“ป้ารู้อะไรเกี่ยวกับนายโร้คเมดิสันคนนั้นบ้างคะ ทิชาถามห้วนๆ ละสายตาจากถนนเหลียวมองบลันช์หนูคิดว่าเขาคงจะวาดภาพว่าตัวเองเป็นักล่าผู้หญิงตัวยงสินะคะ”
“เอาละก็หมายความว่า หนูชักจะสนใจในตัวเพื่อนบ้านของป้าขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมนี่ น้ำเสียงของ
บลันช์เย้าหลานสาวหลังจากที่หนูกระแทกเท้าโครมครามออกจากห้องเมื่อวานนี้แล้วก็ไม่ยอมเอ่ยชื่อเขา ไม่ว่าเราจะคุยกันเื่อะไร ป้าก็ชักจะไม่แน่ใจอยู่เหมือนกัน”
“หนูไม่ได้สนใจเขาแบบที่ป้าคิดหรอกค่ะ”นิ้วมือของทิชากำแน่นอยู่กับพวงมาลัย อยากจะให้มันเป็ลำคอของผู้ชายคนนั้นเสียเหลือเกินแต่มันก็จำเป็ที่เราจะต้องใช้สติปัญญาทุกทางเพื่อที่ว่าจะได้รู้จักคนที่เราถือว่าเป็ศัตรูให้มากที่สุด”
“ป้าว่าหนูวาดภาพโร้คผิดไปมากนะ เขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบไขว่คว้าหาผู้หญิง อย่างที่หนูวาดภาพให้เขาเป็หรอกหนูไม่ควรใช้คำพูดว่าเขาอย่างนั้น” บลันช์ตอบเขาเป็คนที่ใจดี แล้วก็เป็เพื่อนบ้านที่น่าคบมากนะเป็สถาปนิกฝีมือดีคนหนึ่งที่ป้าเคยรู้จักมาทเดียว เท่าที่ป้าเคยได้ศึกษาเขามาพอสมควรก็เห็นว่าเป็คนที่มีอัธยาศัยไมตรีอยู่มันก็อาจจะมีบ้างที่ผู้หญิงบางคนอยากจะได้เขาไว้เป็เพื่อน แต่ป้าไม่เคยเข้าไปยุ่งในเื่ส่วนตัวของเขาและเขาเองก็ไม่เคยยุ่งเื่ของป้าเหมือนกัน”
“ก็แล้วทำไมป้าถึงเข้าข้างเขาเวลาที่เขาพูดจาน่าหมั่นไส้เื่การมีภรรยาล่ะคะ ทิชาถามอย่างขุ่นเคืองในอารมณ์
“หนูเองต่างหากที่ไปทำให้เขาพูดขึ้นป้าคิดว่าเขาตอบโต้เื่ที่หนูพูดจาิ่ ประมาทพวกผู้ชายอย่างมีมารยาทดีนะ ที่จริงทั้งสองคนนั่นแหละสามารถหาเหตุผลมาหักล้างกันได้ดี”
“เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วๆไปนั่นแหละค่ะ ้าจะเก็บผู้หญิงไว้กับบ้านให้อยู่แต่ก้นครัว” แววในดวงตาของสาวน้อยบอกความหมั่นไส้ประกอบไปกับคำพูดขณะที่เลี้ยวรถขึ้นสู่ถนนใหญ่
“อย่าไปดูถูกการที่ผู้หญิงต้องทำหน้าที่เมียหรือแม่อย่างนั้น” บลันช์พูดขรึมๆไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะเป็การท้าทายและให้รางวัลชีวิตแก่ผู้หญิงเช่นนั้นมีผู้หญิงมากมายนักที่ไม่้าจะเป็อะไรไปมากกว่านั้นเลย”
“แหมหนูไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่า ป้าน่ะในฐานะตัวแทนของพวกผู้หญิงคนหนึ่ง จะพูดจาอะไรทำนองนั้น”ทิชาว่า น้ำเสียงของสาวน้อยเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“เอ้า...หมายความว่ายังไงกันนี่ป้าน่ะรึที่เป็ตัวแทนของพวกผู้หญิง ป้าของเธอถามหัวเราะๆ
“ก็ใช่น่ะสิคะป้าไม่เคยแต่งงาน ประสบความสำเร็จจากงานที่สร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง เป็ตัวอย่างของผู้หญิงที่รักอิสระอย่างแท้จริงเชียวนะคะ”
“หนูเดาเอาว่าคงจะเพราะว่าป้าไม่้าจะแต่งละมังคะ ทิชายักไหล่
“มันก็มีอยู่ถึงสองครั้งนะ ที่ป้าคิดเื่นี้อย่างจริงจังมาก” บลันช์สบตากับหลานสาวแต่ป้าฉลาดพอที่จะรู้จักตัวเองว่าป้าเป็คนเห็นแก่ตัวมาก ไม่้าจะรับภาระความรับผิดชอบไม่ว่าจะกับสามีหรือครอบครัวแต่ไม่ใช่จะแค่เห็นแก่ตัวเท่านั้นหรอก ป้าว่าตัวเองขี้ขลาดเกินไปมากกว่า แล้วก็ไม่ได้เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองหรือให้โอกาสกับมันอีก เพราะถึงอย่างไรป้าก็จะไม่เปลี่ยนความคิดอีกแล้ว หนูเห็นไหมทิชาว่านี่น่ะมันเป็เื่ของความรู้สึกส่วนตัว ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับความเป็ผู้หญิงหรือผู้ชายเลย”
“นั่นป้ากำลังพูดอะไรคะหมายความว่าป้าก็ยอมรับในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติด้วยหรือคะ น้ำเสียงของทิชามิได้ห้วนหรือเย้ยเยาะอย่างเมื่อครู่เพียงแต่ดูเอาจริงเอาจังมากกว่า
“แล้วหนูล่ะคะจะทำได้ไหม
“หนูจะให้ชีวิตขึ้นอยู่กับการเขียนรูปอย่างเดียวเท่านั้นน่ะหรือบลันช์ถามอย่างอ่อนโยนแววในดวงตาของเธอจรัสเรืองขึ้นหนูคิดว่างานศิลปะ ประเภทนี้เป็ประตูชัยขั้นสุดท้ายของชีวิตแล้วอย่างนั้นหรือ
ประตูสุดท้ายหรือทิชาไม่เคยได้คิดด้วยซ้ำว่าประตูชัยแหล่งสุดท้ายในชีวิตของเธอคืออะไรกันแน่ เธอมิได้มีอัจฉริยะเฉกเช่นที่ป้าเป็อยู่ ซึ่งเป็สิ่งที่สาวน้อยรู้อยู่แก่ใจ และถ้าไม่มีสิ่งนั้น เธอก็ไม่อาจจะหาสิ่งใดมาทำให้ชีวิตนี้สมบูรณ์ขึ้นเช่นบลันช์ได้
สาวน้อยลังเลที่จะตอบคำถามของป้าแต่ในที่สุด เธอก็เลือกที่จะตอบอย่างใจจริงที่สุด
“งานเขียนรูปนั่นน่ะอันที่จริงมันก็ต้องนับว่าเป็งานอดิเรก ที่หนูพยายามจะใช้เป็เครื่องหาเลี้ยงชีวิตไปด้วย”
“ซึ่งมันก็เป็งานอดิเรกที่สามารถจะไปได้ดีกับชีวิตแต่งงานนะ”
“แหม...ตอนนี้ป้าทำเสียงเหมือนพ่อเลยนะคะ”ทิชาพ้อ รอยยิ้มบนใบหน้าช่วยให้วาจานั้นลดความรุนแรงลงพยายามที่จะจัดการให้หนูได้แต่งงานไปเสียกับใครก็ได้สักคนหนึ่งเพื่อตัวหนูเอง”
“ก็เฉพาะแต่กับผู้ชายคนที่หนูรักเท่านั้นละ”
“ถ้ามันจะมีคนประเภทนั้นจริง”สาวน้อยหัวเราะขัน ๆก็อาจจะยากสักหน่อยนะคะป้า ถ้าผู้ชายทุกคนที่หนูพบจะเหมือนกับ นายโร้คเมดิสัน”
“ป้าไม่ได้พูดว่าโร้คเมดิสันจะเป็สามีที่ดีไม่ได้ ป้าน่ะแน่ใจด้วยซ้ำว่าการที่หนูไม่ยอมสยบให้เขานั่นแหละที่ทำให้เขาสนใจในตัวหนูมากขึ้นหนูกับเขามีนิสัยไม่แตกต่างไปกว่ากันเลย”
ทิชาย่นจมูกอย่างไม่พอใจ
“เขาเองก็เป็คนที่ทำให้หนูต้องเดือดร้อนอยู่เรื่อยนะคะ”
“อาจจะเป็เพราะว่าหนูป้องกันตัวเองไม่ให้หลงเสน่ห์เขาก็ได้มั้งบลันช์พูดล้อๆ
“หนูไม่ชอบแล้วก็ไม่้าผู้ชายที่นึกว่าตัวเองเป็จ้าวหรือเป็นายในชีวิตหรอกค่ะ” ความทระนงปรากฏเมื่อคางของสาวน้อยเชิดขึ้น
“แต่หนูก็จะไม่มีความสุขถ้าจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่หนูจะเหยียบย้ำได้เหมือนกันนะไอ้การแสดงความเป็ผู้นำนิดๆ หน่อยๆ น่ะมันไม่ใช่ความเลวจนเกินไปนักหรอก ตราบใดที่มือแข็งๆนั้นสวมด้วยถุงมือกำมะหยี่นะทิชา”
“บลันช์คะหนูคิดว่าป้าน่ะก็หัวดื้อพอๆ กับพ่อนั่นแหละ” สาวน้อยสั่นศีรษะอย่างไม่พอใจ ขณะที่ชำเลืองมองศีรษะที่มีแต่ผมขาวๆของผู้เป็ป้านี่ป้าตั้งใจจะจับคู่หนูกับเขาจริงๆ น่ะหรือคะ
“เขาเป็เพื่อนบ้านของป้านะป้าไม่อยากเห็นหนูก่อากับเขา มันจะดูเข้าท่ากว่าถ้าหนูกับเขาจะเป็เพื่อนกันเสียได้”บลันช์หลิ่วตาให้หลานสาว
“ข้อนี้หนูเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ”ทิชายอมประนีประนอมด้วยหนูคิดว่าจะไม่ปะทะคารมกับเขาอีกแล้ว”
“นั่นนับว่าเป็การเริ่มต้นที่ดีอยู่”บลันช์ยิ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งสองฟากฝั่งของถนนเต็มไปด้วยตึกรามเอาละ หนูจอดให้ป้าลงตรงหัวมุมนั่นก็แล้วกันห้องอบไอน้ำอยู่ตรง่ตึกข้างหน้านั่น”
หลังจากที่จอดรถส่งป้าลงแล้วทิชาก็ขับรถผ่านย่านการค้าตรงไปยังอู่ซ่อมรถ ทันทีที่มองเห็นอู่ก็มองเห็นรถสปอร์ตสีขาวของโร้ค เมดิสัน จอดอยู่บริเวณเดียวกัน ริมฝีปากของสาวน้อยเม้มสนิทเป็เส้นตรง ขณะที่เลื่อนรถเข้าไปจอดเทียบและเดินเข้าไปในตัวอาคาร
“มาตรงเวลาดีจริง”โร้ค ทักทายเบาๆ ยืดร่างที่พิงอยู่กับกำแพงด้านข้างขึ้น
“คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะทิชาถามอย่างจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ ลืมคำมั่นสัญญาให้ไว้กับป้าว่าจะไม่ทำตัวเป็ปรปักษ์กับเขาอีกไปเสียสนิท
“ก็รถคุณไม่ได้เสียหายคันเดียวนี่”เขาตอบพร้อมด้วยรอยยิ้มในแววตาเช่นเคยผมเองก็ไฟหน้าแตกเหมือนกัน เพิ่งจะซ่อมเสร็จเดี๋ยวนี้”
“อ๋อ” เธอรับฟังอย่างเคร่งขรึมสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องคิดไปว่า เขามาดักรอพบ ผู้ชายคนหนึ่งเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมันเดินเข้ามาในห้องสำนักงาน เธอจึงหันไปมองอย่างสนใจ
“ไฮ แม็ค”โร้คทักขึ้นนี่ไง มิสคอลด์เวล มาแล้ว”
ดวงตาของผู้ชายคนนั้นมองทิชาอย่างพึงใจก่อนที่จะหันไปหลิ่วตาให้โร้ค
“เอาละ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงขับรถไปชนรถเธอเข้าคุณนี่มีวิธีแนะนำตัวกับผู้หญิงใหม่ๆ เสมอนะ”
แก้มของทิชาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีแต่เธอก็พยายามระงับไว้
“นี่ค่ะกุญแจรถฉัน มัสแตงสีฟ้าคันนั้น”
“อีก2-3 ชั่วโมงก็เสร็จครับ” ผู้ชายที่ชื่อแม็คตอบขณะที่เอื้อมไปรับกุญแจ แปลความหมายในดวงตาสีเขียวเข้มที่ชำเลืองมองไปทางโร้คผิดๆเมื่อเขาหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกไปนั้น ทิชาได้ยินเขาพูดเบาๆ กับโร้คอีกว่าคุณนี่เข้าใจเลือกจริงๆคนนี้สวยกว่าแล้วก็สาวกว่าคนอื่นๆ ตั้งเยอะ”
“คุณคงพอใจที่จะได้ยินใครๆเขาชมเชยในชัยชนะอย่างนี้สินะ” ทิชาตวัดเสียงใส่เขาทันที เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังแล้ว
“แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็คนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับชัยชนะนั่นหรือเปล่าล่ะปอยผมหยิกๆ ของเขาปรกลงมาอยู่บนหน้าผาก ยามที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอเหมือนจะเยาะ
“โอ๊ย ฉันยินดีที่จะบอกว่าไม่้าให้ตัวเองเสียเกียรติอย่างนั้นหรอก”
ยิ้มอย่างอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโร้ค
“หมายความว่าคุณพอใจที่จะได้ยินผมบอกเขาว่าเราไม่ถูกกันอย่างนั้นใช่ไหม...เขาไม่เชื่อผมหรอก จะแปลกตรงไหนล่ะที่ว่าเขาจะคิดอะไรน่ะ