ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 65 : ผู้พิทักษ์ผลมหาโพธิสัตว์

    เมื่อมองเห็นจิตวิญญาณพฤกษาที่ส่องแสงเรืองรอง ดวงตาของราชาวานรก็เริ่มเปียกชื้น “จะ-จิตเทพพฤกษา… มันคือจิตเทพพฤกษาจริงๆ…”


    ความเศร้าโศกฉายผ่านสีหน้าแววตาและน้ำเสียงของราชาวานร ทำให้ทุกชีวิตที่อยู่ที่นี่อดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงความมึนงง 


    อากัปกิริยาที่แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองของราชาวานรทำให้คอของจางหลินแห้งผากอย่างไม่ทราบสาเหตุ


    เขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเขาและวานรกลุ่มนี้ 


    แววตาของวาชาวานรไม่ได้ดุร้ายเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่มันกลับเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและความเสียใจ


    ราชาวานรรีบปาดน้ำตาออกจากขอบตา ก่อนจะกล่าวอย่างอบอุ่น “เจ้าหนู ในอนาคตเจ้าควรระวังมากกว่านี้ ทางที่ดีที่สุดอย่าได้แสดงจิตวิญญาณยุทธ์ของเจ้าให้ใครเห็นเป็นอันขาด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง”


    ทัศนคติที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของราชาวานรทำให้จางหลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนมึนงง ถึงกระนั้นเขากลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเมื่อคำเตือนของราชาวานรแทบจะเหมือนกันกับหลี่เชียนเหม่ยทุกประการ 


    [จิตวิญญาณพฤกษาของข้ามีเรื่องราวลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่หรือไม่?]


    [เหตุใดผู้คนที่พบเห็นถึงได้ตัดสินใจตักเตือนข้าในลักษณะเฉกเช่นเดียวกันเช่นนี้?]


    [อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าราชาวานรผู้นี้ไม่มีกะจิตกะใจที่จะสังหารข้าอีกต่อไป]


    จางหลินรีบโบกมือก่อนที่จิตวิญญาณพฤกษาจะหายไป พลางประสานมือเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ผู้อาวุโส มีอะไรผิดปกติกับจิตวิญญาณพฤกษาของข้าหรือไม่?”


    คำถามนี้กลับทำให้ราชาวานรส่ายหน้าอย่างไม่คาดคิด “ข้าไม่สามารถบอกได้ แต่ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรฟังคำเตือนของข้า เพราะมันอาจจะทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายได้”


    คำตอบที่ได้รับทำให้จางหลินสับสนมากกว่าเดิม แต่ราชาวานรก็รีบเปลี่ยนหัวข้อในทันที “แล้วเจ้าเข้ามาทำอะไรในป่าผืนนี้? หากข้าจำไม่ผิดที่แห่งนี้ได้รับขนานนามว่าเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับมนุษย์ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วมิใช่หรือ?”


    จางหลินที่ได้ยินก็รีบบอกจุดประสงค์ของเขาในทันที “ท่านพ่อของข้าได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้จนต้นกำเนิดแห่งชีวิตที่แตกสลาย ข้าได้รับคำทำนายจากหมอดูผู้หนึ่งว่าในป่าอสูรร่ำไห้มีสมบัติที่ถูกเรียกว่า【ผลมหาโพธิสัตว์】อยู่ และเขายังกล่าวอีกว่าผลมหาโพธิสัตว์สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของท่านพ่อได้ และข้ามาก็เพื่อสิ่งนั้น... ไม่ทราบว่าท่านพอจะรู้ตำแหน่งของผลมหาโพธิสัตว์หรือไม่?”


    เขาคาดเดาว่าราชาวานรอาจจะรู้ตำแหน่งที่อยู่ของผลมหาโพธิสัตว์ และอาจจะทำให้เขาช่วยประหยัดเวลาได้บ้างไม่มากก็น้อย


    ครั้นได้ยินดังนั้นคิ้วของราชาวานรเลิกขึ้นอย่างเย็นชาโดยไม่ทราบสาเหตุ “หมอดูชรา?”


    เขาไม่ได้สนใจในหัวข้อของผลมหาโพธิสัตว์แม้แต่น้อย แต่เขากลับสนใจหมอดูชราที่จางหลินพูดถึง


    [ไอ้สารเลวหน้าไหนกล้าที่จะแนะนำเขาให้มาที่ที่อันตรายเช่นนี้!?]


    [แล้วหมอดูคนนั้นรับรู้ถึงการมีอยู่ของผลมหาโพธิสัตว์ได้อย่างไร?]


    [เป็นไปได้ไหมว่าตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว?]


    แต่หลังจากครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งดูเหมือนว่าคงจะเป็นเพียงแค่ความบังเอิญเท่านั้น


    จากนั้นราชาวานรปั้นหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เจ้ามาถูกที่แล้ว เผ่าวานรบรรพกาลของข้าเป็นผู้ดูแลผลมหาโพธิสัตว์อยู่”


    เมื่อได้ยินดังนั้นดวงตาของจางหลินก็เปล่งประกาย “ผู้อาวุโส ท่านมีเงื่อนไขใดๆหรือไม่หากข้าต้องการนำผลมหาโพธิสัตว์กลับไป? ไม่ว่าอะไรข้าก็ยินดีจะแลกเปลี่ยน” 


    ราชาวานรยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนอะไรทั้งนั้น หากเจ้าอยากได้ ข้าจะส่งใครบางคนไปเอามาให้เจ้าเอง—”


    แต่ก่อนที่ราชาวานรจะพูดจบ เสียงของซุนเฮ่ยชิงก็ดังขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย “พี่ใหญ่! ผลมหาโพธิสัตว์เป็นถึงสมบัติต้นกำเนิด! ท่านจะมอบให้มนุษย์ที่อ่อนแอไปง่ายๆได้อย่าง—”


    ไม่ทันที่มันจะกล่าวจบ ก็มีเสียง “เพียะ!” ดังขึ้นเมื่อซุนเฮ่ยชิงถูกตบจนล้มหัวทิ่มและกินดินไปหนึ่งกรุบ


    “ไอ้สารเลว! ถอนคำพูดของเจ้าเดี๋ยวนี้!” ราชาวานรคำรามอย่างโกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเขามีความต้องการที่จะทุบตีซุนเฮ่ยชิงผู้นี้ให้ตายคามือ


    มุมปากของจางหลินอดไม่ได้ที่จะกระตุกอย่างหนัก และรีบยับยั้งสถานการณ์ด้วยการพูดขึ้นว่า “เอ่อ... ท่านวานรสีเงินพูดถูกจริงๆ หากมีเงื่อนไขใดๆท่านสามารถเสนอมาได้ หากอยู่ในขอบเขตของข้า ข้าย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน”


    ในตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาก็คือชีวิตของจางหยินเซียว ฉะนั้นแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้เขาทำอะไรเขาย่อมไม่มีวันปฏิเสธ ขอเพียงแค่มันไม่ส่งผลกระทบต่อตระกูลจางก็เป็นพอ


    แต่ในความเป็นจริงบุคคลที่มีความแข็งแกร่งในขอบเขตนิรันดร์คงจะไม่มีความต้องการใดๆจากผู้ที่ไร้พลังยุทธ์เช่นเขา แต่ที่เขาพูดไปเช่นนั้นก็เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทเท่านั้น


    ราชาวานรอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้วลง ในขณะที่ซุนเฮ่ยชิงรีบถอยหลังกลับไปด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น พลางจ้องมองไปยังจางหลินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป


    ในตอนนี้ซุนเฮ่ยชิงตระหนักได้แล้วว่าชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดา ถึงกับสามารถทำให้ราชาวานรที่มันติดตามมาเป็นร้อยๆปีต้องตำหนิติเตียนมันในลักษณะนี้ได้


    หลังจากคิดได้ราชาวานรก็ตัดสินใจกล่าวออกมา “เอาล่ะ ข้ามีคำขอเล็กๆน้อยๆ เจ้ายินยอมที่จะทำตามคำขอของข้าหรือไม่?”


    จางหลินที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเล “หากคำขอของท่านไม่สร้างความเสียหายให้แก่ตระกูลจาง ข้าก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด”


    ราชาวานรยิ้มออกมา “ดี! เช่นนั้นข้าจะมอบผลมหาโพธิสัตว์ให้เจ้าตามที่ต้องการ…”


    เขาหันหลังกลับไป ก่อนจะสั่งการอย่างเด็ดขาด “เฮ่ยชิง ไปเอาผลมหาโพธิสัตว์มาให้นายน้อยผู้นี้ บอกเหล่าผู้พิทักษ์ว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากข้า และอย่าลืมออกคำสั่งให้คนอื่นๆกลับมาในทันที บอกพวกเขาว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องผลมหาโพธิสัตว์อีกต่อไป”


    “ขะ-เข้าใจแล้ว” ซุนเฮ่ยชิงที่มีรอยปูดบนหัวก็รีบโค้งคำนับและหายตัวไปไกลสุดลูกหูลูกตาด้วยความเร็วที่แม้แต่จางหลินก็มองตามไม่ทัน


    จางหลินอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆเมื่อเขาสามารถได้รับผลมหาโพธิสัตว์ด้วยวิธีการที่เรียบง่ายเช่นนี้


    ใครจะคาดคิดว่าเขาจะบังเอิญโชคดีได้พบกับสถานที่ลึกลับที่สามารถพูดคุยกับสัตว์วิญญาณระดับ 7 ที่มีสติสัมปชัญญะ


    ทุกอย่างที่ควรจะยากเย็นแสนเข็ญกลับกลายเป็นเรื่องง่ายเสียอย่างนั้น


    เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่ถึงสามสิบลมหายใจ ซุนเฮ่ยชิงที่หายไปก็กระโดดข้ามผ่านกิ่งไม้ใหญ่กลับมาปรากฏขึ้นข้างๆซุนจินหลง มันยื่นกล่องหยกแกะสลักให้แก่จางหลินและกล่าวอย่างเก้ๆกังๆ “นะ-นายน้อย นี่คือผลมหาโพธิสัตว์ที่ท่านต้องการ”

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน