ผมพิงพนักโซฟาสีฟ้าไม่ได้เล่นเกมต่ออย่างที่ธรณีสั่ง เขาหอบกล่องพัสดุเข้าห้องของตนเองล็อกประตูไปแล้ว อาจจะชอบอยู่ในโลกส่วนตัวเหมือนทุกครั้งหรือไม่ก็งอนด้วยเื่อะไรบางอย่าง ผมดูนาฬิกาข้อมือสีดำตัวเลขสีเขียวเพิ่งเปลี่ยนจาก 17.01เป็ 17.02 น.
กูมาทำอะไรที่นี่วะ
คำพูดของเพื่อนเมื่อครู่สะกิดใจผมให้ระลึกถึงเป้าหมายชีวิตนึกถึงััแรกบนผืนทรายภายใต้อากาศปลอดโปร่งเป็เวลากว่าหนึ่งเดือนที่สนใจแต่การใช้ชีวิตไปวัน ๆเล่นเกมให้เพื่อนจนลืมคิดเื่สำคัญไป
ผมยังจำภาพสุดท้ายเมื่อ พ.ศ.2563 หรือที่ยุคนี้ชอบเรียกว่าสากลศักราช2020ก็ได้ ส.ศ. ที่จริงก็เท่ากับ ค.ศ. เพียงแต่ขจัดกลิ่นทางชาตินิยมหรือศาสนาตอนนั้นถูกใครบางคนทำร้ายในการสลายการชุมนุม หลังจากสลบไปพักหนึ่งเปลือกตาก็เปิดขึ้นอีกครั้ง กลายเป็ทิวทัศน์ของหาดทรายสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีครามเมื่อเหลือบมองด้านข้างก็เห็นชายผอมแห้งคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตชายทะเลกางเกงขาสั้นกำลังเขย่าหัวไหล่สองข้างผมยกมือซ้ายขึ้นมาปัดป้องตามสัญชาตญาณ นาฬิกาข้อมือสีดำเกือบครูดแขนของชายผู้นั้น
“ท่าน เป็อะไรรึเปล่า”เสียงเขาแจ่มชัดขึ้น แสดงว่าสติเริ่มฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ
“ไม่เป็ไรครับ” ผมลุกขึ้นมานั่งใช้แรงขย้อนเอาเม็ดทรายและน้ำเค็มที่อยู่ในลำคอออกแต่ยังแสบตาซ้ายจนลืมไม่ขึ้นแม้จะพยายามขยี้ตาก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยทรายเปียกสะอาดขึ้นเลยชายผู้นั้นจึงยื่นผ้าที่พกมาในเป้ของเขาให้ผม พอเช็ดหน้า ลำคอ ลามไปถึงลำตัวก็พบว่าตัวเองไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้นผมรีบหุบขาสองข้างเข้าหากันเพื่อปกปิดของสงวนใช้นิ้วลูบบริเวณท้ายทอยก่อนจะพบว่ามีแค่คราบเหนียวเหนอะของน้ำทะเลไม่มีเืเลยสักหยด
“ผมมาอยู่นี่ได้ไง ที่นี่ที่ไหนเสื้อผ้าผมไปไหน” ผมยิงคำถามเป็ชุด ๆ ดูเหมือนว่าชายผู้นั้นก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
“เราต่างหาก ที่ต้องเป็คนถามท่าน”
“ผมหิวน้ำ” ผมพูดออกไปโดยไม่ตั้งใจ
ชายผู้นั้นเปิดกระเป๋าเป้ล้วงน้ำดื่มที่พกติดตัวออกมา ตามมาด้วยผ้าเช็ดตัวที่รู้ภายหลังว่าเป็เส้นใยนาโนผมดึงมาห่อปกคลุมร่างกาย อาการหนาวสั่นเมื่อครู่ดีขึ้นตามลำดับจากนั้นก็กระดกน้ำดื่มที่ได้มาจนหมดขวดอย่างไม่เกรงใจราวกับว่าน้ำในร่างกายระเหยไประหว่างเดินทางข้ามเวลา เมื่อความกระหายน้ำหมดไปแล้วจึงเริ่มตั้งสติได้ หันไปแนะนำตัวกับผู้มีพระคุณ
“ผมชื่อประชา”ในตอนนั้นผมยังไม่ได้บอกชื่อเล่นเพราะไม่คิดว่าจะสนิทกันตัวเองยังสับสนเลยว่าจะมีชื่อเล่นว่า ต้าร์ ตามที่พ่อแม่ตั้งให้ หรือชื่อ ชาตามที่เพื่อนวัยเด็กชอบเรียกกันดี
“เรา ธรณี” ชายผอมสูงยิ้มจาง ๆส่วนชื่อเล่นว่า ธร ผมมารู้ทีหลังแวบแรกที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้าก็รู้สึกฉงนในความละม้ายคล้ายคลึงกับ ปฐีเพื่อนสมัยเรียน ใบหน้าและบุคลิกการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเหมือนเป็คนคนเดียวกันแถมความหมายของชื่อยังพ้องกันอีกแต่ก็ไม่กล้าพูดเต็มปากเพราะไม่ได้เจอปฐีมาเกือบสิบปี ั้แ่จบชั้นมัธยมปลายอาจจะเป็ความบังเอิญมากกว่า
ธรณีเล่าให้ฟังภายหลังว่า เขาเดินทอดน่องตามชายทะเลยามรุ่งสางเพื่อเตรียมดูพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าชายหาดแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน เนื่องจากพื้นผิวไม่เรียบสวยเท่าที่อื่นอีกทั้งมีโขดหินแทรกสลับเป็ระยะ ทว่าเหมาะกับคนที่ชอบปลีกวิเวกคนเดียวอย่างธรณีผมไม่เคยได้ยินชื่อ หาดสันติสุข มาก่อน เดาว่าน่าจะเป็ชื่อที่ตั้งใหม่อาจเวนคืนมาจากหาดส่วนตัวของรีสอร์ตสักแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มพักผ่อนหย่อนใจด้วยถ่ายภาพจากเครื่องเอวีเอสอีเป็ระยะเมื่อเขาเคลื่อนตัวไปถึงที่บริเวณโขดหินใกล้ ๆ ง่อนหน้าผาปลายสุดของหาด ก็เห็นผมในร่างเปลือยเปล่านอนคว่ำหน้าอยู่ลำตัวบางส่วนจมลงไปใต้ทรายนาฬิกาข้อมือสีดำคือทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวที่ติดตัวผมโชคดีที่ธรณีเคยเรียนการช่วยชีวิตมาั้แ่เด็ก จึงพลิกร่างปริศนาหงายขึ้นเตรียมประสานมือกดหน้าอกเต็มที่ แต่ยังไม่ทันคลำชีพจร แค่เขย่าตัวแรง ๆ สองครั้งผมก็ตื่นเสียก่อน หวุดหวิดจะโดนปั๊มหัวใจจนซี่โครงบอบช้ำแม้เขาจะยืนกรานว่าทบทวนวิชาช่วยชีวิตมาตลอดทุกห้าปี ผมก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
“เราคงต้องพาท่านไปที่โรงพยาบาล”ธรณีเอ่ยในที่สุด
“ผมไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย”ผมตาเบิกกว้างพลางส่ายหน้าเมื่อได้ยินชื่อสถานที่นั้น
“ท่านความจำเสื่อมแน่ ๆ ล่ะจะเป็จากอุบัติเหตุหรือไม่ เดี๋ยวหมอก็บอกเอง มิฉะนั้นก็คงต้องไปพบตำรวจ”
“ผมไม่ไป” ผมปฏิเสธเสียงแข็งจนอีกฝ่ายผงะเหมือนใ
“ขอโทษครับ” ผมค้อมศีรษะให้เขา“ทิ้งผมไว้ที่นี่ก็ไม่เป็ไร ยังไงก็ขอบคุณ คุณมาก”
ธรณียันตัวลุกยืนมองไปยังคลื่นน้ำที่ซัดเข้ามายังชายหาด นิ่งอยู่เป็นาทีโดยไม่ก้าวไปไหนบางทีเขาอาจอยากได้ทรัพย์สินของตนเองคืน แต่ผมคงเดินออกไปในสภาพชีเปลือยไม่ได้ไม่น่างี่เง่าพลั้งปากไล่เขาไปเลย เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มีอาหารก็ไม่รู้จะหาจากไหน โทรศัพท์มือถือประจำตัวก็หายไปอย่างไร้วี่แววผมไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวในยามคับขันไม่มีอะไรเลยที่ช่วยให้เอาชีวิตรอดจากวันนี้ไปได้ ผมนั่งกอดอกแน่นบนผืนทรายรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความกลัวผสมปนเปกับความตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
“ผมขอรบกวนคุณเป็อย่างสุดท้ายได้ไหม”ผมเอ่ยคำอ้อนวอนขึ้นในที่สุด“ถ้าไม่รังเกียจขอยืมเสื้อผ้าคุณก่อนสักชุดได้ไหมครับ”
--------------------
หนึ่งชั่วโมงต่อมาผมก็นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับที่นั่งในตอนนี้ไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมชายผู้นี้ถึงตัดสินใจยอมทำตามคำขอร้องคนแปลกหน้าอาจเพราะมีจิตใจเมตตากรุณาหรือการปรากฎตัวแสนพิสดารของผมดันไปกระตุ้นต่อมกระหายใคร่รู้ของเขาผมย้อนนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวกับการตัดฉากภาพยนตร์ธรณีซื้อเสื้อผ้าราคาถูกจากร้านแถวชายหาดให้ผมใส่ชั่วคราว เพราะต้องเดินทางไกลกว่า 500 เมตรจึงจะถึงถนนใหญ่โชคดีที่ร้านสะดวกซื้อเปิดตลอด 24ชั่วโมง ผมเดินดุ่มตามเขาพลางเหลียวมองผู้คนรอบตัวที่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสหญิงคนหนึ่งเอ่ยปากทักทายคล้ายเป็ห่วงเนื่องจากเนื้อตัวดูมอมแมมผมบ่ายเบี่ยงคำตอบด้วยการฉีกยิ้มให้เป็มิตรที่สุด แล้วรีบก้าวขึ้นรถแท็กซี่
ระหว่างทางที่นั่งรถยนต์สี่ล้อไร้คนขับกลับจากชายหาดมายังห้องพักจึงเริ่มตระหนักได้ว่าตนเองอยู่ในโลกอนาคตผมจ้องวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างด้วยความประหลาดใจภาพฝูงชนที่ประท้วงกลายเป็ความทรงจำที่ค่อย ๆ เลือนราง ตอนนี้เหมือนอยู่ท่ามกลางพายุแห่งความงุนงง ความกลัวและความอยากรู้อยากเห็น
“ตามปฏิทินสากล ปัจจุบันคือปี 2090”ธรณีตอบคำถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยของการล้อเล่นหมายความว่าผมข้ามมิติมาในโลกอีก 70ปีข้างหน้า
ชายผอมสูงหันไปสนใจอุปกรณ์คล้ายแว่นตาที่ตัวเองสวมปล่อยให้ผมตื่นตาตื่นใจสภาพบ้านเมืองภายนอกได้เห็นตึกสูงเสียดฟ้าที่สะท้อนแสงแดดเปล่งประกายสะอาดสะอ้านต่างจากตึกเก่าซอมซ่อในละแวกบ้านผมที่กรุงเทพฯรถยนต์บินได้แล่นฉวัดเฉวียนบนอากาศ ทุกอย่างดูสงบสุข สวยงามราวกับหลุดไปในความฝันหรือว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็แค่ความจริงปรุงแต่งภาพจำลองของบ้านเมืองที่เจริญสร้างมากลบทับบ้านเรือนที่เสื่อมโทรมผมรู้ภายหลังว่ามีกฎหมายลงโทษคนที่ใช้เทคโนโลยีหลอกให้ผู้อื่นเข้าใจผิด แม้แต่ในโฆษณายังขึ้นคำเตือนว่าตำแหน่งนี้มีการใช้ภาพเสมือน ถึงกระนั้นคนก็ใช้เอไอช่วยแยกแยะความจริงกับภาพเสมือนที่สร้างขึ้นได้อยู่ดี
ในตอนนั้นวางแผนไว้ว่าจะขอยืมห้องน้ำธรณีชำระคราบสกปรกล้างเศษดินทรายออก ขออาหารประทังชีวิตสักมื้อ จากนั้นก็จะกราบงาม ๆ แล้วจากไปหนึ่งชั่วโมงต่อมาพบว่าตนเองกำลังกินอาหารอย่างตะกละตะกลามในพื้นที่ทำครัวแม้การข้ามเวลาจะเกิดขึ้นในเวลาเสี้ยววินาทีแต่ร่างกายกลับหิวโซเหมือนอาหารในท้องไม่ได้วาร์ปตามมาด้วยตอนนี้ผมสวมเสื้อยืดเล่นกีฬาคู่กับกางเกงขาสั้นทรงเดียวกับชายหนุ่มผู้มีพระคุณ
“ง้าย ง่าย”ผมอ่านชื่ออาหารกระป๋องสำเร็จรูปที่ธรณีเปิดให้กินมันเป็บะหมี่เกี๊ยวน้ำหมูที่จะร้อนขึ้นเองได้หลังจากเปิดฝาน่าจะเกิดจากปฏิกิริยาเคมีบางอย่าง แน่นอนว่าเห็นครั้งแรกก็ต้องรู้สึกอัศจรรย์ใจผมเพิ่งสังเกตสิ่งผิดปกติของร่างกายตนเองอย่างหนึ่ง
“เทคโนโลยีในโลกยุคนี้ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นเหรอ”ผมถามธรณี ก่อนจะมาที่นี่ยังต้องพึ่งแว่นสายตาสั้นทว่าตอนนี้โรคกลับหายเป็ปลิดทิ้ง อ่านตัวหนังสือจิ๋วที่เขียนบนฉลากได้ชัดเจน
“ไม่ใช่แน่ ๆท่านยังไม่ทันได้ใช้เทคโนโลยีอะไรเลยเราเองก็เพิ่งไปผ่าตัดแก้สายตาสั้นมาเหมือนกัน”ธรณีบอกว่ายังเก็บแว่นตาเก่าไว้อยู่เลย ทีแรกผมเข้าใจว่าเพื่อนเพิ่งออมเงินสำเร็จแต่รู้ในเวลาต่อมาว่าผ่าตัดได้ฟรีตามสวัสดิการ ธรณีเพิ่งมีเวลาว่างไปทำเขาพูดราวกับว่าปัญหาสุขภาพเป็แค่รอยเปื้อนเล็ก ๆ ที่เช็ดออกเมื่อไหร่ก็ได้
ส่วนเลนส์ของอุปกรณ์ที่เขาสวมตอนนี้ทำได้มากสุดแค่กรองแสงไม่อาจแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติได้โดยตรง ผมตัดใจจากเื่นั้นหันไปพิจารณาแว่นตารูปร่างประหลาดของเขาอย่างละเอียดบริเวณขาแว่นนูนออกแบบให้นูนขึ้นเป็กระเปาะเล็ก ๆ ครอบบนใบหูสังเกตเห็นสิ่งนี้มาั้แ่ชายหาด
“อันที่อยู่ตรงหูของคุณคืออะไร”
“ส่วนประมวลผลของเอวีเอสอีในรูปแบบแว่นตา”ธรณีตอบพลางถอดเครื่องนี้ออกจากศีรษะ ยื่นมาข้างหน้าให้ลองจับแต่ผมเกรงใจเลยปฏิเสธ เขาเริ่มต้นอธิบายคุณสมบัติของมันเทคโนโลยีก็ไม่ใช่ของใหม่จนน่าทึ่งแต่ก็เข้าใจได้เพราะทุกวันนี้เราก็ยังใช้ดินสอกระดาษ เครื่องมือช่างและนาฬิกาฟันเฟืองอยู่ ทั้งที่สร้างมาเกิน 100 ปี ผมแปลกใจจุดประสงค์ของเ้าเครื่องนี้มากกว่าเอาไว้จ้องจับผิดโดยเฉพาะเลยหรือ
“โพรโตไทป์[1]ของเอวีเอสอีมีมาั้แ่่ทศวรรษที่2020 แล้วแต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นหลังจากยุคของท่าน นอกจากคุณภาพของภาพและเสียงแล้วหลายบริษัทก็จะผนวกเอาตัวเลือกเสริมอื่น ๆ เข้าไป” ธรณีอธิบาย
“ทำไมถึงยุคนี้ถึงฮิตจังเห็นใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง”
“ไม่ใช่แค่ยุคนี้หรอกเขานิยมใช้กันมาตั้งหลายสิบปีแล้ว มาพร้อมกับพัฒนาการของประชาธิปไตย”
ผมพยักพเยิดเป็เชิงเห็นด้วยี้เีถามอะไรให้มากความ ธรณีเองก็คงไม่อยากคุยกับคนแปลกหน้า
“ท่านจะทำอะไรต่อ” ชายหนุ่มจ้องเขม็งบรรยากาศรอบตัวเงียบจนน่าอึดอัดแน่นอนว่าผมไม่สามารถปิดบังเื่การเดินทางข้ามเวลาได้เลยเผยหมดเปลือกไปั้แ่่เดินจากชายหาดไปขึ้นรถแท็กซี่จากนั้นก็เริ่มครุ่นคิดแผนการถัดไป จนกระทั่งตอนนี้ก็สมองตีบตัน ยังไม่ทันรู้จักโลกนี้เลยจะคิดออกได้ไง
“ไม่รู้สิครับ คงเดินสำรวจแถวนี้ดูก่อนตามหาคนรู้จัก...แล้วก็คงหางานทำ” ผมตอบแบบส่ง ๆ จิตใจเบื้องลึกยังวิตกกังวลอยู่ผมไม่เคยถูกปฏิเสธงานเลยสักครั้ง ธรณีคงจับเสียงสั่นเครืออีกฝ่ายได้
“ให้เราช่วยไหมถ้าท่านไม่สมัครงานผ่านไรต์จ็อบส์จะมีโอกาสน้อยมากที่จะได้งาน”
ใจจริงก็อยากพึ่งพาเขาแต่เท่านี้ก็เกินพอแล้วสำหรับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกนี่ยังไม่นับเื่ที่เขายอมรับคำขอร้องให้ช่วยปิดเป็ความลับทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ใส่ตำรวจ
“ไม่เป็ไรครับ ขอบคุณมากสำหรับอาหารและเสื้อผ้าไว้หาเงินได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบเอามาคืนครับ”
ผมลุกพรวดพราดหมุนตัวกลับโดยไม่รอฟังคำตอบ ตรงปรี่ไปยังประตูหน้าห้องผมเอื้อมมือออกไปคว้าอากาศตรงตำแหน่งที่ควรจะเป็ลูกบิด ทว่ามันกลับว่างเปล่าลืมไปแล้วว่าตอนเข้ามาครั้งแรกทำเช่นไร ผมชะเง้อมองบนและก้มมองต่ำหากลไกบางอย่างด้วยกิริยาลุกลี้ลุกลน ผมรู้ภายหลังว่ามันมีวิธีเปิดแค่สามแบบถ้าไม่ใช่คีย์การ์ด หรือไบโอเมทริกซ์[2]อย่างม่านตาหรือลายนิ้วมือก็ต้องใช้ไมโครชิปไอเอ็มไออาร์ที่ฝังในกล้ามเนื้อมือซึ่งเป็วิธีที่ธรณีเลือกใช้มาแต่ไหนแต่ไรเพราะสะดวกที่สุด
“ให้เราช่วยไหม”ธรณีเสนอสีหน้าเรียบเฉย
ผมแสยะยิ้มอย่างจำนนด้วยทางเลือก
[1]Prototype คือต้นแบบจำลองของผลิตภัณฑ์ที่อาจจะยังไม่จำเป็ต้องสมบูรณ์แบบ เน้นการทดสอบไอเดียฟังก์ชันการทำงาน และการใช้งาน
[2]Biometric คือเทคโนโลยียืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร เช่นลายนิ้วมือ รูม่านตา โครงสร้างใบหน้า เสียง เป็ต้น