ฉันเดินเข้าร้านเครื่องสำอางค์ร้านดัง มีคนตัวโตเดินหิ้วตระกร้าตามหลัง ฉันเดินไปยังเป้าหมายนั่นคือลิปสติกที่ออกใหม่ ฉันตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาสีไหนดี เพราะสวยทั้งนั้นเลย นั่นแหละค่ะฉันฉันเลยเอามันทั้งหมดทุกสีเลย คนตัวโตมองฉัน อย่างสงสัย เอ่ยถามออกมาซื้อเยอะจะใช้หมดเหรอ ฮ่าๆๆฉันขำก๊ากกออกมา เลยตอบไปแบบขำว่า ของมันต้องมีคะ ^^ สิ่งนี้แหละคือความแตกต่างที่ผู้ชายไม่มีวันเข้าใจ ฮ่าาๆๆ เมื่อได้ของที่ฉัน้าแล้ว พี่ดินทร์ก็มาส่งที่บ้านอย่างที่เค้าบอกไว้
ตี้เราอยู่หน้าบ้านของฉันเอง
อ้อมกอด : พี่ดินทร์ พี่ดินทร์ ส่งแค่นี้แหละคะเดี๋ยวกอดเดินเข้าไปเอง
ดินทร์ : ไหนๆก็มาแล้วพี่อยากเข้าไปสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของกอดสักหน่อยคะ
อ้อมกอด : มันจะดีเหรอคะ กอดว่าวันหลังดีกว่านะคะ
ดินทร์ : พี่ว่าวันไหนๆก็เหมือนกันนั่นแหละ พี่รู้ว่ากอดกังวลเื่คุณพ่อที่หวงลูกสาวมากใช่ไหม พี่ก็อยากแสดงความจริงใจกับท่านว่าพี่จริงจังกับลูกสาวของท่านนะ เลยอยากเข้าไปแนะนำตัว ( นี่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองสินะ ฉันนึกในใจ)
อ้อมกอด : แน่ใจนะคะ ที่จะเข้าไป คุณพ่อกอดท่านหวงกอดมากนะคะ แถมดุมากด้วย ( ฉันไม่ได้ขู่เค้านะแต่มันเป็แบบนั้นจริงๆ)
ดินทร์ : ขอบคุณครับที่เป็ห่วง แต่พี่คิดว่าพี่น่าจะรับมือได้ ( เอาอะไรมามั่นใจขนาดนั่น)
อ้อมกอด : แต่!!! (ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรเข้าก็เลี้ยวรถเข้ามาในบ้านเลย เอาวะเป็ไงเป็กัน )
ดินทร์ : เชื่อพี่นะเดี๋ยวพี่จัดการเอง
อ้อมกอด : เอ่อ คะ ( ฉันเอ่ยออกไปส่ง เพราะไม่มั่นใจมากนักว่าเค้าจะรับมือคุณพ่อได้ ฉันเริ่มหวั่นใจกับเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อไป)
เค้าเลี้ยวรถเข้าด้านในของบริเวรบ้าน เมื่อรถจดสนิทเราเดินเข้าไปในบ้านก้พบว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านทั้งสองนั่งรอฉันกลับบ้าน อยู่โซฟาในห้องนั่งเล่นนั่นเอง
อ้อมกอด : คุณพ่อคุณแม่ขา ลูกกลับมาแล้วคะ ( ประจบก่อนเลยคะ เพราะหลังจากนี้อาจมีะเิลงก็ได้)
คุณสุขประเสริฐและคุณอุ่นเรือนเมื่อได้ยินเสียงใสๆของลูกสาวจึงหันไปทางต้นเสียงทันที แต่เมื่อหันไปก็ไปสะดุดตากับผู้ชายตัวโตที่เดินตามหลังบุตรของพวกเค้า ทำให้ประมุขของบ้านต้องหยุบยิ้มลงทันที
คุณอุ่นเรือน : อ้าวมาแล้วเหรอลูก ( แม้จะงงๆกับสถานะการณ์ แต่เธอก็เอ่ยทักบุตรสาว )
คุณสุขประเสริฐ : แล้วผู้ชายที่เดินตามลูกมา เป็ใคร ยัยลูก! (นั่นไงาเริ่มแล้วคะ)
อ้อมกอด : เอ่อ คุณพ่อคุณแม่ขา นี่ พี่ดินทร์ พี่ดินทร์คะนี่คุณพ่อคุณแม่ของกอดคะ ( ฉันตอบคำถามของคุณพ่อ แต่จะตอบไม่ชัดเจนนักก็เล่นเอาเสียวหลังอยู่เหมือนกัน)
ดินทร์ : เอ่อ สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ผม บดินทร์ เทพาภักดี ครับ
คุณสุขประเสริฐ : ฉันไม่มีลูกชาย! (คุณสุขประเสริฐกล่าวเสียงเรียบๆๆ แต่เล่นเอาเงียบกันทั้งและผู้มาเยือน)
คุณอุ่นเรือน : คุณก็!รักษามารยาทกับแขกของลูกหน่อย เป็ไงมาไงยัยลูก ( เธอปรามสามีและหันไปหาลูกสาวหวังจะกระจ่างถึงสถานะของผู้มาเยือนและบุตรสาว)
อ้อมกอด : คุณพ่อคุณแม่คะใจเย็นก่อนนะคะ พี่ดินทร์เค้าแค่อยากมาสวัสดีคุณพ่อคุณแม่คะ ( เธอพยายามแก้สถานะการณ์)
ดินทร์ : ที่จริงผมอยากมาสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ และ อยากมาขออนุญาต ไปมาหาสู่ อ้อมกอดครับ ผมเห็นว่าสิ่งที่ผมทำจะเป็การให้เกียรติเธอ และเป็การแสดงความจริงให้คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าผมจริงใจกับลูกสาวคุณพ่อคุณแม่ครับ ( ฉันหลับตาปริ๊บๆๆและหันไปหาคนตัวโตทันที อะไรทำให้เขากล้าพูดตรงๆขนาดนั่น)
คุณอุ่นเรือน : ฮ่า ฮ่า พ่อหนุ่มนี้คนนี่ ฉันชักชอบความตรงของพ่อหนุ่มคนนี้แล้วซิคุณเสริฐ (คุณอุ่นเรือนะเิหัวเราะออกมาเมื่อพอใจความตรงไปตรงมาของดินทร์แถมยังมีความกล้ามากด้วย พร้อมหันไปหาสามีที่ตอนนี้ใบหน้าของสามีไม่ชอบใจนัก)
ดินทร์ ผมคิดในใจ เจองานยากซะแล้วเราผมคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงให้ตัวเองได้รับอนุญาตให้คบหากับอ้อมกอด เมื่อพ่อของเธอนั่นชั่งหวงเธออยากกับจองอางหวงไข่ซะอีก เมื่อท่านเป็คนที่เปิดฉากอย่างเปิดเผยว่าไม่ชอบผม ผมเลยตัดสินใจเอาความจริงใจเข้าสู้(ทำใจดีสู้เสือ)แม้มันจะได้ผลแค่กับแม่ของเธอก็เถอะ ระหว่างนี้ผมหันไปเจอหน้าอ้อมกอด เธอดูจะงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ และยังทำตัวไม่ถูก
คุณสุขประเสริฐ : นายตามฉันมา ( นั้นไงว่าที่พ่อตาของผมเรียก ให้ตามไปนึกในใจว่าจะโดนซ้อมรึป่าวเนี่ยไอ้ดินทร์)
ดินทร์ : ครับคุณพ่อ ( ผมตอบรับและเดินตามหลังไปติดๆ )
อ้อมกอด : คุณแม่คะ คุณพ่อจะทำอะไรพี่ดิทร์รึเปล่าคะ ( เธอเอ่ยถามผู้เป็แม่อย่างร้อนใจ)
คุณอุ่นเรือน : ไม่มีอะไรหรอกยัยลูก นั่งลงเถอะ เเม่ว่าพ่อเค้าแค่อยากคุยเปิดอกกันแบบลูกผู้ชายเท่านั่นและ ถ้าพี่ดินทร์ของลูกเค้าจริงใจจริงๆแม่ว่าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร (คุณอุ่นเรือนเอ่ยอย่างรู้นิสัยของผู้เป็สามี )
สิ่งที่คุณแม่พูดก็ถูกถึงคุณพ่อจะท่านจะหวงฉันมากแต่ท่านก็ไม่ได้ใจร้ายจะฆ่าจะแกงใคร แต่ที่นั่งไม่ติดเพราะฉันก็อยากรู้ใจจะขาดอยู่แล้วว่าเค้าไปคุยอะไรกันทำไมให้เราฟังด้วยไม่ได้
ผ่านไปสักครึ่งชั่วโมงคุณพ่อก็เดินนำี่ดินทร์กลับเข้ามาในบ้าน สีหน้าคุณพ่อดูเรียบๆต่างจากพี่ดินทร์เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีอะไรนักหนา คนเค้ายิ่งร้อนใจอยู่
อ้อมกอด : คุณพ่อไปคุยอะไรกับพี่ดินทร์คะ ( เมื่อฉันคุณพ่อเดินเข้าเลยเอ่ยถามขึ้นมาทันทีด้วยความอยากรู้)
คุณสุขประเสริฐ : ก็ไม่อะไรเื่ผู้ใหญ่เค้าคุยกันเด็กไม่ต้องยุ่ง
อ้อมกอด : คุณพ่ออ่ะ กอดไม่เด็กแล้วนะคะ ( ฉันหน้างอทันที ไม่ได้คำตอบที่อยากรู้กลับโดนคุณพ่อว่าอีก)
อ้อมกอด : พี่ดินทร์ว่าไงคะคุยอะไรกันคะ ( เค้ายิ้มให้ฉันแล้วยักไหล่ให้ฉันแบกวนๆ อะไรกันเนี่ยตกลงฉันจะได้รู้ไหมเนี่ยว่าคุยอะไรกัน เดี๋ยวเถอะพี่ดินทร์จะงอนซะให้เข็ด ฉันคาดโทษคนตัวโต)
คุณพ่อเดินเข้าไปนั่งโซฟาตัวเดิมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ คุณก็พลอยหัวเราะอยู่นั่นแหละ
ดินทร์ ; งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับคุณพ่อคุณแม่ นี้ก็ดึกมาแล้ว ( เค้ายกมือไหว้ท่านทั้งสองและยิ้มหวานให้คุณพ่อคุณแม่ นี้มันอะไรกัน ในขณะพ่อกับแม่ฉันก็รับไหว้และส่งยิ้มกลับ ยิ่งทำให้ฉันงงไปกันใหญ่ เอาเถอะอย่างน้อยก็ไม่เกิดา)
อ้อมกอด : งั้นเดี๋ยวกอดเดินไปส่งที่รถคะ ( ฉันเสนอตัวเพราะอยากจะไปแอบถามคนตัวโต ที่ขณะนี้ดินนำฉันออกไปอย่างอารมณ์ดี)
เมื่อมาถึงรถ ฉันมองหน้าเค้าอย่างสงสัย ทำให้เค้าหัวเราะออกมา