[จบ] ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย

    บทที่ 14 อาสะใภ้สามชักใย

    บทที่ 14 อาสะใภ้สามชักใย



    “ซีเอ๋อร์เป็๲เด็กดี นางยังเด็กนัก ข้ามองนางเป็๲เพียงบุตรสาวคนหนึ่ง อาสะใภ้ ต่อไปอย่าได้พูดเช่นนี้อีกเลย” นางหวังรีบขัดคำพูดของอาสะใภ้สามอย่างจริงจัง


    “นางไม่ใช่สะใภ้ที่ซื้อมาให้เอ้อร์หลางหรอกหรือ” ก่อนหน้านี้ตอนที่มาหลิวเหิงก็บอกเป็๲นัย ๆ แล้วว่าเหยียนซีไม่ใช่เด็กที่เลี้ยงไว้เป็๲สะใภ้ ดูเหมือนอาสะใภ้สามจะไม่เชื่อ



    “เอ้อร์หลางเคยบอกแล้ว เขาจะทุ่มเทกับการศึกษาเล่าเรียนเสียก่อน ถึงแม้จะทำตัวเป็๲แม่สื่อ แต่ก็ต้องรอหลังอายุสิบแปดค่อยว่ากัน ซีเอ๋อร์ เด็กคนนั้นทั้งรู้ความและเอาใจใส่ ข้าไม่ควรทำเด็ก ๆ เสียเวลาเพราะความเลอะเลือนเช่นนี้” เ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวข้องกับหลิวเหิง นางหวังมักจะระมัดระวังเสมอ ทุกอย่างต้องได้รับการยินยอมจากบุตรชายก่อนจึงจะใช้ได้



    “ในเมื่อท่านปฏิบัติกับเด็กคนนั้นเหมือนดั่งบุตรสาว เช่นนั้นข้าก็มีเ๱ื่๵๹ดีงามอย่างมากมาบอกท่าน”



    อาสะใภ้สามปรบมือครั้งหนึ่ง หัวเราะด้วยน้ำเสียงเกินจริง “เ๱ื่๵๹ดีเ๱ื่๵๹นี้เป็๲เ๱ื่๵๹ที่คนอื่น ๆ คิดไม่ถึงและแย่งไปไม่ได้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นจะบอกว่าเอ้อร์หลางไม่ธรรมดาได้อย่างไร คนอื่นป่วยก็มีแต่รอความตาย เขาป่วยแล้วกลับมีเซียนกูมาชี้แนะ ทั้งยังมีดาวนำโชคเข้ามาอยู่ในบ้าน คนอื่นใช้เงินเป็๲กองตามหาก็หาไม่เจอ ท่านใช้เงินเพียงตำลึงเดียวกลับซื้อคนมาได้”



    เหยียนซีได้ยินย่าสามพูดจาอย่างใจดีเช่นนี้ ถึงจะพูดอ้อมไปอย่างไรก็ล้วนเกี่ยวข้องกับตน หญิงสาวรู้สึกว่าด้านหลังของเธอตึงเกร็ง มือสองข้างกำหมัดแน่น ไหล่ถูกตะกร้ารั้งไว้จนเริ่มเจ็บเล็กน้อย เธอเอาตะกร้าพิงเข้ากับตีนกำแพง ก่อนจะเอาตัวเองนั่งพิงอยู่ตรงประตูลานบ้าน



    นางหวังฟังคำพูดของอาสะใภ้สามอยู่นานแต่ก็ยังไม่เข้าประเด็น จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “อาสะใภ้ เ๱ื่๵๹ดีที่ท่านว่า เป็๲เ๱ื่๵๹ใดกันแน่?”



    อาสะใภ้สามลดเสียงลง เอนตัวมาตรงหน้านางหวัง เอ่ยถามอย่างลึกลับ “ครอบครัวเ๽้าบ้านหนิว ท่านเองก็รู้ใช่หรือไม่ ครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่ของแม่ข้าเป็๲ผู้เช่าที่ของเ๽้าบ้านหนิว บุตรชายของเขาก็ป่วยเช่นเดียวกับเอ้อร์หลาง ได้ยินว่าเป็๲วัณโรคเช่นกัน ได้ยินเหอเซียนกูพูดถึงเ๱ื่๵๹ครอบครัวพวกท่าน พวกเขาก็ตามพี่สะใภ้ข้าไปสอบถาม พี่สะใภ้ข้าก็เลยมาสอบถามข้าทางนี้ด้วย”



    ครอบครัวเ๽้าบ้านหนิวที่อาสะใภ้สามกล่าวถึงนั้น น่าจะเป็๲คนที่มีชื่อเสียงในตำบลชิงหลง 



    เพราะทันทีที่นางกล่าวถึงคนผู้นี้ นางหวังก็พยักหน้า เห็นได้ชัดว่ารู้จักเขาเช่นกัน “บุตรชายของเขาป่วย แล้วมาสอบถามเ๱ื่๵๹ครอบครัวข้าทำไมกัน เหตุใดไม่ไปขอคำแนะนำและคำอวยพรจากเซียนกูเล่า”



    “จะไม่ขอได้อย่างไร! พวกท่านก็รู้ ครอบครัวของเขามีที่เป็๲ร้อยหมู่ จะกินจะใช้อะไรก็มีคนคอยรับใช้ เป็๲ที่รู้จักทั่วทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้าน ที่บ้านมีบุตรชายเพียงคนเดียว รักใคร่ราวกับไข่ในหิน ตอนนี้อาการป่วยยิ่งหนักขึ้นทุกวัน แม้แต่หมอชื่อดังในเมืองหลวงก็เชิญมาหมดแล้วก็ยังไม่สามารถช่วยได้ เมื่อได้ยินเ๱ื่๵๹ของครอบครัวท่าน พวกเขาก็ย่อมอยากจะไปหาเหอเซียนกูให้ช่วยชี้แนะและช่วยชีวิต”



    “แต่เ๱ื่๵๹เช่นนี้ จะเจอได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร เหอเซียนกูเองก็บอกไว้แล้วว่าดาวนำโชคไม่ใช่พืชผักที่หาได้ง่าย ๆ และหาพบได้ตามใจ ดาวนำโชคอย่างเหยียนซีของพวกท่านก็เป็๲ผลบุญที่หาได้ยากเช่นเดียวกัน”

             


    อาสะใภ้สามกล่าวอย่างมีความสุข จากนั้นก็ปรบมืออีกครั้ง กล่าวพลางถอนหายใจ “ใคร ๆ ก็บอกกันว่าเอ้อร์หลางไม่ธรรมดานี่นา พวกท่านเองก็เพิ่งจะซื้อเหยียนซีมาได้ เ๯้าบ้านหนิวหาคนไม่ได้ หมอก็บอกว่าไร้หนทางแล้วจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงนึกถึงบ้านท่าน เขาอยากจะซื้อเหยียนซีกลับไปเป็๞สะใภ้ที่บ้านเขาน่ะสิ”



    “ซื้อซีเอ๋อร์หรือ” นางหวังอุทานอย่าง๻๷ใ๯ 



    “ใช่น่ะสิ ครอบครัวเ๯้าบ้านหนิวอยากซื้ออย่างจริงใจ พวกเขาเต็มใจเสนอราคาเท่านี้เลย” อาสะใภ้สามกล่าวพลางชูนิ้วสามนิ้วให้นางหวัง



    “นี่มันเท่าไรกันหรือ”



    “สามสิบตำลึง!” เสียงอาสะใภ้สามสั่นด้วยความตื่นเต้น “สามสิบตำลึงเงินเชียว!”



    “ว่าอย่างไรนะ สามสิบตำลึงหรือ” นางหวัง๻๷ใ๯อีกครั้งกับจำนวนนี้



    เหยียนซีมองเห็นท่าทางตื่น๻๷ใ๯ของนางหวัง ในใจเต้นแรง ใบหน้าเล็กเปลี่ยนเป็๞ซีดเซียว



    หลังจากอยู่ที่นี่มานาน เธอรู้แล้วว่าสามสิบตำลึงนี้ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ 



    มีเงินสามสิบตำลึงนี้ แม่ลูกตระกูลหลิวก็สามารถชดใช้หนี้ได้หมด ทั้งยังเหลือเงินกว่ายี่สิบตำลึง เพียงพอให้ส่งหลิวเหิงเรียนและสอบซิ่วไฉอีกครั้ง

    ตระกูลหลิวรอคอยจะใช้เงิน เงินจำนวนมากเพียงนี้ นางหวังจะหวั่นไหวหรือไม่



    ขาของเหยียนซีเกร็งแน่นทันที ขอเพียงนางหวังเอ่ยปากตอบรับ เธอก็จะวิ่งออกจากหมู่บ้านทันที ไม่สิ ถนนนอกหมู่บ้านก็ไม่มีที่ให้หนี เธอต้องหนีไปทางหลังเขา


    ภายใต้ความตึงเครียดรุนแรง เหยียนซีรู้สึกว่าตนถูกแยกออกเป็๲สองคน คนหนึ่งกำลังเงี่ยหูฟังการสนทนาที่ลานบ้าน ส่วนอีกคนกำลังมองไปยังถนนที่มุ่งหน้าไปหลังเขาอย่างใจเย็น คิดว่าจะวิ่งหนีอย่างไรให้ไม่ถูกจับกลับมา


    เห็นได้ชัดว่าอาสะใภ้สามเองก็รู้ว่านี่เป็๲จำนวนเงินมหาศาลที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ส่ายนิ้วสามนิ้วไปมา กล่าวอย่างตื่นเต้น “ใช่น่ะสิ เ๽้าบ้านหนิวยังกล่าวอีกว่า ในเมื่อเขาจะซื้อกลับไปเป็๲สะใภ้ ตามมารยาทประเพณีแล้ว สามสิบตำลึงนี้ก็ถือเป็๲เพียงเงินสินสอด นอกจากนี้ยังจะให้กำไลเงินอีกคู่หนึ่ง ผ้าฝ้ายละเอียดม้วนหนึ่ง และผ้าไหมอีกม้วนหนึ่งเป็๲ของหมั้นอีกด้วย ท่านมองซีเอ๋อร์เป็๲บุตรสาว ก็รอให้ท่านชายหนิวหายป่วยเสียก่อน ไม่แน่ว่าจะพาซีเอ๋อร์กลับมาเยี่ยมบ้านมารดาก็เป็๲ได้นะ... จิ๊ ๆ ”



    อาสะใภ้สามจิ๊ปาก ราวกับว่าเห็นเงินของตระกูลหนิวลอยมาแล้ว



    “ถ้าหากไม่ดีขึ้นเล่า” นางหวังรู้สึกว่าเงินของตระกูลหนิวนั้นช่างร้อนจนเจ็บมือ


    “ถุย ๆๆ จะเป็๲เช่นนั้นได้อย่างไร” อาสะใภ้สามถ่มน้ำลายติดต่อกันสองสามครั้ง “เหยียนซีช่วยเอ้อร์หลางได้ ก็ต้องช่วยท่านชายหนิวได้ อีกอย่างคนเขาก็บอกแล้วว่าเงินและสิ่งของเหล่านี้ขอมอบให้ครอบครัวพวกท่าน พวกเขาขอเพียงตัวคนเป็๲ใช้ได้” อาสะใภ้สามเน้นย้ำอย่างหนัก “ถ้าหากช่วยเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ  ท่านชายหนิวแต่งงานแล้ว เมื่อตายจากไปก็จะได้ไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว”


    ความหมายนี้ก็คือ ตระกูลหนิววางแผนว่าหากรอดก็จะเป็๲เ๽้าสาว ถ้าหากช่วยให้รอดไม่ได้ก็จะให้เป็๲วิวาห์ศพหรือ 


    “อะไรนะ จะเป็๲เช่นนั้นได้อย่างไร ซีเอ๋อร์เพิ่งเก้าขวบนะ! ไม่ได้ เ๱ื่๵๹นี้ไม่ได้เด็ดขาด!” น้ำเสียงของนางหวังดูหนักแน่นขึ้นอย่างมาก


    “แม่เอ้อร์หลาง ท่านอย่าโง่ไปหน่อยเลย อย่าว่าแต่เหยียนซีนั้นเป็๲เพียงคนที่ท่านซื้อมา ต่อให้เป็๲ลูกแท้ ๆ  นี่ก็ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ดีชวนให้มีความสุข ท่านลองคิดดูสิ ไม่ว่าท่านชายหนิวจะเป็๲อย่างไร นางก็ถือว่าตกถังข้าวสารแล้ว ตระกูลหนิวจะขาดแคลนเสื้อผ้าอาหารของลูกสะใภ้ได้อย่างไร ทุกวันก็มีแต่คนคอยรับใช้ ได้สวมใส่ผ้าไหมผ้าแพร ตลอดชีวิตของหญิงสาวจะยัง๻้๵๹๠า๱สิ่งใดอีก”



    “อาสะใภ้ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว เ๱ื่๵๹นี้ไม่ได้หรอก! อีกอย่าง เอ้อร์หลางของข้าบอกว่าต่อไปซีเอ๋อร์ไม่ใช่คนที่ซื้อมา แต่เป็๲ครอบครัวของพวกข้า นางอยากทำสิ่งใด้ก็ให้นางตัดสินใจเอง พวกข้ามอบค้าขายทาสให้นางแล้ว” นางหวังรู้ว่าอาสะใภ้สามผู้นี้โน้มน้าวคนเก่ง จึงได้กล่าวขัดความคิดของนางเสียโดยตรง


    “คืนสัญญาค้าขายทาสให้นางแล้วหรือ” น้ำเสียงของอาสะใภ้สามแหลมขึ้น “เงินหนึ่งตำลึงของพวกท่านก็คืนให้นางแล้วหรือ”


    “ใช่แล้ว เอ้อร์หลางบอกให้คืนให้นาง”


    “ท่าน... พวกท่านเป็๲บ้ากันไปแล้วหรือ” อาสะใภ้สามเดินวนไปมาสองครั้ง จากนั้นก็หยุด “แม่เอ้อร์หลาง ไม่ว่าจะมีสัญญาค้าขายทาสหรือไม่ไม่สำคัญ เด็กหญิงเพียงคนหนึ่ง ก็ควรเป็๲ท่านที่ตัดสินใจไม่ใช่หรือ!”



    “อาสะใภ้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสัญญาค้าขายทาส เ๱ื่๵๹นี้ข้าก็ไม่ตกลง ข้าเห็นนางเป็๲บุตรสาว ก็ไม่อาจทำเ๱ื่๵๹ขายบุตรสาวกินได้” 



    เหยียนซีมองใบหน้าของนางหวังที่มักจะอ่อนโยนนั้นไม่มีรอยยิ้มหลงเหลือ อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างมองไปยังลานบ้าน มองอยู่นาน จากนั้นหมอกก็ก่อตัวขึ้นต่อหน้าเธอ