งานศพเจ็ดวันผ่านพ้นไปอย่างอึดอัดแม้พิธีจะจบลงแล้วแต่บรรยากาศในคฤหาสน์ฟางยังคงเงียบงันเช้านั้นหลังรับประทานอาหารฟางจื้อซ่านตั้งใจจะอยู่เรือนเป็เพื่อนเจียงหลิงเยว่สักวันทว่าเพิ่งจะได้พูดคุยกันไม่กี่คำ มีสาวใช้ของนายหญิงฟางมาแจ้งเสียงเบา
“คุณชายเ้าคะนายหญิงเรียกพบเ้าค่ะ”
เขาเดินตามไปยังเรือนหลักด้วยใจหนักอึ้งทันทีที่นั่งลง นายหญิงฟางเอ่ยเปิดการสนทนาอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงเรียบเฉย “เ้าจะปิดบังแม่ไปถึงเมื่อใดกัน...ฮือ”
ฟางจื้อซ่านชะงักเบิกตาโตไม่คิดว่านางจะรู้เื่แล้ว
“เ้าก็โตพอที่จะรับอนุได้แล้วสุยโจวเล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว”
เขาพยายามตั้งสติแล้วตอบตามตรงเพื่อปกป้องสิทธ์ของหลิงเยว่ ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวแบบที่คุณชายฟางไม่เคยปฏิบัติมากก่อน
“หลิงเยว่ไม่ใช่อนุขอรับลูกกับนางแต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี”
“ถูกต้องตามประเพณีอย่างนั้นหรือ หากแม่ไม่เค้นความจากอี้หยวนแม่ก็คงยังตามืดบอด มีสาวอยู่ในเรือนเ้าโดยที่แม่ไม่รู้ไม่เห็น”
“แต่นางมีบุญคุณกับลูก...” เขายังคงตอบเสียงแข็ง
“แม่รู้ว่านางมีบุญคุณกับเ้าลูกรับนางมาดูแลก็ถูกต้องแล้ว…แต่เ้าก็ต้องเห็นแก่ท่านพ่อ เห็นแก่ตระกูลทั้งสอง เห็นแก่คุณหนูรองหยางคู่หมั้นหมายของเ้า”
ฟางจื้อซ่านชะงัก คำว่า ‘คู่หมั้นหมาย’ ทำให้เขาใจสั่น
‘ตระกูลไหน! คุณหนูรองหยางไหน!’ เขาคิดในใจอี้หยวนไม่เคยบอกเื่นี้เลย ‘ต้องตอบปฏิเสธ! ตอบแบบไหนดี!’
“ลูกไม่ได้รักนางขอรับ” เขาโพลงออก เท่าที่ตอนนี้คิดได้
นายหญิงฟางถอนหายใจพยายามเกลี้ยกล่อม“อาซ่าน...แม่กับท่านพ่อแต่งกันก็ไม่ได้รักกันั้แ่ต้นอยู่กันไปก็รักกันเอง อีกอย่าง แม่ก็ไม่ได้ขวางเ้ากับหลิงเยว่แม่ยอมรับนางเป็สะใภ้ เพียงแต่...”
“ไม่ขอรับหลิงเยว่ไม่ใช่อนุ หลิงเยว่เป็ภรรยาของลูก” เขายิ่งแข็งกระด้างขึ้นเรื่อยๆ
นายหญิงฟางชะงักไปชั่วครู่นางไม่เคยเห็นลูกชายดื้อดึงเช่นนี้มาก่อน “อาซ่าน...เ้า...เ้ารู้ความมาตลอดทะ...ทำไม...”
นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาแล้วโบกมือเบาๆ เป็สัญญาณให้เขาออกไป
หลังจากฟางจื้อซ่านออกจากเรือนแม่นมโจวยืนสางผมให้นายหญิงฟางอย่างเงียบงๆแสงแดดยามสายส่องผ่านบานหน้าต่างกระทบกระจกทองเหลืองเผยภาพสะท้อนของสตรีผู้สูงศักดิ์ที่นั่งนิ่งอยู่หน้าตั่งไม้
แม่นมโจวมองนายหญิงผ่านเงาสะท้อนนั้น….ย้อนกลับไปยังวันแรกที่ได้พบเด็กหญิงตัวน้อยทารกแสนน่ารักที่นางได้อุ้มไว้ั้แ่แรกเกิด ท่านแม่ของเด็กหญิงไม่ค่อยแข็งแรงนางจึงเป็ผู้ให้น้ำนม เลี้ยงดูด้วยความรักใคร่จนเติบใหญ่นางรักเด็กหญิงคนนั้นมาก...มากกว่าลูกในไส้ของตนเองเสียอีกนางเฝ้าถนอมเลี้ยงดูด้วยความภักดี กระทั่งวันหนึ่งเด็กหญิงเติบโตเป็สาวงามและออกเรือนกับนายท่านฟาง บุรุษผู้รักและให้เกียรตินางอย่างแท้จริง
นายหญิงฟางเป็สตรีที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ นางแทบไม่เคยพานพบเื่เดือดเนื้อร้อนใจใดๆแต่หลายวันมานี้...นางพบแต่เื่โศกเศร้าเสียใจ นายท่านจากไปก่อนวัยอันควรคุณชายใหญ่ที่เคยอยู่ในโอวาท กลับทำตัวแข็งกร้าว ทำให้นางปวดใจนัก
แม่นมโจวสางผมอย่างแ่เบาให้นายหญิงฟางก่อนจะเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “นายหญิง...ท่านอย่าเสียใจไปเลยเ้าค่ะเด็กหนุ่มสาวก็เป็เช่นนี้ นานวันไปคุณชายก็คงเข้าใจอีกอย่าง...ยังมีเวลาคิดหาหนทางอีกมากเ้าค่ะ”
ในสายตาของแม่นมโจวคุณชายใหญ่เป็คนสุขุม เยือกเย็น มีเหตุมีผล แต่ครานี้...ต่างออกไป
ซ่งอี้หยวนเห็นฟางจื้อซ่านเดินตรงมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดรู้ทันทีว่าเขาเพิ่งกลับจากพบนายหญิงฟาง “คุณชาย...คุณชายฟังก่อนขอรับ” เขาโดยเสียงร้อนรน
ฟางจื้อซ่านไม่หยุดเดินเอ่ยถามทันทีด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “คุณหนูรองตระกูลหยางเป็ใคร”
ซ่งอี้หยวนชะงักไปเหมือนถูกตีด้วยพัดไม้ไผ่“คุณหนูรองตระกูลหยางไหนขอรับ”
เขานึกอยู่พักหนึ่ง“อ๋อ...คุณหนูหยางหนิงอัน...ทำไมหรือขอรับ”
“นางเป็ใคร ข้าเคยพบนางหรือไม่” ฟางจื้อซ่านยังถามต่อเสียงเรียบ
“นาง… นางเป็บุตรสาวคนรองของนายท่านโหวหยางขอรับ...นาง… นางก็มางานศพนายท่านพร้อมกับนายท่านโหวและโหวฟู่เหรินด้วยนะขอรับ”
ฟางจื้อซ่านพยายามนึกถึงแขกที่มาด้วยกันเป็ครอบครัวเขาเป็นักแสดงอาชีพถนัดการจับอากัปกิริยาของคนแต่ไม่มีสาวคนไหนที่ดูมีท่าทีพิเศษเหมือนจะเป็คู่หมั้นหมายของเขา “ทำไมเ้าไม่บอกข้า”
“บอก...บอกเื่อะไรขอรับ”ซ่งอี้หยวนยังคงงงกับคำถาม
“ก็เื่ที่นางเป็คู่หมั้นหมายของข้า”ฟางจื้อซ่านเริ่มงุดหงิด
ซ่งอี้หยวนเบิกตากว้าง“คุณหนูรองหยางเป็...เป็คู่หมั้นหมายของคุณชายหรือขอรับ”
“อ้าวก็ข้าถามเ้าอยู่นี่อย่างไร”
“ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆขอรับ”
ฟางจื้อซ่านขมวดคิ้วแน่นเขาเริ่มสงสัย เื่นี้อาจเป็การตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่
“ข้าเคยไปมาหาสู่นางหรือไม่” เขาไล่เรียงต่อ
“ไม่ขอรับไม่เคยเลยขอรับ” ซ่งอี้หยานตอบแบบกล้าๆ กลัวๆ
‘อืม...อี้หยวนไม่รู้เื่หมั้นหมาย คุณชายฟางไม่เคยไปหานางแสดงว่าทั้งสองน่าจะไม่ได้ชอบพอกัน’ เขาคิดไตร่ตรองในใจก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“แล้วนายท่านโหวหยางเป็ใคร”
“นายท่านโหวหยางหวังหย่ง...เป็เสนาบดีกรมพระคลังขอรับ”
ฟางจื้อซ่านชะงัก ‘เสนาบดีกรมพระคลัง...มิใช่ดูแลเื่ภาษีการค้าหรอกหรือ….แล้ว แล้วเขาจะมีอิทธิพลต่อกิจการของตระกูลฟางหรือไม่’
ฟางจื้อซ่านเดินกลับเรือนด้วยใจที่หนักอึ้งตลอดทางเขาครุ่นคิดถึงคำพูดของนายหญิงฟาง….
‘ท่านเสนาบดีกรมพระคลังเป็คนเช่นไร จะรับมือยากหรือไม่ คุณหนูรองหยางนิสัยใจคอเป็อย่างไร หากเขาไม่ยอมแต่งงานจะเกิดปัญหาหรือไม่ แล้วหากหลิงเยว่รู้นางจะเสียใจน้อยใจเพียงใด’
ั้แ่ฟางจื้อซ่านออกไปพบนายหญิงเจียงหลิงเยว่ก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีนางนั่งไม่ติดเดินวนไปมาในเรือนด้วยความกระวนกระวายจนกระทั่งเขากลับมา
“ท่านพี่...” นางเรียกเสียงแ่
ฟางจื้อซ่านไม่ได้เอ่ยอันใด…เพียงเดินเข้ามากอดนางแน่นเจียงหลิงเยว่รับรู้ได้ทันที ว่านางคงไม่เป็ที่ยอมรับน้ำตาเอ่อล้นดั่งเขื่อนใกล้แตก นางรู้สึกเสียใจ น้อยใจ อยากได้อิสระนางเคยชินกับป่าเขาลำเนาไพร วิ่งเล่นที่ไหนก็ได้ แต่มาบัดนี้นางต้องแอบซ่อนอยู่แต่ในเรือน ความคับข้องใจ ทำให้นางมิอาจกล้ำกลืนฝืนทนอีกต่อไปนางเอ่ยออกไปด้วยเสียงสะอื้น
“หลิงเยว่...คิดถึงบ้านคิดถึงท่านย่า หลิงเยว่อยากกลับบ้าน...ท่านพี่พาหลิงเยว่กลับบ้าน...ได้หรือไม่เ้าคะ”
ฟางจื้อซ่านยังไม่ทันตอบเสียงสาวใช้ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู “เรียนคุณชาย...นายหญิงมาเ้าค่ะ”