ตอนที่38 นี่มันยิ่งกว่าตัวตึงอีกนะเนี่ย
เพ็ญพรยิ้มแฉ่งเมื่อได้ฟังเงื่อนไขพิเศษจากเจ้านายเพราะการสัมภาษณ์นี้เธอจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษมากกว่าปกติถึงสองเท่าทำให้เธอรีบตอบรับอย่างยินดี พลางพึมพำด้วยความสมเพชคู่รักคนดังอย่างชิงชังว่า
“ชิ!อยากให้ตัวเองเป็นข่าวใหญ่ว่าได้ผัวรวยละสิ ก็แย่งผัวพี่สาวมานี่นาจะให้ข่าวดังขนาดไหนอีกละ?หรือว่าจะเป็นเกมการเมือง ได้ข่าวว่าผู้ชายจะลงเล่นการเมืองด้วยเห็นทีคราวนี้คงได้ข่าวเด็ดจากพวกพี่ๆ มาเพิ่มแน่นอน”
เพ็ญพรไม่ถูกชะตาสุพิชชาแต่ไหนแต่ไรเนื่องด้วยเธอมีสัมผัสพิเศษสำหรับคนที่ชอบทำตัวเป็นแม่พระต่อหน้าคนอื่นทว่าลับหลังร้ายยิ่งกว่าเสือซึ่งเธอรับรู้พฤติกรรมคาวและอื้อฉาวของสุพิชชามากพอสมควรจึงทำให้ไม่ชอบใจคู่รักฝ่ายหญิงแต่อย่างใด
……….
ด้านจ้าวหลงที่ต้องเดินผ่านกลุ่มคนมากมายก่อนเข้าพบแพทย์ในห้องตรวจโรคสำหรับลูกค้าวีไอพีเป็นห้องที่มีหมอชายวัยกลางคนนั่งรอให้บริการเขาอยู่อย่างกระตือรือร้น
เมื่อจ้าวหลงเข้ามาในห้องตรวจเขาได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายเหมือนคนป่วยทั่วไปก่อนที่จะมีการพูดคุยซักถามรายละเอียดเชิงลึกระหว่างหมอและคนรับบริการโดยที่จ้าวหลงอนุญาตให้ประธานและรองประธานโรงพยาบาลอยู่รับฟังได้อย่างสบายใจ
“จากข้อมูลที่คุณจ้าวให้มาผมมีความเห็นสอดคล้องกับแพทย์จากประเทศจีนครับ เพราะผลตรวจร่างกาย ผลจากห้องแล็บแล้วก็ผลเอกซเรย์ล้วนปกติดีทุกอย่าง หากว่าประวัติที่ได้มาเป็นจริงก็แสดงว่าภรรยาคุณจ้าวกำลังตั้งครรภ์อยู่ครับ”
หมอวีระอายุรแพทย์ฝีมือเก่งกาจของโรงพยาบาลฟิวเจอร์ยืนยันคำวินิจฉัยอาการผิดปกติของจ้าวหลงอีกครั้งอย่างมั่นใจเนื่องจากประสบการณ์ในการเป็นแพทย์หลายปีของเขาช่วยให้มั่นใจเกี่ยวกับอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้กับฝ่ายชายกรณีที่ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ถึงแม้ว่าจะมีอุบัติการณ์ต่ำก็ตาม
“ผมเข้าใจครับแต่มีวิธีไหนบ้างไหม?ที่จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ หรือหน้ามืดกะทันหันได้” จ้าวหลงพยักหน้าเข้าใจ
อย่างไรก็ดีเขาต้องการระงับอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่เกิดขึ้นกะทันหันโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกกังวลใจหากต้องอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจสำคัญโดยเฉพาะการตามหาแม่ของลูกและการเอาชนะแฮ็กเกอร์ลึกลับ
“ดูแลภรรยาอย่าให้เครียดและกินอาหารครบถ้วนพักผ่อนให้เพียงพอ การพูดคุยและใส่ใจความรู้สึกของกันและกันช่วยลดความเครียดที่อาจส่งผลให้คุณแพ้ท้องได้ครับ”
หมอวีระตอบจ้าวหลงโดยที่ไม่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตามหาภรรยาอยู่ทำให้จ้าวหลงถอนหายใจด้วยความกังวลแทน
“มีเรื่องไม่สบายใจหรือครับ?”หมอวีระชะงักคำแนะนำของตนครู่หนึ่งเมื่อเหลือบมองเห็นท่าทางคล้ายหนักใจของคนป่วย
เขาสอบถามจ้าวหลงด้วยความห่วงใยตามประสาหมอใจดีที่ทำงานด้วยหัวใจจึงต้องการให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
“ผมกำลังตามหาภรรยาอยู่ครับไม่รู้เหมือนกันว่าเธออยู่ที่ไหน?”จ้าวหลงเหลือบมองทุกคนในห้องก่อนตอบด้วยน้ำเสียงขมขื่น
เขาได้แต่หวังว่าข่าวอาการป่วยของตนจะแพร่กระจายออกไปมากที่สุดโดยหวังผลกลับมาสองประการประการแรกคือพบหญิงปริศนาผู้เป็นแม่ของลูกซึ่งเขายินดีรับผิดชอบไม่ว่าเธอคนนั้นจะเป็นใครมาจากไหนหรือหน้าตาขี้เหร่แค่ไหนก็ตาม
ส่วนประการที่สองซึ่งสำคัญมากสำหรับเขานั่นคือการถูกถอนหมั้นจากหยางเจียอี เนื่องจากเขายืนยันเจตนาถอนหมั้นไปแล้วทว่าอีกฝ่ายและผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งล้วนไม่ยินยอมตามคำร้องขอของเขาซึ่งเขาเชื่อว่าหากข่าวตนมีภรรยาและลูกแล้ว อาจช่วยให้หยางเจียอีละความสนใจจากตนได้
อนิจจา!!!
จ้าวหลงไม่รู้ตัวเลยว่าชะตาชีวิตของเขาจะยังยุ่งเหยิงและวุ่นวายอีกพอสมควรกว่าจะได้พบแม่ของลูกหรือปราศจากคู่หมั้นแล้ว
คำตอบจากจ้าวหลงที่แสดงท่าทางอมทุกข์เป็นผลให้ประธาน รองประธาน และหมอวีระต่างพากันอึ้งตะลึงอย่างคาดไม่ถึงว่าจะได้รับรู้ข่าวยิ่งใหญ่ของชายผู้กุมอำนาจและทรงอิทธิพลเช่นนี้
“หากว่าภรรยาคุณจ้าวเป็นคนไทยคงง่ายนะครับอย่างน้อยผมพอจะมีพรรคพวกในกระทรวงสาธารณสุขอยู่บ้างคงตามหาได้บ้างว่ามีใครที่ตั้งครรภ์ในช่วงเวลาดังกล่าว?”
พานเวยหลงรองประธานโรงพยาบาลฟิวเจอร์พูดแสดงความคิดเห็นขึ้นมาอย่างเห็นใจจ้าวหลงเนื่องจากเขามีญาติหลายคนที่กำลังรอรับเงินทุนวิจัยจากจ้าวหลงหากเขาสามารถช่วยเหลือจ้าวหลงเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ อาจทำให้ญาติเขาได้รับพิจารณาอนุมัติเงินวิจัยที่สำคัญนั้น
ความคิดเห็นของพานเวยหลงทำให้จ้าวหลงฉุกคิดประเด็นตามหาภรรยาในแง่นี้ขึ้นมาทันใดเขาคาดไม่ถึงว่ายังมีอีกวิธีในการตามหาหญิงลึกลับคนนั้นโดยค้นหาคนตั้งครรภ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจช่วยให้จำกัดกลุ่มคนชัดเจนขึ้นจึงรีบบอกพานเวยหลงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีว่า
“ดีเลยครับเช่นนั้นช่วยผมตามหาที บางทีภรรยาผมอาจเป็นหญิงไทยก็ได้อย่างน้อยผมจะได้มีทิศทางชัดเจนขึ้น”
จากนั้นจ้าวหลงแจ้งวันที่คาดการณ์ว่าจะเป็นวันเริ่มต้นของการปฏิสนธินั่นคือ ค่ำคืนหนึ่งของเขาที่จำไม่ลืมในโรงแรมหรูกลางเมืองหลวงทำให้เขาคิดถึงการตรวจสอบอีกรูปแบบโดยวางแผนให้หยวนลี่หยางช่วยค้นหาอีกทาง
ประธานรองประธานและหมอวีระไม่กล้าสอบถามจ้าวหลงว่าภรรยาเขาเป็นใครนอกจากรับทราบข้อมูลเท่าที่จ้าวหลงบอกเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวที่ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของอีกฝ่ายว่ายินดีเปิดเผยมากน้อยเพียงใดฉะนั้นแต่ละคนจึงไม่ได้สอบถามอย่างมีมารยาท นอกจากจ้าวหลงจะเป็นฝ่ายบอกกล่าวข้อมูลเอง
“ตกลงครับเช่นนั้นพวกผมจะดำเนินการค้นหาให้ได้เรื่องยังไงจะแจ้งให้คุณจ้าวทราบอีกครั้งนะครับ”
ประธานโรงพยาบาลตอบรับที่จะช่วยเรื่องค้นหาภรรยาให้จ้าวหลงอย่างยินดีเพราะเขารับรู้ได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญหากโรงพยาบาลสาขาประเทศไทยปฏิบัติงานชิ้นสำคัญสำเร็จ ย่อมได้รับเงินทุนช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากจึงอาสาอย่างขมีขมัน
ส่วนหมอวีระพูดแสดงความคิดเห็นในด้านการรักษาอาการผิดปกติของจ้าวหลงตามจริงว่า
“ส่วนอาการผิดปกติของคุณจ้าวคงทำได้แค่รักษาตามอาการครับ ผมไม่สามารถพยากรณ์เพื่อป้องกันได้เลยเพราะข้อมูลประกอบมีน้อยเกินไป รวมทั้งเป็นเรื่องพิเศษที่ไม่ได้เกิดกับผู้ชายทุกคนผมขอโทษด้วยนะครับที่ช่วยได้แค่นี้”
“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ”
จ้าวหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจหมอวีระเนื่องด้วยแม้แต่ตัวเขาก็ไม่สามารถคาดการณ์เพื่อควบคุมล่วงหน้าจึงได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
..........
ด้านเพ็ญพรที่พาพ่อตรวจร่างกายและรับยาเรียบร้อยซึ่งพบว่าพ่อป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเนื่องจากชอบดื่มเหล้าเวลาท้องว่างรวมทั้งชอบกินอาหารรสจัดจนเกิดอาการปวดท้องบ่อยครั้ง เมื่อส่งพ่อกลับบ้านและดูแลตามสมควรแล้วจึงรีบบึ่งรถไปบริษัทจำหน่ายรถยนต์หรูของธีรภาพตามที่หัวหน้างานแจ้งสถานที่นัดสัมภาษณ์มาให้ทันที
ปรากฏว่ามีบรรดานักข่าวบันเทิงจากหลายสำนักเริ่มทยอยมาที่บริษัทอย่างพร้อมเพรียงกันเพ็ญพรปราดเข้าไปพูดคุยกับรุ่นพี่ในวงการคนหนึ่งที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีว่า
“สวัสดีค่ะพี่ชินนี่นี่เขาเชิญนักข่าวมาทุกสำนักเลยหรือคะ?”
“แหม!หล่อนก็ เขามีนี่ให้ทุกสำนัก เจ้านายก็ชอบนะสิ”
ชินภัทรหรือชินนี่หนุ่มสวยผู้มีแฟนเพศเดียวกันถูปลายนิ้วโป้งและชี้ไปมาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงบางสิ่งที่ทำให้นักข่าวบันเทิงจากทุกสำนักในเมืองหลวงมารวมตัวกันซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกสำนักจะพร้อมใจกันมาเช่นนี้ยกเว้นความพิเศษบางสิ่งที่ชินนี่ทำท่าทางบอกรุ่นน้องเป็นนัย
เพ็ญพรพยักหน้าเข้าใจพลางกระซิบบอกข่าวสำคัญของตนให้อีกฝ่ายรับรู้อย่างตื่นเต้นว่า
“อ้อ!เข้าใจละ นี่พี่ชินนี่รู้ไหมคะว่าเช้านี้ฉันโชคดีชะมัดเลย”
“เรื่องอะไร?”ชินนี่ขมวดคิ้วพลางถามเพ็ญพรกลับคืนด้วยความสงสัยที่รุ่นน้องทำท่าทางลึกลับ
“เมื่อเช้าฉันเจอหนุ่มหล่อหล่อมากกกกก ถ้าพี่เห็นนะรับรองว่าน้ำลายหกเลยละ”
เพ็ญพรพูดลากเสียงคำว่าหล่อยาวพร้อมนัยน์ตาเยิ้มอย่างมีความสุขซึ่งเรียกความสนใจจากชินนี่เข้าอย่างจัง
ชินนี่จึงรีบถามรุ่นน้องอย่างกระหายใคร่รู้ว่า“อย่าเล่นตัวนังพร บอกพี่มาซะดีๆ เร็วเข้า!”
เพ็ญพรยิ้มกริ่มก่อนตอบชินนี่อย่างมีความหมายว่า“แหม!ของดีแบบนี้ก็ต้องมีแลกเปลี่ยนบ้างสิคะคุณพี่”
เพ็ญพรล่วงรู้ว่าชินภัทรมีสายข่าวจากหลายทางเนื่องจากญาติของชินภัทรคลุกคลีอยู่ในวงการเครื่องแบบหลายกระทรวงทำให้มีข้อมูลวงในที่เป็นความจริงแต่ไม่สามารถประกาศสู่สาธารณชนได้ฉะนั้นเธอจึงอยากได้ข้อมูลลับเพื่อนำไปเขียนข่าวสร้างเครดิตให้ตัวเองบ้างจึงเลือกที่จะแลกเปลี่ยนเงื่อนไขกับชินภัทรอย่างเท่าเทียมกัน
“เพี๊ยะ!”
ชินนี่ตีแขนรุ่นน้องอย่างไม่จริงจังเพราะเคยหยอกล้อรุนแรงบ่อยครั้งหากมีการรู้เท่าทันกันในบางเรื่อง
“ชิ! หล่อนนี่ก็เหลือเกินเห็นฉันเป็นตู้ข้อมูลเคลื่อนที่หรือไง?เอาตัวอย่างให้ฉันดูก่อนสิยะ”
ชินนี่ไม่หลงกลเพ็ญพรในทันทีทว่าเลือกที่จะขอดูภาพหนุ่มหล่อเพื่อตรวจสอบก่อนว่าคู่ควรกับข้อมูลลับที่ตนเพิ่งได้มาหรือไม่
เพ็ญพรส่ายหน้าอย่างรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของรุ่นพี่เธอหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดภาพนิ่งของจ้าวหลงในมุมที่ชัดและเห็น
ใบหน้าพร้อมรูปร่างทั้งตัวซึ่งเธอเชื่อว่ารุ่นพี่จะต้องน้ำลายหกอย่างแน่นอน
“นี่ไงคะ อันนี้แค่น้ำจิ้มก่อนนะ”
ชินนี่หยุดเดินพลางตาโตเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นยินดีพร้อมกับเปลี่ยนเสียงพูดกับรุ่นน้องอย่างมีความหมายว่า
“อ๊ะ! หล่อจริงนี่มันยิ่งกว่าตัวตึงอีกนะเนี่ย หล่อนได้มาจากไหน?เขาเป็นใครหรือ? ดาราจากที่ไหนกัน?”
ชินภัทรถามรุ่นน้องรัวหลายคำถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ซึ่งภาพความหล่อเหลาของจ้าวหลงส่งผลให้ชินนี่หัวใจเต้นแรงด้วยความหลงใหลพลางคิดว่าจะต้องหาทางไปสัมภาษณ์อีกฝ่ายเพื่อใกล้ชิดให้ได้เป็นความใฝ่ฝันส่วนตัวที่ต้องการอยู่ใกล้หนุ่มหล่อมาดแมนเช่นนี้ ถึงไม่ได้แอ้มก็ขออยู่ใกล้ก็ยังดี
“ไว้พี่บอกข้อมูลสำคัญให้ฉันก่อนสิคะของดีแบบนี้ต้องแลกเปลี่ยนหน่อยสิ”
เพ็ญพรหัวเราะคิกคักอย่างพอใจที่แผนการของเธอประสบความสำเร็จโดยเธอเชื่อมั่นก่อนแล้วว่าจะสามารถหลอกล่ออีกฝ่ายได้อยู่หมัดซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาล้วนเป็นจริงตามที่คาดการณ์ไว้
“โอเคแต่หลังจากสัมภาษณ์ก่อนนะ พวกเราค่อยไปกินกาแฟด้วยกัน”ชินภัทรตอบกลับอย่างมีความหวัง
“โอเคค่ะพี่ชินนี่ว่าแต่พี่จะเลี้ยงกาแฟฉันไหม?”เพ็ญพรพยักหน้าพอใจผลการเจรจาครั้งนี้ พลางถามอีกฝ่ายอย่างคาดหวัง
“โน! อเมริกันแชร์สิยะหล่อน ฉันจนอยู่นะ”ชินภัทรพูดปฏิเสธพลางส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอมเป็นเจ้ามือเลี้ยงกาแฟอีกฝ่าย
“ก็ได้ค่ะเห็นว่าเป็นพี่ชินนี่หรอกนะ แชร์กันก็ได้”เพ็ญพรลอบเบ้ปากในความเค็มและงกของอีกฝ่าย เธอจึงตอบรับอย่างจำใจ
จากนั้นทั้งคู่รีบกรูเข้าไปนั่งด้านหน้าในพื้นที่สำหรับรอรับการสัมภาษณ์คู่รักหนุ่มสาวคนดังอย่างกระตือรือร้นเพื่อที่จะรีบทำงานให้เสร็จสิ้นโดยไว เนื่องจากหากสัมภาษณ์จนได้ข้อมูลเพียงพอและเป็นที่พึงพอใจทั้งฝ่ายคู่รักหนุ่มสาวกับฝ่ายนักข่าวแล้วย่อมปิดงานสัมภาษณ์ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเวลานัดสัมภาษณ์แล้วสุพิชชาเดินควงแขนมาพร้อมกับคู่หมั้นหนุ่มหล่อโดยทั้งคู่สวมชุดโทนสีใกล้เคียงกันอย่างตั้งใจเป็นพิเศษสำหรับงานให้สัมภาษณ์นักข่าวครั้งนี้ฝ่ายหญิงสวมชุดเดรสสั้นเปิดไหล่สีโอรส พร้อมกับฝ่ายชายที่สวมสูทสีน้ำตาลเข้ม ดูเข้าคู่กันอย่างลงตัวช่วยขับผิวขาวผ่องของคู่หนุ่มสาวให้ดูหล่อเหลาและสวยงามมากขึ้น