ขณะที่ปู้จิงกำลังจะเดินไปส่องดูหน้าผาว่ามีสมุนไพรตามหนังสือหรือไม่กลับมีเสียงลมดังขึ้นในโสตประสาทของนางเสียก่อน
วูบ!!ฟึ่บ!!!เปรี้ยง!
ปู้จิงหลบหลีกตามสัญชาตญาณพอตั้งหลักได้ปู้จิงก็เห็นงูั์ตัวใหญ่กำลังขู่ฟ่อฟ่ออยู่ห่างไปหนึ่งจ้างปู้จิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างรังเกียจเมื่อครู่นางเตะเท้าออกไปอย่างสะเปะสะปะก็คิดอยู่ว่าทำไมสิ่งที่นางเตะถึงได้ลื่นๆ ยึกยึ๋ย ๆ พอรู้ว่าเป็งูตัวเขื่องจริงๆ ปู้จิงก็ยิ่งขยะแขยงมากขึ้นไปอีกสัตว์อื่นนางไม่กลัวเลยแม้แต่น้อยยกเว้นพวกงูที่มีหนังเรียบลื่นเหล่านี้ที่ปู้จิงไม่เคยชอบเลยแม้แต่น้อย
“เ้างูบ้าเอ้ย!กล้าทำร้ายข้าอยากตายนักใช่ไหม”ปู้จิงตวาดอย่างอารมณ์เสียนางนำธนูออกมาง้างและเตรียมตัวยิงงูไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงทันที
เ้างูั์เห็นคนตัวเล็กทำท่าทางขึงขังก็ยิ่งนึกดูถูกมันอยู่เฝ้าสมุนไพรล้ำค่ามาหลายร้อยปีแล้วยังไม่เคยมีมนุษย์คนไหนกล้าเข้ามาในพื้นที่ของมันมาก่อนมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้ามันกลับกล้ามาถึงที่นี่ทั้งยังเตะมันเสียมึนหัวไปหมด
ฟ่อ!วูบ!!ฟึ่บ!ฟ่อ!
งูตัวใหญ่ไม่กลัวลูกธนูเล็กๆ ของปู้จิงเลยแม้แต่น้อยมันเลื้อยเข้าใส่ปู้จิงอย่างรวดเร็วโดยคิดจะงับร่างของนางในคำเดียวน่าเสียดายที่ความคิดของมันไม่เป็อย่างที่คาดหวังสิ่งที่มันได้รับกลับมาจากปู้จิงคือลูกธนูที่รุนแรงราวกับปืนใหญ่ทำเอางูดวงซวยถึงกับตาเหลือกกระอักเืออกมาคำโตเพราะลูกธนูเล่นปักอยู่ในปากของมันจนเืทะลักออกมาแล้ว
ปู้จิงเห็นว่าเ้างูบ้ายังไม่สิ้นฤทธิ์นางที่เกลียดหนังลื่น ๆของมันเป็ทุนเดิมจึงได้แต่หยิบมีดพร้าประจำตัวออกมาและเก็บธนูเอาไว้ก่อนจากนั้นปู้จิงะโสูงขึ้นไปอย่างไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งจะทำได้ถึงขนาดนี้นางตวัดปลายมีดพร้าฟันลงไปกลางหัวของงูั์อย่างเต็มแรงเสียงโครมครามดังไปทั่วบริเวณทันทีพื้นที่ที่งูั์อยู่ก่อนหน้านี้ถูกแรงกดจากมีดพร้าแตกกระจายออกเป็วงกว้างทันทีงูั์ที่เสียท่าปู้จิงไปสองครั้งติดๆ กัน มันในตอนนี้รู้แล้วว่าปู้จิงไม่ธรรมดาพอเห็นปู้จิงกำลังจะลงมือกับมันอีกครั้งงูั์ก็รีบเผ่นหนีอย่างว่องไวยิ่งกว่าตอนที่มันมาก่อนหน้านี้เสียอีกในใจของงูั์ได้แต่ก่นด่าบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของปู้จิงว่าเหตุใดจึงมีทายาทมนุษย์พลังสูงเช่นนี้ออกมาได้ทำเอามันเกือบตายไปเสียแล้ว
“แฮ่กๆ บ้าเอ้ย!ปล่อยมันหนีไปจนได้”ปู้จิงที่ลงมายืนบนพื้นอย่างมั่นคงแล้วอดหายใจหอบขึ้นมาไม่ได้นานแล้วที่นางไม่ได้ใช้พลังเต็มที่นับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ลำบากมากเลยทีเดียว
ปู้จิงเมื่อมองดูแล้วเห็นว่างูั์ไม่น่าจะกลับมาอีกเร็วๆ นี้ นางก็รีบไปส่องดูที่ข้างหน้าผาอย่างอยากรู้อยากเห็นทันทีสายตาที่กวาดมองไปของปู้จิงพบเข้ากับกล้วยไม้สีรุ้งสองต้นที่ขึ้นอยู่ห่างออกไปจากบนหน้าผาประมาณเกือบสองจ้างนางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจลุกเดินไปผูกเชือกที่นำมาด้วยเข้ากับต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ จากนั้นปู้จิงก็มัดเชือกเข้ากับเอวของนางแล้วค่อยๆ ปีนลงไปจากหน้าผาช้า ๆปู้จิงกลัวว่าหากนางเผลอออกแรงมากไปจะทำให้หินบนหน้าผาแตกและไปทำลายกล้วยไม้สีรุ้งของนางเสียก่อน
ด้วยความพยายามกดพลังของปู้จิงในที่สุดกล้วยไม้ทั้งสองดอกก็มาอยู่ในตะกร้าสะพายหลังของนางได้เสียทีปู้จิงไม่สนใจสมุนไพรอื่นที่มีอยู่ตามหน้าผาอีกนางคิดว่าแค่สมุนไพรที่เก็บได้ตอนนี้น่าจะขายได้เงินไม่น้อยแล้วปู้จิงอยากเข้าเมืองไปขายด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่งเพราะทุกครั้งคนในบ้านมักจะเป็คนนำของที่นางหาได้ไปขายให้
ปู้จิงที่ขึ้นมาจากหน้าผาเลือกที่จะเก็บเชือกแล้วใช้วิชาตัวเบากลับบ้านไปในทันทีนางไม่สนใจสายตาคนอื่นที่อยู่ตีนเขาแม้แต่น้อยปู้จิงเลือกที่จะรีบกลับบ้านตนเองเพื่อขออนุญาตท่านแม่ให้นางเข้าเมืองไปขายสมุนไพร
เมื่อปู้จิงกลับมาถึงบ้านตระกูลปู้นางในวันนี้ไม่ได้วิ่งไปอวดของดีกับท่านย่าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่เลือกที่จะวิ่งเข้าเรือนไปหาท่านแม่ของนางแทน
“ท่านแม่!ข้าขอเข้าเมืองไปขายสมุนไพรได้ไหมเ้าคะ”ปู้จิงหอบแฮ่กอยู่พักหนึ่งก่อนจะขออนุญาตออกมาเสียงดังนางอยากรีบเข้าเมืองไปดูว่าที่นั่นมีสิ่งใดน่าสนใจบ้างสักครั้ง
“เพ้ย!เ้าเพิ่งกลับมายังจะออกไปอีกหรือนี่มันบ่ายกว่าแล้วนะ”หลิวซื่อส่ายหน้าปฏิเสธทันทีอีกอย่างสามีนางกับพี่ใหญ่ของเขาก็ยังไม่กลับมาด้วยนางกลัวว่าลูกสาวจะถูกคนในเมืองหลอกลวงเอาจึงไม่อยากให้นางไปคนเดียว
“โธ่ท่านแม่ข้าไปไม่นานหรอกเ้าค่ะ”ปู้จิงยังคงออดอ้อนอย่างน่ารักแต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้หน้าตาและท่าทางของนางนั้นไม่ได้ผลกับหลิวซื่อ
“ไม่ได้!หากอยากไปต้องให้พ่อเ้าพาไปเท่านั้น”หลิวซื่อยื่นคำขาด
“เฮ้อ!ข้ารอท่านพ่อก็ได้เ้าค่ะ”ปู้จิงทำได้แค่ต้องวางตะกร้าสะพายหลังลงแล้วเข้าไปนอนรอพ่อของนางในห้องแทนปู้จิงงอนจนไม่คิดจะกินแม้แต่ข้าวเที่ยง
หลิวซื่อเห็นอาการลูกสาวแบบนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาลูกสาวนางถูกทุกคนในตระกูลปู้ตามใจจนแทบจะเสียคนแล้วขนาดนางเองที่ดูเหมือนจะเข้มงวดแต่จริงๆ ก็อดตามใจปู้จิงในหลาย ๆเื่ไม่ได้เช่นเดียวกันก็ใครใช้ให้ลูกสาวนางน่ารักน่าชังขนาดนี้กันเล่าต่างจากสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเทพเซียนของปู้จิงลิบลับ
กว่าปู้ซานจะกลับมาถึงบ้านพร้อมสัตว์ป่าจำนวนมากเวลาก็ล่วงเลยไปถึงยามเย็นแล้วปู้จิงทำได้แค่หน้างอคอหักออกไปกินข้าวที่บ้านใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์เท่านั้น
“เป็อะไรไปลูกรัก”ปู้ซานที่จัดเก็บสัตว์ที่ล่ามาได้วันนี้เสร็จเอ่ยถามเมื่อเข้ามาในห้องอาหาร
“เปล่าเ้าค่ะ”ปู้จิงจะบ่นท่านแม่ของนางต่อหน้าคนอื่นได้ยังไงกันนี่เป็เื่เสียมารยาท
“พรุ่งนี้ท่านพี่พาลูกเข้าเมืองไปด้วยนะเ้าคะนางเก็บสมุนไพรมาได้หลายอย่าง”หลิวซื่อเป็คนเอ่ยปากขึ้นมาแทนถึงแม้นางจะเห็นท่าทางไม่น่ารักของลูกสาวแต่ก็ไม่คิดจะว่าอะไร
“ได้สิลูกยังไม่เคยเข้าเมืองเลยนี่นายังไงพรุ่งนี้ข้าก็จะเอาสัตว์ที่ล่าได้เข้าไปขายอยู่แล้วให้ลูกนั่งเกวียนไปกับข้าและพี่ใหญ่ก็ได้”ปู้ซานบอกพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาอยากพาปู้จิงไปหาซื้อขนมอร่อยๆ ในเมืองมานานแล้วเพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าขออนุญาตเมียรักก็เท่านั้น
“เ้าใหญ่พรุ่งนี้เอาเงินไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งกลับมาไว้ที่บ้านด้วยเครื่องปรุงในครัวก็ใกล้จะหมดแล้วซื้อมาไว้มากหน่อยจะได้ไม่ต้องเข้าเมืองบ่อยๆ” จางซื่อหันไปบอกลูกชาย
“ขอรับท่านแม่”ปู้กังพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้มพรุ่งนี้เขาจะได้ไปอวดกล้ามให้สาวๆ ในเมืองดูอีกแล้วยังดีที่เมียเขาไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อนไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสดีๆ เช่นนี้
ปู้ต้านปู้ตี้และปู้จื่อพอได้ยินก็อยากไปด้วยแต่น่าเสียดายที่เหวินซื่อและเหมยซื่อไม่อนุญาตให้พวกเขาไปวุ่ยวายในเมืองเพราะกลัวว่าเด็กพวกนี้จะวิ่งพล่านไปทั่วจนหากันไม่เจอ
หลังมื้อเช้าวันต่อมาปู้กังกับปู้ซานช่วยกันยกสัตว์ป่าที่ล่าได้เมื่อวานขึ้นเกวียนอย่างรวดเร็วปู้จิงเองก็สะพายตะกร้าขึ้นหลังแล้วะโขึ้นไปนั่งบนเกวียนทันทีเช่นกันนางโบกมือให้กับพี่ชายน้องชายที่มารอยืนส่งพร้อมรอยยิ้มกว้างนี่เป็ครั้งแรกที่ปู้จิงจะได้เข้าไปเที่ยวในเมืองฝูเป่ยนางจึงอดดีใจขึ้นมาไม่ได้
“รอพ่อกับลุงเ้าขายเหยื่อเสร็จก่อนนะลูกพ่อจึงจะพาเ้าไปร้านขายสมุนไพรทีหลัง”ปู้ซานที่บังคับเกวียนอยู่เอ่ยขึ้นระหว่างทาง
“ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ”ปู้จิงรับคำเสียงดังนางกลัวว่าท่านพ่อจะไม่ได้ยินเพราะพ่อกับลุงของนางนั่งอยู่ด้านหน้าของเกวียนซึ่งห่างจากตรงที่นางนั่งอยู่มากพอสมควร
“เงินของหลานสาวข้าว่าไม่ต้องเอาเข้ากองกลางหรอกนะให้นางเก็บไว้ใช้จ่ายเองดีไหม”ปู้กังผู้หลงใหลหลานสาวสุดน่ารักไม่ต่างจากคนอื่นในบ้านหันไปบอกน้องชาย
“อืม…ถ้าพี่ใหญ่คิดว่าได้ก็ไม่มีปัญหาขอรับข้าคิดว่านางคงขายได้ไม่มากนักหรอก”ปู้ซานเอ่ยอย่างไม่คิดมากอะไรเพราะปู้จิงนำผ้ามาปิดตะกร้าเอาไว้ทำให้ไม่มีใครเห็นว่าในนั้นมีสมุนไพรล้ำค่าอยู่มากแค่ไหนหากพวกเขาเห็นเข้าคงไม่กล้าพูดแบบนี้แน่