ในตอนนี้จ้าวหลิวไม่สนอะไรแล้ว เหมือนกับจู่ๆาแที่มีไม่สามารถทำอะไรเขาได้อีกต่อไป เขารีบวิ่งเข้าไปดูอาการหนิงเหอที่นอนกระอักเือยู่ที่พื้นทันทีก่อนจะก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังทางฝั่งหัวหน้ากลุ่มก็ดูเหมือนจะใมิใช่น้อยที่จู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาจากข้างหลังก้อนหิน
“ดูสิ ว่าเราได้อะไรมา” ชายคนนั้นเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆจ้าวหลิวที่กัดฟันไว้แน่น ในใจนึกโกรธแค้นที่อีกฝ่ายทำร้ายเ้านกที่เป็เพื่อนของตัวเขาจ้าวหลิวเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอีกฝ่าย
“หนีไป.. ไม่ต้องสนใจข้า”หนิงเหอที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาพยายามเอ่ยบอกจ้าวหลิวส่ายหัวไปมาปฏิเสธที่จะทิ้งสหายตนไว้ตรงนี้แล้วหนีไปคนเดียว
“กล้าดีนี่” ชายที่เป็หัวหน้ายื่นมือมาจะััตัวของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่แต่ก็มีคมกระบี่วาดผ่านมาจนต้องดึงมือกลับไปทันที
“เ้า อย่าบังอาจมาแตะต้องศิษย์พี่”จินหยวนยื่นกระบี่มาขวางระหว่างตัวของจ้าวหลิวกับชายคนนั้นเอาไว้ หนิงเหอมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นของอีกฝ่ายในใจของมันยอมรับให้จินหยวนเป็ผู้ปกป้องของจ้าวหลิวแทนตนเองแล้วก่อนดวงตาของมันจะหม่นแสงลง
“หนิงเหอ!” จ้าวหลิวเขย่าตัวของเ้านกอย่างเบามือก่อนจะเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบสนองกับคำเรียกของตน น้ำตาไหลพรากออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างในโลกใหม่นี้คนที่อยู่กับเขามาั้แ่ต้นก็คือหนิงเหอ จินหยวนหันมามองศิษย์พี่และเ้านกด้วยความทรมานใจ
“นี่เ้าคงจะเป็ศิษย์ที่หลบหนีออกมาเมื่อคราวนั้นสินะ”ชายร่างใหญ่ที่ยืนมองอยู่เอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางสนอกสนใจ จินหยวนรีบหันกลับมากระชับกระบี่ในมือแล้วยกขึ้นมาเพื่อปกป้องศิษย์พี่ของตน
“พวกพยัคฆ์เมฆาส่งเ้ามางั้นรึ”ชายคนนั้นมีสีหน้าเหยเกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อสำนักพยัคฆ์เมฆาก่อนจะดึงปลายแขนเสื้อขึ้นให้อีกฝ่ายเห็นรอยกรีดเป็คำว่าฮวา อยู่ที่ข้อมือนั้น
“อย่านับพวกข้าเข้ากับสำนักไร้ฝีมือเช่นนั้น”อีกฝ่ายเอ่ยออกมา จินหยวนตาค้างไปั้แ่ที่มองเห็นสัญลักษณ์ของสำนัก ชื่อสำนักนี้ถูกขนานนามไปไกลเป็ที่น่าเกรงกลัวสำหรับสัตว์อสูรที่บำเพ็ญเพียรมาโดยตลอดพวกมันคอยตามล่าและสังหารสัตว์อสูรทุกตัวที่บังอาจจะก้าวเดินในทางของเต๋า ชื่อของสำนักนั้นก็คือฮวาหลิน
“เ้า.. อย่าเข้ามาใกล้ศิษย์พี่นะ!” จินหยวนพูดไม่ออกไปชั่วขณะก่อนจะตวาดเสียงดังเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาศิษย์พี่ของตนชายคนนั้นเหมือนจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เขาเหวี่ยงกำปั้นไปด้านหลังก่อนจะต่อยมาที่ที่จินหยวนยืนอยู่โชคดีที่เขาะโหลบหมัดนั้นได้ทัน บนพื้นหินกลายเป็หลุมยุบลงไปจากแรงต่อยเพียงครั้งเดียวนึกไม่ออกว่าถ้าหากจินหยวนหลบไม่ทันสภาพของเขาจะเป็อย่างไร
“เ้าเองก็พอจะมีฝีมือนี่ถ้างั้นก็มาดูกัน” หัวหน้ากลุ่มสะบัดมือหนึ่งทีคนที่ยืนอยู่ข้างหลังก็พุ่งเข้ามาหาจินหยวนพร้อมกันสี่คนส่วนตัวมันเองนั้นพุ่งเข้าไปหาจ้าวหลิวที่ยังคงประคองหนิงเหอไว้ในอ้อมแขน
“ศิษย์พี่ หนีไปขอรับ!” ตัวคนที่ใช้กระบี่ปัดป้องการโจมตีรีบหันมาเอ่ยเตือนสติจ้าวหลิวด้วยท่าทีกระวนกระวายก่อนตัวเองจะพลาดโดนกระบี่แทงเข้าที่หน้าท้องเขาสำลักเืออกมาอึกใหญ่
จ้าวหลิวที่เงยหน้าขึ้นมองเหตุการณ์ตรงหน้าเหมือนทุกอย่างจะช้าลงไปเขาเห็นกระบี่นั้นค่อยๆ พุ่งเข้าทะลุท้องของศิษย์น้องไปพร้อมกับเืที่สาดกระจายเห็นว่าจินหยวนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น แต่ก็ยังมิวายหันมามองเขาด้วยสายตาเป็ห่วงเห็นพวกที่เหลือเตะเข้าไปที่ศีรษะของจินหยวนอย่างไม่ปราณีก่อนศิษย์น้องของเขาจะนิ่งไปทั้งอย่างนั้น
“จินหยวน!!!!” เขาะโออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไปแล้วทั้งหนิงเหอทั้งจินหยวน ทั้งสองคนต้องมาตายเพราะความอ่อนแอของเขา จ้าวหลิวเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเห็นหัวหน้ากลุ่มพุ่งมาทางเขาพร้อมกระบี่ในมือตัวเขารู้สึกแสบร้อนที่ดวงตาขึ้นมา ก่อนจะต่อยไปข้างหน้าด้วยมือที่กำไว้แน่น
ฝั่งคนที่พุ่งเข้ามาเห็นมือที่กำแน่นต่อยออกมาก็ยิ้มเยาะอีกฝ่ายก่อนภาพตรงหน้าจะมืดดับไปจ้าวหลิวหลับตาไว้แน่นในหูได้ยินเสียงดังเหมือนะเิขึ้นมา เมื่อไม่รู้สึกถึงความเ็ปหรือกระบี่ที่แทงเข้ามาในร่างก็ลืมตาขึ้นมาก่อนจะพบว่าหัวหน้ากลุ่มคนนั้นร่วงหล่นอยู่กับพื้นถ้ำร่างทั้งร่างแหลกละเอียด เหลือเพียงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเท่านั้น
“เห้ย!” จ้าวหลิวร้องออกมาอย่างใกับภาพที่ตัวเองเห็นฝั่งคนที่เหลือเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของพวกตนถูกฆ่าโดยจ้าวหลิวก็เกิดโกรธแค้นขึ้นมา พวกมันหยิบกระบี่ขึ้นมาก่อนจะโจมตีเข้าหาจ้าวหลิวพร้อมกันสี่ทิศพลันมีโล่สีทองปรากฏขึ้นมาปกป้องตัวเขาจากการโจมตีของพวกมันเอาไว้
หนิงเหอที่อยู่ในอ้อมกอดของจ้าวหลิวพลันเรืองแสงขึ้นมาก่อนจะลอยขึ้นไปบนศีรษะของจ้าวหลิวร่างสีทองสลายกลายเป็ก้อนแสงสีทองดังเดิมมันลอยวนอยู่บนหัวของเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหายเข้าไปกลางกระหม่อมของเขาพลันจ้าวหลิวรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาราวกับถูกเข็มนับร้อยทิ่มแทง ดวงตาของเขาจากที่เคยเป็สีฟ้าค่อยๆ มีเืสีทองไหลออกมา ก่อนดวงตาทั้งสองข้างจะกลายเป็สีเหลืองทองอร่าม
พวกที่เหลือที่ไม่สามารถโจมตีจ้าวหลิวได้เห็นท่าไม่ดีจึงส่งสัญญาณจะถอยกลับไปตั้งหลักแต่ก็เหมือนมีอะไรรั้งขาไว้อยู่ พอก้มมองก็เห็นเหมือนกระแสน้ำวนสีฟ้าอยู่ข้างล่างเท้าของตนกระแสน้ำนั้นพันรอบข้อเท้าของพวกมันเอาไว้แน่นก่อนจ้าวหลิวจะวาดมือขึ้นกลางอากาศปรากฏให้เห็นกระบี่สีดำสนิทที่มีแสงสีทองแผ่ออกมา
เหมือนตัวจ้าวหลิวนั้นจะสติหลุดไปแล้วตาดำทั้งสองข้างเหลือเพียงขีดเล็กราวอสูรกายเขากำกระบี่นั้นไว้แน่นก่อนจะตวัดออกไปกลางอากาศ หัวของพวกฮวาหลินร่วงหล่นลงมาจากบ่าอย่างเงียบเชียบเืสีแดงพุ่งทะลักออกมาจากลำคอที่ถูกตัดขาดกระบี่สีดำนั้นสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งก่อนเืที่ไหลออกมาทั้งหมดจะถูกกลืนกินโดยกระบี่เล่มนี้
เมื่อจ้าวหลิวได้สติคืนมากระบี่ก็อันตรธานหายไปในทันทีเขาหันมองซากศพของฮวาหลินทั้งห้าคนด้วยความใ แต่พอหันไปเห็นจินหยวนที่นอนอยู่ที่พื้นเขาก็ตัดสินใจพุ่งเข้าไปดูอาการของศิษย์น้องตัวเองทันที
“จินหยวน!จินหยวน! เ้าได้ยินข้าหรือไม่” น้ำตาสีทองไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของจ้าวหลิวก่อนจะหยดลงบนตัวของจินหยวนเขาััพวกมันอย่างเบามือก่อนมันจะรวมตัวกันกลายเป็ก้อนสีทองขนาดเท่าองุ่นจ้าวหลิวจ้องมองมันด้วยความสงสัย
“มอบมันให้เขา”จู่ๆ ก็มีเสียงอันคุ้นหูดังขึ้นในหัวของเขาแต่ด้วยความไม่มั่นใจทำให้จ้าวหลิวทำเพียงจ้องมองกลุ่มก้อนน้ำตาเท่านั้นเสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนน้ำตาจะขยับไปบริเวณศีรษะของจินหยวนแล้วไหลซึมลงไปในกระโหลกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
จ้าวหลิวจ้องมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความงุนงงเขานั่งสงบสติอารมณ์ของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนคนที่นอนอยู่บนพื้นจะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บออกมา
“จินหยวน!”