บทที่ 81 อยู่บ้านท่านก็ต้องทำงาน
ถึงแม้ว่าสิ่งที่ชิงหมินพูดออกมาจะสมเหตุสมผล ทว่าชายชรากลับคิดว่าคำพูดของเด็กหนุ่มเชื่อถือไม่ได้เอาเสียเลย เขาจับผิดคนพูดอยู่เกือบห้าวินาที สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมา
สำหรับเรื่องนี้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรมากมายอยู่แล้ว แค่ได้ยินว่ามันเป็นสมบัติระดับ 10 นี่ก็เพียงพอที่จะยินดีสำหรับการเก็บรักษาพวกมันเอาไว้ หลังจากนี้...เมื่อสงครามจบลง พวกเขาค่อยไปหาผู้ประเมินระดับสูงกว่าก็ยังได้
ชายชราเก็บสมุนไพรกลับลงไปในกล่องสมบัติ ในห้องนี้มีชั้นสมุนไพรมากมาย แต่ดูแล้วน่าจะเป็นสมุนไพรระดับสูงทั้งหมด ส่วนสมุนไพรที่นักปรุงยาใช้อยู่ในทุกวันนี้จะถูกจัดเตรียมอยู่ด้านนอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรระดับ 1-4 และเน้นไปที่สมุนไพรเพื่อการรักษามากกว่า
ชิงหมินนึกไปถึงเนื้อเรื่องเดิมของนิยาย เขาจำได้ว่าในช่วงเวลาสงครามเช่นนี้ ทั้งนางเอกและพระเอกของเรื่องจะช่วยกันและกันอย่างลับๆ โดยนางเอกจะเป็นผู้ส่งสมุนไพรมาให้เขาเพื่อสนับสนุนในการทำสงคราม ซึ่งด้วยความช่วยเหลือของนาง การดำเนินการของทหารในกองทัพอิสระก็ปลอดภัยมากขึ้น
เขาไม่รู้ว่าครั้งนี้ยังเป็นเหมือนกันหรือไม่ แต่จากที่มองเห็นด้วยตาเช่นนี้แล้ว ทัพอิสระก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องสมุนไพรจริงๆ บางทีความสัมพันธ์ของทั้งสองอาจจะพัฒนาขึ้นเหมือนกับที่เขารู้ก็เป็นได้
“ในช่วงนี้เจ้ากำลังทำผงชาอยู่ที่บ้านใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“อืม ถ้าอย่างนั้น...เจ้าก็คงจะมีเวลาว่างไม่น้อยเลย?”
“เวลาว่างหรือขอรับ ข้าจะมีเวลาว่างได้อย่างไร การทำชาดอกไม้ก็เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนมากเช่นกัน”
“หือ? เป็นเช่นนั้นหรือ? ไม่ใช่แค่ตาก คั่ว แล้วก็รอบดทีเดียวหรอกหรือ? ยังมีกรรมวิธีอื่นอีก?” ชายชรากล่าวอย่างรู้ทัน สิ่งนี้ทำให้ชิงหมินผู้ต้องการนอนเล่นไปวันๆได้แต่หัวเราะแห้งๆ
“ถ้ามีเวลาว่างวันละ 2-3 ชั่วโมง เจ้าก็มาช่วยงานที่นี่บ้างสิ”
“ช่วยงานหรือขอรับ? ข้าไม่ได้มีทักษะในการรักษาหรือการปรุงยาเลย ถ้าให้มาช่วยที่นี่ก็คงจะเรียกว่าเป็นการมาเกะกะเสียมากกว่า”
“เกี่ยวอันใดกับทักษะในการรักษาหรือปรุงยา ข้าไม่ได้บอกให้เจ้ามาช่วยเพราะเจ้ามีทักษะเหล่านั้นเสียหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านอยากให้ข้าช่วยเรื่องใดหรือขอรับ” ชิงหมินมองหน้าชายชราอย่างตรงไปตรงมา
“การปลุกพลังทักษะขึ้นมาได้นั้นเป็นเรื่องดี แต่การที่จะยกระดับทักษะยังคงต้องอาศัยความพยายาม เจ้ามีพลังในการประเมินไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นก็คงจะดีกว่าหากได้ใช้ทักษะบ่อยขึ้น หลังจากที่เจ้าใช้พลังของเจ้าในทุกๆวัน มันจะทำให้เจ้ามีความแข็งแกร่ง หรืออาจจะยกระดับของตนเองในสักวันหนึ่งก็เป็นได้”
“ข้าอยากให้เจ้ามาช่วยตรวจสอบสมุนไพรที่กองกลางส่งมาให้โรงหมออีกรอบ หลายครั้งเมื่อผ่านพวกเขามาแล้ว ก่อนที่จะมาถึงมือของโรงหมอ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย มีหลายครั้งที่พวกเราใช้สมุนไพรผิดจนทำให้เกิดปัญหาขึ้น ถ้ามีเจ้าช่วยตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนใช้งาน ข้าก็คิดว่ามันน่าจะดีกว่า”
ชายชราให้เหตุผล ซึ่งชิงหมินก็เข้าใจทุกอย่างที่ชายชราพูด เพียงแต่...ชิงหมินเป็นคนขยันหมันเพียรเช่นนั้นเลยหรือ? เขาอยู่ที่บ้านหลังเล็ก วันๆนั่งกิน นอน แล้วก็ศึกษาเรื่องชาของเขา ยกระดับความสามารถในการปรุงชาไม่ดีกว่าหรือไร
ราวกับว่าเข้าใจความคิดของชิงหมิน ชายชราแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม
“เจ้าคงไม่อยากจะได้ชื่อว่า .... “คนที่หัวหน้าเลี้ยงดู” ไปตลอดเช่นนี้หรอกใช่ไหม? วันๆเจ้าไม่ได้ทำอันใดเหมือนกับผู้อื่นเขา นั่งๆนอนๆรอเวลากินเพียงอย่างเดียวเช่นนี้ ผู้คนก็ยิ่งมองเจ้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปมากเท่านั้น เจ้าคิดว่าตนเองจะอยู่ในสถานะนี้ได้ตลอดไปหรือ? ไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรีหรืออย่างไร”
“ผู้อาวุโสกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ ข้าก็ทำผงชาเพื่อแลกเปลี่ยนอยู่นะขอรับ”
“เฮ้อ เจ้ามันไม่ได้เรื่องจริงๆ ลองเก็บไปคิดดูก็แล้วกัน ทุกคนที่นี่ฝึกฝนกันอย่างหนักและทุกๆวันต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงตาย นี่ก็เพื่อประชาชน และบางครั้งก็อาจจะเป็นพวกเขาที่ได้ปกป้องพี่น้องของเจ้าด้วย ส่วนเจ้าจะทำเพียงรอทำผงชาให้เป็นการตอบแทนอย่างนั้นหรือ? มันไม่ง่ายไปหน่อยหรืออย่างไร”
ชายชราตำหนิอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าเด็กหนุ่มผู้งดงามนี้จะเป็นคนของหัวหน้าก็เถอะ แต่ในเมื่อหัวหน้าก็ยังทำงานหนักและเอาชีวิตเข้าแลก เด็กเลี้ยงของหัวหน้าผู้นี้จะไม่ทำอันใดเลยหรือ?
เขากลัวว่าถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นกับหัวหน้าขึ้นมา คนในกองทัพอิสระที่ยังเหลืออยู่และต้องการจะสู้ พวกเขาจะมองเด็กน้อยผู้นี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปน่ะสิ
ทัพอิสระจะไม่มีวันหายไป หัวหน้าเคยบอกว่าต่อให้เขาต้องตาย ทัพอิสระก็จะต้องหาผู้นำคนอื่นขึ้นมาให้ได้ เพราะเมื่อพวกเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังมีชีวิตของทุกคนเป็นเดิมพันอยู่ด้วย
งานที่หัวหน้าทำอยู่อันตรายแค่ไหนไม่มีใครไม่รู้ ความตายอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงเอื้อมมือเท่านั้น ถ้าเด็กน้อยชิงหมินต้องการอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขจนกว่าสงครามจะจบลง ชายชราคิดว่าเขาควรจะต้องหางานที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพทำบ้าง ไม่อย่างนั้นในภายหลัง...ควรจะเป็นเขาที่ต้องเสียใจเอง
ชิงหมินไม่ได้รู้ว่าชายชรากำลังหวังดีให้ตนเอง แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดกับคำพูดที่ว่า “เขาเป็นเด็กเลี้ยง” ของผู้อื่นอยู่ดี แม้ชิงหมินจะรู้ว่าชาโม่ลี่ฮวาของเขามีคุณภาพมากขนาดไหน ทว่า...เขาก็ยิ่งรู้ดีกว่าใครว่าเขาไม่ได้ทำงานหนักเพื่อทุกคนเลย
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้น...ข้าจะมาช่วยตรวจสอบสมุนไพรให้ในทุกๆเช้าก่อนก็แล้วกัน” ชิงหมินรับปากอย่างช่วยไม่ได้ ชายชรามองหน้าเขาแล้วก็พยักหน้ารับ
เด็กน้อยผู้นี้ไม่ได้รับงานที่หนักหนาเกินไป หัวหน้าไม่ควรจะตำหนิเขาเกี่ยวกับคำพูดที่พูดออกไปนี้ อย่างไร...นักประเมินจากกองกลางที่ประเมินสมบัติก่อนจะนำไปแจกจ่ายในส่วนต่างๆก็ทำงานมาแล้วรอบหนึ่ง หลี่ชิงหมินเพียงแค่ต้องตรวจสอบอีกรอบเป็นการช่วยยืนยันและลดความผิดพลาดก็เท่านั้น
เมื่อฝูเซ่าได้ยินว่าคุณชายของเขาได้รับมอบหมายงานสำคัญมา แถมยังเป็นแค่งานประเมินสมุนไพรเหมือนกับที่คุณชายเคยทำอยู่ที่สกุลหลี่อยู่แล้วด้วย เขาก็รู้สึกยินดีมาก
อาศัยตอนที่คุณชายกำลังทำงานหนัก เขาก็จะไปขอฝึกฝนกับพวกทหารทัพอิสระ ตั้งใจว่าหลังจากนี้จะพยายามแข็งแกร่งขึ้นเพื่อในอนาคต...เขาจะสามารถปกป้องคุณชายของเขาได้ด้วยตนเอง
ชิงหมินได้มีงานประจำทำ เขาก็รู้สึกได้ว่าสายตาของทุกคนมองเขาในแง่ดีขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ชายชราพูดจริงๆ อย่างน้อยๆ...ชิงหมินก็ไม่ได้รอกินแล้วก็นอนหลับเหมือนกับทุกๆวัน เขาสละเวลามาวันละ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก บางวันเมื่อตรวจสอบแล้วไม่เจอปัญหาอะไร เขาก็ยังกลับไปพักได้เร็วขึ้นด้วย ถือว่าเป็นการเดินออกมายืดเส้นยืดสายเสียมากกว่า
เมื่อผ่านไปได้ 2 เดือนกับชีวิตที่สงบสุข ในที่สุดคนตัวใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดก็กลับมาพร้อมกับข้าวของมากมายอีกครั้ง ชิงหมินสังเกตเห็นว่าแหวนมิติในมือของเขามีมากกว่า 4 วง แต่ยังมีบางส่วนที่ต้องแบกขึ้นมาโดยต้องขนขึ้นลงจากเขาเป็นจำนวน 4-5 รอบ ดังนั้น...นี่จึงควรจะเป็นการแลกเปลี่ยนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ
เขาได้ยินจากผู้บาดเจ็บที่กลับมาเล่าให้ชายชราฟัง เขาพูดเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนกับกลุ่มการค้าสกุลทง คนพวกนั้นไม่ต้องการจะแลกเปลี่ยนในครั้งแรก แต่หลังจากที่หัวหน้าเข้าไปเจรจากันเพียงสองคน เขาก็ยอมตกลงที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าเสียอย่างนั้น โชคดีที่ไม่มีการต่อสู้ใหญ่ มีเพียงการต่อสู้เล็กๆในตอนที่ยังเจรจากันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผู้เสียชีวิตคงจะไม่มีแค่ 2 คนเป็นแน่
กลุ่มการค้าสกุลทงเป็นกลุ่มการค้าขนาดใหญ่ พวกเขามีทหารรับจ้างสุดยอดฝีมืออยู่ในฝั่งของตนเอง หากต้องต่อสู้กันอย่างเต็มกำลัง เชื่อได้เลยว่าต่างฝ่ายต่างต้องเจ็บหนักแน่
ชิงหมินยังได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่ทัพอิสระแลกเปลี่ยนมาได้มากที่สุด สิ่งนั้นก็คือ “ระเบิด” ซึ่งมีอานุภาพรุนแรงมาก พวกดาบและอาวุธอื่นๆเป็นเพียงเรื่องรองเท่านั้น ไม่แปลกที่หลังจากนี้...พวกเขาจะคาดการณ์เกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งต่อไป ว่าควรจะได้เปรียบมากกว่าฝ่ายศัตรูมาก
เพียงแต่...สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เขาได้แต่ถอนหายใจหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวดำเนินไปอย่างนี้ กลายเป็นว่ากลุ่มการค้าสกุลทงตกลงทำการค้าขายกับกองทัพอิสระจริงๆหรือ? นี่เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างมันไม่เคยเหมือนกับเส้นเรื่องเดิมอีกต่อไป ชิงหมินได้แต่คาดหวังว่าสงครามนี้จะจบลงโดยเร็วที่สุด เขาไม่ต้องการใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายที่อันตรายเหล่านี้แล้ว
เมื่อซีเฉิงกลับมา คืนแรกที่เขาอยู่ในค่ายหลังจากการประชุมกับพวกหัวหน้ากองกำลังของตนเอง เขาก็ให้คนมาเรียกชิงหมินไปหาที่บ้านพักของเขาทันที
ชาในถ้วยของเขายังส่งกลิ่นหอมที่คุ้นเคย ชิงหมินแบ่งชาจำนวนหนึ่งมาให้เขาตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว เห็นได้จากสีหน้าพึงพอใจของเขา คนตัวเล็กกว่าก็ไม่ได้คิดว่าวันนี้เขาจะได้รับปัญหาอะไรกลับไป
“ขออภัยที่ไม่ได้ไปพบเจ้าตั้งแต่มาถึง ได้ยินว่าช่วงนี้เจ้าไปช่วยงานที่โรงหมอทุกเช้างั้นหรือ?” ซีเฉิงกล่าวอย่างรู้สึกผิดในครั้งแรก น้ำเสียงของเขามีความอ่อนแรงอยู่ในนั้นด้วย ดูเหมือนว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาจะกินพลังงานของเขาไปไม่น้อยเลย
“อืม ก็แค่งานเล็กๆน้อยๆ”
“งั้นหรือ? ขอบใจเจ้าที่ช่วยกองทัพอิสระนะ” ซีเฉิงมองชิงหมินด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงไปมาก
เขาได้เห็นผ่านดวงตาของพวกวิญญาณแล้ว เขายินดีที่ชิงหมินอยู่ที่ค่ายของเขาอย่างไม่รังเกียจ เดิมทีคิดว่าชิงหมินเป็นพวกรักสบายและอาจจะรังเกียจความสกปรกของพวกทหาร เขายังคิดว่าควรจะหาหญิงรับใช้ไปช่วยดูแลสัก 4-5 คนหรือไม่ ต้องการทำให้ชิงหมินอยู่ที่นี่เหมือนอยู่บนสวรรค์ เจ้าตัวจะได้ไม่เบื่อหน่ายหรือมีอคติต่อเขาที่เป็นคนพามาที่นี่ไปเสียก่อน
คิดไม่ถึงว่าชายชราจะหางานให้ชิงหมินทำได้ และมันก็ทำให้เขาดูมีความสุขดี บางที...ซีเฉิงอาจจะต้องคิดเกี่ยวกับเด็กหนุ่มตัวน้อยเสียใหม่ และชิงหมินในสายตาของเขาก็ยิ่งน่ารักมากขึ้นในทุกๆวันเลย
“เจ้าป่วยหรือ?”
ชิงหมินได้ยินทั้งคำขอโทษแค่คำขอบคุณจากปากของปีศาจร้าย เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ควรจะออกมาจากปากของคนตรงหน้าเลย
“ฮ่าๆ นี่ไม่ใช่เพราะเจ้าคิดต่อข้าไม่ดีเกินไปหรอกหรือ?”
ซีเฉิงหยอกเย้า ทุกครั้งที่เจอ...สายตาของชิงหมินจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเขาเสมอ มันเป็นเรื่องน่าแปลกจริงๆ แต่ซีเฉิงก็รู้ว่าสายตาของเด็กหนุ่มนั้นมีร่องรอยความเป็นมิตรต่อเขาเพิ่มมากขึ้นแล้ว
เพียงเท่านี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้วไม่ใช่หรือ?
“งั้นหรือ? ข้าก็อยากให้เห็นเช่นนั้นเหมือนกัน” ชิงหมินโบกมือ
เขาไม่อยากสนทนากับคนที่สายตาดูมีความลับซ่อนอยู่มากมายอีกต่อไปแล้ว สู้ให้เขาฟังเรื่องราวต่างๆผ่านชายชราเสียยังจะดีกว่า อยู่กับซีเฉิงแล้วรู้สึกอึดอัดเกินไป สายตาของคนตรงหน้ามองเขาเหมือนกับว่าต้องการสนิทสนมกันให้มากขึ้นอย่างไรอย่างนั้น และมันก็ขัดกับภาพความน่ากลัวของอีกฝ่ายมากเกินไปหน่อย
“หึ หึ เอาเถอะ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว เจ้าคงจะไม่ต้องการพูดคุยกับข้าไปมากกว่าการกลับไปนอนที่บ้านของเจ้า...”
“อืม” ชิงหมินรับคำแทบจะทันที ส่งผลให้ซีเฉิงยกยิ้มขึ้นมาด้วยความเอ็นดู
เจ้าตัวน้อยของเขาวันๆก็ยุ่งมากจริงๆ ตอนเช้ามาช่วยดูสมุนไพรที่โรงหมอประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็กลับไปกินอาหาร นั่งเล่นกับหนังสือในมือจนกระทั่งเวลามื้อกลางวัน ช่างเป็นช่วงเช้าที่เหน็ดเหนื่อย แถมเมื่อจบมื้อกลางวันไป ก็ยังต้องเดินชมสวนดอกไม้ที่เขาให้ทหารช่วยดูแลเพิ่ม ถ้าวันไหนมีแรงหน่อยก็จะลุกขึ้นมาทำผงชาเพิ่มเติม ในขณะที่วันไหนหมดแรงก็จะนอนงีบกลางวัน หรือไม่ก็อ่านหนังสืออ่านเล่นอีก
ช่างเป็นชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยจริงๆ....
……………………………………………………