ณ ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน
สถานที่แห่งนี้เป็ลานกว้างขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา และรายล้อมไปด้วยป่า มีกำแพงกั้นไว้ไม่ให้สัตว์อสูรเร้นกาย เข้ามาทำร้ายคนที่นี่ อาจจะกล่าวว่าที่นี่คือป้อมปราการดีๆ นี่เอง
"เ้าเป็ใคร! " จางเซียนหยุดทันทีเมื่อเจอยามแผดเสียงวางอำนาจใส่ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครให้ความสนใจเพราะมันเป็เื่ที่ชินตาแล้ว ชายหนุ่มเงยหน้ามองกำแพงที่ตอนนี้มียามเฝ้าประตูสองคน
จากเนตรสมบัติราชัน เขาพบว่ายามทั้งสองมีพลัง 'สร้างกายลมปราณ ระดับ 3 ขั้นต่ำ' นับว่าเป็การป้องกันที่แ่าจนเขาสามารถตายได้เพียงลมหายใจเดียว
(เนตรสมบัติราชัน : หากใช้เต็มที่จะเกิดเป็เนตรมรกต แต่หากใช้ในพลังงานที่น้อยแสงที่จะปรากฏในั์ตานั้นก็จะน้อยตามนะครับ //ซึ่งส่วนประตูกล ที่ว่าอาคมไรเนี่ยจะมีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ อาจกล่าวเป็ทักษะหลักของตัวละครเลยก็ว่าได้)
"ข้ามีนามว่า จางเซียน เป็คนจากดินแดนลุ่มแม่น้ำตอนล่าง" ยามทั้งสองพยักหน้า
"เ้าเข้าไปได้ แต่จงจำไว้อย่าขัดกฎศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเด็ดขาด ไม่งั้นเ้าจะไม่ได้มาที่นี่อีกเป็ครั้งที่สอง" จางเซียนพยักหน้าคล้ายไม่สนใจ เดินผ่านทันทีทำให้หนึ่งในยามเกิดความไม่พอใจ
"ไอ้เด็กนี่" ฟูม!
คลื่นลมปราณไร้การมองเห็นหมายจะทำร้ายเด็กหนุ่มเป็การสั่งสอน
ในเวลานั้นเองั์ตาชายหนุ่มก็ปรากฏแสงสีเขียวอ่อน
'ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง' จางเซียนศึกษาองค์ประกอบอย่างเต็มที่ ทำให้เขารู้จุดอ่อนของลมปราณว่าอยู่ตรงไหน เพียงแค่จี้จุดลงไปก็สามารถทำลายได้สบายแล้ว
ดีที่มันอ่อนแอมีโครงสร้างไม่มั่นคงปานนี่เขาคงาเ็ไปแล้ว
"ปุง (เสียงปากจางเซียน) "
ปัง!!
"อัก" ยามดังกล่าวตัวโก่งด้วยความเ็ปเล็กน้อย แม้จะไม่มากเพราะไม่ใช่การดึงพลังจากจุดตันเถียนโดยตรงแต่ใช้พลังจากธรรมชาติ ไม่งั้นร่างกายของเขาคงเจ็บภายในเป็แน่
"เป็ไปได้อย่างไง? " ผู้เฝ้าประตูพิงกำแพงบ้วนน้ำลายออกมา ขณะที่จางเซียนเดินเข้าที่แห่งนี้สำเร็จ พร้อมตอกหน้ายามระดับ 3 อย่างสาหัส
"เป็อะไรรึเปล่าสหาย" ยามที่มีพลังน้อยกว่าไม่รับรู้สถานการณ์จึงเดินเข้ามาถาม
"ไม่ๆ ๆ ๆ ข้าไม่เป็ไร แค่กินไรผิดสำแลงนิดหน่อย" แมร่งเอ๊ย! ใครมันจะกล้าพูดละว่ะว่าโดนเด็กอายุ 19 ปีอัดปราณใส่จุดอ่อนจนร่างกายทรุดโทรมและบ้วนน้ำลายออกมา
จริงๆ สามารถหาทางแก้ตัวได้แหละ แต่ไอ้เด็กนั้นมีพลังแค่ระดับ 1 เอง เขาระดับ 3 เผลอไปบอกว่าอีกฝ่ายขี้โกงโจมตีจุดอ่อน เขาคงเป็ตัวตลกสำหรับหน่วยการป้องกันเป็แน่
ไอ้เด็กสารเลว!
แกนี้มันสารเลวจริงๆ!
"เฮ้อ! ไม่มีไรหรอก กลับไปเข้าที่ได้แล้ว"
ยามมองไปยังตัวการพบว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังยกยิ้มชั่วร้ายให้เขาอยู่
'ร้ายกาจยิ่งนัก เด็กเดี๋ยวนี้มันไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เสียบ้างแล้ว'
ขณะเดียวกันจางเซียนก็เดินมาถึงกระดานบานหนึ่ง แน่นอนกระดานนี้คือกฎการอยู่ร่วมกันของคนในศูนย์กลาง หากผิดกฎข้อเดียวอาจโดนโยนออกจากที่นี่ได้สบาย
"วางกฎได้ครอบจริงๆ ชิ! อย่างนี้เราก็ทำเลวไม่ได้น่ะสิ" จางเซียนกล่าวไม่พอใจ
"ไม่ๆ ๆ ข้ามาที่นี่เพื่อเข้าสำนักัโลหิต หามาได้สร้างความลำบากแก่คนอื่นไม่"
ในเวลานั้นเองก็เกิดคำถามในหัวชายหนุ่ม
"ใช่สิ! ...แล้วข้าจะไปสมัครเข้าทดสอบสำนักที่ไหนละ? " จางเซียนได้แต่ถามตัวเอง ในเวลานั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นชายสองคนสวมชุดสีม่วงเดินไปทิศทางหนึ่ง ความรู้สึกที่ได้มองคล้ายโดนแช่แข็ง แต่ด้วยพลังบางอย่างบนอกทำให้จิตใจของจางเซียนสงบลง
เขามองต่ำลงไปพบว่าสิ่งที่คือ 'พจนานุกรม' ที่ซ่อนอยู่บนหน้าอกนั่นเอง
'ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าจักไม่มีวันลืมบุญคุณนี้เลย' ไม่รอช้าจางเซียนเดินไปยังทิศทางดังกล่าวทันที ในหัวของเขาตอนนี้คือ จะเข้าไปถามทั้งสองดีไหม? หรือจะเดินไปจนกว่าจะเมื่อยขาดี?
ไม่นานเขาก็ต้องยกยิ้ม ,เมื่อเห็นธงสีขาวขนาดใหญ่รูปหัวัสีแดงเด่นสง่าอยู่
"สำนักัโลหิต" ชั่งเป็ชื่อที่น่าเกรงขามนัก ชายหนุ่มกวาดสายตามองลานกว้างสุดลูกหูลูกตา อาจกล่าวว่าสำนักแต่ละแห่งจะมีความสนใจแตกต่างกัน
ยกตัวอย่างเช่นสำนักัโลหิต จะถูกตั้งบนศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน สำนักเซียนวิถีตั้งอยู่บนศูนย์การขนส่ง และสำนักอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้แต่ละสำนักมีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อและความโดดเด่นในแต่ละสถานที่ นับว่าเป็การพัฒนาที่แปลกประหลาดและส่งเสริมผลดีจำนวนมาก
"เ้าจะยืนขวางข้า หรือจะให้โดนกระทืบก่อนถึงจะคลานไป? "
จางเซียนมองไปด้านหลัง พบชายคนหนึ่งชุดสีเงินมองเขาปานจะกลืนกิน
"ขออภัย" ชายหนุ่มหลีกทางอย่างว่าง่ายและใช้เนตรมรกต เขาพบว่าด้านข้างไอ้เด็กเปรตนี่มีอาคมรูปแบบหนึ่งปกปิดอยู่ สิ่งนั้นเป็แส้อย่างแน่นอนเพียงแต่ลงอาคมล่องหนไว้ไม่ให้เห็น
'น่าสนใจ...ในเมื่อเนื้อที่ตั้งเยอะเ้ากลับไม่เดินผ่านแต่ยังวางมาดใส่ข้า นับเป็เื่ดีที่ข้าจะสั่งสอนเด็กอย่างเ้า' จางเซียนลูบปากตัวเองคล้ายมีเวลาว่าง
'ขอแส้นี่หน่อยละกัน พอดีโยนดาบทิ้งไปแล้ว' ไม่ว่าปล่อยจางเซียนฉวยโอกาสปลดอาคมที่ติดกับร่างกายเด็กนี้ออก และเก็บแส้ที่ล่องหนมาเป็ของตน
"โอ้! นี่ท่านมาที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย? " เด็กนรกวิ่งเข้าไปหาชายชุดม่วงทั้งสอง ชายหนุ่มสังเกตดีๆ พบว่าอีกฝ่ายนั้นเป็ชาย 1 ชรา 1 แต่พลังยุทธทั้งสองนั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาแน่นอน
"โอ่! เ้าคือตัวแทนตระกูลกริมเหรอเนี่ย? " เซียนสิงกล่าวอย่างเคลือบแคลง
"ถูกแล้ว ข้าขอคารวะท่านทั้งสอง ข้ามีนามว่า 'กริมชิง' เป็บุตรคนโตของตระกูล มีพลังยุทธอยู่ที่กายสร้างลมปราณระดับ 1 ขั้นสูงอีกไม่นานน่าจะเข้าระดับ 2 " แม้จะแนะนำตัวแต่ก็เป็การโชว์ความสามารถตัวเองอยู่ดี
เซียนอี้หลี่ไม่สนใจ แต่นึกคำของท่านปู่ได้ก็นอบน้อมทันที
"ข้ามีนามว่า 'เซียนอี้หลี่' เห็นทีตำแหน่งศิษย์หลักย่อมเป็ใครไม่ได้นอกจากท่าน"
ชายแก่พยักหน้าดีใจ ดูเหมือนคนที่ไม่รู้น่าจะมีคนเดียว
"จะคุยกันทำหอกไรนักหนาวะ" จางเซียนกล่าวเบาๆ เพราะกริมชิงนั้นโอ้อวดตัวเองอย่างดุเดือด ขณะที่ทั้ง 2 ปู่หลานได้แต่ยืนฟังและยิ้มตอบคล้ายสนใจ แต่ก็ไม่สนใจ
"ได้เวลาแล้วสินะ" แววตาจางเซียนแคบลง เมื่อรับรู้การแปรปรวนของอากาศ
การประลองจะเริ่มขึ้นแล้ว!