ซู่หรานยืนมองด้วยหัวใจนิ่งสงบเหมือนวันแรกของการลงแข่งขันระดับโลก เธอผ่านสถานการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ความสงบเช่นนี้ หมายถึงว่าเธอจะทำได้ดี
อิงเถาที่ตอนนี้กลับมาอยู่กับซู่หรานแล้วกลับกระวนกระวายแทน
‘คุณหนูซินซินจะเข้าใจผิดหรือไม่’ สาวใช้ทำมือถาม
“ไม่ต้องห่วง ซินซินอาจเข้าใจผิด แต่ให้นางอยู่ในอันตรายไม่ได้ เ้าโง่นั่นคิดจะวางยานางให้ทำตัวเสื่อมเสีย มันจะได้อ้างตัวเป็คนดีรับน้องสาวข้าเป็อนุได้ ข้าอาจไม่มีความกล้าอันใด แต่ปกป้องน้องสาวคนเดียว ข้าพอจะทำได้อยู่” ซู่หรานพูดกับอิงเถา
ซู่หรานคนเก่าอาจเกลียดซินซิน แต่เธอที่ไม่เคยมีพี่น้องเลย การมีน้องสาวที่น่ารัก ได้รับความเอาใจใส่ มีอะไรก็แบ่งปันมาให้ มันดีมากจริงๆ
ขุนนางหวังอาจเป็เพียงขุนนางขั้นเก้า มีตำแหน่งเล็กๆ แต่เขามีชื่อเสียงด้านการเป็บัณฑิตที่มีความสามารถ มีคุณธรรม แม้เขาจะไม่มีลูกชาย แต่ลูกสาวของเขาก็มีคน้าจะแต่งงานด้วยมากมาย
หวังซินซิน ลูกสาวคนเดียวของภรรยาเอก ย่อมมีแต่คนแย่งชิง ั้แ่ซินซินเข้าวัยปักปิ่นก็มีแต่คนมาสู่ขอไม่เว้นวัน แม้แต่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจิ้งก็หวังจะสู่ขอ จึงได้เชิญตระกูลหวังมางานแต่งวันนี้ด้วย
ผู้คนต่างเฝ้ารอว่าจวนขุนนางหวังจะตอบรับการสู่ขอของใคร เพียงแต่บัณฑิตหวังรักลูกๆ ของเขาจึงปล่อยให้เื่นี้เป็การตัดสินใจของฮูหยินเสมอมา และฮูหยินของเขาก็รักซินซินมาก จนป่านนี้จึงยังไม่มีการตอบรับการสู่ขอจากจวนใด
มีแต่คนอยากได้หวังซินซินเป็สะใภ้ กระทั่งตระกูลใหญ่ก็ไม่เว้น แล้วใต้เท้าเหมินที่เป็บุรุษแต่งงานแล้ว มีภรรยาเอกแล้ว กระดูกยังจะตกถึงท้องเขาได้หรือ ดังนั้นเขาจึงวางแผนชั่วครั้งนี้ เพื่อหวังให้ซินซินทำตัวเสื่อมเสียต่อหน้าธารกำนัล จากนั้นก็จะไม่มีใครอยากได้ซินซินเป็ภรรยาเอก ถึงตอนนั้น เขาจะได้อ้างตัวเป็คนดีรับซินซินเป็อนุได้
‘สารเลว’ ซู่หรานด่าในใจ ระหว่างกำลังเดินขึ้นไปยืนตรงลานข้างสระบัวที่ถูกจัดเป็สถานที่แสดงของเธอ เธอได้ยินเสียงหัวเราะอย่างไม่เกรงใจหลายครั้ง คนพวกนั้นไม่คิดรักษามารยาท
มีแต่คนอยากสู่ขอหวังซินซิน แต่ไม่ใช่หวังซู่หราน ถึงชื่อของนางจะอยู่ในรายชื่อบุตรภรรยาเอกตามทะเบียน แต่ใครบ้างไม่รู้ว่าซู่หรานเป็บุตรของอนุ ทั้งนางยังร้ายกาจ ชื่อเสียงฉาวโฉ่ ไม่ต่างจากแม่ของนาง
แต่ซู่หรานคนใหม่ไม่สนใจสักนิด ปล่อยให้เสียงหัวเราะดังผ่านไป เธอสำรวจลูกศรที่วางเรียงบนโต๊ะตามนิสัยนักธนู ยกขึ้นมาดูทีละดอก ทีละดอกอย่างใจเย็น คราวนี้เธอไม่ลืมสำรวจปลายลูกศรด้วย เพียงแต่ครั้งนี้เป็การแสดงเพื่ออวยพรงานแต่ง ดังนั้นลูกศรที่ใช้จึงเป็ลูกศรปลายทู่ ปลายลูกศรถูกพันด้วยผ้า มีจานหมึกที่ฝนเรียบร้อยแล้วมาวางไว้ด้วย
จากนั้นเธอก็ยกคันธนูที่เป็ธนูแบบโบราณมาตรวจตราด้วยความตื่นเต้น สมัยยังอยู่โลกเก่า เธอชอบสะสมแบบแปลนธนูโบราณมาก เป็เหตุผลให้เธอชอบดูซีรีส์ย้อนยุค จนคลั่งชุดโบราณเช่นกัน การได้ััธนูโบราณแท้ๆ มันรู้สึกยอดเยี่ยมจนเธอเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
ซู่หรานทดลองดึงสายธนูที่เธอไม่แน่ใจว่าทำจากอะไร เพราะมันเหนียวจนผิดจากหางม้ามาก น่าจะเป็สายที่ทำจากพืชบางชนิด แต่ถูกเคลือบด้วยยางไม้หรือยางบางชนิดที่ผสมหลายอย่างเข้าไป ส่งผลให้สายธนูตึงจนแทบดึงจนสุดสายไม่ได้ ซู่หรานต้องออกแรงทั้งหมดที่มี แต่เธอแน่ใจว่าจะทำให้ลูกศรพุ่งออกไปได้ไกลแน่นอน เธอลองดึงสายและรู้ทันทีว่าธนูเพิ่งจะขึ้นสายได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้ธนูคันนี้จะต้องถูกดูแลรักษาอย่างดีมาก
ตอนนี้ความตื่นเต้นทำให้เธอลืมหมดแล้วว่ารอบข้างมีสายตามากมายกำลังจ้องเธออยู่
จิ้งซานที่รู้ดีว่าธนูคันนั้นเป็ธนูของหน่วยพิเศษในวังหลวง ถูกออกแบบมาเพื่อให้พลธนูที่ฝึกฝนมาอย่างดีใช้เท่านั้น เขาขมวดคิ้ว
“เ้าเตรียมธนูเช่นนั้นให้นางหรือ” จิ้งซานหันไปถามน้องชายวัยสิบแปดของเขา
“ข้าเกลียดความอวดดีของนาง เ้าก็เห็นไม่ใช่หรือว่านางปาลูกดอกได้แย่เพียงใด ยังมีหน้าอวดอ้างว่าตัวเองแม่นมาก” จิ้งจื่อเอ่ยหน้าตาเรียบเฉย
“ถึงนางจะนิสัยแย่ แต่อย่างไรนางก็เป็พี่สาวของน้องซินซิน เ้าทำเช่นนี้ ไม่มากไปหน่อยหรือ” จิ้งซานตำหนิน้องชาย
แต่จิ้งจื่อกลับยืนนิ่งไม่สนใจคำตำหนิของพี่ชาย จ้องมองหญิงสาวที่กำลังยิ้มน้อยๆ ด้วยความไม่สบอารมณ์ เพราะนางกำลังทำหน้าตาเหมือนได้ของเล่นที่ถูกใจ ทั้งที่จิ้งจื่อหวังอยากจะเห็นหน้าตาเคร่งเครียดเหงื่อตกของหญิงสาวมากกว่า
เขาไม่สบอารมณ์ั้แ่ที่เจอนางแล้ว หญิงหน้าด้านที่ไหนกัน กล้ามายืนจ้องเขาอยู่นานสองนาน ไม่กะพริบตา ไม่รู้จักอาย ไม่มีมารยาทเฉกเช่นสตรีดีงามสักนิด เขารังเกียจคนเช่นนี้ที่สุด คนที่มองเขาราวกับตัวประหลาด
จิ้งจื่อเห็นว่าซู่หรานหยิบลูกศรดอกหนึ่งมาลองกับคันธนู นางยังคงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะดึงจนสุดสายและปล่อยลูกศรออกไปโดยไม่ได้จุ่มปลายศรกับจานหมึก ลูกศรถูกเป้าและกระเด้งออก ผู้คนรอบข้างต่างหัวเราะเบาๆ
แต่จิ้งจื่อที่ทำหน้านิ่งมาตลอดเริ่มขมวดคิ้วและขยับตัวให้ตรงมากขึ้น แม้แต่จิ้งซานเองก็ใไม่น้อย
เนื่องจากท้องฟ้ามืดแล้ว เป้าที่ตั้งไว้แม้ไม่ไกลมาก และซู่หรานไม่ได้จุ่มปลายศรกับจานหมึก ผู้คนจึงเห็นไม่ชัดว่าลูกศรที่ปล่อยออกไปถูกตรงไหนของเป้า แต่จิ้งจื่อและจิ้งซานที่ฝึกฝนมานาน รู้ดีว่าลูกศรถูกกลางเป้าไม่มีคลาดเคลื่อน และพวกเขายังรู้ดีว่าธนูคันนั้นยิงยากมากเพียงใด แต่หญิงสาวลูกขุนนางผู้หนึ่งกลับยิงได้อย่างแม่นยำราวกับจับวาง
ซู่หรานยิ้มกว้างขึ้น เธอตื่นเต้นกับธนูคันนี้มากจริงๆ ถือว่าเป็ธนูที่ยิงยาก แต่มีประสิทธิภาพสูงมาก เธอจึงหยิบลูกศรจุ่มปลายในจานหมึกทั้งหมด วางไว้ด้านข้างและเริ่มตั้งท่ายิงลูกศรดอกต่อไป
ท่านโหวจิ้งเองก็เคยเป็ทหาร แม้เขาจะเมาสุราและแก่แล้ว แต่ยังดูออกว่าหญิงสาวแม่นยำเพียงใด เขาโบกมือสั่งให้ดนตรีเริ่มบรรเลง เพราะดูแล้วซู่หรานเหมือนจะไม่ใส่ใจรอบด้านอีก
ซู่หรานขยับท่าวางขาให้กว้างขึ้นเล็กน้อย ครั้งนี้เธอไม่ได้หันปลายศรไปทางเป้าที่จัดวางไว้ แต่หันปลายลูกศรไปทางป้ายหยกของใต้เท้าเหมินที่ถูกแขวนอย่างสง่างามอยู่กลางสระบัว
“เ้า เ้าคิดจะทำอะไร!!” ใต้เท้าเหมินะโออกไป