พอฟางเหม่ยหลิงเดินออกไปได้ไม่นาน องครักษ์ไร้เงา สองคนที่ซุ่มอยู่ก็ทะยานมาลงมานั่งคุกเข่าลงต่อหน้านายของตน
" เ้าทำงานพลาด เกือบทำให้นางได้รับอันตราย "
เขาพูดด้วยความโกรธ จนหน้าแดงก่ำ แรงกดดันมหาศาลที่พวยพุ่งออกมาจากหลงเจี่ยนหยาง ทำให้องครักษ์ไร้เงาทั้งสองนั้น หนาวสะท้านไปทั้งร่างกาย พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวจะขยับไม่ได้
"กระหม่อมผิดไปแล้วพะยะค่ะ องค์ชาย พวกเราพลัดหลงจากนาง
ในตลาดมืดจันทรา โปรดลงอาญาด้วยพะยะค่ะ"
"ข้าจะให้โอกาสพวกเ้าอีกครั้ง ดูแลนางให้ดี ถ้าคราวนี้พลาดอีก เ้าก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่"
"พะยะค่ะองค์ชาย / พะยะค่ะองค์ชาย "
พวกเขารับคำอย่างแข็งขัน และดีใจ ที่เ้านายให้โอกาสพวกเขาได้แก้ตัวอีกครั้ง
....................................................
ณ จวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย
ในที่สุดเช้าวันนี้พวกนางก็กลับมายังจวนเสนาบดีอย่างปลอดภัย หลังจากไปผจญอันตรายอยู่แถบชายแดน จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด พลาดเองที่ถือของไปมาให้โจรเห็นแล้วอยากได้ เธอกลับมาก็ไปทำความเคารพท่านปู่ แต่ไม่เล่าเื่อันตรายที่เกิดขึ้นเพราะกลัวท่านไม่สบายใจ และได้นำเสือหยกมอบให้ท่านปู่เพื่อเอาไปคืนให้แก่ฝ่าาซึ่งเื่ของหมั้นนั้นก็เป็อันจบถอนหมั้นได้สำเร็จ
พออยู่คุยกับท่านปู่สักพัก เธอก็รีบไปที่ห้องตัวเองเพื่อไปดูสิ่งที่กุญแจนี้สามารถไขได้
"คุณหนูให้พวกบ่าวช่วยหานะเ้าคะ "
เหมียนมี่ กับ เลียงลี่ เห็นคุณหนูก้มๆเงยๆมองชั้นวางหนังสืออยู่หลายครา จึงพยายามช่วยหาช่องที่จะเสียบกุญแจได้
ฟางเหม่ยหลิงพยายามพลักๆดันๆ ตู้หนังสืออยู่หลายครา จนในที่สุดมันก็ขยับไปตามล็อกที่ตั้งเอาไว้เมื่อเลื่อนตู้หนังสือไปด้านข้าง ก็พบกับประตู เหมือนจะเป็ห้องลับ
"พวกเ้าดูนี่สิ"
'' ต้องเป็ห้องที่นายหญิงทำไว้ให้คุณหนูแน่เลยเ้าค่ะ ลองไขเข้าไปดูสิเ้าค่ะ ''
เลียงลี่เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
เธอเองก็ไม่รอช้ารีบไขกุญแจเข้าไปทันที เมื่อเปิดเข้าไปก็มีบันไดลงไปยังชั้นใต้ดิน พอลงมาถึงเธอก็ได้พิจารณาภายในห้องที่มีขนาดกว้างมากเลยทีเดียวเป็เหมือนห้องโถง เธอพบกับตำราต่างๆมากมายที่เรียงรายอยู่ตรงชั้น และมีชั้นต่างๆที่วางอุปกรณ์อย่างเป็ระเบียบ หม้อยาขนาดใหญ่ มีสมุนไพรที่ปลูกไว้อยู่นิดหน่อยแต่ว่าพวกมันนั้นแห้งเชาตายหมดแล้ว มีขวดยามากมายมีชื่อยาติดอยู่ที่ขวด ทุกขวดถูกวางเรียงรายมากมายหลายชั้น สมุนไพรแห้งที่อยู่ในตระกล้า นี่มันห้องปรุงยาแน่ๆ มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม
เธอดีใจมากที่มีห้องปรุงยาลับซ่อนอยู่ที่ห้องของตัวเองแบบนี้ ท่านแม่คงทำไว้ให้เธอ หมายถึงทำไว้ให้เ้าของร่างนี้ คงทำไว้ให้ฟางเหม่ยหลิง ช่างเป็ท่านแม่ที่แสนน่ารักจริงๆ เธอลองมองไปรอบๆก็พบกับประตูทางออกอีกบาน เมื่อเปิดออกไปก็เป็บันไดขึ้นไปยังชั้นบน พอเธอเดินมาจนสุดทางเดินก็พลักประตูอีกบานที่อยู่้าหัวของเธอ ก็พบว่าสถานที่ที่เธอขึ้นมาอยู่ตอนนี้คือกระท่อมเก่าๆที่ตั้งอยู่ในสวนของจวนนี้นั้นเอง ซึ่งมีกองไม้ที่ผ่าแล้ววางเรียงกันอยู่ คงเป็ที่ไว้สำหรับเก็บฟืน แบบนี้ก็สะดวกมากเลยเพราะเมื่อเก็บสมุนไพรจากในสวนแล้วก็สามารถเดินลงไปทางนี้ได้เลย
เธอลองเดินไปสำรวจสวนดูก็พบว่าสมุนไพรหลายอย่างที่ท่านแม่ปลูกเอาไว้นั้น ยังไม่ตาย พื้นดินยังแฉะ แปลว่ามีคนมาดูแลรถน้ำพรวนดินอยู่ทุกวัน
หลายวันมานี้เธอเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้องลับนี้ และหัดปรุงยาตามตำราที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ มันใช้ได้ผลดีมากทีเดียว หม้อปรุงยาใหม่ที่เธอซื้อมาจากตลาดมืดจันทราทำให้ประสิทภาพยาดีขึ้นมาก
เธอยื่นขวดยา ที่บรรจุยาลูกกลมๆ อยู่ราวๆ 10 กว่าเม็ดให้เลียงลี่และเหมียนมี่ดู
"โห คุณหนูปรุงยาสำเร็จแล้ว ยานี้อยู่ระดับสามใช่ไหมเ้าคะ เก่งมากเลยเ้าค่ะ แค่เพียงไม่นานท่านก็สมารถทำได้ ถ้าเป็ผู้อื่น ต้องใช้เวลาเป็ปีกว่าจะปรุงสำเร็จ ท่านทำได้เพียงไม่กี่วัน ทำได้อย่างไรกัน "
เลียงลี่มองขวดยาด้วยความตื่นเต้น เหมียนมี่เอายาไปดมดูใกล้ๆ
"เพราะข้าทำตาม ตำราของแม่ข้านะสิ จึงทำให้ข้าปรุงยาออกมาสำเร็จ อีกสามวันก็จะถึงวันรับศิษย์ ของสำนักวังบาดาลแล้ว ข้ารอคอยวันนั้น แทบจะไม่ไหวแล้วละ ข้าอยากเห็น ท่านตา ซึ่งเป็บิดาของแม่ข้าเร็วๆ ตอนนี้ข้าก็ยังฝึกวรยุทธ์ไม่ค่อยเก่ง อย่างน้อยถ้าข้าเข้าวังบาดาลได้ ก็จะเป็หนทางที่ดี ที่จะได้เรียนรู้วิชาปรุงยาที่ข้าถนัดอย่างไรเล่า"
"บ่าวเชื่อว่าคุณหนูจะต้องได้เข้าวังบาดาลแน่ๆ คุณหนูทั้งเก่ง ทั่งสวยขนาดนี้ "
เลียงลี่พูดด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม ตาเปร่งประกายวิบวับ
"แหมเ้าละก็ ชอบพูดความจริงอยู่เรื่อยเลย มันแน่นอนอยู่แล้วละ ฮุ ฮุ"
ฟางเหม่ยหลิงคนใหม่ยอมรับคำชมด้วยความเต็มใจ ในความเพอเฟ็คของตนเอง เลียงลี่กับเหมียนมี่นั้นชินกับนิสัยแบบนี้ของเธอแล้ว จึงได้แต่ยิ้มเห็นด้วย
"เลียงลี่ เหมียนมี่ เ้าเอายานี่ไปขายที่ร้านยาใหญ่ในตลาดดูนะ ใครให้ราคาดี ก็ขายให้ผู้นั้น เราจะได้มีเงินใช้กัน"
"เ้าค่ะ / เ้าค่ะ
เลียงลี่กับเหมียนมี่ รับคำก่อนจะเดินออกไปนอกจวน ส่วนนางก็เก็บตัวเข้าห้องปรุงยา เพื่อฝึกฝนต่อ ตอนนี้นางปลงตกกับชีวิตแล้วว่าคงกลับไปเป็มิลลี่ ไมได้อีกแล้ว คงจะเป็ฟางเหม่ยหลิงไปตลอดกาล ต่อไปนี้เธอคงต้องเริ่มทำตัวให้ชินกับชื่อใหม่นี้ และย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าตอนนี้ เธอคือฟางเหม่ยหลิง