ข่าวการแตกหักของสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเหมันตนครแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับพายุหิมะที่บ้าคลั่ง พันธมิตรที่เคยแแ่ยาวนานหลายสิบปี บัดนี้ได้พังทลายลงต่อหน้าสาธารณชน บรรยากาศในเมืองทวีความตึงเครียดขึ้นทุกขณะ อากาศที่หนาวเหน็บอยู่แล้วกลับยิ่งเยือกเย็นลงไปอีกหลายส่วนจากไอสังหารจางๆ ที่แผ่ออกมาจากคฤหาสน์ของทั้งสองตระกูล
บนท้องถนน ศิษย์ของตระกูลเซียวในชุดสีทองและศิษย์ของตระกูลหลันในชุดสีครามต่างมองหน้ากันด้วยสายตาที่พร้อมจะเป็ศัตรู การกระทบกระทั่งเล็กๆ น้อยๆ เริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งในโรงเตี๊ยมและตลาด ทำให้ชาวบ้านทั่วไปต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไม่มีผู้ใดกล้าออกจากบ้านโดยไม่จำเป็ เมืองที่เคยคึกคักบัดนี้กลับเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความหวาดระแวง... นี่คือคลื่นใต้น้ำที่เฟิงหลงได้สร้างขึ้น และมันกำลังจะกลายเป็คลื่นั์สึนามิในไม่ช้า
ณ คฤหาสน์ตระกูลเซียว ความโกรธแค้นยังคงคุกรุ่นไม่จางหาย
"ไอ้เฒ่าหลันเจี้ยนมันกล้าดียังไง!" เซียวคังทุบโต๊ะอีกครั้งด้วยความเดือดดาล "มันไม่เพียงแต่ไม่ฟังคำอธิบาย แต่ยังกล้าประกาศตัดสัมพันธ์กับเราต่อหน้าคนของเรา! นี่มันเป็การหยามหน้ากันอย่างที่สุด!"
"ท่านพ่อ โปรดใจเย็นก่อน" เซียวเทียนอี้กล่าวขึ้น แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงมืดมน แต่ในดวงตาของเขากลับมีความเยือกเย็นและใช้ความคิดมากกว่าบิดา "เื่นี้มันมีเงื่อนงำมากเกินไป ข้าไม่เชื่อว่าจะมีโจรป่าคนไหนที่เก่งกาจถึงขนาดสังหารองครักษ์ของเราได้เกือบยี่สิบคนโดยทิ้งพยานไว้เพียงคนเดียว... และยังจงใจทิ้งหลักฐานที่ชัดเจนเช่นนั้นอีก"
"แล้วเ้าจะบอกว่าอะไร? ว่าองครักษ์ของตระกูลหลันโกหกรึ?" ผู้าุโคนหนึ่งถาม
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น" เซียวเทียนอี้ส่ายหน้า "ข้าหมายความว่า... อาจจะมี 'บุคคลที่สาม' ที่เรามองข้ามไป... ใครบางคนที่้าให้เราสองตระกูลต้องห้ำหั่นกันเอง"
เซียวคังชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชาย แต่ความโกรธและความเสียหน้าที่ถูกหยามเกียรติก็กลับมาบดบังเหตุผลของเขาอีกครั้ง "แล้วใครกันเล่าจะมีปัญญาทำเื่เช่นนี้! และมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำ! ไม่! ข้าไม่สนใจ! ในเมื่อตระกูลหลันมันกล้าประกาศเป็ศัตรูกับเราก่อน เราตระกูลเซียวก็ต้องตอบโต้! มิเช่นนั้นผู้คนจะมองว่าเราอ่อนแอ!"
เซียวเทียนอี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ดีว่าในตอนนี้ไม่มีเหตุผลใดจะหยุดยั้งความโกรธของบิดาได้ แต่ในใจของเขากลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรง... ราวกับว่าพวกเขากำลังเต้นไปตามบทเพลงของใครบางคนที่มองไม่เห็นตัวตน
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกลืมเลือน
เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ จากการทำสมาธิ รอยยิ้มที่พึงพอใจและเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เขาได้ยินทุกการเคลื่อนไหว... เขารู้สึกได้ถึงทุกความโกรธแค้น...
"พวกมันเริ่มไม่ไว้วางใจกันแล้ว... แต่ยังไม่พอ" เขาพึมพำกับตัวเอง "ไฟแค้นยังไม่แรงพอที่จะเผาผลาญพวกมันให้สิ้นซากได้... ข้าต้องเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกสักหน่อย"
เขาหันไปมองเฟิงเจิ้นที่กำลังหลับใหลอยู่บนกองฟาง พิษในร่างกายของบิดาเขายังคงร้ายกาจ และเขายังไม่มียาถอนพิษ การจะออกไปจากเมืองเพื่อตามหาสมุนไพรในตอนนี้ก็ยังเสี่ยงเกินไป หนทางเดียวคือต้องทำให้เมืองนี้วุ่นวายยิ่งขึ้นไปอีก... วุ่นวายจนไม่มีใครสนใจการหายตัวไปของคนสองคน
เฟิงหลงลุกขึ้นยืน ร่างของเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบราวกับเงาในรัตติกาล แผนการขั้นต่อไปได้ก่อตัวขึ้นในหัวของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เป้าหมายของเขาในคืนนี้... คือ หลันจง ผู้าุโลำดับที่สามของตระกูลหลัน ชายชราผู้มีปากเป็อาวุธ เขาคือคนที่ะโด่าทอตระกูลเซียวเสียงดังที่สุด และเป็คนที่สนับสนุนให้ใช้กำลังตอบโต้ การตายของเขา... จะต้องสาดน้ำมันเข้าไปในกองไฟอย่างแน่นอน
คืนนั้น เฟิงหลงปลอมตัวเป็ขอทานแก่คนหนึ่ง เขาใช้โคลนทาตัวและสวมเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งยิ่งกว่าเดิม เขาเดินหลังค่อมและไอออกมาเป็ครั้งคราว ทำให้ไม่มีผู้ใดสนใจหรือจดจำเขาได้เลย เขาไปซุ่มรออยู่ใกล้ๆ กับ 'หอคณิกาเมฆาจันทรา' สถานที่ที่หลันจงมักจะไปดื่มสุราและหาความสำราญเป็ประจำ
เขารอคอย... รอคอยอย่างอดทนจนกระทั่งยามดึก ร่างของหลันจงที่เมามายก็เดินโซซัดโซเซออกมาจากหอคณิกาพร้อมกับองครักษ์เพียงสองคน
"ฮ่าๆๆ! คืนนี้ข้ามีความสุขนัก! รอให้ตระกูลเราสั่งสอนบทเรียนให้ไอ้พวกตระกูลเซียวได้แล้ว... ข้าจะไปเหยียบหน้าไอ้เฒ่าเซียวคังเป็คนแรก!" หลันจงพูดจาโอ้อวดเสียงดัง
เฟิงหลงยิ้มเย็น... 'ไม่มีพรุ่งนี้สำหรับเ้าอีกแล้ว'
เขาเดินตามพวกมันไปอย่างเงียบๆ เข้าไปในตรอกที่มืดและไร้ผู้คน... และในตอนนั้นเองที่เขาลงมือ!
เขาไม่ได้ใช้ดาบ... แต่เขาใช้ก้อนหินธรรมดาๆ ที่หาได้ตามพื้น!
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เขาดีดก้อนหินสองก้อนที่เคลือบไว้ด้วยปราณอสูรออกไปอย่างรวดเร็ว! ก้อนหินพุ่งไปราวกับลูกธนูและกระแทกเข้าที่ท้ายทอยขององครักษ์ทั้งสองคนอย่างแม่นยำ!
ปั่ก! ปั่ก!
องครักษ์ทั้งสองล้มลงหมดสติไปในทันทีโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง!
หลันจงที่กำลังเมาได้ที่หันกลับมาอย่างงุนงง "พวกเ้าเป็อะไร..."
ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบ ร่างของขอทานแก่ที่มันไม่ได้ให้ความสนใจเลยก็มายืนอยู่ตรงหน้าของมันแล้ว!
"เ้า...เ้าเป็ใคร!" หลันจงเบิกตากว้าง สร่างเมาขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นดวงตาที่ดำมืดและเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรกของเฟิงหลง
"คนที่มาส่งเ้า...ไปชดใช้กรรม" เฟิงหลงกล่าวเสียงแหบพร่า
เขาไม่เปิดโอกาสให้หลันจงได้ทันได้ใช้พลังหรือร้องขอความช่วยเหลือ มือของเขาพุ่งไปข้างหน้าราวกับกรงเล็บอสูรและบีบเข้าที่ลำคอของหลันจงอย่างแรง!
"อ่-อ่อก!"
"ข้าได้ยินมาว่าเ้าอยากจะไปเหยียบหน้าผู้นำตระกูลเซียวงั้นรึ?" เฟิงหลงกระซิบเสียงเย็น "น่าเสียดาย...ที่เ้าจะไม่มีโอกาสนั้น"
เขาไม่สังหารมันทันที แต่ค่อยๆ เพิ่มแรงบีดขึ้นทีละน้อย... ทำให้หลันจงได้ลิ้มรสความเ็ปและความหวาดกลัวก่อนตายอย่างช้าๆ ดวงตาของมันเหลือกถลน ใบหน้าเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ
และในวินาทีสุดท้ายก่อนที่มันจะขาดใจตาย... เฟิงหลงได้ใช้ปลายนิ้วที่เคลือบด้วยปราณอสูร... วาดสัญลักษณ์ "หมาป่า" เล็กๆ ที่มองเห็นได้ยากลงบนฝ่ามือของมัน...
แกร๊ก!
เขาหักคอของหลันจงและทิ้งร่างของมันลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี
ก่อนจะหายลับไปในความมืด... ทิ้งไว้เพียงศพของผู้าุโตระกูลหลัน และ "หลักฐาน" ชิ้นใหม่ที่จะจุดชนวนาให้ปะทุขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เชื้อไฟ... ได้ถูกเติมลงไปแล้ว