เมื่อองค์หญิงเฉาหยางส่งคนให้ไปสืบเรื่องวัตถุดิบที่อำเภอเฉาตำหนักเฉิงเสียงเองก็มีข่าวแพร่ออกมาว่า จะมีการจัดงานประมูลขึ้น ซึ่งของที่จะนำมาประมูลล้วนเป็นสูตรลับบำรุงความงามทั้งเงินที่ได้จากการประมูลในครั้งนี้ ยังจะส่งมอบให้แก่ราชสำนักเพื่อนำไปทำนุบำรุงแผ่นดินอีกด้วย
การเคลื่อนไหวของตำหนักไทเฮาแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็เหมือนดั่งหยดน้ำที่ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งเมืองหลวงอีกทั้งตำหนักเฉิงเสียงเองก็มิได้ปกปิดข่าวแต่อย่างใด ทั้งยังให้ส่งเทียบเชิญไปให้เหล่าฮูหยินที่มียศศักดิ์ระดับห้าผินขึ้นไปตามจวนต่างๆอีกด้วย พวกนางย่อมต้องเข้าร่วมมิอาจละเลย ด้วยเห็นเป็นเรื่องสำคัญ
แม้แต่ฮ่องเต้เสวียนหวู่หลังจากได้ยินข่าวเรื่องงานประมูลที่จะจัดขึ้นของตำหนักเฉิงเสียงก็ยังรีบเสร็จไปที่ตำหนักของไทเฮาทันที โดยไม่รอจัดการราชกิจจนเสร็จสิ้นแต่อย่างใด
“ฮ่องเต้ทรงเสร็จมาแล้วหรือ?” ไทเฮาที่เห็นฮ่องเต้เสร็จมาเยือนเร่งด่วนเช่นนี้ก็รู้ได้ว่าคงได้ยินเรื่องที่ตนจะจัดงานประมูลขึ้นแล้วแน่นอน
ฮ่องเต้เสวียนหวู่ลูบแหวนที่อยู่บนนิ้วของตนไทเฮาคือพระมารดาของเขา คอยพร่ำสอนสิ่งดีงามให้เขาตั้งแต่ตอนยังเป็นเพียงองค์ชายน้อยแม้ในบางครั้งความเห็นของตนกับไทเฮาจะมิได้ตรงกันเท่าใดแต่ความสัมพันธ์แม่ลูกก็ยังคงแน่นแฟ้นดังนั้นฮ่องเต้จึงตรัสถามไทเฮาในเรื่องที่สงสัยขึ้นมา โดยมิได้อ้อมค้อมอันใดนัก
“ลูกได้ยินมาว่าเสด็จแม่จะทรงจัดงานประมูลขึ้นที่พระตำหนักเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เช่นเขาหากต้องการรู้ความเคลื่อนไหวภายในวังหลวง ก็ไม่อาจมีผู้ใดปิดบังได้ เพียงแต่ที่เขาเลือกมาเยือนตำหนักเฉิงเสียงด้วยตนเองเป็นเพราะถือเป็นการให้เกียรติพระมารดาของตน
“ที่ฮ่องเต้มาหาแม่ คงมิใช่เรื่องเงินบริจาคหรอกนะ” ไทเฮาวางกรรไกรในมือลง แล้วหันไปมองดอกไม้ที่จัดเมื่อครู่ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฮ่องเต้เสวียนหวู่ที่ถูกจับได้กระแอมไอเบาๆ “เสร็จแม่ทรงเข้าใจลูกที่สุดจริงๆ หากเสร็จแม่ต้องการให้ช่วยสิ่งใดสามารถบอกกล่าวลูกได้ทุกเมื่อนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะได้ให้อาตงมาช่วยอีกแรงลูกนั้นรู้ว่าเสร็จแม่ทรงห่วงใยลูกที่สุด ไม่อยากให้ลูกมีงานเพิ่มอีกแต่ลูกก็มิอาจเห็นเสร็จแม่ทรงเหน็ดเหนื่อยอยู่คนเดียวได้เช่นกัน”
ผู้ที่ถูกเรียกว่าอาตงก็คือขันทีคนสนิทที่คอยรับใช้ข้างกายฮ่องเต้ ถือเป็นหนึ่งในคนที่รู้ใจ
ไทเฮาโบกมือปฏิเสธ “แม่รบกวนฮ่องเต้หรอก ไม่ต้องให้อาตงมาช่วยด้วย มีเพียงซิ่วจิ่นก็พอแล้วอย่างไรเสียก็มีแต่ของที่สตรีใช้กัน”
ซิ่วจิ่นคือนางกำนัลคนสนิทที่อยู่ข้างกายไทเฮาคำเรียกขานนางในตำหนัก คือ ซิ่วมามา
“เรื่องนี้ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสาวแสนดีของเจ้า ฮ่องเต้คงมิได้ผลประโยชน์ใหญ่หลวงเช่นนี้อย่าลืมขอบคุณนางเล่า”
ได้ยินน้ำเสียงคล้ายประชดประชันของไทเฮาฮ่องเต้เสวียนหวู่ก็รู้ได้ทันทีว่านางหมายถึงองค์หญิงเฉาหยาง
เขาเพียงเหลือบสายตามองไปอาตงเพียงแวบหนึ่งขันทีคนสนิทก็เข้าใจความนัยได้ทันทีก่อนจะรีบถอยหลังออกไปจากตำหนักเฉิงเสียงเพื่อไปสืบเรื่องราวทั้งหมด ไทเฮาที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้เอ่ยปากอันใดออกมาเพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์หญิงเฉาหยาง ฮ่องเต้ก็มักจะทรงใส่พระทัยเป็นพิเศษ
“หากฮ่องเต้คิดจะไปสืบความ แม่ก็มิได้ว่าอะไร เพียงแต่เรื่องนี้ อย่าได้กล่าวโทษผู้อื่นที่มาขอให้แม่ช่วยเหลือหากฮ่องเต้ประสบปัญหาเช่นเดียวกับพวกนาง เกรงว่าเจ้าก็คงอัดอั้นเช่นเดียวกัน ที่พวกนางมาขอให้แม่ช่วยก็เพราะไม่ต้องการให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ก็เท่านั้น” เดิมทีตอนแรกไทเฮาไม่คิดจะพบแม่ลูกสกุลตู้ แต่เพราะการเกลี้ยกล่อมของซิ่วมามาจึงยอมให้พวกนางเข้าเฝ้า
ตอนพวกนางเข้ามาในตำหนักก็นำกระดาษมากมายออกมาล้วนแต่เป็นสูตรผลิตภัณฑ์ความงาม นางเองก็เคยได้ยินเรื่องที่สกุลตู้เปิดกิจการเสริมความงามในเมืองหลวงทั้งยังเคยส่งคนไปซื้อเป็นการส่วนตัวอยู่หลายหน ส่วนผลลัพธ์นั้นเกินคาดยิ่งนัก
……
“พวกเจ้ามาหาข้าด้วยเหตุใด?”
เล่าฮูหยินตู้คำนับไทเฮา “ทูลไทเฮา ที่หม่อมฉันมาในวันนี้เพื่อขอรับการลงโทษเพคะเป็นเพราะสูตรลับเหล่านี้ที่ทำลายครอบครัวของหม่อมฉัน ของสิ่งนี้แม้ครอบครัวของหม่อมฉันมิอาจรักษาไว้ได้แต่ก็มิอาจยกให้ผู้อื่นทั้งอย่างนี้ได้เช่นกันเพคะ ในเมื่อหม่อมฉันกับบุตรสาวหาทางออกมิได้จึงมาเข้าเฝ้าไทเฮาเพื่อขอความช่วยเหลือเพคะ”
รอจนเล่าฮูหยินตู้เอ่ยจบซิ่วมามาก็กระซิบบอกเรื่องราวความเป็นมาให้กับไทเฮา เมื่อได้ยินว่าต้นสายปลายเหตุเป็นเพราะเฉาหยางนางจึงหรี่ตาลงเล็กน้อย เฉาหยางนั้นถูกฮ่องเต้ตามใจจนเคยตัว จึงก่อปัญหาไม่เว้นแต่ละวันที่เฉาหยางเล็งกิจการของสกุลตู้ไว้ คงเป็นเพราะกำไรคงไม่ต่ำกว่าเดือนละหลักพันตำลึงเป็นแน่
“พวกเจ้าลุกขึ้นก่อนค่อยว่าต่อ”
เมื่อเห็นว่าไทเฮาไม่มีทีท่าจะตำหนิติเตียนแต่อย่างใดเล่าฮูหยินตู้จึงส่งสายตาให้บุตรสาวของตน แต่ไหนแต่ไรมาไทเฮาไม่ทรงโปรดปรานองค์หญิงเฉาหยางเท่าใดนักหากเป็นเรื่องอื่นนางอาจจะไม่แทรกแซง แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์หญิงเฉาหยาง อย่างไรก็ต้องรับฟังดูก่อนเสมอ
“ขอบพระทัยไทเฮาเพคะ!”
เล่าฮูหยินตู้นั่งลงตรงเก้าอี้ที่เตรียมไว้ด้านข้างก่อนจะแนะนำบุตรสาวให้แก่ไทเฮา
“สิ่งนี้เป็นของที่บุตรสาวของหม่อมฉันกับสหายช่วยกันคิดค้นขึ้นมาเพคะ วิธีการใช้ก็อยู่ในกระดาษหมดแล้วเพคะ” เมื่อเล่าฮูหยินตู้กล่าวจบ ตู้หมิงเจวียนก็รีบคำนับไทเฮาอีกครั้ง ก่อนที่ไทเฮาจะบอกนางกำนัลเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้น
จากนั้นจึงหยิบกระดาษขึ้นมาเปิดดูช่างเป็นสูตรลับที่ไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน
“เมื่อเจ้ากล่าวว่าเป็นสูตรลับ เช่นนี้หากมอบมันให้กับข้าแล้วจะดีหรือ?”
ไทเฮารู้ว่าที่พวกนางมาขอความช่วยเหลือคงเพราะรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์บางอย่างเป็นแน่ แต่นางก็มิใช่คนหัวอ่อนที่จะยอมโอนอ่อนได้ง่ายๆเช่นกัน
“ทูลไทเฮา ความจริงแล้วสูตรลับเหล่านี้หม่อมฉันสามารถถวายให้พระองค์ได้เพคะเพียงแต่ที่หม่อมฉันนำสูตรลับเหล่านี้ออกมาเป็นเพราะว่ามีสองคำขออยากทรงขอจากไทเฮาเพคะขอไทเฮาทรงโปรดเมตตา!”
เมื่อได้ยินว่ามีเงื่อนไขน้ำเสียงของไทเฮาก็เรียบเฉยขึ้นมา “ว่ามา”
ตู้หมิงเจวียนรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของไทเฮาก่อนจะพยายามสงบใจ ชีเหนียงเคยกล่าวไว้ว่า เบื้องบนไม่ชอบให้ผู้ใดสงสัยคลางแคลงใจในตนเองอีกทั้งยิ่งไม่อนุญาตให้ผู้อื่นคิดยื่นเงื่อนไขใดกับตน เพียงแต่การจะมอบผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ออกไปให้แก่ผู้ที่อยู่เบื้องบนโดยไม่ขอสิ่งใดย่อมต้องกลายเป็นที่สงสัยและหวาดระแวงของคนเหล่านั้นเช่นกันด้วยจะกลัวมีเบื้องหลังอันใด
“ทูลไทเฮา เมื่อสิ่งของที่เป็นของตนถูกผู้อื่นแย่งชิงไปย่อมไม่มีผู้ใดรู้สึกดีเพคะ โดยเฉพาะในเวลาที่ต้องอดทนอดกลั้นต่อการถูกหยามเกียรติตอนแรกหม่อมฉันเกิดโทสะจึงคิดจะเผาทุกอย่างในร้านให้มอดไหม้ เพราะมิต้องการมอบให้ผู้อื่นเพคะ!” น้ำเสียงของตู้หมิงเจวียนแฝงด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกว่านางคงคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ
“หากแต่หม่อมฉันกลับทำใจไม่ได้! นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันและสหายร่วมกันค่อยๆสร้างขึ้นมา หม่อมฉันลำบากเพื่อสิ่งเหล่านี้มิใช่น้อยเพคะ เมื่อผู้ที่สร้างต้องทำลายสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงมีใครบ้างจะไม่เจ็บปวดเพียงแต่หลังใคร่ครวญดีแล้ว ในที่สุดหม่อมฉันก็คิดว่าถ้าจะมีใครสักคนที่สามารถรักษาสูตรลับเหล่านี้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเหล่าสตรีได้ก็คงเหลือเพียงไทเฮาเท่านั้นแล้วเพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ทำให้นางนึกสนใจขึ้นมา ก่อนจะโน้มตัวมาด้านหน้าเล็กน้อย
ตู้หมิงเจวียนรับรู้ได้ถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยจึงนึกถึงสิ่งที่ชีเหนียงได้สอนเอาไว้ หากคนผู้นั้นสนใจในสิ่งที่เจ้าพูด ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาตอบรับตอนนี้ท่าทางของไทเฮาเหมือนกับที่ชีเหนียงพูดไว้ไม่มีผิด
ทำให้ตู้หมิงเจวียนเริ่มมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย “ดังนั้น หม่อมฉันจึงอยากถวายสูตรเครื่องประทินโฉมเหล่านี้ให้แก่ไทเฮาเพคะ หม่อมฉันอยากอาศัยพระหัตถ์ของไทเฮาทำให้สิ่งนี้มีประโยชน์กับสตรีใต้หล้าเพียงแต่สิ่งนี้มิใช่ของที่ได้มาหม่อมฉันได้มาอย่างง่ายดายเพคะ”
“หืม ได้มาอย่างไม่ง่ายดายเช่นนั้นหรือ? เจ้าพูดเช่นนี้ต้องการให้ข้ารับซื้อไว้สินะ?”
น้ำเสียงของไทเฮามีความขุ่นเคืองเจืออยู่เล็กน้อยเมื่อเล่าฮูหยินตู้ได้ยินก็กำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่นด้วยความตระหนกเล็กน้อย เมื่อมองไปทางบุตรสาวก็เห็นนางโน้มลง “หม่อมฉันมิบังอาจทำเรื่องชั้นนั้นเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันต้องการคือเปิดทำการประมูลเพียงเท่านั้นเพคะ”
ข้อเสนอของตู้หมิงเจวียนทำให้ไทเฮาทรงแย้มรอยยิ้มขึ้นมาบางๆทั้งที่เมื่อครู่นางจงใจข่มขู่อีกฝ่ายดูเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าบุตรสาวของสกุลตู้กลับร้ายกาจใช้ได้ทีเดียว
-----