บทที่ 3: พระเ้าคือโปรแกรมเมอร์
ลานพิธีนอกเมืองหินคราม เช้านี้คลาคล่ำไปด้วยฝูงชนจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนนับพันที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศดังสะท้อนก้องไปทั่ว
ตรงใจกลางลานกว้างมีแท่นหินโบราณขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นนั้นคือ ‘ศิลาตรวจรากิญญา’ วัตถุศักดิ์สิทธิ์สีดำสนิทที่ผิวเรียบลื่นปานคันฉ่อง มันทอประกายลึกลับและแผ่กลิ่นอายกดดันจางๆ ออกมาข่มขวัญผู้เข้าทดสอบทุกคน
ถังเกาจิ้งเดินเกาะกลุ่มมาพร้อมกับพวกแรงงานทาสจากสวนสมุนไพร เนื้อตัวของเขาแม้จะผ่านการล้างน้ำมาอย่างลวกๆ แต่คราบเมือกสีดำที่ขับออกมาจากร่างกายเมื่อคืนยังคงหลงเหลือกลิ่นคาวจางๆ จนคนรอบข้างพากันเบ้หน้าและขยับตัวถอยห่างด้วยความรังเกียจ ทว่าเกาจิ้ง กลับไม่ได้สนใจสายตาเ่าั้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากำลังกำหมัดแน่น ััถึงกระแสพลังงานอุ่นๆ ที่ไหลเวียนอย่างเป็ระบบระเบียบอยู่ภายในเส้นชีพจร พลังขั้นหลอมปราณระดับ 1 ทำให้ประสาทััของเขาเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาสามารถได้ยินแม้กระทั่งเสียงกระซิบของกรรมการที่อยู่ห่างออกไปนับสิบเมตร ระหว่างคนจากที่ต่างๆ กำลังขึ้นไปทดสอบ เกาจิ้งสังเกตเห็นว่ามีสำนักต่างๆ มาติดต่อทันทีที่ผลออกมา
ผู้าุโต่างๆ จะนั่งดูการทดสอบอยู่บนโต๊ะที่อยู่ข้างแท่นพิธี และจะเสนอเงื่อนไขต่างๆ ให้คนที่ทดสอบผ่านได้เลือกว่าจะอยู่สำนักไหน
“แชท มีสำนักไหนน่าสนใจบ้าง” เกาจิ้งได้เปลี่ยนชื่อระบบเป็แชทเพื่อความสะดวกของเขา
[มีสำนักอัสนีเมฆาม่วงทรัพยากรณ์มากที่สุด สำนักผู้ฝึกสัตว์อสูรพลังปราณไหลวนมากที่สุด สำนักสุญตาดารามีคัมภีร์โบราณมากที่สุด สำนักที่เหลือไม่น่าสนใจเพราะไม่มีสาขาหลักที่เมืองจินหลิง เมืองหลวงของแดนชินิ]
“คนต่อไป... ต้าหรง!” เสียงประกาศของเ้าหน้าที่ตรวจสอบดังขึ้น
ต้าหรงเดินยืดอกขึ้นไปบนแท่นหินด้วยท่าทางมั่นใจ ตอนเดินผ่านมันปรายตามามองเกาจิ้งด้วยแววตาเย้ยหยัน ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนศิลาศักดิ์สิทธิ์ พริบตาเดียว ศิลาก็สั่นสะท้านพร้อมกับส่องแสงสว่างสีเหลืองหม่นออกมาขยายกว้างประมาณสามเมตร
“ต้าหรง รากิญญาเดี่ยวธาตุดิน ระดับทั่วไป!” เ้าหน้าที่ะโประกาศ แม้จะเป็เพียงระดับทั่วไป แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ต้าหรงยิ้มแก้มปริและเดินลงจากแท่นไปด้วยท่าทางพองขน เพราะอย่างน้อยมันก็รอดพ้นจากการเป็แรงงานทาสอย่างเด็ดขาดแล้ว ระดับนี้ก็พอเป็ศิษย์รับใช้ในสำนัก มีเงินเดือน และการเป็อยู่ดีกว่าในสวนสมุนไพรนั่นเยอะ
“คนต่อไป... ถังเกาจิ้ง!”
เกาจิ้งสูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงจะพอรู้ธาตุตัวเองอยู่แล้วจากระบบ แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนแท่นหินอย่างมั่นคง ทันทีที่ฝ่ามือของเขาัักับพื้นผิวที่เย็นเฉียบของศิลาตรวจรากิญญา กระแสพลังงานลึกลับสายหนึ่งก็พุ่งปราดเข้ามาในร่างกายของเขาในทันที มันคล้ายกับกระแสไฟฟ้าระดับต่ำที่วิ่งเข้ามา ‘สแกน’ โครงสร้างอวัยวะและจุดชีพจรทั้งหมด
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายในมโนสำนึกของเกาจิ้ง หน้าต่างสีฟ้าพลันเด้งขึ้นมารัวๆ พร้อมส่งเสียงเตือนถี่ยิบ
‘ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลจากภายนอก... รหัสคำสั่งแปลกปลอมกำลังพยายามอ่านค่าตารางธาตุในร่างกาย...’ ‘เปิดใช้งานระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล... ทำการซ่อนโหนดข้อมูล (Node) ทักษะ...’ ‘อนุญาตให้เข้าถึงได้เฉพาะไดเรกทอรี (Directory) ธาตุิญญา...’
เกาจิ้งเบิกตากว้างในใจด้วยความทึ่ง ‘เชี้ย... ระบบมันบล็อกพอร์ตการสแกนได้ด้วยเหรอวะ!? นี่มันระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) ชัดๆ!’
โลกภายนอก ศิลาตรวจรากิญญาสีดำสนิทพลันสั่นะเือย่างรุนแรงปานแผ่นดินไหว แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าปะทุะเิออกมาจากใจกลางศิลา มันสว่างไสวเข้มข้นจนกลบแสงอาทิตย์ยามเช้าไปจนหมดสิ้น แสงนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่าสิบเมตร หมุนวนเป็เกลียวคลื่นพลังงานิญญาที่บริสุทธิ์จนทำให้อากาศรอบๆ เกิดเสียงะเิดัง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
คณะกรรมการจากสำนักต่างๆ ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์สูงถึงกับลุกขึ้นยืนพรึบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ดวงตาของชายชราหลายคนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“แสงสีน้ำเงินเข้มข้นขนาดนี้... พร์ระดับอัจฉริยะ! แถมยังเป็รากิญญาคู่ธาตุิญญาที่หาได้ยาก! แต่อีกธาตุยังไม่ปรากฏ” เ้าหน้าที่ผู้ประกาศเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
ผู้คนด้านล่างเวทีพากันเงียบกริบ สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่ร่างของเด็กหนุ่มมอมแมมในชุดขาดวิ่นด้วยความอิจฉาและเลื่อมใส
ต้าหรงที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับอ้าปากค้าง สมองของมันกลายเป็สีขาวโพลนด้วยความหวาดกลัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่มันเคยทำไว้กับเกาจิ้ง
“อีกธาตุปรากฏแล้วต่างหาก ธาตุหายากทั้งคู่ ถ้าได้เขามา ปีนี้ข้ามีผลงานแน่ๆ”
ท่ามกลางความวุ่นวาย ตัวแทนจาก ‘สำนักสุญตาดารา สาขาเมืองหินคราม’ ซึ่งเป็หนึ่งในสำนักใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านพลังจิตและิญญารีบกระโจนลงมาจากอัฒจันทร์ ชายชราในชุดคลุมสีครามขลิบทองพุ่งตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าเกาจิ้ง แววตาเต็มไปด้วยความกระหายที่จะได้ตัวศิษย์คนนี้
“พ่อหนุ่ม! เ้าสนใจมาเข้าร่วมกับสำนักสุญตาดาราของพวกเราหรือไม่? ข้าสัญญาว่าจะมอบทรัพยากรและการดูแลระดับศิษย์นอกให้เ้าทันที!”
ขณะเกาจิ้งกำลังคิดก็มีผู้าุโอีกสองคนะโลงมา คนอื่นๆ เมื่อเห็นสามสำนักใหญ่เมืองหินครามะโลงมา พวกเขาก็ได้แต่นั่งมองเพราะคงลงไปร่วมแข่งไม่ไหว
“ข้าสัญญาว่าจะมอบทรัพยากรและการดูแลระดับศิษย์นอกและให้5หินิญญาต่ำทุกเดือนให้เ้าทันที เช่นกัน” สำนักผู้ฝึกสัตว์เสนอขึ้นมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกตาเฒ่าขี้งก สำนักอัสนีเมฆาม่วงของข้าให้ทรัพยากรณ์ระดับศิษย์นอก พร้อม7หินิญญาต่อเดือนกับโอสถเปิดชีพจรอีกอัน” สำนักอัสนีเมฆาม่วงเสนอ
เกาจิ้งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในเวทีประกวดร้องเพลงรายการหนึ่ง ที่กรรมการกำลังแย่งตัว เขาคิดว่าจังหวะนี้แหละที่เหมาะกับการปั่นราคา ^o^v

“สำนักอัสนีเมฆาม่วงใจดีมาก” เกาจิ้ง ทำเป็ใช้ความคิดพิจารณา
ผู้าุโสำนักสุญตาดารากลัวเสียเกาจิ้งไป “สำนักสุญตาดาราให้สิทธิ์ศิษย์นอก10หินิญญา โอสถเปิดชีพจรและโอสถชำระกาย” ผู้าุโรีบเอ่ยออกมา
“โอ้…เ้าเฒ่า ทุ่มสุดตัวั้แ่แรกเลยรึ ถ้ามีคนอื่นโผล่มาอีกเ้าไม่มีงบแข่งกับพวกข้าแน่ ฮ่าฮ่า” ผู้าุโสำนักฝึกสัตว์อสูรกล่าวเหน็บแนม
เกาจิ้งคิด แม้ธาตุความว่างจะถูกซ่อนไว้เพื่อเป็ไพ่ตาย แต่แค่นี้ก็เกินพอแล้วที่จะเปลี่ยนชีวิต ที่สำคัญสำนักนี้มีแค้นที่เขาต้องไปทวงคืนจากใครบางคนด้วย เขาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม “ศิษย์ถังเกาจิ้ง ยินดีเข้าสำนักสุญตาดาราขอรับ”
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีและได้รับการลงทะเบียนเป็ศิษย์ใหม่อย่างเป็ทางการ เกาจิ้งถูกพามายังที่ตั้งสำนักสุญตาดารา ผู้าุโเรียกคนดูแลยอดเขาโอสถมาแล้วให้พาเกาจิ้งไปลงทะเบียน
ที่พักของสำนักสุญตาดารา มันคือห้องพักส่วนตัวขนาดเล็กแต่สะอาดสะอ้าน มีเตียงไม้และกลิ่นอายปราณอ่อนๆ อบอวลอยู่ ซึ่งต่างจากถ้ำทาสที่เขาเคยอยู่ราวฟ้ากับเหว ด้วยความเหนื่อยล้าสะสมจากการทะลวงขั้นและการทดสอบ เกาจิ้งล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มและเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
ในค่ำคืนนั้นเอง สติของเขาด่ำดิ่งลงสู่ความฝันอันมืดมิด...
เอี๊ยดดดดดดดด! โครม!
เสียงโลหะบดขยี้กันอย่างรุนแรงดังก้องกังวานในหัว ภาพในความฝันย้อนกลับไปในวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมบนโลกมนุษย์... คณิตในชุดนักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์กำลังนั่งอยู่บนรถเมล์สายประจำข้างๆ กับ ‘หลิน’ แฟนสาวของเขา ทั้งสองกำลังหัวเราะและวางแผนถึงอนาคตหลังเรียนจบ แต่แล้วเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบตัวก็ดังขึ้น รถไฟขบวนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตกราง พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงดิ่งมาทางรถเมล์ที่พวกเขาจอดติดไฟแดงอยู่
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้น สัญชาตญาณของคณิตสั่งให้เขาผลักหลินออกไปด้านหลัง และใช้ร่างของตัวเองพุ่งเข้าไปผลักเด็กน้อยคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหน้าไปทางแฟนสาว แรงกระแทกมหาศาลอัดเข้าที่ร่างของเขาจนกระดูกแหลกเหลว ความเ็ปแล่นริ้วสั้นๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็ความมืดและเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังสม่ำเสมอ...
ภาพในฝัน ตัดสลับไปมา ย้อนลึกไปถึงอดีตในวัยเด็ก... คณิตไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนคนอื่น เขาเติบโตมาในสลัมซอกตึกเก่าๆ อยู่กับยายเพียงสองคน พ่อแม่ทิ้งเขาไปั้แ่จำความไม่ได้ ั้แ่เด็กจนโต คณิตต้องปากกัดตีนถีบ ทำงานเสริมทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและเป็ค่าเล่าเรียน ตอนกลางวันเขาตั้งใจเรียน ตอนเย็นเขาต้องไปเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ตอนกลางคืนเขารับจ้างเขียนโค้ด ระบบเกม หรือแก้บั๊กโปรแกรมให้พวกบริษัทซอฟต์แวร์เล็กๆ จนเกือบรุ่งเช้า นอนวันละไม่ถึงสี่ชั่วโมง
ชีวิตที่ต้องดิ้นรนและมองหาช่องโหว่เพื่อเอาชีวิตรอดั้แ่เด็กนั่นเอง ที่หล่อหลอมให้คณิตมีความคิดตรรกะแบบผู้ใหญ่ และคิดแบบนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มองทุกอย่างเป็โครงสร้างระบบ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถทนทานต่อความยากลำบากในสวนสมุนไพรมาได้...
เกาจิ้งสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับเหงื่อที่ท่วมตัว เขายกมือขึ้นมาลูบหน้า สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาสู่โลกปัจจุบัน
“ยาย... หลิน... รอฉันก่อนนะ ฉันต้องรอดกลับไปให้ได้”
เช้าวันนี้เป็วันที่ศิษย์ใหม่ทุกคนต้องไปยัง ‘หอคัมภีร์’ เพื่อเลือกวิชาบำเพ็ญเพียรและวิชาต่อสู้ประจำตัว ตามกฎของสำนัก ศิษย์ทุกคนจะมีสิทธิ์เลือกวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองได้คนละสองเล่ม
เมื่อไปถึงหอคัมภีร์ เกาจิ้งเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มศิษย์ใหม่คนอื่นๆ ที่กำลังรุมล้อมคัมภีร์สายโจมตีธาตุยอดนิยม เขาเดินตรงไปยังหมวดคัมภีร์ธาตุิญญาอันเงียบเหงา สายตาของเขาไล่เปิดดูหน้าต่างข้อมูลที่ระบบจำลองขึ้นมาเปรียบเทียบค่าสถิติต่างๆ ของแต่ละวิชา จนในที่สุดเขาก็เลือกวิชาบำเพ็ญชื่อ ‘คัมภีร์จิตสุญญาณ’ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังิญญาในตันเถียน และวิชาต่อสู้ชื่อ ‘ดรรชนีิญญา’ ที่สามารถบีบอัดพลังิญญายิงออกไปจู่โจมศัตรูในระยะไกลโดยไร้ร่องรอย วิชาทั้งหมดเป็ระดับมนุษย์ขั้นกลาง ในความคิดเกาจิ้ง เขาคิดแค่ท่ายิงเท่ห์ๆ ตอนใช้วิชาแค่นั้น
ระหว่างที่เขากำลังจะเดินไปลงทะเบียนเบิกคัมภีร์คัดลอกกับอาจารย์ปู่ผู้ดูแลหอ เสียงคุยกันของศิษย์พี่กลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหินประกาศข่าวสารก็ดึงดูดความสนใจของเขา
“พวกเ้ารู้ข่าวเื่การแข่งขันประจำปีของเมืองหินครามหรือยัง? ปีนี้จัดใหญ่กว่าเดิมมาก โดยเฉพาะ ‘รายการแข่งสร้างโลกใบเล็ก’ สำหรับผู้บำเพ็ญหน้าใหม่น่ะ” ศิษย์พี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงหรือ? ข้าได้ยินมาว่าการแข่งรอบนี้ ค่ายกลถ่ายทอดสดหลักของเมืองจะเชื่อมต่อสัญญาณด้วยนะ พวกคนจากทุกแดนจะร่วมรับชมรายการนี้ด้วย หากคนไหนพอใจในตัวผู้เข้าแข่งขันคนใด ก็จะทำการบริจาค ‘หินิญญา มณีิญญา’ ให้ทันทีเลย!” ศิษย์พี่อีกคนเสริม
เกาจิ้งขมวดคิ้ว เดินเข้าไปใกล้แสร้งทำเป็สนใจป้ายประกาศ
“เอ่อ ศิษย์พี่ครับ ระบบการบริจาคมณีิญญานี่มันคืออะไรหรือขอรับ?”
ศิษย์พี่หันมามองเกาจิ้ง เห็นป้ายชื่อสีน้ำเงินระดับอัจฉริยะก็มีท่าทีสุภาพขึ้น
“อ๋อ ศิษย์น้องเ้าเพิ่งมาใหม่อาจจะยังไม่รู้ ‘มณีิญญา’ น่ะ คือค่าเงินสูงสุดในแดนเซียนของเราเลยนะ 1 มณีิญญามีค่าเท่ากับ 100 หินิญญากลาง 1 หินิญญากลางเท่ากับ 100 หินิญญาต่ำ และ 1 หินิญญาต่ำก็เท่ากับ 100 ศิลาิญญาที่พวกเราใช้กันอยู่! ถ้าเ้าทำให้พวกคนดูถูกใจได้ เงินทองไหลมาเทมาแน่นอน”
คำอธิบายของศิษย์พี่ทำให้สมองของเขาเกิดการประมวลผล ตรรกะทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงเข้าหากันในหัว
‘ค่ายกลถ่ายทอดสดสัญญาณงั้นเหรอ? ... ระบบสตรีมมิ่งไลฟ์สด? ... มีระบบผู้ชมเปิดรับชมเพื่อความบันเทิง? ... มีระบบโดเนทค่าเงินข้ามเซิร์ฟเวอร์จากแดน์ลงมาแดนล่าง? ...’
เกาจิ้งอ้าปากค้าง ั์ตาสั่นสะท้อนด้วยความเบิกบานและตกตะลึงจนถึงขีดสุด เขาเดินแยกตัวออกมาจากหอคัมภีร์ขลุกตัวอยู่ตามลำพังในสวนป่าด้านหลังสำนัก สมองของเขาทำการคิดคำนวณความจริงของโลกใบนี้ใหม่อีกครั้งอย่างเป็ขั้นตอน
“ถ่ายทอดสด... โดเนทเงิน... สร้าง Sandbox จำลองโลก... แปลงหน่วยค่าเงินระบบ... นี่มันไม่ใช่โลกเซียนแฟนตาซีธรรมดาแล้ว!” เกาจิ้งสบถลั่นออกมาด้วยความตื่นเต้น มุมปาก ยกยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู
“โครงสร้างค่ายกลและกฎเกณฑ์การฝึกตนทั้งหมดของโลกนี้... มันคือสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายชัดๆ! ระบบที่อยู่ในหัวฉัน ทุกคนที่ทะยานขึ้นมามีระบบส่วนตัวเหมือนกันหมด แต่มันรันฟังก์ชันพื้นฐานที่ถูกตั้งค่าจำกัดไว้... ส่วนพวกเซียนกับเทพบนแดน์ก็คือยูสเซอร์ (User) ระดับพรีเมียมที่มีกำลังซื้อสูงคอยนั่งดูคอนเทนต์สตรีมเมอร์!”
เขาทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือขวา ตัวตนที่แท้จริงของ ‘ผู้สร้าง’ โลกใบนี้ฉายชัดขึ้นมาในความเข้าใจของเขา
“พระเ้าที่สร้างโลกเซียนและระบบบำเพ็ญเพียรนี้ขึ้นมา... ไม่ใช่เทพผู้ทรงธรรมที่ไหนหรอก! แม่งคือโปรแกรมเมอร์! แถมเป็โปรแกรมเมอร์สาย Backend ระดับซีเนียร์ที่เขียนระบบเซิร์ฟเวอร์โลกใบนี้ขึ้นมาเพื่อหาเงินเข้าระบบและนั่งดูพวกเราในตู้กระจก!”
เกาจิ้งหัวเราะในลำคออย่างเ้าเล่ห์ แววตาของเขาสว่างวาบขึ้นในความมืด
“ในเมื่อโลกนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยโค้ดและระบบเครือข่าย... รายการแข่งสร้างโลกใบเล็กในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี่แหละ... พ่อจะเรียกยอดโดเนทถล่มทลายให้ดู!”
จบตอน.