บาวาเรียเวิลด์ โลกลับเกมพิศวง
เฟลิกซ์เร่งฝีเท้ากลับไปยังใจกลางหมู่บ้านมูร์เริน ณ ตำแหน่งที่มิเกล ช่างตีเหล็กอาศัยอยู่ เพื่อนำรางวัลเควสต์ที่ได้ไปจับจ่ายใช้สอย และแลกเปลี่ยนอาวุธที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม ระหว่างทางเดินกลับเข้าไปยังใจกลางของหมู่บ้าน เฟลิกซ์สังเกตดูบรรยากาศรอบกาย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้เชยชม เพราะรีบพุ่งตัวไปพบกับเอ็มม่า NPC สาวสวยที่เขารอพบเจอ
สองข้างทางของหมู่บ้านเป็ตลาดที่มีผู้คนขายผักขายปลา และข้าวของเครื่องใช้เหมือนกับที่เขาเคยเห็นผ่านหน้าจอ เมื่อตอนที่เขาเล่นเกม ส่วนตัวอาคารมีลักษณะเป็อิฐสีน้ำตาลปนเทาขนาดเล็กและใหญ่ทับซ้อนกันขึ้นไปเป็ชั้น บ้านเรือนถูกปลูกสร้างเรียงรายไปตามเนินเขา ด้านหน้ามีแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าแม่น้ำเอโบรไหลผ่าน ซึ่งแม่น้ำนี้ยังเชื่อมต่อออกไปถึงชายฝั่งวาเรนนา บริเวณแม่น้ำยังมีกลุ่มชายวัยกลางคนอ้วนทุ้ยลงพุงกำลังตกปลาอยู่ ด้านหน้ามีเรือหลายลำลอยไปมา และมีทหารรักษาการณ์ขี่ม้าลาดตระเวนอยู่ทั่วทั้งพื้นที่
“โอ้โห บอกได้คำเดียวว่ามันโคตรจริง! จะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนกับหมู่บ้านแบนาเกกาเซอนักในฝรั่งเศส ที่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อ 5 ปีก่อนเหมือนกันนะ เอาวะ คิดซะว่ามาเที่ยวฝรั่งเศสอีกรอบก็แล้วกัน^^;;” ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าไปพบกับมิเกล ช่างตีเหล็ก
“เอ่อ… คือว่า… คือฉัน…” เฟลิกซ์อ้ำอึ้งไม่รู้จะเริ่มสนทนากับมิเกลที่เป็ NPC ยังไงดี เพราะตัวจริงของมิเกลที่ถือค้อนตีเหล็กอยู่นั้น ดูเคร่งขรึมกว่าในหน้าจอที่เขาเคยเห็นเป็อย่างมาก แล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ ช่างตีเหล็ก
“ฮ่าฮ่า ดูจากการแต่งกายแล้ว ท่านคือนักผจญภัยใช่หรือไม่ ้าให้ข้าทำอาวุธแบบใดให้หรือ” มิเกลพูดตามสคริปต์ที่ถูกตั้งค่าไว้
“ทองก็มีอยู่เท่านี้ งั้นฉันขอธนูอัคคีก่อนก็แล้วกัน” เฟลิกซ์จ่ายทองแท่งไปเป็จำนวน 15kg ก่อนที่จะรับอาวุธหลักชิ้นใหม่มา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เลย นี่คือธนูอัคคี ที่มีพลังเพลิงอยู่ในตัว เมื่อท่านยิงศรออกไป ปลายศรจะติดไฟพิฆาต จึงสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ในตัว โดยที่ท่านไม่จำเป็ต้องเรียนรู้สกิลใดเพิ่มเติม เมื่อใช้ธนูอัคคีนี้”
เฟลิกซ์รับธนูอัคคี ซึ่งเป็อาวุธหลักชิ้นใหม่มาจากมิเกล พร้อมยลโฉมของธนูที่ตกแต่งไปด้วยลวดลายของไฟที่ลุกโชน แถมยังจับถนัดมือมากกว่าธนูไม้ซอมซ่อที่ได้รับจากเอ็มม่าเสียอีก แต่ถ้าจะให้ทิ้งธนูไม้ไปเลยก็น่าเสียดาย เพราะมันสามารถนำไปขายให้กับนักค้าอาวุธ เพื่อแลกเป็ฟรังก์ แล้วนำไปใช้ซื้อไอเทมอื่น ๆ ได้
“เ้าลูกไฟ ขอเส้นทางไปหานักค้าอาวุธที่อยู่ใกล้ที่สุดที”
“ไหนบอกว่าเป็มาสเตอร์เก่า แค่นี้ก็ไม่รู้ทางอีกหรือ หลอกข้าว่าเป็มาสเตอร์หรือเปล่าเนี่ย” เ้าลูกไฟแหย่เฟลิกซ์ให้โมโห
“อ้าว ก็ตอนเล่นอยู่หลังจอคอมฯ มันกด M ดูแผนที่ได้ง่าย ๆ นี่นา พอมาเจอสนามจริงก็มีงงนิดหน่อย ขอเส้นทางหน่อยเถอะน่า”
“มาสเตอร์เสินเจิ้นละมั้งเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เดี๋ยวจับโยนลงแม่น้ำเอโบรข้างหน้านี้ซะเลย…” ชายหนุ่มสวนกลับ
ทันใดนั้น เฟลิกซ์ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า NPC ทุกตัวที่เขาได้พูดคุยด้วยในเกม ต่างตอบโต้กับเขาด้วยสคริปต์ที่ถูกตั้งค่ามาทั้งนั้น และไม่สามารถต่อปากต่อคำได้เหมือนกับเรดเดมอน ที่เป็ภูตประจำตัวนักผจญภัย ซึ่งเนื้อเื่ในเกมก็ไม่มีบทสรุปถึงตัวตนที่แน่ชัดของเรดเดมอนอย่างเปิดเผย ผู้เล่นต่างรู้จักกันว่าเรดเดมอนเป็เสมือนภูตที่คอยช่วยให้นักผจญภัยดำเนินเกมไปได้อย่างต่อเนื่องก็เท่านั้นเอง หรือจริง ๆ แล้วสิ่งปริศนาที่ดึงดูดให้เฟลิกซ์เข้ามายังบาวาเรียเวิลด์จะเป็เรดเดมอน ภูตคู่กายของเขากันแน่…
“จะว่าไปแล้ว แกเป็สิ่งเดียวที่ตอบโต้กับฉันได้เป็ตุเป็ตะ แกใช่ไหม ที่พาฉันเข้ามาในวงจรบ้า ๆ เหล่านี้!…” ชายหนุ่มโยนคำถามให้กับลูกไฟสีแดง
“อะไรเนี่ย พูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย สติแตกอีกแล้วหรือยังไงกัน” ลูกไฟสีแดงสวนกลับเฟลิกซ์
“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็ใคร เพราะมีแกคนเดียวที่ฉันคุยรู้เื่!” เฟลิกซ์ขึ้นเสียงใส่
“เมื่อถึงเวลา เ้าก็จะรู้เอง หยุดสติแตกได้แล้ว” เรดเดมอนตอบกลับอย่างมีเงื่อนงำ
ชายหนุ่มพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมา เพราะต่อให้โวยวายไป ก็ดูเหมือนจะไม่ได้คำตอบที่้า ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แว้บเข้ามาในหัว
“ออลมาสเตอร์… กิลด์ของฉัน! ไปหากิลด์แล้วบอกเื่นี้กับทุกคนให้พวกเขาหาทางช่วยดีกว่า!” เฟลิกซ์พึมพำกับตัวเองเสียงดัง
“ลืมอะไรไปแล้วหรือเปล่า สหาย” ภูตประจำกายสวนกลับมา
“อะไรของแก” เฟลิกซ์ถาม
“เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิลด์ คือจะต้องมีเลเวลไม่ต่ำกว่า 20 อย่างไรล่ะ” ภูตประจำตัวนักผจญภัยสวนกลับ
“โธ่เอ๊ย เื่พรรค์นั้นฉันรู้อยู่แล้วน่า ฉันจะอัปเกรดตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไปพบกิลด์ออลมาสเตอร์ให้ได้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
เดิมที กิลด์ออลมาสเตอร์ประกอบไปด้วยนักผจญภัยในคลาส วอลเลอร์, ริกเกอร์, แลนเดอร์, ฮาเกน, โนร่า และเรนเจอร์ ซึ่งหากเฟลิกซ์ไปรวมตัวกับออลมาสเตอร์ได้ กิลด์ก็จะแข็งแกร่งขึ้น เพราะมีตัวละครครบทุกคลาส อีกอย่างเขาจะสามารถติดต่อกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่อยู่ภายนอกได้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปพบสมาชิกกิลด์ที่เขารู้จักได้ ก็จะต้องเก็บเลเวลให้ผ่าน แถมยังต้องเดินทางไปยังที่หลบภัยกิดล์ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านอื่น
“มัวรออะไรอยู่ล่ะ เ้าลูกไฟ เปิดเส้นทางไปหานักค้าอาวุธเลย” เฟลิกซ์บอกกับเ้าลูกไฟ
“จัดไป สหาย” เรดเดมอนตอบ
ว่าแล้วเรดเดมอนก็เปิดแผนที่ไปหานักค้าอาวุธให้กับชายหนุ่ม ซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรไปที่เขาเคยเห็นผ่านทางหน้าจอเลย ลูกศรสีฟ้าที่นำทางไปตามถนนด้านหน้า ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเฟลิกซ์ ชายหนุ่มไม่รีรอ รีบเร่งฝีเท้าไปตามลูกศรนำทางจนมาถึงตำแหน่งของคาเรล นักค้าอาวุธประจำหมู่บ้านมูร์เริน
“คาเรล ธนูไม้อันนี้รับซื้อในราคาเท่าไหร่” เฟลิกซ์เร่งรีบสอบถามราคา
“ธนูไม้เก่าซอมซ่อเช่นนี้ ข้าซื้อแค่ 200 ฟรังก์ก็ถือว่าแพงแล้ว จะขายก็ขาย ไม่อยากขายก็ไสหัวไป” NPC นักค้าอาวุธ ตอบโต้ตามสคริปต์
“ได้! เอาไปเลย จ่ายมา ให้ครบด้วยล่ะ” รู้ทั้งรู้ว่า NPC ไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่เฟลิกซ์ก็สนทนากับเขาเหมือนคนปกติ เพราะถึงจะเป็ NPC แต่ภาพลักษณ์ที่เห็นก็ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์คนหนึ่ง ราวกับ AI เวอร์ชันสมบูรณ์แบบจากโลกอนาคต
“เ้าลูกไฟ นำทางไปที่ร้านทองทีสิ ฉันจะเอาทองไปแลกเป็ฟรังก์ จะเก็บฟรังก์ไปซื้อไอเทม”
“มันได้อยู่แล้วล่ะ สหาย” เ้าลูกไฟตอบ พร้อมเปิดเส้นทางไปยังร้านทองที่ใกล้ที่สุด
“ต้องวิ่งอีกแล้วหรอ ม่อน” เฟลิกซ์ถามไปอย่างกวน ๆ
“ม่อน?? เ้าเรียกใคร” ลูกไฟสีแดงถามต่อ
“อ้าว ก็แกไง เรียกเรดเดมอน มันยาวอ่ะ ขอเรียกม่อนแล้วกันนะ เพราะเราน่าจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน โอเคนะ ม่อน” ชายหนุ่มตอบไปแบบกวน ๆ อีกครา
“หน็อย ปากดีแบบนี้ วิ่งไปทำเควสต์เลย วิ่งให้ขาลากไปเลย” ภูตประจำกายตอบ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันไม่ได้โง่นะ แรก ๆ ก็ต้องวิ่งเอาแบบนี้แหละ เดี๋ยวฉันเก็บฟรังก์ไปซื้อม้าได้ ก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว” เฟลิกซ์ตอบไปอย่างมั่นใจ
นักผจญภัยและภูตคู่กาย ต่อปากต่อคำกันกลางหมู่บ้านสักพัก จากนั้นก็พากันเริ่มเคลื่อนตัวไปยังร้านทองตามที่ตั้งใจไว้ ทันทีที่มาถึงร้านทอง เฟลิกซ์ก็อึ้งจนพูดไม่ออกกับภาพที่เห็นตรงหน้า