"เซียนเออร์มาช่วยแม่จัดโต๊ะกินข้าวหน่อยลูก"
เสียงมารดาจากในครัวเรียกฟางเซียนที่นั่งคุยกับน้องชายอยู่อย่างเพลิดเพลิน เด็กน้อยตรงหน้าชวนคุยเก่งไม่ หยอกเรียกได้ว่ารอบรู้ไปหมด โดยเฉพาะเื่ชาวบ้าน
'นิสัยเหมือนป้าข้างบ้านเลยแหะ'
"มาแล้วขอรับ" เขาหยุดคุยกับเด็กน้อยก่อนจะรีบเดินไปเข้าไปในครัว เห็นมารดากำลังตักอาหารใส่ชาม บน โต๊ะมีจานผัดผักอยู่น่าจะเป็สิ่งที่ทำเพิ่ม
"ยกถ้วยกับจานผักนี่ไปนะลูก ส่วนต้มปลานี่มันร้อนแม่จะยกไปเอง"
ฟางเซียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยพร้ะเกียบ ไปยังโต๊ะที่เขากินเมื่อกลางวัน 'หนักไม่ใช่เล่น เลยนะเนี่ย'
ถ้วยพวกนี้เป็ถ้วยดินเผา จึงค่อนข้างมีน้ำหนัก ตัวฟางเซียนเองก็ผอมแห้งแรงน้อยเสียด้วย หลังจากนี้เขา ต้องเพิ่มความแข็งแรงให้ตัวเองบ้างแล้ว ร่างเล็กยกชามมาไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปหยิบจานผัดผักมาอีกรอบ
รอบนี้มีเซี่ยอวิ้นเดินตามมา นางถือชามใส่ต้มปลาที่หอมฉุยตามมาช้าๆ เกรงว่าจะทำน้ำแกงหก เมื่อวาง อาหารครบแล้วนางจึงเข้าไปหยิบหม้อหุงข้าวเตรียมคดข้าวใส่ชามรอสองพ่อลูกที่ไปอาบน้ำชำระกาย
ฟางเซียนนั่งลงข้างๆ มารดารีบกวักมือเรียกน้องชายมานั่งข้างๆ ด้วย ฟางหรงดูอิดออดเล็กน้อยก่อนจะมานั่ง ข้างเขาแต่โดยดี
รอเพียงไม่นานฟางหานตงกับลูกชายก็เดินเข้ามา เขาพึ่งรู้ตอนคุยกับหรงหรงเมื่อครู่นี้เองว่าทั้งสองคนไปอาบ น้ำที่ลำธาร มีเพียงตัวเขาและฟางหรงเท่านั้นที่อาบตรงห้องที่ใช้อาบน้ำใกล้บ้าน
เพราะเดินถัดจากนี้ไปไม่ไกลมีลำธารไหลผ่าน ซึ่งมักจะมีคนอาบน้ำตรงนั้น่เย็นคือพวกชายหนุ่มที่กลับ จากทำไร่ทำนา ส่วนแม่บ้านหลายบ้านก็มักจะไปซักผ้าและรวดอาบน้ำแถวนั้นในตอนกลางวัน
ซึ่งเ้าเด็กนี้ก็ไปแอบรู้มาว่าเป็่อัพเดตข่าวสารภายในสมาคมแม่บ้าน แน่นอนว่าที่ๆ มีสตรีมีครอบครัว รวมตัวกัน ล้วนไม่พ้นเื่ชาวบ้านหรือแม้แต่เื่ราวในครอบครัวตนเอง
ั้แ่สามี ลูก ไปยันครอบครัวฝ่ายสามี เป็่ปรับทุกข์ของเหล่าสะใภ้ทั้งหลายได้ดีเลยทีเดียว คนไหนเจอ แม่สามีดีก็มีเื่น้อยหน่อย ส่วนคนไหนเจอแม่สามีที่เื่เยอะก็ต้องฟังคำบ่นกล่าวกันยาวไป
เื่ในบ้านจบก็พูดถึงเื่นอกบ้าน ป้าข้างบ้าน ลุงบ้านเหนือ อาบ้านใต้หรือแม้แต่คนที่ไม่สนิทมักจะถูก หยิบยกมากล่าวถึงอยู่เสมอ
ส่วนเด็กผู้หญิงที่เริ่มแตกเนื้อสาวและเด็กสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานมักจะตักน้ำไปอาบที่บ้านของตน สำหรับเด็ก น้อยอย่างพวกฟางหรงมักจะถูกผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ไปอยู่ใกล้น้ำอยู่แล้วเกรงว่าจะไปซนจนตกน้ำตกท่า
แต่กับฟางเซียน เด็กน้อยมองเหมือนจะดูแคลนตอนตอบเล็กน้อย บอกว่าเขาน่ะ แทบจะไม่เคยย่างก้าวออก ไปจากบ้าน ดังนั้นจึงไม่เคยไปอาบที่นั้นแถมน้ำก็ไม่ต้องตัก เอง บางครั้งท่านแม่ต้องต้มน้ำอุ่นให้อาบด้วยซ้ำ เขานึกถึงคำที่เด็กน้อยบอก
"ใครๆ ก็พูดกันทั้งนั้นแหละ ว่าท่านน่ะทำตัวเป็คุณหนูในห้องหอ"
ฟางเซียนได้แต่ยิ้มขื่น คนขี้นินทานี้มีอยู่ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ แม้แต่เด็กสิบขวบยังไม่ละเว้น "ท่านพี่ สำรับพร้อมแล้วเ้าค่ะ" เซี่ยอวิ้นกล่าวขึ้นเมื่อสามีเดินเข้ามาพร้อมลูกชาย
ฟางหานตงนั่งลงข้างภรรยา เรียกฟางชิงนั่งลงข้างตน มองอาหารตรงหน้าที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาท้องเขาเริ่ม ร้องซะแล้วสิ
"กินข้าวเถอะๆ "
เซี่ยอวิ้นส่งยิ้มให้สามี ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อปลาวางบนถ้วยข้าวของสามีอย่างเอาใจ "ท่านพี่ลองชิมฝีมือลูกดูสิเจ้าคะ"
ฟางหานคีบเนื้อปลาเข้าปากอย่างเต็มคำ กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้ามาในปาก เมื่อใช้ฟันเคี้ยวทำให้ได้รับัันุ่ม ลิ้นของเนื้อปลาเข้ากันได้ดีกับรสชาติเปรี้ยวเค็มของน้ำแกงที่ซึมเข้าไปในเนื้อปลา
เป็รสชาติที่แปลกแต่กับเข้ากันได้อย่างประหลาดยิ่งคีบข้าวตามเข้าไปด้วย รสชาตินุ่มนวลของข้าวช่วยเพิ่ม ความรู้สึกให้เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น
เขามองไปยังต้มปลาตรงหน้า ได้รสชาติของเนื้อปลาแต่ปราศจากกลิ่นคาวซึ่งปกติควรจะมี หรือว่าจะเป็ รสชาติเปรี้ยวของผักกาดดองที่ช่วยกลบกลิ่นคาวปลากันนะ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงใช้ตะเกียบตักมาชิมอีกหลายคำ ก่อนจะกล่าวชมลูกชาย
"อร่อยๆ รสชาติดียิ่งนัก เซียนเออร์เก่งมากลูก"
"ขอบคุณครับ..ขอรับ" ฟางเซียนได้แต่ผงกศีรษะรับแบบงงๆ 'มันก็แค่ต้มปลาใส่ผัดกาดดองธรรมดาไม่ใช่ หรือไง'
เซี่ยอวิ้นมองใบหน้าที่ตะลึ่งของสามีแล้วยกยิ้ม ช่างคล้ายกับนางตอนที่ชิมครั้งแรกยิ่งนัก มิคิดว่ารสชาตขิอง ผักกาดดองจะเข้าได้ดียิ่งกับเนื้อปลา แถมทานแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นของคาวปลาเลยสักนิด
ลูกชายนางช่าง.. ได้แม่มาเต็มๆ เหลือเกิน เซี่ยอวิ้นปลื้มปริ่มอยู่ในใจ เข้าครัวครั้งแรกยังมีรสชาติฝีมือถึง เพียงนี้ หากได้รับการฝึกฝีมืออย่างดี แต่งออกไปย่อมเป็ที่รักใคร่ของสามีและครอบครัวสามีอย่างแน่นอน นางยิ้มไปคีบกับข้าวกินไปอย่างภูมิใจ
ฟางชิงเมื่อเห็นบิดามารดาเริ่มกินข้าว จึงเริ่มขยับตะเกียบ คีบเนื้อปลามาชิมเขาอยากรู้ว่ารสฝีมือของน้อง ชายเป็เช่นไร
เมื่อได้ชิมแล้วจึงเข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อถึงกล่าวชมยิ่งนัก น้องรองของเขาช่างมีฝีมือ ต้มปลายังทำออกมาได้ รสชาติดีถึงเพียงนี้ ยิ่งตักกินคู่กับผักกาดดองยิ่งอร่อยไปอีก
ฟางหรงที่เห็นท่านพ่อกล่าวชมฝีมือพี่รองจึงแอบขัดใจอยู่บ้าง 'ก็แค่ต้มปลามิใช่รึ? ' อยากจะเอ่ยถามว่า รสชาติดีถึงเพียงนั้นเชียว แต่เด็กเช่นตนถูกสั่งสอนมิให้พูดในเวลากินข้าวหากไม่มีผู้ใหญ่ถาม
ถึงฟางหรงจะแก่นแก้วเกินไปเสียหน่อย แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งสอนของบิดามารดา ยิ่งกับมารดาแล้วใหญ่ มิเช่น นั้นโดนตีอีกแน่
"ลองกินปลาที่เ้าหามาดูสิ" ฟางเซียนเห็นเด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะครุ่นคิดอะไรมากมาย จึงคีบเนื้อปลาวาง ใส่บนชาม
'ตัวแค่เนี้ย คิดอะไรเยอะแย่เนี้ย'
เด็กน้อยดูตะลึงไปเล็กน้อย ร้อยวันพันปีพี่ชายคนรองเคยคีบอาหารให้เสียที่ไหน ยิ่งวันนี้ออกตัวช่วยเหลือใน ตอนแรกก็แปลกอยู่แล้ว ยังมาชวนคุยเสียหลายครั้ง ผิดนิสัยปกติที่ชอบทำตัวเป็หนูกลัวแมวเวลาเจอตน
"ขอบคุณพี่รอง" แม้จะนึกแปลกใจเท่าไร เด็กน้อยก็ไม่ลืมขอบคุณพี่ชายคนรอง ก่อนจะคีบเนื้อปลาที่ตนเอง ไปหามา ย้ำ ว่าตเป็คนไปหามา!
รสชาติอ่อนนุ่มของเนื้อปลาที่เคี้ยวแล้วมีน้ำแกงรสเปรี้ยวเค็มซึมออกมา อร่อย!
นี้พี่ชายเขามีฝีมือทำอาหารได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
ฟางเซียนเห็นเด็กน้อยคีบข้าวเข้าปากอย่างอร่อย จึงเอ่ยถาม "อร่อยหรือไม่"
ฟางหรงที่โดนแกงปลาผัดกาดดองล่อลวงไปแล้วผงกศีรษะตอบพี่ชายอย่างลืมตัว
"อร่อยยิ่งพี่รอง"
"เช่นนั้นก็ทานเยอะๆ "
ฟางเซียนยิ้มกับท่าทางของเด็กน้อย 'เด็กนี้ชักจะน่ารักเกินไปแล้ว' เขาจึงคีบเนื้อปลาให้เด็กน้อยอีก เด็กนถี้ึง จะดูแข็งแรงแต่ผายผอมไปสักหน่อย เขาอยากได้เด็กน้อยตัวจ่ำหมำมีแก้มป่องๆ ให้ฟัดมากกว่า
ฟางหานแอบเหล่มองไปยังลูกคนรองและลูกคนสุดท้องปกติลูกสองคนนี้ไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไร เหตุใดวันนี้ จึงดูสนิทสนมกันเช่น แต่ก็แอบยินดีในใจพี่น้องรักใคร่กันล้วนเป็เื่น่ายินดี
ด้วยบรรยากาศและอาหารที่อร่อยวันนี้จึงทำให้ครอบครัวฟางกินข้าวกันอย่างอิ่มเอมกว่าทุกวัน สิ่งนี้คงเรียก ว่า ความสุข ของครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งเพียงเท่านั้น