ผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง ในที่สุดเทียนจุนก็ก้าวเดินออกจากวัดร้าง
สถานที่แห่งนี้เป็จุดสิ้นสุดของเทียนจุนผู้เดิม และเป็จุดเริ่มต้นใหม่ของไท่ซวนเทียนจุน
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง สายลมแห่งยามเช้าพัดผ่านใบไม้ ส่งเสียงกรอบแกรบไปทั่วป่า
เทียนจุนหลับตาลงชั่วขณะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อซึมซับความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่
“ถ้าจำไม่ผิด… เดินไปอีกหน่อยก็จะเป็หมู่บ้านใช่ไหมนะ?”
หลังจากที่ได้รับความทรงจำจากเทียนจุนคนเก่า เขาก็สามารถระบุตำแหน่งและอาณาเขตต่างๆได้อย่างคร่าวๆ
ดินแดนแห่งนี้ถูกเรียกว่า "ทวีปั์" ดินแดนอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเมืองและขุมพลังอำนาจมากมาย
ตระกูลเทียนที่ขับไล่เทียนจุนออกมา คือหนึ่งในตระกูลที่แข็งแกร่งแห่งเมืองเทียนตง
เมืองเทียนตงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแคว้นกวางโจ่ว เป็ดินแดนขนาดใหญ่ที่มีทั้งเมือง สำนัก และนิกายของผู้บำเพ็ญเพียรอยู่มากมาย ทว่ามันกลับถูกจัดว่าเป็ดินแดนระดับต่ำที่สุดของทวีปั์เมื่อเทียบกับแคว้นชั้นสูงอื่นๆ
“และตอนนี้ ข้าเองก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองเทียนตงมากนัก.. ห่างกันไม่ถึงพันลี้” (1 ลี้ = 0.5 กิโลเมตร)
“ถ้าเป็ปุถุชนธรรมดา การเดินทางคงใช้เวลาหลายวันกว่าจะไปถึง”
“แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว อาจใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน หรือถ้ามีระดับพลังที่สูงกว่านี้ ก็อาจไปได้เร็วกว่านั้น”
เทียนจุนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเปล่งประกายคมกล้า
“เมืองเทียนตง…เป็อาณาเขตของตระกูลเทียนที่ขับไล่เ้าเด็กคนนี้ออกไป”
เขาหยุดเดินชั่วขณะ และพินิจพิจารณาเส้นทางที่ควรจะเลือกในตอนนี้
“หากข้าไปที่นั่นตอนนี้ อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่มีพลังมากพอจะไปจัดการกับพวกมัน!”
แม้ในใจลึกๆ ชายหนุ่มจะ้าสะสางบัญชีแค้นให้กับร่างนี้ก็ตาม แต่เทียนจุนย่อมรู้ดีว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไป สภาพร่างกายของเขาเพิ่งได้รับการฟื้นฟู พลังฝึกฝนเองก็เพิ่งจะเริ่มต้นใหม่ ไม่มีทางที่จะไปต่อกรกับผู้ฝึกฝนปราณเซียนที่แข็งแกร่งเ่าั้ได้
"งั้นเดินทางไปยังเทือกเขาัก่อนละกัน”
"อย่างแรกที่ข้า้าก็คือ ทรัพยากรการฝึกฝน และ สถานที่บำเพ็ญเพียรที่ดี
“ได้ยินมาว่านิกายัใกล้เปิดรับสมัครในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้แล้วด้วยสิ”
ขณะที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า ความคิดต่างๆพลันผุดขึ้นมาในห้วงสติ ทบทวนแผนการและเส้นทางที่ตัวตนอย่างเขาจะเลือกเดินในอนาคต ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อไป สายตาของชายหนุ่มก็พลันสะดุดเข้ากับร่างเงาของชายชราคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
ชายชราผู้นี้หลังค่อมเล็กน้อย บนหลังของเขามีตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและพืชพันธุ์นานาชนิด
แม้จะดูชราภาพ แต่ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายไปด้วยความเมตตาและอบอุ่น พอเห็นเทียนจุนเดินออกมาจากป่าด้วยสภาพที่โทรมจนแทบดูไม่ได้ ชายชราก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งอก
“ไอ้หนุ่ม.. ไปยังวัดร้างเพื่อสักการะพระพุทธองค์มาแล้วใช่ไหม?”
ใบหน้าของชายชราเผยรอยยิ้มบางๆ ราวกับกำลังยินดีที่เห็นเทียนจุนกลับมา
“ผ่านไปหลายวัน ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่เลย!”
ทว่าเมื่อกวาดสายตามองร่างของเทียนจุนชัดๆ สายตาของเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าเต็มไปด้วยความใ เขารีบก้าวเท้าเข้ามาใกล้เทียนจุนโดยไม่ลังเล มองดูเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบเืแห้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“เห้ย! นั่นมันรอยเืไม่ใช่หรือ?!”
“เ้าไปทำอะไรมาถึงได้มีอาการาเ็เช่นนี้?”
เทียนจุนมองปฏิกิริยาของชายชราตรงหน้า เขาเอียงคอมองอย่างประหลาดใจ ก่อนจะค่อยๆนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“จริงด้วย.. ก่อนที่เ้าของร่างเดิม เทียนจุน จะขึ้นไปยังวัดร้าง เขาเคยพบกับชายชราคนนี้มาก่อน”
“และได้เอ่ยถามเกี่ยวกับสถานที่บนูเา นั่นหมายความว่า.. ตอนนี้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านที่ว่านั้นแล้วสินะ?”
พอคิดได้เช่นนั้น เทียนจุนก็พยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่เป็ไร ท่านผู้เฒ่า ข้าเพียงแค่หกล้มนิดหน่อยเท่านั้น!”
เขายกมือปัดเสื้อผ้าของตัวเองเบาๆ แม้มันจะไม่มีผลอะไรก็ตาม
“ส่วนรอยเืนี่? ไม่ต้องกังวลไป มันเป็เพียงาแเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
แต่ชายชราพอได้ยินก็กลับถลึงตาใส่เขาอย่างไม่เชื่อถือ
“ไม่ได้ๆ! ตอนนี้เ้าปล่อยวางทุกสิ่งแล้วใช่ไหม?”
ไม่รอให้เทียนจุนได้ตอบ ชายชราก็กล่าวต่อด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“งั้นกลับไปพักอาศัยที่บ้านของข้าก่อนเถอะ”
“ยังไงซะ เ้าก็ไม่มีที่ไปใช่ไหมล่ะ?”
“มาอยู่กับข้าสักสองสามวันละกัน!”
เขาตบไหล่ของเทียนจุนเบาๆ พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“จริงสิ! ข้าจับไก่ป่าได้หลายตัวด้วยนะ!”
“เ้าเองก็ดูผอมโซเช่นนี้ ข้าว่าจะต้องชอบมันแน่ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!”
แม้ว่าชายชราจะไม่ได้พูดอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่รอยยิ้มและคำพูดของเขากลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตใหม่ของไท่ซวนเทียนจุน ที่มีใครบางคนยื่นมือเข้ามาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขณะที่ได้รับความกรุณาจากชายชราเบื้องหน้า จู่ๆ เสียงของระบบพระพุทธองค์ไร้พ่ายก็ดังก้องขึ้นในหัวของเทียนจุนอีกครั้ง
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความเมตตาจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความเห็นใจจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความสงสารจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】
เสียงเตือนนี้ทำให้เทียนจุนพลันชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่มุมปากของเขาจะค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา
“นี่คือการได้รับแต้มอรหันต์สินะ?!!”
ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจกลไกของระบบมากขึ้นแล้ว
“แกบอกว่าห้วงอารมณ์ที่สิ่งมีชีวิตส่งผ่านมาให้ข้าจะถูกแปรเปลี่ยนเป็แต้มอรหันต์ งั้นหมายความว่า..”
“ไม่ว่าจะเป็ห้วงอารมณ์แบบใด ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องและเกิดขึ้นกับข้าก็สามารถกลายเป็แต้มอรหันต์ได้?”
หลังจากไตร่ตรองเสร็จ เขาก็เบนสายตากลับไปมองชายชรา ก่อนจะพยักหน้ารับ
“เข้าใจแล้ว ท่านผู้เฒ่า ถ้าเช่นนั้น ข้าขอรบกวนท่านสักสองถึงสามวันก็แล้วกัน!”
ชายชราหลังค่อมเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่าออกมาอย่างเบิกบาน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไปกันเถอะพ่อหนุ่ม! ชีวิตของเ้ามันเลวร้ายมากพอแล้ว”
“เส้นลมปราณพิการแล้วยังไง!”
“พวกเราปุถุชนธรรมดาก็ถูกระบุว่าเป็เส้นลมปราณพิการเหมือนกันนั่นแหละ!”
“แต่เ้ารู้ไหม? มีพวกเราอยู่นับไม่ถ้วน เยอะยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรหลายพันหลายหมื่นเท่าเสียอีก!”
ชายชราโอ้อวดสถานะของตนเองออกมา ราวกับ้าให้เทียนจุนเข้าใจถึงโลกของปุถุชนที่แท้จริง เทียนจุนเองก็ไม่ได้ว่าอะไร และแน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกไปว่าตอนนี้ "เทียนจุนคนนั้น" ไม่อยู่แล้ว แต่ถูกแทนที่โดยเขา—ไท่ซวนเทียนจุน!