เมื่ออายุพีทได้5ขวบ
พีทไปตรวจสุขภาพประจำปีกับพ่อแม่ที่โรงพยาบาลและพบกับข่าวร้ายโดยคุณหมอได้บอกพ่อกับแม่ของพีทว่า
“คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมมีเื่สำคัญที่ต้องแจ้งให้ทราบ เกี่ยวกับสุขภาพของลูกนะครับ” หมอเหมือนหนักใจที่จะพูดอะไรซักอย่าง
“ขอให้ตั้งใจฟังและเข้าใจว่าผมพร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่าง จากผลการตรวจสอบทั้งหมดที่เราได้ทำมา เราพบว่าลูกของคุณเป็โรคหัวใจอ่อนแรง ซึ่งหมายความว่าการทำงานของหัวใจมีความบกพร่องและ้าการดูแลอย่างใกล้ชิด” หลังจากพ่อกับแม่ได้ยินก็แทบช็อค
“ผมเข้าใจดีว่าข่าวนี้อาจทำให้คุณรู้สึกใและกังวล แต่ขอให้มั่นใจว่าเรามีทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีความพร้อมในการให้การรักษาและดูแลลูกของคุณอย่างดีที่สุด” หมอพูดเชิงให้กำลังใจ
ผมพร้อมที่จะตอบคำถามและอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ รวมถึงวิธีการรักษาที่เราสามารถทำได้และการดูแลในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างเข้มแข็ง เราจะเดินไปด้วยกันในทุกขั้นตอนของการรักษา ขอบคุณที่ไว้วางใจเราในการดูแลสุขภาพของลูกคุณครับ” พ่อแม่ได้แต่กอดกันแล้วร้องให้ออกมา แต่พีทที่ไม่รู้อะไรจึงได้ร้องไห้ตามพ่อแม่ไปด้วย
หลายวันต่อมา
พีทกลับจากโรงเรียนกับพ่อ ระหว่างทางที่กลับบ้านพีทได้เห็นเด็กวิ่งเล่นกันที่สนามเด็กเล่นและมองด้วยความเศร้า พ่อเห็นจึงพูดขึ้นว่า
“พีทลูกพ่อเข้าใจลูกนะที่ได้แต่นั่งดูเด็กคนอื่นวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน” พ่อพูดกับพีทด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ผมก็ไม่เป็ไรฮะพ่อผมเข้าใจว่าพ่อมีเหตุผลที่พ่อห้ามผม” พีทพูดด้วยความไร้เดียงสา
แต่พ่อกลับน้ำตาไหลออกมา เพราะถึงแม้พ่อแม่ของพีทจะเงินมากแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของพีทใว้ได้นานนัก ั้แ่นั้นมาพ่อก็มอบทุกอย่างที่พีท้าเพื่อความสุขของพีท
ใน่ของประถมศึกษา แม้ว่าพีทจะต้องเหงาเพียงลำพัง แต่ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ก็เป็เหตุผลหลักที่ทำใหพีทมีความสุขและมั่นใจไปได้ตลอดเวลา