สวีหว่านหนิงหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ที่ใส่เนื้อไก่กับแป้งทอดเดินไปทางไหนก็เป็ที่จับตามองของทุกคน
ยุคสมัยนี้แค่มีเศษข้าวกับผักป่ากินจนอิ่มท้องก็ดีมากแล้วทุกคนล้วนไม่มีเงิน พอได้กลิ่นหอมจึงอดไม่ได้ที่จะหันมามอง
ณ หน่วยจือชิงกู้จวินรออยู่ด้านนอกนานแล้ว เขาได้กลิ่นหอมโชยมาแต่ไกลท้องเริ่มร้องด้วยความหิวโหย จนแอบกลืนน้ำลายไปหลายครั้ง แต่กลับยังทำสีหน้าหยิ่งผยองเช่นเดิมเขาตั้งใจว่า หลังจากรับอาหารของสวีหว่านหนิงแล้ว เขาจะด่าเธอให้หลาบจำ
ถ้าเธอไม่เอาลูกไปขายแล้วเขาจะเอาเงินทุนมาจากไหน ตัวซวยอย่างเธอ ดีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเขา!
จากความทรงจำของร่างเดิมสวีหว่านหนิงมองกู้จวิ้นอย่างพิจารณา เขาเป็คนรูปร่างผอมบาง ใต้ตาคล้ำแค่มองก็รู้ว่าเป็พวกละโมบโลภมาก หน้าตาดูเ้าเล่ห์เพทุบาย ต่อให้จ่ายเงินจ้างเธอก็ไม่มีทางเอาผู้ชายแบบนี้มาเป็คนรัก!
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงมองมากู้จวิ้นก็ยืนพิงเสาหินพลางทอดสายตามองไปที่อื่นอย่างโศกเศร้า แสร้งทำท่าเหมือนพวกนักกวี
ปกติร่างเดิมมักจะพ่ายแพ้ให้กับท่าทางอย่างนี้แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว สวีหว่านหนิงรู้สึกสะอิดสะเอียนกลัวมองผู้ชายตรงหน้านานกว่านี้แล้วจะเผลออาเจียนออกมา
คงไม่มีใครคาดคิดว่ากู้จวิ้นที่ชอบเมินร่างเดิมของสวีหว่านหนิงเสมอจะวิ่งตามมา
“สวีหว่านหนิงไม่เห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้หรือไง! จะเดินไปไหน!”
เขารออยู่นานจนท้องร้องไม่หยุดแม่นี่ทำไมถึงไม่มาให้เร็วกว่านี้!
“เห็นสิตัวใหญ่ขนาดนั้น!”
สวีหว่านหนิงหิ้วตะกร้าเดินต่อกู้จวิ้นเดินมาขวางหน้า แล้วยื่นมือมาให้
“พอได้แล้วส่งมาให้ฉันสิ เื่ขายลูกรีบจัดการเสียล่ะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่สนใจเธออีกแล้ว!”
ดูพูดเข้าเขาวางแผนอะไรไว้ คนยุคศตวรรษที่ 21 อย่างเธอรู้หมดแล้ว
หน้าไม่อายเหลือเกินถ้าไม่ใช่เพราะมือไม่ว่าง เธอคงตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่!
“ไม่สนก็ช่างทำเหมือนฉันอยากให้เธอสนใจ!”
กู้จวิ้นถูกเธอตอกกลับจนตะลึงงันจากนั้นจึงคว้าแขนของเธอไว้แล้วตะคอกใส่
“เป็บ้าอะไรของเธอ!เอาอาหารมาให้ฉัน แล้วฉันจะไม่ถือสา!”
สวีหว่านหนิงกลอกตาชายชั่วหน้าด้านจริงๆ อยากกินของของคนอื่น แล้วยังจะยกตนข่มท่านอีก!
“เอาอาหารให้เธอ? ช่างกล้าพูดเหลือเกินนะ! อยากกินข้าวก็กลับไปหาแม่ที่บ้านฉันไม่มีลูกชายหน้าไม่อายแบบเธอ!”
เธอเพิ่งเรียนรู้สำเนียงท้องถิ่นจากหญิงวัยกลางคนคนนั้นเสียงดังจนพวกชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่มมุงดูพลางชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์
“โอ้เกิดอะไรขึ้นนี่ สะใภ้ตระกูลหลินหลงใหลกู้จือชิงมาโดยตลอดมิใช่หรือ?”
“มีแต่ตระกูลหลินเท่านั้นที่ยอมหากเป็ตระกูลอื่น สะใภ้แบบนี้คงถูกโบยวันละแปดรอบ!”
คำพูดของพวกชาวบ้านทำให้สวีหว่านหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอกวาดตามองไปรอบๆ คงถึงเวลาต้องล้างมลทินและชื่อเสียงในแง่ลบของเธอแล้ว
เธอคือคนสมัยใหม่ที่ดูละครชิงดีชิงเด่นในวังมานับไม่ถ้วนมีหรือจะรับมือกับชายชั่วแค่คนเดียวไม่ได้!
สวีหว่านหนิงสะบัดมือกู้จวิ้นด้วยท่าทางรังเกียจ
“กู้จือชิงเห็นแก่ที่พวกเราศึกษาเล่าเรียนและมาที่ชนบทด้วยกัน ฉันจึงดูแลเธอมาโดยตลอดแต่เธอจะเอาแต่ปอกลอกฉันแบบนี้ไม่ได้นะ!”
พูดจบเธอก็เช็ดน้ำตาซึ่งไม่มีอยู่จริงก่อนจะตัดพ้อกู้จวิ้นว่า “ฉันยังมีลูกอีกสองคนต้องเลี้ยงดูต่อให้เป็พี่น้องท้องเดียวกันก็คงช่วยส่งเสียเธอตลอดไปไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับพวกเราที่เป็แค่เพื่อนกัน!”
“พอฉันไม่ช่วยเธอแล้วเธอก็เอาฉันไปลือเสียๆ หายๆ ทำลายชื่อเสียงของฉัน!”
พูดจบสวีหว่านหนิงก็จับมือภรรยาของผู้ใหญ่บ้านพลางบีบน้ำตา “คุณป้า คุณป้าคงทราบดีว่าสามีของฉันเป็ทหารอยู่ต่างเมืองชีวิตของฉันกับลูกไม่สู้ดีนัก ปกติมีเื่อะไร หากฉันทนได้ก็จะทน”
พูดถึงตรงนี้เธอก็เงียบไปแล้วใช้สายตาเดือดดาลจ้องมองกู้จวิ้น “แต่เขากลับรังแกกันเกินไปแล้ว!ขออาหารยังไม่เท่าไร แต่เขากลับส่งนายหน้าค้าเด็กมาหาฉันแล้วขอให้ฉันขายลูกทั้งสองคนเพื่อเอาเงินไปให้เขา!”
“ว่าไงนะ!”
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านสะดุ้งเฮือกการค้ามนุษย์มีโทษหนัก ต้องถูกยิงเป้า! และจะพานทำให้คนทั้งหมู่บ้านเดือดร้อนไปด้วย!
“สวีจือชิงเธอต้องรับผิดชอบสิ่งที่พูดด้วยล่ะ!”
สวีหว่านหนิงน้ำตาคลอเบ้าเธอชี้หน้ากู้จวิ้น“เขาบอกว่าูเาหลังหมู่บ้านมีผลไม้ให้เก็บหลอกล่อฉันให้พาลูกสองคนไปที่นั่น นายหน้าค้าเด็กรออยู่ตรงนั้นบอกให้ฉันขายลูกแล้วจะเอาเงินไปให้เขา ฉันไม่ยอม แถมยังถูกนายหน้าค้าเด็กผลักจนล้มอีกด้วยค่ะ!”
พูดจบสวีหว่านหนิงก็เสยผมหน้าผากขาวเนียนมีรอยปูดและบวมช้ำจนน่าใ
“ไอ้หยานี่มัน...”
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านชี้หน้ากู้จวิ้นเธอโกรธจนไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดี
ลูกคือชีวิตของคนเป็แม่กู้จวิ้นไร้ศีลธรรมเกินไปแล้ว!
สวีหว่านหนิงหน้าตาสะสวยรูปร่างอรชร ใบหน้ารูปไข่ หน้าตาสวยใสดั่งดอกไม้บริสุทธิ์บัดนี้เธอกำลังทำสีหน้าน่าสงสาร พวกป้าๆ ในหมู่บ้านล้วนเชื่อคำพูดของเธอโดยสัญชาตญาณและพากันชี้หน้าด่ากู้จวิ้น
กู้จวิ้นหน้าแดงก่ำพลางจ้องสวีหว่านหนิงอย่างโกรธแค้น เขาขึ้นเสียงสูงกล่าวว่า “อย่ามาพูดเหลวไหลเธอยินดีขายลูกเอง!”
“ในเมื่อบอกว่าฉันยินดีขายแล้วทำไมสุดท้ายถึงไม่ได้ขาย แถมยังถูกนายหน้าทำร้าย! แม่ที่ไหนจะยอมขายลูกของตัวเองบ้าง!?”
สวีหว่านหนิงปากเถียงกับเขาแต่ร่างกายกลับหลบไปยืนด้านหลังพวกคุณป้า เธอทำตัวอ่อนแอดั่งดอกไม้ขาวที่ใกล้จะร่วงโรยเพราะถูกคนรังแก
“กู้จือชิงเธอทำให้สวีจือชิงใ!”
“ขนาดพวกเราอยู่ด้วยเขายังกล้าเสียงดังเช่นนี้ไม่รู้ว่าลับหลังจะรังแกสวีจือชิงขนาดไหน!”
พวกป้าๆรวมตัวกันต่อต้านศัตรู สวีหว่านหนิงหลบอยู่ข้างหลังพวกเธอพลางส่งยิ้มให้กู้จวิ้น
กู้จวิ้นหัวเดียวกระเทียมลีบไม่กล้าปะทะกับพวกป้าๆ ในหมู่บ้าน เขาโกรธจนหูดับตับไหม้ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “สตรีกับคนพาลนั้นเลี้ยงยาก! [1] ”แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป
เมื่อเห็นเขาไปแล้วสวีหว่านหนิงก็ออกมาจากด้านหลังของพวกคุณป้า เธอขยี้ตาเล็กน้อย
“โชคดีที่มีพวกคุณป้าช่วยฉันไว้มิเช่นนั้นวันนี้เนื้อชามนี้คงถูกเขาแย่งไป!”
“ที่แท้เขาแย่งอาหารของเธอมาโดยตลอดสวีจือชิง เป็พวกฉันเข้าใจเธอผิดไป”
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านจับมือสวีหว่านหนิงด้วยสีหน้ากระตือรือร้น“เธอว่า ในเมื่อเด็กสองคนปลอดภัยดี เื่นายหน้าค้าเด็กให้มันผ่านไปดีไหม”
หากแจ้งความเื่ค้ามนุษย์การประเมินปีหน้า หมู่บ้านคงไม่ได้เป็หมู่บ้านดีเด่นอีกแล้ว หากไม่มีคำว่าดีเด่นพ่วงท้ายก็จะต้องสูญเสียเงินสนับสนุนหลายร้อยหยวนแล้วคนทั้งหมู่บ้านก็จะเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
“คุณป้าวางใจเถอะค่ะฉันเข้าใจ ฉันควรคิดถึงผลประโยชน์ของหมู่บ้านเราเป็หลัก”
สวีหว่านหนิงหลุบตาลงไม่มีมาดหยิ่งผยองเหมือนวันวานอีกแล้ว
“ยอดเยี่ยมเป็จือชิงจากในเมืองเหมือนกันแท้ๆ แต่เธอดีกว่าเขามาก!”
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านตบไหล่เธอเบาๆอย่างโล่งอก ก่อนจะให้คำมั่นสัญญาว่า
“ต่อไปถ้ากู้จวิ้นกล้ารังแกเธอหรือหมายตาลูกของเธออีกป้าจะไม่ปล่อยเขาไปแน่ๆ!”
“ขอบคุณคุณป้านะคะ!”
สวีหว่านหนิงยิ้มหวานพลางคิดอย่างดีใจตอนนี้เธอเอาชนะใจพวกคุณป้าในหมู่บ้านได้ครึ่งทางแล้ว
“ป้าเถียนคุณลุงอยู่ที่บ้านหรือเปล่าคะ”
หญิงร่างบางคนหนึ่งเดินมาถามอย่างแปลกใจ“เธอมีธุระอะไรกับเขาหรือ”
เถียนเป่าเคยเป็อาจารย์มัธยมปลายในเมืองเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เขาถูกส่งมาอยู่ในชนบทรวมกับพวกจือชิงปกติไม่ค่อยมีใครสนใจเขานัก
“ฉันอยากขอยืมหนังสือจากคุณลุงมาสักสองเล่มเพื่อสอนลูกๆ อ่านหนังสือค่ะ”
พูดจบเธอก็เอาตะกร้าไม้ไผ่ยัดใส่มือป้าเถียน “ฉันเอามันมาให้คุณป้ากับคุณลุงค่ะ”
ทุกคนมีเื่ให้ใอีกครั้งว่ากันว่าลูกสะใภ้ของตระกูลหลินเป็คนหัวสูงและเย่อหยิ่ง แต่จากท่าทีในตอนนี้ ดูเป็คนมีกาลเทศะมิใช่น้อย
[1]หมายถึงการอยู่ร่วมกับผู้หญิงหรือคนพาลนั้นช่างยากเข็ญ อยู่ใกล้ไปจะเสียมารยาทอยู่ไกลไปก็จะกลายเป็ความห่างเหิน