บทที่ 2 กลับบ้าน
ดวงตาหม่นแสงของหญิงสาวกลับมาดูสดใสขึ้นกว่าเก่าเพียงเล็กน้อย หลิวไป๋ฮวาในตอนนี้ยังคงอยู่ในรถของโรงพยาบาล ขณะที่รถขับไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ที่เธอห่างหายและไม่ได้กลับมาที่นี่เป็เวลาหลายเดือน ต้นเถาฮวาที่เธอเคยปลูกไว้ั้แ่ต้นฤดูหนาวเมื่อสามปีที่แล้วจะเป็อย่างไรบ้างนะ จะดูสมบูรณ์แผ่กิ่งก้าน ลำต้นขยายจนเติบโตออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชื่นชม ออกผลจนเต็มต้น หรือจะเหี่ยวเฉาจนแห้งตายไปแล้วหรือเปล่า แล้วต้นหอมหมื่นลี้ที่เธอปลูกไว้จะยังอยู่ดีหรือไม่กัน
บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียง เส้นทางที่ใช้สัญจร แม้จะยังเค้าโครงเดิมทว่าเท่าที่เธอจำได้นั้นไม่ใช่แบบนี้ บ้านบางหลังต่อเติมขยายจนดูมีฐานะมากขึ้น ในขณะที่บางหลังก็ทิ้งร้างไร้ผู้คนอยู่อาศัย เพียงเวลาไม่กี่เดือนทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปมากมายเหลือเกิน เหมือนโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปไวจนเธอตามไม่ทัน
ไม่เว้นแม้แต่เด็กน้อยที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เมื่อหลายเดือนก่อนยังตัวจ้อย เที่ยววิ่งเล่นไล่จับแมลงกันหน้าหมู่บ้านอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับโตเป็หนุ่มเป็สาวกันหมดเสียแล้ว
หลิวไป๋ฮวาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งในที่สุดรถพยาบาลก็จอดลงหน้าบ้านหลังเก่า หลิวไป๋ฮวาที่นั่งอยู่บนรถเข็นไอโขลกออกมา ยังดีที่ไม่มีเืให้ชาวบ้านได้แตกตื่น รถเข็นพยาบาลถูกเข็นเข้าสู่บ้านหลังเก่า บรรยากาศรอบบ้านดูจะเงียบเหงาเพราะไม่มีใครที่้ามาแวะเวียนหรือยุ่งเกี่ยวกับเธอเลยสักคน ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ก็พากันตายไปเสียหมดแล้ว จนคล้ายจะเป็บ้านรกร้างเพียงหลังเดียวที่อยู่ในละแวกนี้ แม้แต่ต้นไม้ก็ตายจากเธอไปเสียแล้ว ต้นเถาฮวาที่เธอเฝ้าฟูมฟักและทะนุถนอมมาเป็อย่างดี กลับไม่อยู่รอให้เธอได้กลับมาชื่นชมเสียแล้ว
“คงจะต้องทำความสะอาดกันเสียหน่อยแล้วล่ะคุณหลิว” เพราะบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน ฝุ่นก็มักจะเกาะสิ่งของภายในบ้านไปตามกาลเวลา บางจุดหนาเขรอะ บางจุดก็เป็เพียงฝุ่นบาง ๆ
ในวันนี้ที่หญิงวัยกลางคนได้กลับบ้านก็เป็เพราะคุณหมอหลี่ที่อนุญาตตามความประสงค์และเป็ผู้มาส่งเธอถึงในหมู่บ้าน ยิ่งมาเห็นสภาพบ้านที่เธอจะใช้พักอาศัยก็คงจะต้องทำความสะอาดกันเสียยกใหญ่ เพราะหากจะให้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นเช่นนี้ก็กลัวว่าคนป่วยอย่างเธอจะมีอาการย่ำแย่ลงในที่สุด จากที่้าจะยืดเวลาก็อาจจะกลายเป็ใช้ชีวิต่สุดท้ายที่บ้านได้สั้นลงเป็แน่
“ไม่เป็ไรหรอกคุณหมอหลี่” บ้านของเธอก็ไม่ใช่หลังเล็ก ๆ หากจะต้องทำความสะอาดก็เกรงว่าจะเหนื่อยเกินไปจนพากันกลับไปรักษาผู้ป่วยไม่ไหว อีกอย่างมันเป็เื่ที่ไม่สมควรเช่นกัน
“ฉันทำความสะอาดเองได้ ไม่รบกวนคุณหมอหลี่หรอก”
“ไม่เป็ไรหรอกคุณหลิว เื่แค่นี้เอง เดี๋ยวผมจะโทรแจ้งบริษัทรับทำความสะอาดมาจัดการที่บ้านให้เรียบร้อย คุณหลิวไม่ต้องเป็ห่วงเื่นี้ไปหรอก อย่างไรบ้านก็ต้องสะอาดเป็อย่างแรกเพราะอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณหลิวได้” ประโยคที่เอ่ยออกไปล้วนแต่เป็ความจริงทั้งสิ้น คุณหมอหลี่คือหมอเ้าของไข้ เขารู้ดีว่าอาการของหลิวไป๋ฮวาไม่สู้ดีนัก แพทย์ในโรงพยาบาลทำงานกันอย่างหนักเพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาจากโรคประหลาดเช่นนี้ แต่อย่างที่บอกว่ามันเป็ไปได้ยากหากจะรักษาได้ตรงจุด เพราะหลิวไป๋ฮวาคือคนไข้คนเดียวที่มีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้
“แต่คุณหมอหลี่…”
“คุณช่วยพาคุณหลิวไป๋ฮวาไปพักตรงชานหน้าบ้านตรงนั้นหน่อยนะ เลือกจุดที่ไม่มีแสงแดดและมีลมพัดผ่านหน่อยก็ดี” นอกจากคุณหมอหลี่จะไม่ฟังในสิ่งที่เธอพยายามพูดแล้ว ซ้ำร้ายยังขอให้ผู้ช่วยพยาบาลพาไปยังอีกที่หนึ่ง คล้ายจะไม่อยากฟังหญิงวัยกลางคนบ่นเสียเท่าไหร่นัก
หลิวไป๋ฮวาทำได้เพียงถอดถอนหายใจ เพราะความจริงแล้วหากจะให้เธอทำความสะอาดทั้งหมดนี้เพียงคนเดียวก็คงไม่ไหว ลำพังจะให้พยุงตัวลุกขึ้นยืนยังแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ที่รถของบริษัทรับทำความสะอาดจะเข้ามาถึงในหมู่บ้าน ดวงตาหม่นแสงลากมองผู้คนที่ทยอยกันขนอุปกรณ์ทำความสะอาดกันลงมาด้วยความขะมักเขม้น เพราะบ้านหลังใหญ่เช่นนี้คงใช้เงินหลายหยวนนัก
คุณหมอหลี่ดูจะเล่นใหญ่กว่าที่เธอคิดเสียด้วยซ้ำ
ในขณะที่ทุกคนต่างกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำความสะอาดครั้งใหญ่ หลิวไป๋ฮวาที่ยังคงนั่งรออยู่บนรถเข็นตรงชานหน้าบ้าน เธอใช้โอกาสนี้ในการสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้างที่ดูเเปรเปลี่ยนไปจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ต้นเถาฮวาที่เธอรักและตั้งใจปลูกเอาไว้เพื่อหวังให้มันเป็ร่มเงาในยามกลางวัน ในเวลาที่เธออยากจะมานั่งพักผ่อนรับลมหน้าบ้าน และหวังว่าจะได้กินผลของมัน ในตอนนี้นั้นกลับแห้งเหี่ยวลง ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก เพราะเธออุตส่าห์เลี้ยงดูปูพรมมาเป็อย่างดี แต่จะโทษสิ่งใดได้หากไม่ใช่เพราะเธอที่อ่อนแอจนเป็โรคประหลาดเช่นนี้
ถ้าจะให้โทษโชคชะตาจะฟังดูเป็เื่ที่น่าขบขันไปหรือเปล่า?
ไม่ว่าทางใดที่สายตาของหลิวไป๋ฮวาสอดส่องก็มักจะเจอแต่ต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว ไม่เว้นแม้แต่หญ้าที่ขึ้นภายในบ้านจนดูรกร้างเช่นนี้ คงจะเป็เพราะหลายเดือนที่ผ่านมาไม่มีสายน้ำจากฝนตกลงมาให้ความชุ่มฉ่ำ และคงจะเป็สัญญาณเตือนว่าอีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้าก็คงจะเข้าสู่่หน้าหนาวอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่จะได้ละสายตากลับไปมองผู้คนที่กำลังทำความสะอาดกันอย่างขะมักเขม้นนั้น ก็พลันสะดุดเข้ากับต้นอ่อนต้นเล็กที่ให้สีเขียวอ่อนเพียงต้นเดียวภายในบ้านที่เคยเต็มไปด้วยต้นไม้ที่คอยให้ความร่มเงา ต้นอ่อนแทงยอดออกมาจากผลของต้นเถาฮวาที่บัดนี้ได้เหี่ยวตายไปแล้ว
ช่างดูน่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ
ทั้งที่ผืนดินแห้งแตกระแหง รอบข้างแห้งแล้งและต่างพากันตายไปหมด แต่ต้นอ่อนเถาฮวาต้นนี้กลับแตกยอดออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งน้ำฝน หลิวไป๋ฮวาค่อย ๆ หมุนล้อรถเข็นแม้จะไม่มีแรงแต่ก็พยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย เพื่อพาตัวเองไปยังจุดที่ต้นอ่อนต้นนี้กำเนิดขึ้นใหม่ หญิงวัยกลางคนค่อย ๆ โน้มตัวลงมาใช้มือบอบบาง ค่อย ๆ ขุดดินที่แห้งแตกระแหงนั้นด้วยความแ่เบาและระมัดระวังอย่างถึงที่สุด เพื่อประคับประคองต้นกล้าต้นเล็กนี้เอาไว้ จนในที่สุดก็ได้มันเข้ามาภายในอุ้งมือ
ต้นเถาฮวาน้อยที่มีรากอันน้อยนิด ช่างกล้าหาญยิ่งนักที่คิดจะเติบโตในสภาพเเวดล้อมเช่นนี้ ในเมื่อได้มาเธอก็จะรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด และเฝ้ารอจนกว่าจะถึงวันที่มันสามารถยืนต้นอยู่ได้ตามลำพัง
พลันใบหน้ากลับหม่นแสงลงในทันตา หรือบางทีเธออาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่จนต้นกล้าต้นนี้ยืนต้นอยู่ได้ด้วยตัวเองก็เป็ได้
“คุณหลิว บ้านทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วครับ” คุณหมอหลี่ที่ตอนนี้มีเหงื่อท่วมใบหน้าและร่างกายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใจดี ในขณะที่เ้าของร่างก็เดินเข้ามาหาหลิวไป๋ฮวา อย่าง้าที่จะให้หญิงสาวได้เข้าไปชื่นชมบ้านที่ถูกทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง
“คุณหลิว!” ทว่าในตอนที่เ้าของชื่อหันหน้ากลับมามองตน คุณหมอหลี่ก็เอ่ยเรียกหลิวไป๋ฮวาด้วยน้ำเสียงตื่นใทันใด
“ใอะไรกัน คุณหมอหลี่…” หลิวไป๋ฮวามองเขาด้วยความงุนงง
ร่างสูงของชายที่วัยรุ่นราวคราวเดียวกันวิ่งปราดเข้ามาหาด้วยท่าทีตื่นใ เขารีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่วนตัวออกมาเช็ดทำความสะอาดเืที่ไหลซึมออกมาจากจมูกซึ่งหยดลงบนเสื้อแพรไหมที่หญิงสาวสวมใส่จนเป็ดวง
“ไม่รู้ตัวเลยเหรอคุณหลิว?” คุณหมอหลี่ถามด้วยน้ำเสียงดุเล็กน้อย
หลิวไป๋ฮวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เธอรู้ดีว่านี่คงเป็สัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่าอีกเพียงไม่นานแล้ว มือเล็กกอดประคองต้นเถาฮวาน้อยในมือเอาไว้อย่างแน่นหนัด ปกป้องราวกับเป็สิ่งของล้ำค่าอย่างหนึ่ง