จิตสังหารอันเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เพียงแค่ลงแรงที่เท้าเล็กน้อย หลิวเอ้อร์โก่วก็ร้องห่มร้องไห้โวยวายทันที เขาขวัญหนีดีฝ่อเสียแล้ว
กลัวไปหมดแล้ว!
เขาไม่อาจคิดมักง่ายกับแม่นางผู้นี้ได้อีก นางต้องถูกผีพรายน้ำเข้าสิงแน่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนทั้งดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
แววตานั่นคือสายตาของคนที่ฆ่าคนได้ไม่ใช่สายตาที่หญิงชาวบ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ ควรจะมีเลย
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่า นางล่าหมาป่ามาได้อย่างไรกันนะ
สตรีตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะล่าหมาป่าได้เชียวหรือ
ยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก!
หลิวเอ้อร์โก่วขี้ขลาดจนตัวสั่น เขารีบขอโทษไม่หยุด "แม่นางข้าผิดไปแล้ว เป็ข้าเองที่มีตาหามีแววไม่โปรดอย่าฆ่าข้าเลยนะ!"
เจียงเหลียนจูกล่าวว่า "เมื่อก่อนเหตุใดเ้าถึงมาเกาะแกะข้า เ้ามีความลับอะไรที่บอกใครไม่ได้กันแน่"
หลิวเอ้อร์โก่วถึงกับพูดไม่ออก จะให้เขาพูดอย่างไรเล่า?
หากพูดออกไป ต่อให้ไม่ถูกตีจนตายก็คงถูกตีจนพิการเป็แน่
"คุณหนู ข้าผิดไปแล้ว ข้าถูกความหลงผิดบดบังตา จึงได้เกิดความคิดไม่ดีกับคุณหนู ข้า... ข้า..." เขาไม่กล้าพูดต่อ
เจียงเหลียนจูมองเขาด้วยสายตาเ็า...
หลิวเอ้อร์โก่วตัวสั่นงันงก "ข้าจะบอก ข้าจะบอกแล้ว คุณหนูห้ามตีข้านะ ข้าถูกผีเข้าสิงจนหน้ามืดตามัว เล่นการพนันจนเสียเงิน จึงคิดจะหลอกคุณหนูเข้าไปในเมือง แล้วขายต่อเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้พนัน ตอนนี้ข้ายอมรับผิดแล้ว ข้าไม่กล้าทำเช่นนั้นอีกแล้ว"
เจียงเหลียนจูเริ่มเข้าใจกระจ่าง
นางสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดหลิวเอ้อร์โก่วถึงอยากเกาะแกะหญิงชาวบ้านที่ครึ่งปีไม่เคยอาบน้ำ ี้เีตัวเป็ขนและดีแต่ดุด่าลูกเลี้ยงเช่นนาง?
ที่แท้เขาก็ไม่ได้หวังดี แต่คิดจะลักพาตัวนางไปขาย
นางถึงกับเคยเชื่อว่าเขาจะพานางไปอยู่ดีกินดี สมองของนางคงถูกลาเตะจนเพี้ยนไปแล้วกระมัง
หลิวเอ้อร์โก่วเห็นเจียงเหลียนจูไม่พูดจาก็กลัวว่าจะถูกซ้อมอีก จึงร้องขอชีวิตไม่หยุด
เมื่อขอร้องเจียงเหลียนจูแล้วนางไม่ยอมใจอ่อน เขาจึงหันไปขอร้องต้าเป่าแทน
"ต้าเป่า ข้าผิดไปแล้ว เ้าช่วยเกลี้ยกล่อมแม่เ้าที แม่เ้าถูกผีพรายน้ำเข้าสิงแล้ว ไม่ ไม่ ไม่ แม่นางเ้าไม่ใช่ผีพรายน้ำ ความผิดทั้งหมดเป็ของข้าเอง ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่กล้ามาวุ่นวายกับพวกเ้าอีกแล้ว"
เจียงเหลียนจูยังไม่ยอมยกเท้าออก
ต้าเป่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ท่านแม่ เขาพูดถึงเพียงนี้แล้ว ไม่สู้ปล่อยเขาไปชั่วคราว หากฆ่าคนไปจะลำบากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับท่านเ้าเมืองนะ"
เจียงเหลียนจูเห็นแก่หน้าต้าเป่าจึงยอมยกเท้าออกจากกระดูกหน้าอกของหลิวเอ้อร์โก่ว
หลิวเอ้อร์โก่วรู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว ราวกับได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา
เขาหอบหายใจเฮือกใหญ่
เจียงเหลียนจูกล่าวน้ำเสียงเ็า "ยังไม่รีบไสหัวไปอีก"
หลิวเอ้อร์โก่วอดทนต่อความเ็ปแสนสาหัส รีบตอบทันควัน "ไป จะรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้เลย"
แล้วเขาก็ไสหัวจากไปจริง ๆ
เหลือเพียงสองแม่ลูกที่มองหน้ากัน
ต้าเป่ามีความสุขุมมากกว่าเจียงเหลียนจู เมื่อถูกจ้องมองเช่นนั้น เจียงเหลียนจูจึงรู้สึกประหม่าและเป็ฝ่ายเปิดปากพูดก่อน "ต้าเป่า เ้าตามมาได้อย่างไร ทางไกลถึงเพียงนี้"
"ท่านผู้ใหญ่บ้านกำลังจะไปตลาดพอดี จึงให้ข้านั่งเกวียนวัวมาด้วยขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดี ส่วนเื่นั้นแม่กับหลิวเอ้อร์โก่วไม่มีอะไรกันจริง ๆ เ้าก็เห็นแล้ว ต่อไปเขาไม่กล้ามาวุ่นวายกับพวกเราอีก" เจียงเหลียนจู้าขจัดความสงสัยของต้าเป่าให้สิ้นซาก หากปล่อยให้เ้าตัวเล็กคนนี้ไม่สบายใจและคอยตามนางทุกวัน คงไม่ใช่เื่ดี
ต้าเป่า "อืม"
เจียงเหลียนจูกล่าวต่อ "แล้วแม่ก็ไม่ใช่ผีพรายน้ำอะไรนั่นหรอก เพียงแต่หลังจากตกน้ำ แม่ก็ได้คิดทบทวนเื่บางอย่างและเรี่ยวแรงของแม่ก็เพิ่มขึ้นอย่างประหลาด แม่จะไม่ทิ้งพวกเ้าไปไหน เมื่อก่อนแม่ทำไม่ดีกับพวกเ้า ต่อไปแม่จะดูแลพวกเ้าให้ดี"
ต้าเป่าดูเหมือนกำลังพิจารณาว่าคำพูดของนางเป็ความจริงหรือไม่ ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ตอบสั้น ๆ เพียงคำเดียว "ขอรับ"
หากเป็ผีพรายน้ำเข้าสิงเจียงซื่อจริง ๆ แต่เป็ผีพรายน้ำที่ใจดีกับพวกเขา เขาก็ยินดีและไม่อยากซักไซ้ไล่เลียง
ท่านแม่ต้องมีความลับบางอย่างแน่ แต่ใครเล่าจะไม่มีความลับ?
เอาเป็ว่าปล่อยไปแบบนี้ก่อนแล้วกัน
เจียงเหลียนจูยิ้มออกมา
นางเตรียมคำอธิบายไว้มากมาย แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็ต้องใช้เสียแล้ว
เ้าตัวเล็กคนนี้ฉลาดหลักแหลมและมีปัญญาที่ล้ำลึกจริง ๆ
เมื่อพูดจบเจียงเหลียนจูก็ปลดตะกร้าสะพายหลังลง
"หิวแล้วใช่ไหม แม่มีซาลาเปาไส้หมูร้อน ๆ อยู่ เ้ากินก่อนชิ้นหนึ่งไหม"
ต้าเป่าตอบว่า "ไม่หิวขอรับ รอให้ถึงบ้านแล้วค่อยกินกับน้อง ๆ " เขาตอบอย่างคล่องแคล่ว คงเป็เพราะเห็นนางซื้อซาลาเปามาหลายลูก
เ้าตัวเล็กนี่สะกดรอยตามได้เก่งกาจจริง ๆ !
เจียงเหลียนจู "ตกลง เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกัน"
พูดจบ นางก็ก้าวเข้าไปจูงมือต้าเป่า ต้าเป่าเกิดอาการตัวแข็งทื่อด้วยวิชาอัมพาตชั่วขณะตามสัญชาตญาณ
แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้สะบัดมือหนี...
บรรยากาศหลังจากนั้นผ่อนคลายลงมาก สองแม่ลูกเดินคุยกันกลับบ้าน
เจียงเหลียนจูแอบยิ้มในใจ นี่คือก้าวแรกของการพิชิตใจลูกชายนั่นเอง
***
เมื่อสองแม่ลูกกลับถึงหมู่บ้าน เอ้อร์เป่าพาน้องสาวนั่งรออยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ทั้งคู่ชะเง้อคอมองหาด้วยความหวัง
เมื่อเห็นเจียงเหลียนจูกลับมา เอ้อร์เป่าและหนานเป่าตัวน้อยต่างก็ตาเป็ประกาย
"ท่านแม่กับพี่ใหญ่กลับมาแล้ว"
หนานเป่าตัวน้อยยังพูดไม่ได้ ทำได้เพียงส่งเสียงอ้อแอ้ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีความสุขมาก
ต้าเป่าสะบัดมือเจียงเหลียนจูออกั้แ่ตอนที่ใกล้จะเข้าหมู่บ้าน
เดินมาได้ครึ่งทาง เจียงเหลียนจูกลัวว่าเขาจะเจ็บเท้า เด็กตัวเล็กหากเดินไกลเกินไป ร่างกายจะรับไม่ไหวและส่งผลต่อการเจริญเติบโต นางจึงตั้งใจจะอุ้มเขา แต่ต้าเป่ายืนกรานไม่ยอมให้นางอุ้มเด็ดขาดและเดินกลับเข้าหมู่บ้านด้วยตัวเอง ทำให้แผนการอุ้มเด็กของเจียงเหลียนจูต้องล้มเหลว
แต่ตอนนี้เมื่อเห็นหนานเป่าตัวน้อยที่แก้มแดงปากชมพู นางก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ
เด็กวัยสองสามขวบนี่ช่างน่ารักเหลือเกิน!
นางรีบเข้าไปอุ้มหนานเป่าตัวน้อยขึ้นมา "หนานหนาน แม่ซื้อซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่กลับมาฝากพวกเ้าด้วยนะ"
เดิมทีหนานเป่าเตรียมจะดิ้นหนีจากเงื้อมมือของเจียงเหลียนจู แต่พอได้ยินคำว่าซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ก็กลับกลายเป็เด็กดีขึ้นมาทันที
พลังของซาลาเปาไส้หมูนี่ช่างทรงพลังยิ่งนัก!
แม่ลูกทั้งสี่เดินกลับบ้านอย่างมีความสุข ชาวบ้านที่เห็นต่างก็รู้สึกประหลาดใจ
บางคนถึงกับตั้งใจออกมาดู
แล้วซุบซิบกันเบา ๆ "เจียงซื่อเป็อะไรไป ถึงกับอุ้มลูกเป็แล้วหรือนี่ ปกติแค่ลูกเดินตามหลัง นางยังถลึงตาใส่เลย ข้าตาฝาดไปหรือเปล่านะ"
"ท่านยาย ท่านไม่ได้ออกจากบ้านเมื่อวานเลยไม่รู้ หลังจากที่เจียงซื่อจมน้ำเมื่อวานนางก็ดูเหมือนจะคิดได้ เปลี่ยนไปเป็คนละคนกับลูก ๆ เมื่อวานยายเฒ่าจ้าวที่ท้ายหมู่บ้านรังแกเอ้อร์เป่า เจียงซื่อถึงกับซ้อมยายเฒ่าจ้าวจนกระเด็นออกไปเลยนะ"
"โอ้! บางทีอาจเป็เพราะปกติทำชั่วไว้มากเลยถูกท่านยมบาลลากไปสั่งสอนจนกลับมาเป็คนดี เป็คนดีได้ก็ดีแล้ว!"
...
เจียงเหลียนจูได้ยินทั้งหมด นางยิ้มบาง ๆ แล้วพาลูก ๆ กลับเข้าบ้าน
เมื่อถึงบ้าน นางก็ลงกลอนประตูรั้ว
เด็ก ๆ เห็นดังนั้นก็เกิดอาการประหม่าตามสัญชาตญาณ ต่างพากันขยับเข้าไปใกล้ประตูรั้ว ราวกับเตรียมพร้อมที่จะวิ่งหนีได้ทุกเมื่อ
เจียงเหลียนจูคิดในใจว่า ดูท่าทางแล้วเมื่อก่อนเจียงซื่อคงปิดประตูซ้อมพวกเขาบ่อยสินะ
เจียงซื่อผู้นี้ใจคออำมหิตนัก!
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม ทำเป็มองไม่เห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติของเด็ก ๆ
นางวางตะกร้าใบใหญ่ลงบนพื้น แล้วหยิบซาลาเปาไส้หมูที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันออกมา
กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วลานบ้านเล็ก ๆ ในทันที...
เจียงเหลียนจูค่อย ๆ แกะกระดาษน้ำมันออกทีละชั้น "แม่ไม่ได้ขึ้นรถ จึงกลับมาช้าไปหน่อย เลยทำให้เลยเวลากินอาหาร ทำให้พวกเ้าต้องหิว จะทำกับข้าวตอนนี้ก็คงไม่ทันเวลา แม่เลยซื้อซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่มาแปดลูก มื้อเที่ยงนี้พวกเรากินซาลาเปากันไปก่อนนะ ส่วนมื้อเย็น แม่จะทำของอร่อย ๆ ให้พวกเ้ากิน ตกลงไหม?"