาหน้าสลอนแล้วได้แต่ปวดหัว ราชินีกำลังทดสอบพวกเราทั้งคู่คิดเหมือนกันโดยที่มิได้นัดหมาย
“ข้าเลือก...”