ครั้นถึงตอนพักกลางวันเสี่ยวมาวกึ่งจูงกึ่งลากหลี่ฉางโซ่วไปนั่งทานข้าวด้วยกันระหว่างนั้นมีเด็กชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางเด็กทั้งสอง
“เ้าเด็กใหม่เหตุใดจึงมาเกลือกกลั้วอยู่กับอาจมมิสู้มาเป็ลูกน้องเดินตามข้าไม่ดีกว่าหรือ ?”เด็กชายหน้าตาหล่อเหลารูปลักษณ์สำอางผู้เป็หัวโจกของกลุ่มกล่าวขึ้นด้วยกิริยาเย่อหยิ่ง
“เ้าเป็ใคร ?”น้ำเสียงเล็กถามขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
“ลูกพี่ของข้าเป็ลูกท่านเ้าเมือง มีนามว่าฟู่ผิงเซิน” ลิ่วล้อในกลุ่มเสนอหน้าตอบคำถามแทน
“แค่เป็ลูกท่านเ้าเมืองก็มารังแกคนอื่นได้หรือ?บ้าอำนาจ! โง่เง่าสิ้นดี! หลี่ฉางโซ่วเป็เพื่อนข้า ข้าไม่มีวันรวมหัวกับพวกเ้ารังแกเขาหรอก”เสี่ยวมาวยืนยันเสียงแข็ง นางจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับสิ่งที่ไม่เป็ธรรมอย่างเด็ดขาดคำพูดนี้ทำให้หลี่ฉางโซ่วรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก
“ในเมื่อพวกเ้าตั้งใจมาหาเื่ข้าก็อย่าได้ดึงเสี่ยวมาวเข้ามาข้องเกี่ยวเลย” เด็กชายรีบเดินเอาตัวมาบังเพื่อปกป้องสหาย
สิ้นคำ…ทั้งสองฝ่ายต่างตะลุมบอนชกต่อยกันนัวเนียสุดท้ายอาจารย์ซังและคนอื่น ๆ ต้องเข้ามาช่วยกันจับแยก
“เสี่ยวมาวเ้าเป็หมากลับชาติมาเกิดรึอย่างไร จึงได้กัดข้อมือของข้าเสียจนเืเต็มแขน”ฟู่ผิงเซินโวยวายอย่างไม่เกรงกลัวใครเพราะถือตัวว่าเป็ลูกท่านเ้าเมือง
“เ้าก็ต่อยข้าจนหัวโนเหมือนกันนั่นแหละ!” เสี่ยวมาวโต้กลับพลางเอามือคลำหัวที่ปูดบวมป้อย ๆ
“ไหนใครบอกข้ามาทีซิว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้น ?”ซังเย่าจือเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นักเรียนใหม่เข้ามาวันแรกก็สร้างความวุ่นวายเสียแล้ว
“พี่ใหญ่พาพวกไปหาเื่และรุมรังแกเสี่ยวมาวกับหลี่ฉางโซ่วเ้าค่ะท่านอาจารย์ซัง” ฟู่ผิงหงเด็กน้อยหน้าหวานผู้มีดวงตาสวยซึ้งรีบชิงฟ้องขึ้นมาทันที
“หงเอ๋อร์ เ้าน้องทรยศ!” ฟู่ผิงเซินชี้หน้าน้องสาวตนเองอย่างโมโหถึงแม้ว่าจะเป็พี่น้องคลานตามกันมาแต่ทั้งคู่มักมีความเห็นไม่ลงรอยกันอยู่เสมอ
“พี่ใหญ่อยากเกเรทำตัวเป็อันธพาลทำไมเล่าเ้าคะ? ท่านพ่อมอบหมายหน้าที่ให้ข้าคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของท่านหากท่านทำตัวไม่ดีข้าย่อมต้องกลับไปรายงานท่านพ่อ” ฟู่ผิงหงเท้าสะเอวเชิดหน้าท้าทายพี่ชายอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ชิส์! ยัยเด็กขี้ฟ้อง”ฟู่ผิงเซินทำสีหน้าบูดบึ้งสะบัดเสียงใส่น้องสาว
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ฟู่ผิงเซินพวกเ้าเป็คนก่อเื่ให้ไปช่วยลุงเหมาตักอุจจาระหลังเลิกเรียนทุกวันส่วนเสี่ยวมาวกับหลี่ฉางโซ่วไปกวาดใบไม้หน้าอาคารเรียนทุกเช้าพวกเ้าทุกคนต้องทำจนกว่าจะครบหนึ่งเดือนการลงโทษจึงถือเป็อันสิ้นสุด!”
อาจารย์ซังตัดสินบทลงโทษอย่างเด็ดขาดและยุติธรรมทำให้กลุ่มของฟู่ผิงเซินพากันจ๋อยส่งเสียงโอดครวญในขณะที่เสี่ยวมาวและหลี่ฉางโซ่วลอบส่งสายตากันอย่างโล่งอกที่พวกเขาโดนเพียงโทษสถานเบา
เมื่อเสี่ยวมาวกลับถึงบ้านยามเลิกเรียน…
“นั่นศีรษะของเ้าไปโดนอะไรมา ?”เซียวจิ่งหลงวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะเมื่อเห็นเสี่ยวมาวเดินกุมหัวเข้ามาในห้องโถงใหญ่
“ไม่มีอะไรหรอก ต้าหลงข้าเพียงปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้ชายนิดหน่อย” เสี่ยวมาวลูบหัวที่ปูดโปพลางส่งยิ้มแหยๆ กล่าวอ้อมแอ้ม
“ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ?”น้ำเสียงประหลาดใจของเซียวจิ่งหลงทำให้สามองครักษ์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างต่างพากันก้มหน้าปิดซ่อนมุมปากที่กำลังโค้งขึ้นน้อยๆ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าแท้จริงแล้วเสี่ยวมาวเป็เด็กผู้หญิง
“เฮ้อ… วันนี้ข้าเหนื่อยมากขอตัวก่อนนะต้าหลง มีสิ่งใดสงสัยท่านถามพี่เยี่ยนเป่าเอาเถิดพี่ถงเหยาตามมาช่วยใส่ยาให้ข้าที…”เสี่ยวมาวแสร้งทำเป็เฉไฉก่อนลากถงเหยาออกไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวโดนดุ
“ไหลลื่นจริง ๆ เ้าเด็กคนนี้ เอ้า… เื่มันเป็อย่างไรอาเป่าจงเล่ามา…” เซียวจิ่งหลงส่ายหัวให้กับความเ้าเล่ห์ของเด็กน้อยแล้วหันมาซักถามลูกน้องคนสนิท
เมื่อเยี่ยนเป่ารายงานเื่ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาจบเซียวจิ่งหลงก็ถามขึ้น
“พื้นฐานการต่อสู้ของนางเป็อย่างไรบ้างพอมีแววฝึกฝนวรยุทธ์ได้หรือไม่ ?”
“คุณชายอดอาหารมานานไม่เคยได้บำรุงดี ๆร่างกายตอนนี้นับว่าอ่อนแอมาก ทำได้เพียงฝึกท่าพื้นฐานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้นขอรับ”
“เช่นนั้นเ้าก็ดูแลนางให้ดีเถิดหากเป็เื่เล็กน้อยจงปล่อยให้นางหาทางแก้ปัญหาเอาเองถ้าเป็เื่ใหญ่เ้าค่อยลงมือจัดการ” เซียวจิ่งหลงกำชับเยี่ยนเป่า
“ขอรับนายท่าน” เยี่ยนเป่าน้อมรับคำสั่ง
“อาเฉิน เ้าสืบประวัติสหายร่วมชั้นเรียนของเสี่ยวมาวมาให้ข้าด้วย”
“ขอรับ”ฟั่งเฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวเท้าออกมารับคำสั่ง