บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 กิเลนดำ

          ต้วนชางไห่ตะลึงไป เหมือนจะงงๆว่าทำไมจู่ๆ หยางหนิงถึงได้พูดอะไรที่ดูมีความรู้ออกมา เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อท่านเข้าใจผิดแล้วอย่าว่าแต่โดนเตะเลย ต่อให้เป็นดาบ ข้าก็โทษอะไรใครไม่ได้” เขาค่อยๆ นั่งลง เงยหน้าเหมือนจะยังมึนๆแล้วพูดว่า “ข้ากำลังคิดถึงท่านแม่ทัพอยู่ ท่านแม่ทัพ... ท่านแม่ทัพ...ท่านไม่ควรจากไปอย่างนี้ เขาเป็นวีรบุรุษ ทำไมสวรรค์ถึงไม่ยุติธรรม...!” เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลออกมา

           หยางหนิงรู้ดีว่าลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตาง่ายๆต้วนชางไห่เป็นชายชาติทหาร คนแบบนี้หากไม่เสียใจมากจริงๆ ไม่มีทางหลั่งน้ำตาแบบนี้แน่ๆ

           ต้วนชางไห่กับฉีเฟิงแล้วก็พวกมีความเสียใจกับการจากไปขององครักษ์เสื้อแพรฉีหุ้ยจิ่งมากแสดงว่าองครักษ์เสื้อแพรคนนี้ได้ใจคนมากมายนัก

           หยางหนิงคิดว่าตัวเขารู้เรื่องในจวนโหวน้อยมากคิดจะอยู่ในจวนโหว จะรู้อะไรก็ควรจะรู้ให้ได้มากที่สุด ตอนนี้ต้วนชางไห่อยู่ในอาการมึนเมาหากรู้เรื่องอะไรจากปากเขาได้ ก็คงดีไม่น้อย ยื่นมือไปตบมือของต้วนชางไห่เบาๆเพื่อปลอบใจเขา

           ต้วนชางไห่มองไปที่หยางหนิง แล้วพูดว่า “ซื่อจื่อ ท่าน... ท่านดูไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย!”

           หยางหนิงตื่นตระหนก แต่สีหน้ายังไม่เปลี่ยนแล้วถามว่า “ไม่...ไม่เหมือนอย่างไร?”

           “แต่ก่อนซื่อจื่อ...!”ต้วนชางไห่ลังเลไป แล้วส่ายหน้า “ท่านแม่ทัพคงคุ้มครองท่านอยู่ซื่อจื่อถึงได้เอาตัวรอดมาได้ ตอนนี้...ยังรู้เรื่องขึ้นตั้งเยอะ ถ้าท่านแม่ทัพรู้ท่านต้องดีใจแน่ๆ”

           หยางหนิงยิ้มรู้ว่าวันนี้สิ่งที่ตัวเขาทำในโถงบรรพชนทำให้หลายคนตกใจ

           “ท่านพ่อ...ท่านพ่อข้าเขาเป็นอะไร?” หยางหนิงคิด แล้วถามว่า “ทำไมเขาถึงได้จากไปแบบนี้?”

           ต้วนชางไห่สีหน้าแปลกไป ถอนหายใจ แล้วพูดว่า“เมื่อกี้ข้าน้อยไปถามมาแล้ว ท่านแม่ทัพอาการบาดเจ็บกำเริบ แล้วจู่ๆ ก็จากไปเลย”

           “อาการบาดเจ็บกำเริบ?”

           ต้วนชางไห่กล่าวว่า “หลายปีมานี้ ท่านแม่ทัพเฝ้าประจำการอยู่ที่แนวหน้า แนวหน้าของไหวชุ่ยถูกก่อกวนโดยชาวเป่ยฮั่นทุกปีถึงแม้สองฝากฝั่งไหวชุ่ยจะไม่ได้มีสงคราม แต่ว่าการแอบลอบสังหารก็ไม่เคยหยุดเลย” แล้วหยุดไปครู่หนึ่งมองไปที่หยางหนิง แล้วส่ายหน้า “ช่างเถอะซื่อจื่อท่านไม่ชอบฟังเรื่องพวกนี้ ข้าน้อยไม่พูดแล้วดีกว่า”

           “ใครบอกข้าไม่ชอบฟัง?” หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ท่าน...ท่านอารองต้วน วันนี้จู่ๆ ข้าก็อยากจะรู้เรื่องของท่านพ่อท่านบอกเรื่องที่ท่านรู้กับข้ามาให้หมด”

           ต้วนชางไห่สีหน้าแปลกใจมาก แล้วพูดว่า “แต่ก่อนเรื่องของท่านแม่ทัพ ซื่อจื่อแทบจะไม่สนใจเลย ทำไมวันนี้ถึงได้สนใจขึ้นมาได้?”

           “วันนี้ไม่เหมือนเมื่อวาน” หยางหนิงถอนหายใจ สีหน้าหดหู่ “ท่านพ่อจากไปแล้ว ข้า...ข้าอยากจะรู้อะไรให้มากขึ้นหน่อย”

           ต้วนชางไห่แค่พยักหน้าคิดแค่เพียงว่าการตายของฉีหุ้ยจิ่งมันกระทบกระเทือนจิตใจของซื่อจื่อในใจก็เลยรู้สึกซาบซึ้ง แล้วพูดว่า “ซื่อจื่อก็รู้ดีว่าตำแหน่งองครักษ์เสื้อแพรนั้นได้รับสืบทอดมาจากท่านเหล่าโหวที่เป็นเสนาบดีอาวุโสท่านเหล่าโหวเป็นแม่ทัพคนแรกของต้าฉู่เป็นคนที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับอดีตฮ้องเต้จนกระทั่งสามารถรวบรวมดินแดนเป็นแผ่นดินต้าฉู่ได้อย่างทุกวันนี้”

           หยางหนิงคิดในใจว่าที่แท้องครักษ์เสื้อแพรก็เป็นการสืบทอดตำแหน่งจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเองท่านเหล่าโหว ก็น่าจะเป็นพ่อของฉีหุ้ยจิ่ง หรือก็คือปู่แท้ๆ ของซื่อจื่อนั่นเอง

           “ตอนนั้นท่านเหล่าโหวข้ามแม่น้ำไหว ยึดหรู่หนานกับโซ่วชุนได้...!” ต้วนชางไห่หยุด เหมือนรู้สึกว่าพูดเรื่องพวกนี้ไปซื่อจื่อก็คงไม่เข้าใจก็เลยเล่าให้ง่ายขึ้น “ท่านเหล่าโหวยึดเมืองของเป่ยฮั่นได้สองเมือง เมื่อถูกแทงเป็นแผลใหญ่ชาวเป่ยฮั่นก็คิดอยากจะชิงมันกลับไปตลอดเวลา แต่ก็ไม่สำเร็จ”

           “เหมือน...ท่านปู่จะทำสงครามเก่งนะ” หยางหนิงกล่าว

           ต้วนชางไห่มีสีหน้ารู้สึกเคารพยำเกรงมากแล้วพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว มีพ่อเป็นเสือแล้วลูกจะหมาได้อย่างไรตอนนั้นท่านแม่ทัพเองก็ติดตามท่านเหล่าโหวออกรบ หลังจากที่ท่านเหล่าโหวสิ้นบุญไปชาวเป่ยฮั่นก็ฉวยโอกาสชิงสองเมืองไป ตอนนั้นสถานการณ์คับขันมากแต่ท่านแม่ทัพก็ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ได้แล้วขับไล่ชาวเป่ยฮั่นออกไปจากพื้นที่ได้สำเร็จ สร้างชื่อตั้งแต่ตอนนั้น”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเขาก็เหมือนรู้สึกว่าเป็นเกียรติมาก

           “แล้วต่อมาล่ะ?” หยางหนิงถาม

           ต้วนชางไห่พูดว่า “จากนั้นองค์ฮ่องเต้ก็ออกพระราชโองการให้ท่านแม่ทัพประจำการอยู่ที่ไหวชุ่ยสู้ศึกกับชาวเป่ยฮั่นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แล้วก็ได้รับชัยชนะกลับมาทุกครั้ง”

           “เหมือนชาวเป่ยฮั่นจะไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย” หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “มีดปักในใจของตัวเองแท้ๆ แต่ดึงไม่ออก”

           ต้วนชางไห่รีบพูดขึ้นมาอย่างจริงจังว่า “ซื่อจื่อ ถึงแม้ท่านแม่ทัพจะเก่งกาจ ทหารต้าฉู่ของเรารบชนะได้แต่จะดูถูกชาวเป่ยฮั่นไม่ได้นะ” สายตของเขาเปลี่ยนไป “ตอนนั้นทางเป่ยฮั่นภายใต้การบัญชาของจางหลิงโหวมีหน่วยกองกำลังเสวี่ยหลันหน่วยนั่น... ถือได้ว่าเป็นหน่วยทหารกล้าตายที่องอาจและเด็ดขาดมากๆ เลย”

           “จางหลิงโหว?” หยางหนิงพูดอย่างประหลาดใจ “คนๆ นี้ร้ายกาจมากเลยหรือ? แล้วหน่วยกองกำลังเสวี่ยหลันเป็นกองกำลังแบบไหน?”

           ต้วนชางไห่สีหน้าจริงจัง แล้วพูดว่า “ตอนนั้นท่านแม่ทัพประจำการอยู่ที่ไหวชุ่ยคนที่สามารถเป็นคู่ปรับของท่านแม่ทัพก็มีแต่เป่ยฮั่นจางหลิงโหวนี่แหละ” เขาถอนหายใจเบาๆแล้วพูดว่า “จางหลิงโหวเป็นบุคคลสำคัญของเป่ยฮั่น คนๆ นี้เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๋สิ่งที่เก่งที่สุดก็คือการฝึกกองทัพที่แข็งแกร่งมาก เกราะของกองทัพหน่วยนี้จะมีดอกกล้วยไม้สีแดงติดอยู่ สีเหมือนเลือด ดังนั้นจึงเรียกทหารหน่วยนี้ว่ากองกำลังเสวี่ยหลัน”

           “กองกำลังเสวี่ยหลัน?”หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ชื่อนี้ฟังดูเหมือนผู้หญิงเลย”

           ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “ฟังดูเหมือนผู้หญิงแต่ว่าเมื่อพวกเขาลงมือ มันยิ่งกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก ต้าฉู่ของเรายึดหรู่หนานกับโซ่วชุนไว้ตอนนั้นท่านแม่ทัพอยู่ที่หรู่หนาน ชาวเป่ยฮั่นก็เข้าบุกโจมตีโซ่วชุนโซ่วชุนรีบแจ้งข่าวด่วนเข้ามา ท่านแม่ทัพก็เลยนำทหารจากค่ายกิเลนดำไปช่วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อไปถึงเป่ยถังชิ่งกลับถูกสุ่มโจมตีจากทหารของกองกำลังเสวี่ยหลัน...!” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก สีหน้าเปลี่ยนไปดูหดหู่มากมือของเขากำหมัดแน่น

           หยางหนิงอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “ค่ายกิเลนดำร้ายกาจมากเลยหรือ?”

           “ซื่อจื่อศพที่เราเห็นที่ศาลเจ้า ข้าเคยบอกว่าเป็นฝีมือของค่ายดาบดำ ท่านจำได้ไหม?” ต้วนชางไห่ถามกลับ

           หยางหนิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ข้าเห็นเจ้าดูกลัวค่ายดาบดำมากเลย”

           “ต้าฉู่ของเรามีทัพทหารม้าสองกองที่แข็งแกร่งมากนั่นก็คือค่ายดาบดำกับค่ายกิเลนดำ” ต้วนชางไห่ค่อยๆ พูดว่า “ทัพม้าสองกองนี้คือที่สุดของต้าฉู่ของเราทหารคนไหนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปสังกัดถือได้ว่าเป็นเกียรติสูงสุดของชีวิตเลยก็ว่าได้”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “ค่ายกิเลนดำท่านเหล่าโหวเป็นคนก่อตั้งถือได้ว่าเป็นหน่วยอาชาเหล็กอย่างแท้จริง ถึงแม้คนของสองค่ายนี้จะมีไม่มากแต่สามารถสะท้านไปทั่วทิศ”

           “งั้นตอนนี้ค่ายกิเลนดำก็อยู่แนวหน้าหรือ?” หยางหนิงถาม      

           “แนวหน้า?” ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “ค่ายกิเลนดำไม่มีอีกแล้วหลายปีก่อนค่ายกิเลนดำต่อสู้กับกองกำลังเสวี่ยหลัน สู้กันสามวันสามคืนทหารของค่ายกิเลนดำตายทั้งหมด ส่วนทหารของกองกำลังเสวี่ยหลันเองก็บาดเจ็บสาหัส...!” จากนั้นก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วพูดว่า “ท่านสามก็ตายเพราะสงครามในครั้งนี้”

           “ท่านสาม?” หยางหนิงตะลึง “งั้นก็...อาสามของข้าหรือ?”

           ต้วนชางไห่พยักหน้าแล้วพูดว่า “สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นท่านยังเด็กมาก อาจจะจำอะไรไม่ค่อยได้เท่าไรท่านสามเป็นผู้บัญชาการทหารค่ายกิเลนดำ เป็นมือซ้ายมือขวาของท่านแม่ทัพเป็นเหมือนเสาหลักของต้าฉู่ของเรา...!” เขาดวงตาแดงก่ำถอนหายใจยาวแล้วพูดต่อว่า “ท่านสามเสียสละชีวิตเพื่อบ้านเมืองตายในสนามรบ ทิ้งฮูหยินสามเอาไว้...!”

           หยางหนิตกใจแล้วพูดว่า “เจ้าว่า ซานเหนียงนางเป็น...นางเป็น...ของอาสามหรือ?” เขาไม่ได้พูดจนจบ แต่ในตอนนี้ก็รู้แล้วว่ากู้ชิงฮั่นไม่ใช่อนุขององครักษ์เสื้อแพรฉีหุ้ยจิ่งแต่เป็นเมียแต่งของท่านสามของจวนตระกูลฉี คลายความสงสัยได้สักที มิน่ากู้ชิงฮั่นถึงได้ไม่เกรงใจฉงอี๋เหนียงเลย

           “จะว่าไปแล้วชะตาของฮูหยินสามก็ช่าง...!”ต้วนชางไห่กดเสียงต่ำลง หรือว่าอาจจะเป็นเพราะดื่มเหล้าเยอะก็เลยพูดมากเป็นพิเศษ “หลายปีมานี้ฮูหยินสามดูแลจัดการทุกอย่างในจวน หากไม่ได้ฮูหยินสามจวนโหวก็คงไม่มีระเบียบแบบแผนอย่างทุกวันนี้” แล้วพูดต่ออีกว่า“ซื่อจื่อ หลายปีมานี้ฮูหยินสามดูแลท่านอย่างดีมาตลอดต่อไปท่านจะต้องดีกับฮูหยินสามให้มากนะ” เขาเหมือนจะรู้สึกว่าไม่ควรพูดจาแบบนี้กับหยางหนิงก็เลยพูดอย่างเขินๆ ว่า “ท่านซื่อจื่ออย่าได้ถือสาข้าเลยนะข้าน้อย...ข้าน้อยดื่มเยอะไปหน่อย ก็เลยพูดอะไรเหลวไหลไปเยอะ”

           ตอนนี้หยางหนิงไม่โทษที่ต้วนชางไห่พูดเยอะยังย้อนถามด้วยความสงสัยไปว่า “งั้น...งั้นแม่แท้ๆ ของข้าล่ะ...?”

           ในใจของเขารู้สึกแปลกใจอยู่ตลอดตัวเขาเป็นลูกชายคนโตของเมียแต่งขององครักษ์เสื้อแพรงั้นแม่ของซื่อจื่อก็คือฮูหยินของท่านโหว แต่ว่าการจัดการในจวนกับเป็นของฮูหยินสามอย่างกู้ชิงฮั่นหลังจากเข้ามาในจวน กลับไม่เห็นฮูหยินของท่านโหวเลย หากฮูหยินท่านโหวอยู่ในจวน กู้ชิงฮั่นพาตัวเขาไปพบไท่ฟูเหรินแล้วไม่มีทางที่จะไม่พาเขาไปพบกับฮูหยินของท่านโหวแน่ๆ

           แต่ว่าในจวนดูเหมือนจะไม่มีคนๆ นี้อยู่

           สายตาของต้วนชางไห่แปลกๆเหมือนจะรู้ว่าหยางหนิงอยากจะถามอะไร แต่กลับไม่ตอบ แถมยังลุกขึ้นยืน แล้วพูดว่า “ซื่อจื่อ เรา...เราไปที่โถงบรรพชนกันเถอะทางนั้นน่าจะเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว เราไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ทัพกันดีกว่า”

           “เจ้านั่งลงก่อน” หยางหนิงดึงชายเสื้อของต้วนชางไห่ แล้วสั่งให้เขานั่งลง ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า“อะไรกันข้าแค่ถามถึงแม่แท้ๆ ของข้า เจ้าก็จะไปเลยหรือ?”

           สีหน้าของต้วนชางไห่แปลกๆ มองไปรอบๆแล้วพูดด้วยเสียงที่เบามากว่า “ท่านซื่อจื่อ เรื่องนี้...เรื่องนี้ไว้วันไหนว่างๆ ท่านไปถามไท่ฟูเหรินดีกว่า ในจวนมีกฎไม่ว่าใครก็ตามห้ามพูดถึงฮูหยินใหญ่โดยเด็ดขาด จริงๆ...จริงๆ แล้วข้าก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฮูหยินใหญ่เลยท่านถามข้าข้าก็ไม่รู้”

           หยางหนิงคิดไม่ถึงเลยว่าต้วนชางไห่จะตอบแบบนี้

           เขาเหมือนจะตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมในจวนองครักษ์เสื้อแพรถึงมีกฎประหลาดแบบนี้ฮูหยินใหญ่เป็นภรรยาขององครักษ์เสื้อแพร ฐานะและตำแหน่งสำคัญกับจวนโหวมากสูงกว่าตำแหน่งของกู้ชิงฮั่นอีก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงพูดถึงไม่ได้

           เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำจริงๆ

           “เจ้าอยู่ในจวนนี่มากี่ปีแล้ว?” หยางหนิงถาม “ทำไมเจ้าถึงได้ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแม่แท้ๆ ของข้าล่ะ?”

           ต้วนชางไห่ยกมือขึ้นจับศีรษะของตัวเองแล้วพูดเบาๆ ว่า “หลังจากค่ายกิเลนดำล่มสลายท่านแม่ทัพก็ย้ายข้ากับฉีเฟิงแล้วก็จ้าวอู๋ชางกลับเมืองหลวงแล้วก็จัดให้ข้ามาทำงานที่จวนโหวนี่ จนถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้ว”

           “หลังจากค่ายกิเลนดำล่มสลาย?” หยางหนิงตกใจ “พวกเจ้าเป็นอะไรกับค่ายกิเลนดำ?”

           ต้วนชางไห่มองหยางหนิงแล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “เราสามคน โตมาจากค่ายกิเลนดำ ข้าติดตามอยู่ข้างท่านสามมาตลอดเป็นรองแม่ทัพของเขาในตอนนั้น!” สายตาของเขาเหมือนจะมีความเสียใจไม่น้อยแต่กลับปกปิดด้วยสีหน้าท่าทางของเขา

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808