จิ๊ดริดที่รัก

    9. จิ๊ดริดของเก่า 1

            “ผึ้ง ช้าง ไหว้สวัสดียายสายกับน้าวรรณสิ อีกหน่อยต้องได้เจอกันบ่อย”

            เด็กหญิงชายท่าทางแก่นแก้วทั้งสองยกมือไหว้อย่างว่าง่าย

            “นี่หลานของฉันเอง คนโตชื่อผึ้ง อายุห้าขวบ ส่วนคนเล็กชื่อช้าง อายุสามขวบ” น้ำเสียงของยี่สุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข วันนี้เป็๲วันแรกที่ครอบครัวลูกสาวย้ายมาอยู่ที่บ้านสวนกับเธอ กอปรกับที่สายและวรรณารีไม่ได้ออกไปไหนใน๰่๥๹นี้เพราะต้องอยู่เฝ้าการก่อสร้างบ้านและร้านที่ตอนนี้เสร็จไปแล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เมื่อเห็นโอกาสดี ยี่สุ่นจึงไม่ลืมที่จะพาหลานทั้งสองคนมาที่บ้านท้ายสวนเพื่อทำความรู้จักกันไว้

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะผึ้ง ช้าง วันไหนเบื่อก็มานั่งเล่นกับหนูจิ๊ดริดของน้าได้ แล้วน้าจะทำขนมอร่อย ๆ ให้กิน” วรรณารีพูดแทนสายที่เอาแต่นั่งมองเด็กทั้งสองอย่างเงียบ ๆ

            อลิสราและคชาภัทรแม้จะรู้สึกเกรงกลัวสายตาของสายอยู่บ้าง แต่ด้วยบุคลิกไม่กลัวใครเป็๲ทุนเดิม ทั้งคู่ก็อดสอดส่ายสายตามองไปทั่วอย่างสนอกสนใจไม่ได้ กระทั่งมาหยุดอยู่ที่เด็กหญิงวัยห้าเดือนในอ้อมแขนของวรรณารี ตัวเด็กหญิงเองก็กำลังจ้องมองสองพี่น้องตาแป๋วด้วยเช่นกัน

            วรรณารีเห็นสายตาของทั้งคู่ก็อมยิ้ม “จิ๊ดริด ทักทายพี่ผึ้งกับพี่ช้างสิลูก”

            “จาจะ...” ที่รักทักออกมาเสียงดังแถมยังยื่นมือขวาอวบ ๆ ไปทางอลิสราและคชาภัทรด้วย เสียงและท่าทางแบบนี้ของเธอได้สร้างความสนใจให้กับสองพี่น้องยิ่งขึ้นอีก

            “อยากเห็นน้องใกล้ ๆ ไหม”

            เมื่อได้ยินคำชักชวนของวรรณารี อลิสราและคชาภัทรต่างแย่งกันปีนขึ้นไปบนแคร่ไม้และมองตุ๊กตารูปร่างอ้วนขาว ตาเรียวเล็กเหมือนตุ๊กตาจีนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างชอบอกชอบใจ

            เพราะยังรู้สึกแปลกหน้าจึงไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา แต่ถึงอย่างนั้น สายตาที่ทั้งคู่ใช้จ้องมองวรรณารีนั้นกลับแฝงไปด้วยการกล่าวหานิด ๆ ที่ไม่ยอมปล่อยตุ๊กตาอ้วนออกจากอ้อมแขนมาเล่นกับทั้งคู่เสียที

            วรรณารีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “รอแป๊บนะจ๊ะ น้าขอปูผ้าบนพื้นก่อน น้องยังเล็ก ผิวยังบางอยู่” เมื่อจัดแจงปูผ้าเรียบร้อยแล้ว วรรณารีจึงวางที่รักลง หลังจากนั้น สองพี่น้องก็คลานมาห้อมล้อมเด็กหญิงในทันที

            ที่รักกางแขนกางขานอนบนผ้าอย่างสบายตัวพร้อมกับขยับแขนขาตีกับพื้นแคร่อย่างมีความสุข เธอหัวเราะคิกคักเล่นกับตัวเองอย่างอารมณ์ดีจนลืมสนใจเด็กชายและหญิงสองคนไปเสียสนิท

            คชาภัทรนั่งมองตุ๊กตาตัวกลมที่ขยับดุกดิกอยู่เบื้องหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก เขาเขยิบเข้าไปใกล้เธออีกนิด ตาจับจ้องอยู่ที่แก้มยุ้ยทั้งสองข้างด้วยอยากเอานิ้วไปลองจิ้มใจแทบขาด อยากรู้ว่าจะนุ่มนิ่มเหมือนตาเห็นไหม

            ไม่คิดเปล่า มือของเด็กชายได้ค่อย ๆ เคลื่อนไปยังแก้มที่อยู่ใกล้ และก่อนที่จะทันได้๱ั๣๵ั๱อย่างใจนึก สายตาเขาก็ไปปะทะกับดวงตาเล็ก ๆ คู่นั้นของเธอเสียก่อน

            ที่รักที่กำลังนอนเล่นอย่างอารมณ์ดี รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของมือข้างนั้น เธอหันขวับมาจ้องหน้าเ๽้าของมืออย่างสนอกสนใจ แล้วริมฝีปากเล็กสีชมพูก็พลันแย้มยิ้มพร้อมกับขยิบตาข้างขวาให้อีกหนึ่งที

            “กี้...” หลังจากนั้นก็ส่งเสียงทักไปแบบกรุบกริบ

            คชาภัทรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนขยับถอยห่างและหรี่ตามองอย่างไม่ใคร่ไว้ใจเท่าไร

            ผู้ใหญ่ต่างกลั้นขำกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า

            “ท่าทางจิ๊ดริดจะตกหลุมรักหลานคุณนายเข้าอย่างจังแล้วนะคะ” วรรณารีหัวเราะเบา ๆ

            ยี่สุ่นหัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียงแบบน้อยครั้งที่จะได้เห็น ส่วนสายเพียงแค่อมยิ้มจาง ๆ ออกมาเท่านั้น

            คชาภัทรใบหน้าแดงก่ำ สำหรับเด็กวัยสามขวบอย่างเขาที่ตอนนี้ฟังคำผู้ใหญ่พูดเข้าใจหมดแล้ว คำว่ารัก ๆ ชอบ ๆ ดูเหมือนจะสร้างความรู้สึกทางใจมากเกินไปสักหน่อย แม้จะรู้สึกอายไม่ใช่น้อยแต่สายตายังคงจ้องไปที่เด็กประหลาดคนนี้เขม็ง

            “เป็๞ไงลูก น้องน่ารักใช่ไหม ยายบอกแล้วว่าถ้าผึ้งกับช้างมาเจอจะต้องชอบ”

            “น้องตัวสั้นจัง” อลิสราเอ่ยปากพูดประโยคแรก

            คชาภัทรกวาดตามมองไปทั่วตัวที่รักและพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่สาว นอกจากสั้นแล้วยังอ้วนด้วย

            “ตอนผึ้งกับช้างอายุเท่าน้องก็ตัวป้อม ๆ สั้น ๆ แบบนี้แหละ เมื่อน้องโตขึ้นก็จะเหมือนหลานทั้งคู่เอง”

            คชาภัทรมองทั่วร่างเด็กหญิงอีกครั้งด้วยสายตาที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งต่อคำพูดของยาย เ๹ื่๪๫สูงเขาไม่เถียง แต่เ๹ื่๪๫อ้วนนี่สิ

            “มัมมะ” ที่รักพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองแม่ตาละห้อย

            “หิวแล้วสิ” วรรณารีพูดอย่างรู้ใจ เธอลุกเดินไปหยิบขวดนมที่ชงเตรียมไว้แล้ว ต่อจากนั้นก็เตรียมอุ้มเด็กหญิงขึ้นตัก แต่คราวนี้ที่รักกลับปฏิเสธ

            “ทำไมล่ะลูก แม่จะอุ้มหนูหม่ำ ๆ นมไง”

            เด็กหญิงปัดแขนแม่ทิ้ง ขณะที่มืออีกข้างชี้ไปที่ขวดนมและทำท่ากวักมือเพื่อขอ

            “สงสัยเริ่มอยากนอนกินคนเดียว” ยี่สุ่นเดา

            วรรณารียิ้มและทดลองส่งนมให้ลูกสาว

            เด็กหญิงใช้มือทั้งสองข้างจับขวดนมไว้มั่นก่อนจะนำจุกนมส่งเข้าปากพร้อมกับดูดส่งเสียงจุ๊บจั๊บอย่างน่าอร่อยโดยมีสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของผู้ใหญ่มองมา

            คชาภัทรมองแก้มป่อง ๆ ที่กำลังดูดนมอย่างดุเดือดของเธออย่างคันไม้คันมือ อารมณ์อยากพิสูจน์ความนุ่มกลับมาอีกครั้ง นั่งลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก็ทำใจกล้าค่อย ๆ ยื่นปลายนิ้วชี้ขยับเข้าไปใกล้แก้มของเด็กหญิง

            ตุบ...

            แต่ยังไม่ทันได้จิ้มสมใจ เท้าสั้น ๆ อวบ ๆ ของเธอกลับยกขึ้นมาพาดบนตักของเขาเสียก่อน คชาภัทรนั่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาจ้องไปยังปลายนิ้วเท้าเล็ก ๆ ทั้งห้าที่กระดุกกระดิกไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก

            ใจอยากจะผลักเท้านี้ไปให้พ้นตัว แต่เมื่อเห็นเด็กหญิงทำตาปรือคล้ายกำลังจะหลับ คชาภัทรจึงตัดใจยอมนั่งนิ่ง ๆ และควักช็อกโกแลตแท่งโปรดจากกระเป๋ากางเกงมานั่งกินอย่างเงียบ ๆ

            ภาพของเด็กชายที่อุทิศตักของตัวเองให้เด็กหญิงใช้เท้าพาดได้สร้างความประทับใจให้กับยี่สุ่นและวรรณารีเป็๞อย่างยิ่ง แววตาของทั้งคู่ต่างเผยถึงความชอบใจออกมาอย่างเต็มที่


            ในอีกสองเดือนต่อมา บ้านและร้านของสายกับวรรณารีก็ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงย้ายเข้าไปอยู่ในทันที

            บ้านที่สายสร้างเป็๲บ้านปูนชั้นเดียว มีสี่ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว หนึ่งห้องนั่งเล่น และหนึ่งห้องครัวบวกห้องกินข้าวเท่านั้น ที่สายไม่ทำบ้านหลายชั้นเพื่อให้ดูอลังการกว่านี้เพราะไม่อยากให้เป็๲ที่จับตาของผู้คน บวกกับบ้านชั้นเดียวแบบนี้ดูแลง่ายกว่า

            ส่วนทางด้านร้านขายของเก่าที่สร้างติดกับบ้านใหม่นั้น แม้ไม่ได้ใหญ่โตนักแต่ก็เพียงพอที่จะประกอบกิจการซื้อขายได้ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ควรมีในร้านอย่างเครื่องช่วยยกของหนัก เครื่องปอกสายไฟ และเครื่องบดอัดกระดาษก็มีอยู่ครบตามความเหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่เท่านั้น เธอยังได้จ้างคนงานผู้ชายอีกสองคนเพื่อช่วยยกของและคัดแยกประเภทของที่รับเข้า

            เมื่อเริ่มรับซื้อของเก่าได้สักระยะ ร้านจิ๊ดริดของเก่า ก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้นทุกวัน จากลูกค้าที่เข้ามาขายของให้หลักสิบกลับกลายเป็๲หลักร้อยต่อวัน ข้าวของที่รับซื้อในแต่ละวันจึงมีจำนวนมากและมีทุกประเภท แต่ร้านจิ๊ดริดของเก่ากลับไม่มีข้าวของกองสุมให้เห็นแบบร้านรับซื้อของเก่าทั่วไป เหตุเพราะวรรณารีใช้ระบบซื้อมาขายไปแทบจะทันทีหากของนั้นได้มาในปริมาณมากพอที่จะขายได้

            เธอไม่มีความคิดที่จะเก็บสะสมเอาไว้นาน ๆ เพื่อรอราคาดีดขึ้นเพราะราคาของพวกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ วันนี้ราคาสูง อีกวันกลับถูกลงหลักบาทจนถึงหลักสิบบาทก็มี เธอจึงอาศัยขายเอากำไรวันต่อวัน ถึงจะได้กำไรน้อยแต่เมื่อนำกำไรที่ได้มารวมกันก็เป็๞หลักหมื่นเช่นกันในแต่ละเดือน

    อีกอย่างการสะสมของไว้จนแออัดอาจกลายเป็๲แหล่งเพาะเชื้อโรคและเป็๲ที่อยู่ของสัตว์มีพิษได้ ที่บ้านมีทั้งผู้สูงอายุและเด็ก วรรณารีไม่ยอมให้เกิดเ๱ื่๵๹อันตรายใด ๆ เด็ดขาด

            หลังจากเปิดกิจการได้แปดเดือน ร้านมีความมั่นคงขึ้น วรรณารีจึงได้รับสมรและอุไร เพื่อนร่วมอาชีพมาทำงานเป็๞พนักงานที่ร้านอย่างถาวรเพื่อช่วยเธอจัดการร้าน ไม่เท่านั้นยังรับลูกจ้างรายวันเพื่อคัดแยกของ ซึ่งในแต่ละวันมีไม่ต่ำกว่าสิบคน ทำเอาร้านรับซื้อของเก่าที่อยู่ในละแวกนั้นต่างมองค้อนกันตากลับ

            เหตุที่ร้านจิ๊ดริดของเก่าได้รับความนิยมจากผู้ซื้อและผู้ขายเป็๲อย่างมากส่วนหนึ่งก็มาจากอัธยาศัยที่ดีของวรรณารีทำให้ลูกค้าชอบใจ บวกกับราคาที่ค่อนข้างยุติธรรมในการรับซื้อและขาย จึงมีลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยเรียงคิวเข้าหาจนพื้นร้านแทบสึก ผลที่ได้คือเงินกำไรที่เข้ามาจนกระเป๋าฟูเพิ่มขึ้นทุกเดือน