"เฮ้ออ!... กลับมาอีกจนได้สินะ" มีนหรือมีชื่อจริงๆว่า เดือนมีนา สาวน้อยที่ยืนมองบ้านตัวเองที่มีลักษณะ เป็อาคารพาณิชย์สองชั้นติดกันหลายหลัง ชั้นล่างของบ้าน เป็ร้านตัดเย็บแก้ทรงเสื้อผ้า แต่ตอนนี้ ไม่ได้มีผู้อาศัยมานานเกือบสามปีแล้ว และไม่ได้ เปิดรับซ้อมผ้าแล้วเหมือนกัน และติดกันถัดออกไป ก็จะเป็ร้านขายยา ร้านซักรีด ร้านเสริมสวย และร้านต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าแถวนี้ เป็ย่านชุมชนที่มีหอพัก เหล่าคนขายแรงงาน จากต่างจังหวัดอาศัยอยู่กันมากพอสมควร
สาวน้อยเดินไปยืน ตรงหน้าประตูเหล็กม้วน แล้วใช้ลูกกุญแจ ไขแม่กุญแจตัวใหญ่ ที่ตนเองไม่ได้เปิดมานาน แล้วดันให้ประตูเหล็กเลื่อนขึ้นไป้า
"ร้านเข็มทอง รับปะ เปลี่ยนซิป แก้ทรงเสื้อผ้า" เมื่อประตูเหล็กเลื่อนขึ้นจนสุด มีนก็อ่านชื่อร้าน ที่เป็สติ๊กเกอร์ตัวหนังสือ ติดกับกระจกและมีประตูเลื่อนเป็กระจก ทางด้านขวา เพื่อเปิดเข้าไปในร้านเย็บผ้าแห่งนี้
เมื่อเดินเข้าไป ก็เจอกับจักรเย็บผ้าสองตัว จักรโพ้งอีกหนึ่งตัว ถูกคุมด้วยผ้าไว้ มีนมองไปรอบๆ ทำให้คิดถึงบรรยากาศ ที่เคยอยู่กับแม่และน้าสาวตัวเอง ชึ่งตอนนี้ไม่มีใครเหลือแล้ว
"ใครกันน่ะ! " มีนหันตามเสียง ที่ดังมาจากทางหน้าประตูบ้าน ที่ยืนมองเข้ามา ก็ฉีกยิ้มขึ้นมาทันที
"ยายจี.. มีนเองจ่ะ" มีนรีบเดินไปกอดยายจีวัย65ปีที่อยู่ บ้านข้างๆขายของชำ ถัดไปอีก3คูหา และเป็คนที่คอยเข้ามา ทำความสะอาดบ้านให้ตลอด
"มีนหรอลูก.. มีนจริงด้วย" ยายจีและมีนสวมกอดกันด้วยความคิดถึง เพราะเกิดมามีนก็เจอกับยายจีแล้ว ยายจะเอ็นดูมีนมาก เพราะมีนเป็เด็กนิสัยดี น่ารักั้แ่เด็กจนโต
"แล้ว กรองทองล่ะ" มีนนิ่งไปนิด ที่ยายถามถึงน้าสาวตัวเอง แต่ก็กลับมายิ้มเบาๆให้ยายอีกครั้ง
"ก็มาด้วยกันค่ะยาย.. อยู่ในรถ" มีนตอบยายจีไป
"เอ้า.. แล้วเมื่อไหร่จะลงหล่ะ" ยายจีมองตามสายตาไปในรถ มีนจึงเดินไปที่รถ แล้วเปิดประตูรถคนละฝั่งของคนขับ หยิบกรอบรูป ที่มีกรอบสีทอง และโกศสีขาวมุกออกมา เดินตรงมาหายายจี ยายจีเอามือทาบอก เมื่อเห็นภาพคนในกรอบรูปนั้น
" ตายจริงมันเกิดอะไรขึ้นกันลูก" ยายจีรีบเข้ามา ลูบที่หลังเหมือนปลอบ ให้กำลังใจผู้ที่ตนรักเหมือนหลานแท้ๆ
"มีนกับน้ากรอง จะกลับมาอยู่กับแม่นะจ๊ะยาย" มีนบอกยาย ด้วยสายตาที่เศร้าหมอง มีนพูดพร้อมกับเดินขึ้นไป ชั้นบนของตัวบ้าน ยายจีก็เดินตามหลังไม่ห่าง และเข้าไปยังห้องนอนเก่าของน้า ชึ่งมีโกศและรูปของแม่ตนเองตั้งอยู่ก่อนแล้ว
"แม่จ๋า.. มีนกับน้ากรอง กลับมาอยู่ด้วยแล้วนะ ต่อไปเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ มีนจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว" มีนมองรูปของแม่และน้าตัวเองสลับกันไปมา พูดพร้อมกับดวงตาที่พล่ามัวด้วยน้ำตา
" อย่าร้องลูก แม่กับน้าเค้ามองดูเราอยู่ เดี๋ยวเค้าเป็ห่วงนะ ยังไงยายก็จะอยู่เป็เพื่อนมีนเองนะลูกนะ" ยายจีดึงมีนเข้าไปกอดปลอบ อย่างนึกสงสาร สาวน้อยจับใจ มีนก็พยักหน้ารับกับอกยายอยู่สักพักใหญ่
"หิวยังลูกหรือว่าจะพักผ่อนก่อน.." ยายดันตัวมีนออกเล็กน้อยแล้วถามขึ้น เพื่อพามีนออกจากอาการเสียใจตอนนี้
" มีนยังไม่หิวเลยยาย.. มีนขอเก็บข้าวของทำความสะอาดก่อนนะคะ" มีนบอกกับยายแล้วก็พากันเดินลงมา ยังชั้นล่างของบ้าน แล้วนั่งคุยกับยายที่โซฟา โซนด้านหลังของจักรสามตัว
" ยาย.. " มีนที่นั่งหน้าหม่นอยู่สักพัก ก็เรียกยายจีขึ้นมา
"ฮืม" ยายจีขานรับในลำคอ และมองหน้าหญิงสาว
" น้ากรองกับแม่อายุสั้นจังเนอะ... แม่ก็ทิ้งมีนไปตอน5ขวบ น้ากรองก็มาป่วย แล้วทิ้งมีนไปอีกคน" มีนพูดตัดพ้อชีวิตตนเองกับยายจี
"ไม่มีใครอยากทิ้งมีนหรอกลูก ทุกคนต้องไปเหมือนกันหมดอยู่ที่บุญบาป ว่าจะช้าหรือเร็ว คนไปเค้าไม่ทุกข์แล้ว คนเป็ต่างหากที่จะต้องดำเนินชีวิตต่อไป ทำให้ตัวเองมีความสุขทุกวันก็พอ ไม่มีใครรู้วันตายของตัวเองหรอก ไม่ต้องคิดอะไร มันเป็สัจธรรมนะลูก ทุกคนหนีไม่พ้น" ยายจีพูดบอกมีน อย่างอ่อนโยนและให้เข้าใจหลักความเป็จริง มีนพยักหน้ารับ
" ค่ะยาย มีน จะทำให้แม่กับน้าเห็นว่ามีนเอาตัวรอดได้ " มีนพูดและยิ้มให้กับยายจี
" ไปดูขนของที่รถกัน.. ยายช่วย มีนจะมาอยู่ถาวรเลยใช่มั้ย" ยายจีพูดพร้อมกับเดินนำมีนไปที่รถ มีนก็เดินไปเปิดรถ และขนของออกมา
"มีนมีบ้านหลังนี้หลังเดียวนะยาย.. อีกอย่างมีนก็กลับมาเรียนต่อด้วย" มีนพูดคุยกับยายระหว่างขนของเข้าบ้าน
" เรียนที่ไหนมีน.." ยายจีถาม
"มหาลัยxxxค่ะ" มีนตอบยายจีกลับไป
" อ่าา.. จริงหรอโตจนเข้ามหาลัยแล้ว ที่เดียวกับเ้าวีเลย" ยายจีเอ่ยถึงหลานชายตัวเอง
"วี.. พี่วีหรอยาย" มีนถามถึงเพื่อนสมัยเด็กที่มักจะเจอกันบ่อยๆ เวลาพ่อแม่ของวีพามาเยี่ยมยายจี
"ใช่แล้ว.. วีเค้าก็เรียนที่นั่นแหละเรียนหมอด้วยนะ" ยายจีคุยถึงหลานชายด้วยใบหน้ายิ้มๆ มีนพยักหน้ารับ แล้วก็ช่วยกันเก็บข้าวของทำความสะอาดบ้าน โดยมียายจีค่อยช่วยเหลือกันทั้งวัน