ในผืนนามีชาวบ้านสองสามคนกำลังง่วนอยู่กับงาน ทว่ายามนี้ต่างหยุดชะงักชะเง้อคอมองมาจากที่ไกลเชื่อได้เลยว่าอีกไม่เกินสองวันข่าวนี้คงแพร่ไปทั่วหมู่บ้าน
ดูท่าถั่วเหลืองคงเก็บไม่สำเร็จแล้วเย่ชิงชิงขมวดคิ้วแน่นนางไม่ทราบเื่ราวละเอียดถี่ถ้วนและไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับยายแก่ให้เป็ที่ขบขันเปล่าๆจึงดึงนางซูและฉุดรั้งพานางเดินกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้านรั้วไม้ไผ่นางซูกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลริน นางไม่เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจถึงเพียงนี้มาก่อนทำได้เพียงกอดเย่จื้อเฟิงเงียบๆ
“กิน กิน” เย่จื้อเฟิงยกล่าช่วนที่ตนเสียบเรียบร้อยแล้วขึ้นมาพร้อมส่งยิ้มซื่อบื้อแบบเด็กๆ มาให้มารดา
“ไม่เป็ไร” นางเอ่ยแ่เบามือข้างหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของเขา “ลูกชายแม่โตขนาดนี้แล้วแม่จะหาเงินเลี้ยงดูเ้าเป็อย่างดีเอง แม่จะหาคู่ชีวิตที่ดีให้พวกเ้า...”
เย่ชิงชิงถอยออกมาเงียบๆปิดประตูไม้ของลานบ้านแล้วรีบวิ่งไปยังบ้านของป้าเจียงเพื่อสอบถามเื่ราว
ป้าเจียงกำลังเหลาไม้ไผ่ให้เป็ไม้เสียบเมื่อเห็นเย่ชิงชิงก็มิได้ปิดบัง บอกเล่าข่าวลือต่างๆ ในหมู่บ้านให้ฟังคร่าวๆสุดท้ายก็ถอนหายใจว่า “แม่หนูชิงชิงเ้าเป็เด็กที่รู้ความ เ้าจงเกลี้ยกล่อมมารดาเ้าให้มาก ปากชาวบ้านเป็ของคนอื่นไม่ต้องไปสนใจ สู้กับพวกปากมากเ่าั้ไปอย่างไรก็ไม่ชนะหรอก!”
นางก็เคยโต้เถียงกับคนเ่าั้ด้วยเหตุผลเช่นกันทว่าไม่มีใครฟัง กลับหาว่านางรับสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆจากซูเหนียงจื่อถึงได้พูดเข้าข้าง ทำเอานางโมโหแทบตายเช่นกัน!
เย่ชิงชิงก็พลุ่งพล่านไปด้วยอารมณ์โกรธเช่นกันั้แ่โบราณมา การใส่ร้ายป้ายสีด้วยการพูดซ้ำๆ จนกลายเป็เื่จริงสามารถบีบให้แม้แต่ชายฉกรรจ์ตายได้เลย!
เื่เช่นนี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังหากปล่อยให้ดำเนินต่อไปย่อมมีวันที่ไม่อาจแก้ไขได้เมื่อถึงเวลานั้นก็คงได้แต่มานั่งเสียใจทีหลัง
ยามเย็นหลังจากการทานอาหารค่ำที่ดูเหมือนจะเงียบงันนางซูก็ละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านแล้วเสียบไม้ต่อไปปริมาณที่รับปากว่าจะส่งมอบทุกวันยังทำไม่ทันเลย
ทันใดนั้นเสียงประตูไม้ในลานบ้านก็ดังขึ้น
“ปังปังปัง...โครม!” แผ่นไม้ประตูที่เรียบง่ายถูกทำลายลงด้วยแรงจากภายนอก!
ป้าซิ่วร่างใหญ่บุกเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด“ซูเฉียว เ้าออกมาเดี๋ยวนี้!”
“เกิดอะไรขึ้น?” นางซูที่นั่งอยู่ในลานบ้านลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า“เ้าทำอะไรถึงได้พังประตูข้า!”
“นังแพศยาน้อยที่ใครๆ ก็ร่วมหลับนอนได้! กล้าดีอย่างไรมาหลอกล่อสามีของข้า?ข้าจะข่วนหน้าเ้าให้เละ!” ป้าซิ่วไม่พูดพร่ำทำเพลงก็พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรง
นางซูที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกนางกระชากผมทันทีเกล้ามวยผมที่เรียบร้อยพลันสยายลงในพริบตา
“เ้าทำอะไร!” เย่ชิงชิงได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมาจากในห้องเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้าไปช่วยทันที
แต่ร่างเล็กของนางจะต้านทานร่างใหญ่ของป้าซิ่วได้อย่างไรกลับเป็เย่จื้อเฟิงที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้าไปงับแขน รุนแรงจนอีกฝ่ายต้องปล่อยมือ
นางซูฉวยโอกาสผลักนางออกไปอย่างแรงแล้วก็ดึงลูกของตนไปหลบด้านหลังอย่างไม่วางใจ “เป็บ้าอะไรตอนดึกดื่นแบบนี้!”
“เ้ามันหมาบ้าที่ต้องถูกฟ้าลงโทษ!” ป้าซิ่วกุมแขนถอยหลังไปสองสามก้าวจากนั้นก็หยิบไม้ฟืนในมุมหนึ่งขึ้นมา “ข้าจะตีพวกเ้าให้ตายเสียตรงนี้!”
ให้ตายสิ!เย่ชิงชิงโมโหแล้ว นางไม่เชื่อหรอกว่าแม่ลูกสามคนจะสู้ยายแม่มดปากร้ายคนนี้ไม่ได้!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่จิกกัดคนอย่างไร้เหตุผลและดูท่าจะไม่หยุดคุยกันดีๆได้เลย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฝ่ายตนเสียเปรียบ เย่ชิงชิงก็เริ่มหาอาวุธเช่นกันนางยื่นให้เย่จื้อเฟิงแล้วบอกว่า “พี่ใหญ่ ตีนางเลย!”
เย่จื้อเฟิงไม่ซื่อบื้อเหมือนเดิมแล้วเมื่อได้รับคำสั่งก็รีบยกไม้ขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่พลังของเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าขวบนั้นไม่ธรรมดายิ่งไปกว่านั้นเขายังซื่อตรงไม่รู้จักความกลัวเลย ทำให้ป้าซิ่วใกลัวเสียเอง
พอถูกไล่ต้อนไปทั่วลานสุดท้ายก็ต้องวิ่งออกไปข้างนอก นางไม่วายะโเสียงดังว่า“ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าข้า!”
ยามนี้ทุกคนส่วนใหญ่กำลังนั่งรับลมเย็นหลังมื้ออาหารเมื่อได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาดูป้าซิ่วฉวยโอกาสนั่งกลิ้งเกลือกส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่
“ไร้ความเป็คนจริงๆ! นางแพศยานั่นมาหลอกล่อสามีข้าแถมยังใช้ลูกชายสมองทึบมาตีข้าอีกปล่อยนางไว้ในหมู่บ้านไม่รู้ว่าจะมีชายฉกรรจ์อีกกี่คนที่จะถูกนางหลอกล่อไป!”ป้าซิ่วกรีดร้องเสียงดัง พลางเช็ดน้ำตาคร่ำครวญร้องไห้
มีคนปิดหน้าแล้วร้องอุทานเสียงดังว่า“ตายจริง! คนขายเนื้อสกุลหูกับซูเหนียงจื่อ...”
“วันนั้นข้าก็เห็นคนขายเนื้อสกุลหูเดินไปพร้อมซูเหนียงจื่อแล้วทั้งสองคนก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน...”
“เดิมทีก็ไม่ใช่แค่ไอ้เป๋สกุลหวงกับเฉินหย่งหลิน...”
“เหลวไหลทั้งเพ!” เย่ชิงชิงะโเสียงดังด้วยความโกรธจัด“พอพูดจาอะไรออกมาได้ ก็สาดโคลนใส่ผู้อื่นเสียแล้วพวกเ้าคิดอะไรอยู่กันแน่!”
เสียงะโของเย่ชิงชิงทำให้พวกเขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ทว่าก็มิอาจหยุดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เ่าั้
ป้าจ้าวที่กำลังโบกพัดเบาๆเม้มปากแล้วเอ่ยว่า “คนทำดีเทวดารู้ฟ้าเห็นในโลกนี้ไม่มีกำแพงใดที่ไม่มีลมผ่านหรอกนะ?”
“ใช่แล้ว จะว่าไปแล้วไม่ว่าสตรีจะลำบากเพียงใดก็ไม่ควรละเลยความบริสุทธิ์ของตนอย่างไร้ยางอายเช่นนี้!”
ทันใดนั้นก็มีคนกล่าวเสริมว่า“แบบนี้แล้วลูกๆ จะเชิดหน้าชูตาได้อย่างไรกัน!คงจะเหมือนอย่างแม่ม่ายหวังข้างบ้านนั่นแหละมีเื่พัวพันกับชายฉกรรจ์กี่คนแล้วก็ไม่รู้ลูกชายโตแล้วยังไม่กล้าเรียกนางว่าแม่ จิ๊จิ๊...”
ป้าซิ่วเช็ดหน้าเช็ดตานางลุกขึ้นแล้วร้องอย่างอาฆาตว่า “คนแบบนี้สมควรจับถ่วงน้ำเสียให้ตาย!”
ทุกถ้อยคำราวกับคมดาบนางซูทนไม่ไหวจนปิดหน้าร่ำไห้ในที่สุด ร่างกายที่พิงประตูอยู่สั่นสะท้าน
วาจาของคนเรานั้นช่างน่ากลัว...
บังเอิญในเวลานั้นเฉินหย่งหลินจอมเหลาะแหละก็มาร่วมวงด้วยเขายืนหมุนตัวไปมาอย่างไม่แยแส
เอ่ยว่า“พวกเ้าก็ทำเกินไปแล้วนะ ต้องกดดันจนถึงขนาดนี้เชียวหรือ”
“โธ่ พ่อหนุ่มโสดรู้สึกสงสารขึ้นมาแล้วหรือ?” มีคนแอบหัวเราะเสียงเบา