ตอนที่ 18
ขับไปได้สักพักจิลตัดสินใจเปลี่ยนรถอีกครั้ง พวกเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเื ถอดผ้าพันแผลและทิ้งเสื้อผ้ากับรถคันเก่าเอาไว้และใช้วิธีเดิมๆในการขโมยรถ
อัลเลน : ไม่นั่งรถไฟแล้วเหรอ
จิล : ตำรวจคงไปดักรอแล้วแหละที่ฉันกังวลคือเขาอาจเดาได้ว่าฉันจะไปที่ไหนและตั้งด่าน
อัลเลน :ยัง้าจะไปที่นั่นอีกเหรอ
ทนายของเมย่ามาถึงและพยายามให้ตำรวจปล่อยตัว เมย่า แต่ตำรวจไม่ยอมไม่นานนักเ้าหน้าที่ที่ตำรวจโทรตามก็มาพร้อมทหารหลายคน
ทหาร1 : ขอคุยกับคุณเป็การส่วนตัวหน่อย(มองไปที่เมย่า)
ทนาย : ผมเป็ทนายของเธอ หากคุณมีข้อสงสัยให้ถามผม
ทหารอีกนายหนึ่งดึงแขนทนายให้ออกห่างจากเมย่า
ทนาย : พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้ ผมจะฟ้องคุณ
ทหาร1 : เชิญคุณทำตามใจคุณได้เลย(หันกลับมาที่เมย่า) เธอชื่อเมย่าสินะช่วยเล่าเื่คนที่คุณไปด้วยให้เราฟังหน่อยสิ
เมย่าคิดว่าคงไม่สามารถโกหกต่อไปได้แล้วหากเธอเงียบไปมากกว่านี้อาจจะต้องเดือดร้อนไปด้วยก็ได้เธอจึงเล่าเื่ให้ทหารพวกนั้นฟังทั้งหมด
ทหาร1 : แล้วผู้หญิงที่ชื่อจิลเป็ใคร?
เมย่า : ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร แต่เธอเป็คนที่้าจะไปทางเหนือและอัลเลนก็ตามเธอไป
ทหาร1คุยกระซิบกระซาบกับทหาร2เมย่าพยายามเงี่ยหูฟัง แต่ก็ได้ยินไม่ชัดว่าพวกเขาคุยอะไรกันและที่น่าแปลกใจคือเขาไม่ได้ถามอะไรอีกเลยหลังจากนั้นและปล่อยตัวเธอกลับบ้านทันที
ทหาร1 : (หันมามองเมย่า)ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้มากแค่ไหนเกี่ยวกับ อัลเลนที่อยู่กับจิลแต่เขาไม่ใช่พวกใช้มนต์ดำอะไรนั้น เื่นี้เธอคงรู้อยู่แล้วสินะ
เมย่าพยักหน้าตอบ เพราะจริงๆ แล้วเธอก็รู้ว่าอัลเลนแล้วคือใคร
ทหาร1 : ถ้าพวกเขาติดต่อมาให้แจ้งเราทันที
เมย่า : พวกคุณจะทำร้ายเขารึเปล่า
ทหาร1 : ตราบใดที่เขายังไม่เป็อันตรายกับเราเราก็จะไม่ทำอันตรายกับเขาเช่นกัน
ทางฝั่งอัลเลนกับจิลที่ขับรถไปก็ถึงที่หมายในอีกไม่กี่ชั่วโมงมันเป็ทุ่งหญ้าที่กว้างมาก จิลกางแผนที่ออกเป็แผนที่ที่เธอไม่เคยเอามันออกมาเปิดดูเลย มีจุดที่วงสีแดงไว้อยู่
จิล : เหมือนว่าจากตรงนี้ต้องเดินไปนะ รถเข้าไปไม่ได้
อัลเลน : ฉันหิว
จิลถอนหายใจและหยิบแซนวิสในกระเป๋าให้อัลเลน
อัลเลน : มีอันเดียวเหรอ?
จิล : (เฮ้ออออ) มีแค่อันเดียวนั่นแหละ กินๆ ไปเถอะ
อัลเลน : ต้องเดินไปไกลแค่ไหน
จิล : ตามข่าวแค่ว่าเป็ทุ่งซีเวียร์ แต่ฉันลองหาข้อมูลเพิ่มจากหลายๆอย่างในเว็ปไซด์ พอจะจำกัดพื้นที่ได้ว่าอยู่ห่างจากถนนเส้นนี้ไปอีก 10 กิโลได้มั๊ง
ยิ่งจิลพูดอัลเลนก็ยิ่งงง ข่าวอะไร แล้วมีอะไรที่ทุ่งหญ้าที่นี่ ทั้งคู่เดินเข้าไปได้ไม่กี่กิโลก็เจอต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งจึงนั่งพักอัลเลนเดินมานั่งลงที่ข้างจิล เธอจับมืออัลเลนมากุมไว้แน่น
จิล : สัญญากับฉันนะว่าจะจำสิ่งเหล่านี้ไว้
พูดจบจิลก็จูบอัลเลนที่ริมฝีปากอย่างนุ่มนวลอัลเลนเริ่มเคลิ้มไปกับริมฝีปากนั้น เขาเอามือโอบตัวจิลไว้และดึงเข้ามากอด ทั้งคู่นั่งอยู่ที่นั่นจนพระอาทิตย์เริ่มตก
จิล : ฉันก็อยากให้เราได้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้นะแต่ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของนาย
คำพูดของจิลหลายๆอย่างทำให้อัลเลนคิดว่าจิลคงรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่มนุษย์เขาถอยออกห่างจิลไปเล็กน้อย นั่งมองพระอาทิตย์ที่ตกดินท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
อัลเลน : มนุษย์นิดีจังนะ มีแต่สิ่งสวยงาม ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากอยู่ที่นี่ตลอดไปนะ
ยังไม่ทันที่จิลจะตอบ จู่ๆ ก็มีแสงสีแดงพุ่งลงมาจากท้องฟ้าจิลยืนขึ้นมองด้วยความใ มันอยู่ไม่ไกลจากที่เขาทั้งคู่อยู่มากนัก
จิล : อัลเลนมาแล้ว
จิลกำลังจะวิ่งไปที่แสงนั้นอัลเลนมองขึ้นไปเห็นว่านั่นเป็ยานลำหนึ่งที่กำลังตกลงมา เขาจึงรีบไปดึงจิลไว้และผลักเธอลงไปที่พื้นเอาตัวบังไว้ทันที ยานลำนั้นตกลงที่พื้นอย่างแรงทำให้เกิดแรงะเิและหลุมขนาดใหญ่ ไฟไหม้ถึงแม้จิลกับอัลเลนจะอยู่ห่างออกไปหลายกิโล ก็ยังถูกแรงะเิอัดจนกระเด็นโชคดีที่แถวนั้นมีต้นไม้อยู่บ้างจึงช่วยลดความรุนแรงอัลเลนใช้พลังผลักต้นไม้ที่กระเด็นมาให้ออกไปจากตัวเขาและจิลแต่ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังกระเด็นตามแรงะเิไป อัลเลนเอาตัวบังจิลไว้ตอนที่ตกลงจิลจึงไม่ได้รับาเ็มาก แต่อัลเลนนิ้วมือด้านซ้ายหักไป 2 นิ้วและมีแผลไฟไหม้เล็กน้อยเพราะสะเก็ดะเิ
อัลเลน : จิลไม่เป็ไรนะ
จิลรู้สึกหูอื้อไปหมดไม่รู้ว่าอัลเลนพูดว่าอะไร เธอมองไปที่กองเพลิงนั้นและก็ร้องไห้ออกมา
จิล : ไม่จริงนะเป็ไปไม่ได้ มันต้องไม่ใช่แบบนี้
อัลเลน : จิล มันอะไรกันแน่บอกฉันได้รึยัง
จิล : อัลเลนฟังนะนั่นเป็ยานของเพื่อนนายที่มารับ มันเป็โอกาสเดียวที่นายจะได้กลับบ้านนะ
อัลเลน : ฉันไม่กลับหรอกฉันจะอยู่ที่นี้ จะอยู่กับเธอ
จิล : อยู่ไม่ได้หรอกนายจะตาย แสงที่อกนายมันอ่อนลงเรื่อยๆแล้วนะนั่นเพราะที่นี้ไม่มีพลังงานให้นายได้ซึมซับไง
อัลเลน :เธอเห็นแสงนี้ด้วยสินะ (ยิ้ม) รู้มั๊ยคนที่จะเห็นมันได้ต้องเป็คนที่เคยเห็นร่างจริงฉันเท่านั้น
ไม่นานพวกตำรวจและคนของรัฐบาลก็มาทั้งเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์บินกันให้วุ่นเต็มท้องฟ้า จิลเริ่มมองเห็นยานอีก 2ลำ เธอดีใจมาก คิดว่านั่นจะเป็ยานของพวกอัลเลน
อัลเลน : นั่นไม่ใช่ยานของพวกฉันหรอก
จิล : ว่าไงนะแล้วมันเป็ยานใครหล่ะ
อัลเลนที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาถอดสร้อยและเปิดประจุพลังนั้นออกมาทันที“พวกมันต้องอยู่ที่นี้แน่” เขามั่นใจแบบนั้น และก็เป็เช่นนั้นมีตัวประหลาดมีเคี้ยวยาว มันตัวสูงกว่าอัลเลนแค่เล็กน้อยแต่มีแรงมหาศาลเมื่อมันเห็นอัลเลนมันกระโจนเข้าหาเขาทันทีอัลเลนใช้พลังจิตบังคับให้ร่างตัวประหลาดนั้นหลุดและโยนมันลงไปที่พื้นแต่ด้วยพลังมหาศาลของมันและความรวดเร็วทำให้มันไม่าเ็และกระโจนเข้าหาเขาได้อีกครั้งอัลเลนรวบรวมประจุไฟฟ้าไว้ที่หมัดและต่อยไปที่ตัวประหลาดนั้นจนกระเด็นเหมือนมันจะาเ็และยิ่งโมโห มันเริ่มปล่อยไฟออกจากร่างและพุ่งเข้าหาอัลเลนอย่างเร็ว เขากำลังคิดจะหลบแต่ถ้าเขาหลบจิลต้องโดนแน่ๆเขาจึงปล่อยประจุไฟฟ้าออกมารอบร่างกาย และตั้งรับตัวประหลาดนั้นด้วยความแรงและเร็ว อัลเลนกระเด็นออกไปไกลมาก และได้รับาเ็ จิลใวิ่งตามไป
อัลเลน : อย่าเข้ามา (หันไปหาจิล) อย่าอยู่ที่นี้มันจะทำให้ฉันเสียเปรียบ หนีไปสะ
จิลเข้าใจความหมายของอัลเลนทันทีถ้าเธออยู่เขาจะเป็ห่วงและสู้ได้ไม่เต็มที จิลรีบออกห่างจากอัลเลนทันทีเธอกลับไปที่รถและขับออกจากตรงนั้น อ้อมไปที่ยานอีกด้านอัลเลนคิดว่าจำเป็ต้องคืนร่างเป็สะสาร เพราะถึงแม้จะปล่อยประจุพลังออกมาแต่ร่างต้นมีศักยภาพไม่พอที่จะใช้พลังเขาอาจต้องละทิ้งร่างมนุษย์และกลับสู่ร่างสะสารเหมือนเดิมแต่ถ้าทำเช่นนั้นเขาจะไม่สามารถกลับเป็อัลเลนได้อีกเพราะไม่มีอัตลักษณ์ต้นแบบให้เขาทำการคัดลอก
การต่อสู้ไม่ได้เกิดกับอัลเลนเท่านั้นพวกเอเลี่ยนได้โจมตีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ของทหารจนพังไปหลายลำ จิลที่วิ่งห่างออกมาจากอัลเลนก็พบพวกทหารและเ้าหน้าที่หลายคน ทหารเข้าจับตัวจิลไว้จิลพยายามดิ้นรนแต่พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปนายทหารคนหนึ่งเหมือนเป็ระดับนายพลสั่งการกับนักบิน
นายพล : มีคำสั่งให้จับคนที่เป็มนุษย์แบบเป็เท่านั้นพวกตัวประหลาดฆ่าทิ้งให้หมด
พวกทหารมาพร้อมอาวุธครบมือ กระทั่งรถถัง และะเิเหมือนพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
จิล : นายจะทำอะไรเขา
นายพล : ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าจะทำพวกเราทำไปนานแล้ว
จิล : พวกคุณรู้งั้นเหรอ
นายพล : เราติดตามมัน........ อัลเลน มานานแล้วั้แ่เขาออกจากบ้านจนมาเจอกับเธอ
จิล : แล้วทำไม?
นายพล : เราอยากรู้ว่าเขา้าอะไรที่มาที่นี่ และมีแผนการจะทำอะไรกับโลก แต่เท่าที่ดูเหมือนว่าเขาจะติดใจสาวบนโลกนี้สะมากกว่า แต่ที่สำคัญสิ่งที่เราสนใจมากกว่าคือเธอเธอเป็ใครกันแน่ จิล เราเอารูปของเธอเข้าโปรแกรมตรวจอัตลักษณ์ไม่พบว่าเธอเป็คนในประเทศนี้ ไม่พบการเข้าประเทศตรวจพบว่าเธอออกจากบ้านแห่งหนึ่งในเมือง........และเมืองนั้นก็เป็เมืองที่โดนไฟไหมจากเหตุอุกกาบาตตกเมื่อ2 อาทิตย์ก่อน เธอเข้าไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงและั้แ่เมื่อไหร่ ทั้งที่มีเ้าหน้าที่คอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา
จิล : (หัวเราะ) ฉันออกมาจากบ้านนั้นพวกนายยังไม่รู้เลยทำไมจะเข้าไปโดยที่พวกนายไม่รู้ไม่ได้หล่ะ
นายพล : เธอมีแผนจะทำอะไรกันแน่เธอรู้อยู่แล้วใช่มั๊ยว่าอัลเลนเป็พวกต่างดาว แล้วพวกเอเลี่ยนที่มาที่นี่พวกมัน้าอะไร เธอพาอัลเลนมาที่นี่ทำไม จุดประสงค์แท้จริงของเธอคืออะไร
ยังไม่ทันที่จิลจะตอบ เอเลี่ยนอีกตัวก็กระโจนเข้ามาเข้ากัดพวกเ้าหน้าที่และทหารทันทีพวกทหารกระหน่ำยิ่งใส่เอเลี่ยนตัวนั้นแต่ไม่เป็ผล ยิ่งทำให้มันอาละวาดหนักขึ้นอัลเลนที่วิ่งตามมารีบเข้าช่วยจิลก่อน และพาเธอวิ่งออกจากจุดนั้น
จิล : อัลเลนไม่เป็ไรนะ
อัลเลนดึงจิลไปหลบอีกด้านของยานที่ตก เขามองหน้าจิลด้วยความเป็ห่วง เขาสองจิตสองใจที่จะคืนร่างเขายังอยากอยู่ในร่างนี้ ยังอยากอยู่กับจิล และอยู่บนโลกนี้ต่อไป ไม่นานนักแผ่นดินก็เริ่มไหว เหมือนมีอะไรเคลื่อนตัวอยู่ใต้ดินจากนั้นยานก็โผล่ขึ้นมาเหนือดิน อัลเลนมองไปที่ยานและสั่งพลังจิตออกคำสั่งยานนั้นยิงลำแสงมาไปที่พวกเอเลี่ยนและยานของพวกมันจนกลายเป็ผุยผงการใช้พลังเรียกยานให้ขึ้นมานั้น ทำให้ร่างกายอัลเลนาเ็สาหัสมือของเขาไหม้จนเป็สีดำ
จิล : อัลเลนมือนายเป็อะไร (รีบเข้าไปจับมือเขาไว้)
อัลเลน : ร่างนี้ไม่สามารถทนพลังที่ฉันใช้ได้ มันเริ่มจะเสื่อมสภาพแล้ว
จิล : ทำไมหล่ะ นายสามารถสร้างร่างกายให้เหมือนคนอื่นได้แต่ทำไมถึงรักษาแผลตัวเองไม่ได้
อัลเลน :ฉันสร้างเนื้อเยื่อิัจากมวลสารที่ฉันสะสมมาตลอดการเดินทางในอวกาศ และแน่นอนฉันไม่สามารถทำหลายๆครั้งได้ อีกทั้งการที่ฉันเปลี่ยนร่าง ก็เหมือนการลอกร่างต้นมามนุษย์ไม่ศักยภาพในการฟื้นฟูร่างกาย ฉันที่อยู่ในร่างมนุษย์ก็ทำไม่ได้เช่นกัน