“ท่านยาย ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ะโลั่นเรียกยายจางั้แ่เสี่ยวเอี๋ยนเพิ่งร่อนลงเหยียบพื้น นางพาอาเหยาะโลงมายืนอย่างนุ่มนวล
ยายจางได้ยินเสียงสดใสเจื้อยแจ้วนางเปิดประตูเรือนเดินออกมาด้วยความกระตือรือล้น หยางเถาอวี้หายไปหลายวันนางทั้งนึกเป็ห่วงทั้งเหงา “อวี้เอ๋อกลับมาแล้วหรือ”
“แกว๊ก” สิ่งแรกที่เห็นเต็มตาตรงหน้าลานบ้านกลับเป็นกอสูรขนาดใหญ่ที่ยืนส่งเสียงร้องลั่นอยู่หลังเด็กสาวนางใแทบหงายหลังจนหยางเถาอวี้ต้องพุ่งตัวเข้ามาประคองยายจางอย่างรวดเร็ว“ท่านยายระวังเ้าค่ะ ไม่ต้องในะเ้าคะ นี่เป็สัตว์อสูรในพันธะสัญญาตัวใหม่ของข้าเอง”พูดไปลูบหลังยายจางไปด้วย
เมื่อเห็นว่ายายจางพอจะหายใบ้างแล้วนางจึงกล่าวต่อ“ท่านยาย ท่านดูซิว่าข้าพาใครกลับมาด้วย”กล่าวจบก็ขยับตัวหลบเพื่อให้ยายจางได้เห็นบุคคลด้านหลังถนัดขึ้น
ยายจางเพ่งสายตามองตาม เห็นเด็กหนุ่มเคราเฟิ้มผมเผ้ารกรุงรังแต่งกายมอซอเสื้อผ้าเก่าขาดผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังหยางเถาอวี้“นั่น... นั่น....” ยายจางยกมือขึ้นชี้ ปลายนิ้วของนางสั่นไหวสองไหล่ก็เริ่มโยกคลอน ดวงตาเริ่มเอ่อคลอ “นั่นไม่ใช่อาเหยาหรอกหรือ”ต่อให้เด็กหนุ่มอยู่ในสภาพซ่อมซ่อเพียงใดนางก็จำได้
“ท่านย่า” จางเหยาเรียกได้เท่านั้นก็เร่งสาวเท้าวิ่งเข้ามากอดยายจางทันทีสองคนพากันร้องห่มร้องไห้ด้วยความดีใจ
“อาเหยา อาเหยาของย่ายังไม่ตาย”
“ท่านย่า ข้ายังไม่ตายข้ากลับมาแล้ว”
หยางเถาอวี้ปล่อยให้คนทั้งสองได้ร้องไห้ระบายความทุกข์ทั้งหลายที่ทับถมอยู่ในหัวใจตลอดหลายปีออกไปครู่ใหญ่“ท่านยาย พี่เหยา เคราะห์ภัยผ่านพ้นไปแล้ว พวกท่านต้องดีใจถึงจะถูกหยุดร้องไห้กันเถิดเ้าค่ะ ร้องไห้มากไปทำลายสายตานะเ้าคะ” เมื่อเห็นว่าพอสมควรแล้วนางจึงเอ่ยปลอบคนทั้งสอง
“นั่นสิๆ เป็เื่น่าดีใจที่สุดในชีวิตของยายจริงๆ”ยายจางเอ่ย ลูบหลังลูบไหล่อาเหยา
“พวกเราเข้าไปนั่งในบ้านแล้วค่อยคุยกันต่อเถอะเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมจูงมือข้างหนึ่งของยายจางเดินกลับเข้าบ้าน
“อืมๆ”จางเหยายกมือขึ้นปาดน้ำตาพลางประคองยายจางเดินตามไป เขาอดแปลกใจไม่ได้ บ้านโทรมชายเขาที่เคยอยู่อาศัยในความทรงจำหายไปไหน“นี่... นี่เป็บ้านของผู้ใดหรือขอรับ” จางเหยาเอ่ยถาม
“นี่คือบ้านใหม่ของเราเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้รีบชิงตอบ
“เล่าไปแล้วเื่มันยาว มาๆหลานนั่งลงก่อนเถิด มาให้ย่าได้ดูหน้าหลานชัดๆ อีกสักหน่อย”ยายจางพาหลานชายเข้ามานั่งในห้องโถงรับรองแขกก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกันต่อไป
“ท่านยายเ้าคะ พี่เหยาเพิ่งกลับมาให้พี่เหยาได้ไปอาบน้ำอาบท่าให้เนื้อตัวสบายก่อนดีหรือไม่ แล้วค่อยมาคุยกัน”หยางเถาอวี้แนะนำ
“ดีๆๆ มา อาเหยา ย่าจะพาไปแนะนำห้องของเ้า”ยายจางกล่าวพร้อมลุกขึ้นจูงมือจางเหยาไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้ให้อยู่ก่อนแล้ว
“มีห้องของข้าด้วยหรือขอรับท่านย่า” จางเหยาเอ่ยถามอย่างแปลกใจมิใช่ว่าทุกคนต่างคิดว่าเขาตายไปแล้วหรอกหรือ
“เื่นี้ต้องขอบคุณอวี้เอ๋อนางรู้ว่าข้ายังมีความหวังอยู่เสมอว่าเ้าจะกลับมาดังนั้นตอนสร้างบ้านจึงเตรียมห้องหับไว้ให้เ้าด้วย”ยายจางหันไปตบไหล่หยางเถาอวี้เป็เชิงขอบคุณจากใจจริง
“นี่.. ขอบคุณน้องอวี้เอ๋อเป็อย่างยิ่ง”จางเหยาได้ยินก็รู้สึกซาบซึ้งใจต่อเด็กสาวตัวน้อยยิ่งขึ้นแม้ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัยหลายอย่างว่านางเป็ใครมาจากไหน เหตุใดจึงมาอยู่กับย่าของตน
“ข้าเพียงทำในสิ่งที่สมควรเท่านั้น”หยางเถาอวี้ยิ้มตอบ
ทั้งหมดเดินมาถึงห้องส่วนตัวที่จัดเตรียมไว้ให้จางเหยาภายในตกแต่งเรียบง่ายด้วยสีโทนเขียวอ่อน มีเครื่องใช้ไม้สอยครบครันหยางเถาอวี้ยังจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับบุรุษชุดใหม่ไว้ให้ในตู้อยู่แล้วสองสามชุดนอกเหนือจากเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ได้ทิ้งไป
“พี่เหยาอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อนเถอะตอนนี้ท่านดูเหมือนมนุษย์ถ้ำก็ไม่ปาน” หยางเถาอวี้หยอกเย้าเรียกเสียงหัวเราะให้แก่ทุกคน จากนั้นจึงขอตัว
“ท่านยายทานข้าวมื้อค่ำไปแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ยายทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“งั้นข้าจะไปหาน้ำชาร้อนๆ มาให้ท่านและเตรียมอาหารให้พี่เหยาได้ทานสักหน่อยนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้กล่าวพร้อมปลีกตัวออกมา ปล่อยให้สองย่าหลานได้อยู่กันตามลำพังนางเดินเข้าไปในครัว ผ่านการร้องไห้อย่างหนักขนาดนี้ ประเดี๋ยวทั้งคู่คงหิว นางเห็นมีน้ำขิงอยู่ในหม้อจึงอุ่นให้ร้อนก่อนจะหันไปมองหาอาหารเห็นแป้งนวดสำหรับทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเหลืออยู่พอประมาณจึงคิดทำเส็นใหญ่น้ำอย่างง่ายนางหันไปต้มน้ำไว้สองหม้อ สำหรับลวกเส้นหม้อหนึ่ง สำหรับต้มน้ำซุปหม้อหนึ่งจากนั้นจึงใส่กระเทียมทุบ หัวไชเท้าหั่นเป็ชิ้น กับใบเตยตัดรากล้างสะอาดลงไปต้นหนึ่งนำกระดูกหมูที่เก็บไว้มาทำความสะอาดและใส่ตามลงไประหว่างรอน้ำซุปได้ที่ก็หันไปหั่นเนื้อหมู หมักด้วยกระเทียมสับ พริบไทยป่น ซีอิ๊วนวดให้เข้ากันด้วยน้ำนมกับแป้งมันเล็กน้อย จากนั้นจึงโยนหมูหมักเข้าไปเก็บในมิติส่วนตัวเพื่อร่นเวลาให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อแล้วจึงซอยต้นหอม หั่นผักบุ้งอ่อนที่เลี้ยงไว้และนำถั่วงอกที่เก็บไว้ออกมา
“อย่างเดียวจะน้อยไปหรือเปล่า ทอดไข่ดาวสักสองฟองเอาหมูหมักส่วนหนึ่งมาผัดขิงไว้กินเคียงด้วยดีกว่า”หยางเถาอวี้ไม่รู้ว่าจางเหยาจะชอบกินไข่แบบไหน แต่ก็ตัดสินใจทอดไข่ดาวของโปรดของยายจางไว้แทนที่จะเป็ไข่ลวกหรือไข่ต้มเพื่อกินคู่กับก๋วยเตี๋ยวน้ำเมื่อน้ำซุปเคี่ยวได้ที่จึงเริ่มลงมือเอาแป้งนวดมาแผ่หั่นให้ได้ขนาด ลวกเส้นลวกเนื้อหมูหมักจัดลงชามพร้อมราดน้ำซุป ตบท้ายด้วยต้นหอมซอยกับกระเทียมเจียวหอมกรุ่น
“พี่เหยา ท่านยาย ดื่มน้ำขิงร้อนๆก่อน” หยางเถาอวี้ยกน้ำขิงมาวางที่โต๊ะอาหารจึงเห็นจางเหยาที่อาบน้ำชำระล้างร่างกายเรียบร้อยนั่งคุยอยู่กับท่านยายร่างกายแม้ซูบผอมแต่ดูไม่อ่อนแอ คาดว่าคงเป็เพราะผลปราณอัคคี
“โอ้ พี่เหยาอาบน้ำสะอาดสะอ้านแล้วดูหล่อเหลาขึ้นมาเลยเ้าค่ะ”จางเหยาเป็เด็กเริ่มหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง เดิมทีมีผิวขาวจัดแต่เนื่องจากร่างกายได้รับผลปราณอัคคีเข้าไป ทำให้ปัจจุบันมีผิวเข้มออกแดงเสริมให้ดูคมคายดี
“ขอบคุณอวี้เอ๋อ” จางเหยาหน้าแดงด้วยความขวยเขินกับคำชมเขารับน้ำขิงไปดื่ม อาหารและน้ำเป็สิ่งที่เขาไม่ได้แตะต้องมาเป็ปีเวลานี้จึงรู้สึกชื่นใจนักเขาเห็นหยางเถาอวี้ยกถาดอาหารเข้ามาเพิ่มจึงรีบลุกไปช่วยรับ
“ข้าเดาว่าท่านยายต้องหิวอีกรอบเป็แน่เมื่อเห็นพวกเรากินกันดังนั้นจึงทำมาเผื่อให้ท่านยายอีกชามด้วยเ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ จริงอย่างเ้าว่า ท้องข้าร้องั้แ่ได้กลิ่นหอมแล้วอวี้เอ๋อ”ยายจางยิ้ม
“หืม ก๋วยเตี๋ยวน้ำกลิ่นหอมยิ่งนักยังมีไข่.. ไข่ทอดกับผัดหมูอีกด้วย ข้าไม่ได้กินอาหารดีๆเช่นนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ” จางเหยาเอ่ย ั้แ่บิดามารดาจากไปชีวิตของเขากับท่านย่าก็ถูกบีบให้อยู่กับความอดอยากยากจน
“ไข่ดาวกับหมูผัดขิงซอยเ้าค่ะท่านพี่ลองทานดูนะเ้าคะว่าชอบหรือไม่” หยางเถาอวี้เอ่ย
“เนื้อหมูทั้งนุ่มทั้งหอมเครื่องเทศน้ำซุปอร่อยสดชื่นและมีกลิ่นหอมชวนกินยิ่ง” เมื่อจางเหยาลงมือกินเข้าไปเพียงคำแรกก็อดที่จะเอ่ยปากชมไม่ได้
“อาเหยาลองกินไข่ดาวดู ย่าชอบกินยิ่งนัก”ยายจางคีบไข่ดาวใส่ชามให้หลานชาย
“อร่อยมากขอรับ” เขากินไข่ดาวจนหมดฟองจากนั้นจึงหันไปคีบหมูผัดขิงเข้าปากอีกคำ “อา อร่อยทั้งสองอย่างเลย หมูผัดขิงหอมอร่อยน้ำที่ผัดออกมาซดได้รสชาติยิ่งนัก เค็มๆ หวานๆ”อาเหยาตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อย เพียงไม่นานก๋วยเตี๋ยวก็หมดชาม
“อ่า ข้าขอเพิ่มอีกชามได้หรือไม่”
“ได้สิเ้าคะ ข้าทำไว้เผื่ออยู่แล้ว”หยางเถาอวี้ลุกไปปรุงก๋วยเตี๋ยวเพิ่มให้อีกชาม
เมื่ออาหารได้เติมเต็มท้องจนอิ่มหนำสำราญกันดีแล้วทุกคนจึงย้ายจากโต๊ะกลมไปนั่งในห้องโถง ชิบชาขิงไปพลางเริ่มต้นพูดคุยกันไปพลางมีมะม่วงสุกวางเป็ผลไม้ล้างปากให้บนโต๊ะเล็กข้างเก้าอี้
“ในระหว่างที่รอเ้าปรุงอาหาร ท่านย่าได้เล่าเื่ของเ้าให้ฟังแล้วขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่เ้าทำให้ท่านย่าและยังช่วยเหลือข้ากลับมานะอวี้เอ๋อ” จางเหยากล่าวพร้อมกับลุกขึ้นค้อมกายยกสองมือขึ้นคำนับอย่างจริงใจ หากไม่ได้หยางเถาอวี้ช่วยเหลือทั้งท่านย่าและตนไว้ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งคู่จะเป็อย่างไร
“พี่เหยาอย่าได้ทำเช่นนี้” หยางเถาอวี้รีบลุกขึ้นไปประคองสองแขนของจางเหยาไว้นางเอ่ยต่อ “หากไม่ได้ท่านยายเมตตารับข้าไว้ ให้ที่อยู่ที่นอนแก่ข้าป่านนี้ข้าก็ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมของตนจะเป็อย่างไรเลยนะเ้าคะ”
“เ้าอย่าได้ถ่อมตนเลยเ้ามีความสามารถมากมายถึงเพียงนี้ อันที่จริงสามารถไปตั้งหลักเองได้อย่างง่ายดายแต่เ้าก็เลือกที่จะอยู่กับยาย ยายขอบใจเ้าจริงๆ อวี้เอ๋อ”ยายจางสนับสนุนคำพูดของจางเหยา
“แหมเอาเป็ว่าเราต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกันนะเ้าคะท่านยาย” หยางเถาอวี้สรุปทุกคนจึงได้แต่แย้มยิ้มและกลับนั่งลง
“อาเหยา ไหนเล่ารายละเอียดให้ย่าฟังหน่อยซิตกลงเ้าหายไปไหนมา รู้หรือไม่ ทุกคนพากันคิดว่าเ้าไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว” ยายจางเอ่ยถามพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาที่เริ่มไหลซึมออกมาที่หางตาอีกครั้ง
“ท่านย่า ปีก่อนที่ข้าออกไปหาของป่าข้าถูกคนดักทำร้าย” จางเหยาอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยๆ เรียบเรียงเื่ราว
“หา ใคร ผู้ใดกันจึงมาดักทำร้ายเ้าพวกเราไม่มีศัตรู...” กล่าวมาถึงตรงนี้ก็พลันเอะใจ พวกนางไม่มีศัตรู แต่คนที่เห็นพวกนางเป็ก้างขวางคอในเวลานั้นคงยังมีอยู่
“เป็จางหู่ขอรับเขาพาคนมาด้วยหลายคน ดักทำร้ายข้าในระหว่างทาง ข้าสู้ไม่ได้จึงออกวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตสุดท้ายข้าวิ่งหลงไปถึงผาเหยียบเมฆา ไม่ทันระวังจึงตกจากหน้าผาลงไป”จางเหยาเล่าเหตุการณ์ที่ตนประสบในเวลานั้นออกมาด้วยความรู้สึกแค้นเคืองใจเจ็บแค้นเสียจนไม่อยากนับญาติว่าเป็อาอีกต่อไป จึงเรียกเพียงชื่อห้วนๆ
“โชคยังดี ข้าตกลงไปบนต้นปราณอัคคีซึ่งเป็ต้นไม้ขนาดใหญ่กิ่งก้านแข็งแรงยิ่ง มันจึงรับน้ำหนักของข้าได้ทั้งต่อมายังกลายเป็แหล่งอาหารที่ช่วยให้ข้ารักษาชีวิตรอดมาได้ถึงวันนี้”
“ฮึ่มครอบครัวนั้นทำกับพวกเราถึงเพียงนี้แล้วยังไม่พอ เหตุใดยังต้องตามจองล้างจองผลาญกันอยู่อีกไม่ยอมปล่อยพวกเราไปเสียที ทั้งๆ ที่พวกเราก็ยอมทุกอย่าง”กล่าวจบยายจางก็เล่าเสริมถึงเหตุการณ์ตอนซื้อที่ดินและสร้างบ้านว่าจางฉินกับบุตรมารังควานนางกับหยางเถาอวี้ไว้อย่างไร“ยังดีที่พวกเขาได้รับโทษไปบ้างแล้ว อย่างน้อยก็ถูกจำคุกไปหลายปี”
“ั้แ่ข้าถูกลอบทำร้ายทำให้ข้าคิดถึงท่านพ่อท่านแม่ ไม่รู้ว่าท่านประสบเหตุจริงหรือเป็เหมือนข้า...”จางเหยาครุ่นคิดในขณะที่ยายจางมีสีหน้าผงะหงาย “นี่... ก็มีความเป็ไปได้เช่นกันข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าจิตใจของพวกเขาทำด้วยอะไรกันแน่”
“ถึงถูกจำคุกก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทำให้พวกเขากลับใจได้หากจิตใจของพวกเขาดำมืดคงจะยิ่งแค้นพวกเราหนักขึ้นเสียมากกว่า ข้าไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะกลับตัวกลับใจได้”จางเหยาหันไปทางหยางเถาอวี้และเอ่ยต่อ
“อวี้เอ๋อ ข้าขอถามไม่ทราบว่าเ้าจะสอนให้ข้าเป็ผู้ฝึกปราณได้หรือไม่ บอกตามตรง ผ่านเหตุการณ์นี้มาได้ข้าไม่อยากเอาแต่หลบหนีอีกแล้ว ข้าอยากสู้และอยากปกป้องท่านย่าให้ได้ข้าไม่อยากเป็คนไร้กำลังและได้แต่ถูกกดขี่ขมเหงเฉกเช่นที่ผ่านมาอีก ในเมื่อมีวาสนาได้พบเ้าซึ่งเป็ผู้ฝึกปราณเช่นนั้น์คงมีตา ส่งเ้ามาเป็เทพผู้ช่วยชีวิตเรา ขอเ้าได้โปรดส่งเสริมข้าอีกซักอย่างด้วยเถอะ”จางเหยาลุกขึ้นตั้งท่าจะคุกเข่าลงตรงหน้าหยางเถาอวี้จนนางต้องรีบลุกขึ้นมาห้ามอีกครั้ง
“พี่เหยา นั่งลงคุยกันก่อน ...”หยางเถาอวี้เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ อธิบาย
“บอกตามตรงการถ่ายทอดวรยุทธ์ให้แก่ท่านเกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของข้าและอาจารย์ผู้เร้นกายของข้า (นางนึกถึงซ่างเสินอู่ตี้กับรุ่ยเอ๋อผู้คอยแนะนำตนจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็อาจารย์ของตนแล้วจริงๆ)เขาได้กำชับข้าเอาไว้นักหนา หากจะถ่ายทอดวรยุทธ์ให้ผู้ใดคนผู้นั้นต้องยอมทำพันธะสัญญากับข้าเสียก่อน ในกรณีของท่าน ข้ากำหนดพันธะสัญญาเป็ตายเป็เงื่อนไขจึงจะถ่ายทอดให้ได้” เหตุที่นาง้ากำหนดพันธะสัญญาเป็ตายก็เพราะหากจางเหยายินยอมนางก็อยากจะมอบทรัพยากรที่ดีที่สุดให้แก่เขารวมถึงการเข้าไปบ่มเพาะพลังในมิติส่วนตัวของรุ่ยเอ๋อ
“ด้วยคุณธรรมน้ำใจของเ้า ข้ายินดี”จางเหยากล่าวตอบอย่างฉะฉาน ไม่มีท่าทีลังเลใจแม้แต่น้อยยายจางที่นั่งอยู่ด้านข้างก็มิได้เอ่ยคัดค้านแต่อย่างใด ราวกับยอมรับการตัดสินใจของหลานชาย
“ท่านไม่นึกเสียใจทีหลังแน่นะเ้าคะพันธะสัญญาเป็ตายนั้น นอกจากความซื่อสัตย์ภักดีแล้วยังมีผลผูกพันถึงชีวิตของท่านอีกด้วยหากข้ามีอันเป็ไปและไม่ได้คลายพันธะสัญญาแก่ท่าน ท่านก็จะต้องตายตามข้าไปด้วย”
“ข้าไม่เปลี่ยนใจแน่นอนข้าเองก็รักชีวิต แต่หากต้องอยู่อย่างผู้แพ้ต่อไปชีวิตข้าจะยังเหลือความหมายอันใด” เขานึกถึงความอยุติธรรม ความกล้ำกลืนฝืนทนทั้งหมดที่ตนและยายจางต้องประสบเท่าที่ผ่านมา
-------
https://www.zabzaa.com/food/food.php?id=413