เมื่อได้พนักงานที่้ามาแล้ว คิรินและฮิวโกก็มีงานต่อจากนี้คือการสอนผู้ช่วยของตัวเอง
ตอนนี้ทุกคนได้มารวมกันอยู่ที่ครัวใหญ่ที่เดิม เนื่องจากร้านของคิรินยังไม่เสร็จนั่นเอง
"ก่อนอื่นพวกคุณต้องทำความรู้จักกับอุปกรณ์ก่อน แม้ลักษณะของมันจะเหมือนกัน แต่การใช้งานนั้นต่างกัน เช่น มีดก็มีหลายแบบ ทั้งมีดสำหรับหั่นขนมปัง และมีดสำหรับหั่นเนื้อ อีกทั้งยังมีมีดแร่จำพวกปลาอีก แม้จะเยอะแต่ก็ต้องจำ" คิรินเอ่ย ทำให้คนที่ยืนอยู่แทบลมจับ เนื่องจากอุปกรณ์มันมีเยอะจริงๆ
"เอาล่ะผมจะถาม คุณคิดว่าสิ่งนี้ใช้ทำอะไร" ฮิวโกพูดก่อนจะหยิบกระบวยขึ้นมา
"ผมจำได้ๆ มันเอาไว้คนสวนผสมเมื่ออยู่ในหม้อ" ดาต้าเอ่ย เนื่องจากก่อนหน้านี้คิรินเลยพูดเอาไว้ครั้งหนึ่ง
"งั้นอันนี้ล่ะ" ฮิวโกหยิบกระทะขึ้นมา
"เอาไว้ทอด หรือผัดได้" ฟรานซิสเอ่ย เพราะเคยเห็นคิรินใช้ในการสตรีมนั่นเอง
"ดีมาก เอาล่ะผมจะทำการบันทึกรายละเอียดให้ จากนั้นให้พวกคุณจำอุปกรณ์ทั้งหมด ระยะเวลาที่ผมให้มีแค่สามวันเท่านั้น ไม่ต้องห่วงแค่จำได้แต่เดี๋ยวคุณก็จะชินมือเอง เพราะต้องใช้ทุกวัน" คิรินเอ่ย ทั้งสี่ที่ได้ยินระยะเวลาในการจำอุปกรณ์ก็จะพากันเป็ลมเสียให้ได้ เนื่องจากระยะเวลามันน้อยกว่าอุปกรณ์ที่มีนั่นเอง
"ถามว่าทำไมถึงให้เวลาน้อย อย่าลืมว่ายังมีวัตถุดิบ อีกทั้งการฝึกปรุงอาหารอีก ซึ่งระยะเวลาสองเดือนมันน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับที่ต้องทำ" ฮิวโกพูด ทำให้ทุกคนนึกได้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้
"เอาล่ะผมทำการบันทึกรายละเอียดส่งไปให้แล้ว ในข้อมูลจะมีรูป ชื่อ และการใช้งานอยู่ คุณสามารถอ่านและจดจำได้เลย" คิรินใช้เวลาไม่นานนักก็บันทึกเสร็จ เนื่องจากมันไม่ได้มีข้อมูลเยอะทำให้ใช้เวลาน้อย
"ผมนึกว่าการใช้งานจะเยอะเสียอีก" ฟรานซิสเอ่ย
"อุปกรณ์เยอะก็จริง แต่ว่ามันมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานของมันเอง ดังนั้นแต่ละอย่างจึงมีไม่เยอะ" ฮิวโกอธิบาย
"เอาล่ะคุณทำการอ่านข้อมูลไป ต่อมาก็พวกคุณ สวัสดีผมคิริน" สิ้นเสียงก่อนจะหันมาอีกด้าน พบว่าเป็คนที่ผ่านการคัดเลือกจากวิลเลียมนั่นเอง
"สวัสดีผมฮิวโก"
คนที่วิลเลียมให้ผ่านการคัดเลือกมีจำนวนพอดีกับที่คิริน้า มีทั้งหมดสี่คนพอดี แต่ละคนดูจะมีอายุไล่เลี่ยกัน ซึ่งมากกว่าคิรินและฮิวโก ต่างจากผู้ช่วยของทั้งคู่ที่มีอายุน้อยกว่า
"สวัสดีครับ ผมเดอเรก" น้ำเสียงนิ่งๆ เอ่ยขึ้นมา ทว่าก็ยังมีความเคารพอยู่ในน้ำเสียง
"สวัสดีครับ ผมคอนราด" คนต่อมาเอ่ยบ้าง คอนราดดูจะอายุน้อยที่สุดในบรรดาทั้งสี่คนนี้ แต่ก็ยังมากกว่าคิรินและฮิวโกอยู่ดี
"สวัสดีครับ ผมแอนดริว" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญเอ่ยออกมา ทำให้คิรินล็อกหน้าที่ให้กับแอนดริวทันที
"สวัสดีครับ ผมแอริค" เสียงนี้มีความนุ่มนวลขึ้นอย่างมาก ทว่ากลับมีบรรยากาศให้ระวังเอาไว้ อีกทั้งสายตายังมองได้ทะลุปรุโปร่งจนคิรินรู้สึกได้
"สวัสดีนี่คือผู้ช่วยของผม ดาต้า ไดรฟ์" คิรินเอ่ย
"นี่คือฟรานซิสและไอแซค ผู้ช่วยของผม" ฮิวโกเอ่ย
"สวัสดีครับ" ทั้งสี่เอ่ยทักทายกลับไป
"โอเคผมจะมีคุยเื่ค่าตอบแทนก่อน มีใครอยากเรียกร้องอะไรก่อนไหม หากพอยอมรับได้ผมจะทำการเขียนลงในสัญญาให้" คิรินเอ่ยก่อนจะมีจอที่คุ้นเคยเด้งขึ้นมาอีกครั้ง เป็อันเข้าใจว่าคิรินจะทำการเขียนสัญญาจ้างตรงนี้เลย
"ผมอยากได้ที่พัก" เป็เสียงของแอริคเอ่ยขึ้นมา
"ผมขอถามได้ไหมว่าทำไม" ฮิวโกถามไปที่แอริค
"ผมเป็เด็กกำพร้า ตอนนี้ผมออกมาหางานและส่งเงินกลับไป หากเป็ไปได้ผมก็อยากมีที่พักไว้ จะเก็บค่าเช่าก็ได้ แต่ผมไม่อยากได้ที่พักไกล" แอริคเอ่ย
"ส่วนนั้นไม่ต้องห่วง เรามีที่พักฟรีให้กับพนักงานหากไม่มีที่ไป หนึ่งคนต่อหนึ่งห้อง ซึ่งที่พักจะเป็ตึกด้านหลังร้านตอนนี้กำลังสร้าง เอาล่ะมีใครต่อไหม" คิรินเอ่ย ทำให้ทุกคนโล่งใจเนื่องจากมีที่พักให้พอดี
"อันนี้ไม่ใช่ข้อเรียกร้อง แต่เป็คำถามครับ" คอนราดเอ่ยขึ้นมา
"ถามอะไรหรือ" ฮิวโกพูด
"เื่ค่าตอบแทนของเราครับ"
"เื่นั้นผมคิดไว้แล้ว คือผมจะจ่ายรายเดือนให้สองหมื่นเหรียญต่อเดือน อาหารในตอนเช้าและกลางวันจะมีให้ แต่ตอนเย็นทุกคนต้องทำเอง ที่ผมให้ทำแบบนี้เพื่อเป็การฝึกให้ทุกคนทำอาหารได้ ไม่ต้องเก่งก็ได้แต่ทำเป็ก็ยังดี" คิรินเอ่ย
ทุกคนแปลกใจไม่น้อยกับสิ่งที่คิรินเอ่ย เพราะนายจ้างส่วนใหญ่จะหวงสูตรเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครลอกเลียนแบบ อีกทั้งฝีมือของคิรินและฮิวโกก็ยังเป็ที่้าอย่างมาก
"แล้วเื่สูตรไม่กลัวว่าพวกผมจะเอาไปเผยแพร่หรอครับ" แอริคพูดตามความคิด
"เื่นั้นไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้กังวลอะไร ดีเสียอีกผมจะได้มีคู่แข่งไว้ทำอาหารบ้าง" ฮิวโกพูด เพราะตอนนี้ไม่มีใครสามารถพอจะมาแข่งกับทั้งคู่เลย จะพัฒนาฝีมือก็ยากเพราะไม่มีคนให้เปรียบเทียบ
ในโลกก่อนคิรินและฮิวโกยังมีคู่แข่งอีกหลายคน ทำให้ต้องพัฒนาฝีมืออยู่ตลอดเพราะหากไม่อยากให้ลูกค้าหายไปหรือมีคนแซงหน้าก็จำเป็ต้องทำอะไรที่หลากหลายขึ้น อีกทั้งคนที่คอยเลียนแบบอยู่ก็มี แต่หากคิรินพัฒนาอยู่ตลอดก็ตามไม่ทัน
ทว่าเมื่อมายุคนี้ทำให้คิรินไม่รู้จะเอาอาหารที่ทำไปเปรียบกับใครได้เลย อีกทั้งยังพัฒนาฝีมือได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ถือว่ายุคนี้ก็ยังมีความท้าทายอีกแบบหนึ่งนั่นเอง ทำให้การทำอาหารของคิรินไม่น่าเบื่อไปก่อน
"ต่อมาเื่ชุด ผมจะมีชุดสำหรับการทำงานไว้ให้สี่ชุด ชุดลำลองอีกสองชุด มีวันหยุดให้หนึ่งวัน ซึ่งจะเป็วันหยุดร้านด้วย คือวันสุดท้ายของสัปดาห์จะเป็วันหยุดร้าน ทุกคนสามารถออกไปที่ไหนก็ได้ตามใจตัวเอง" คิรินเอ่ยต่อ
"และเื่การรักษา หากาเ็ภายในร้านเรามีประกันให้สูงสุดห้าหมื่นเหรียญ แต่หากาเ็นอกร้านจะประกันแค่หนึ่งหมื่นเหรียญ ส่วนการเจ็บป่วยคุณสามารถลาได้สูงสุดสามวัน ประกันสามหมื่นเหรียญ ลาสามวันจะรวมถึงการลาไปทำธุระกระทันหันด้วย" คิรินพูด
ซึ่งค่ารักษาขั้นต่ำก็อยู่ที่หนึ่งหมื่นเหรียญพอดี ทำให้ไม่มีใครคัดค้านอะไร และส่วนที่ตั้งประกันาเ็ในร้านให้สูงขนาดนั้น เพราะคิรินเชื่อว่าต้องมีการทะเลาะวิวาทแน่นอน ดังนั้นเพื่อเป็การรักษาคิรินจึงตั้งเอาไว้ให้สูงนั่นเอง
"มีใครจะคัดค้านไหม" คิรินถามขึ้นมา เมื่อไล่ดูสัญญาที่ร่างเอาไว้ เผื่อมีผู้เรียกร้องจะได้พิจารณาและแก้ไข
"โอเคในเมื่อไม่มีอะไรก็ตกลงตามนี้นะ สัญญาเสร็จแล้วผมจะส่งไปให้ทุกคนนะ" คิรินพูด
ในยุคนี้ก็ดีอีกแบบในเื่ของเทคโนโลยี หากเป็โลกก่อนคิรินก็คงต้องเขียนสัญญาออกมาหลายแผ่น ไหนจะการเก็บรักษาอีก หากสูญหายขึ้นมาก็ลำบากเอาได้หากเกิดเื่ ทว่าในยุคนี้ไม่จำเป็เลย เพียงแค่ส่งสัญญาผ่านโปรแกรมไป เท่านี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนผู้เซ็นก็แค่ตอบรับเท่านั้น และมันจะถูกเก็บไว้อย่างดี ไม่สูญหายแน่นอน
"เอาล่ะเื่ค่าตอบแทนจบไปแล้ว ผมบอกก่อนเลยว่าในอนาคตหากร้านไปได้ดี ผมอาจจะมีการจ้างคนเพิ่ม เมื่อถึงตอนนั้นผมอยากให้พวกคุณทำงานร่วมกันได้ดีนะครับ" คิรินพูดพร้อมกับรอยยิ้มสบายๆ
"ต่อมาเื่ของงาน ผมจะให้งานจากบุคลิก แต่หากใครถนัดต่างออกไปผมจะเปลี่ยนทันที ไม่ต้องห่วงผมแค่จับวางไว้ก่อน เอาไว้ระยะเวลาสองเดือนนี้อย่างไรเสียพวกคุณก็ต้องเก่งขึ้น งานจะต้องเข้ากับคุณได้แน่" คิรินพูดอีกครั้ง
"เดอเรกผมให้คุณเป็หัวหน้าฝ่ายบริการ หากร้านเกิดปัญหาเกี่ยวกับการบริการคุณต้องรับไป ส่วนผู้ช่วยให้เป็คอนราด ต่อมาหัวหน้าฝ่ายดูแลร้านจะเป็แอนดริว ผู้ช่วยให้เป็แอริค ทุกคนตกลงไหม" สิ้นเสียงไม่มีผู้ใดปฏิเสธออกมา ทำให้ทุกอย่างตกลงได้ดี
"ในส่วนการฝึกของพวกคุณ หน้าที่หลักเลยคือการสังเกต คุณทุกคนจะต้องฝึกการสังเกตให้ดี ไม่ว่าลูกค้าจะมาในลักษณะแบบไหน มองและจดจำเอาไว้ ในส่วนนี้สำคัญมาก เพราะอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ถ้าเราไม่จำเขาเอาไว้" ฮิวโกพูด
เนื่องจากประสบการณ์เปิดร้านมา ทำให้มีบรรดาคู่แข่งมากมายต่างอยากให้ร้านของเขาเสียหาย ดังนั้นจึงได้ส่งคนมาก่อกวนหลายครั้ง และแบบนี้เองทำให้คนในร้านต้องสังเกตลูกค้าเอาไว้เสมอ
"ไม่ต้องห่วงหากลูกค้าเยอะ ผมจะทำการติดกล้องเอาไว้ทุกซอกทุกมุมเลย และก่อนเข้าร้านจะมีการตรวจสอบโดยละเอียดจากโปรแกรมอีกที ที่ผมอยากให้ดูคือลูกค้าคนไหนมีท่าทีผิดปกติ ไม่ว่าจะเื่เดือดร้อน หรือเื่อะไรก็แล้วแต่ ให้เข้าประชิดตัวแล้วถามไถ่ได้เลย ทำแบบนี้หากลูกค้าเกิดปัญหาจริงมันก็ทำให้เขารู้สึกดีกับร้านของเราและกลับมาใช้บริการใหม่นั่นเอง" คิรินอธิบายเพิ่ม
"ต่อมาคือการพูดคุย คุณไม่จำเป็ต้องนอบน้อมจนลูกค้ากดหัว แต่ผมอยากให้คุณพูดเพื่อให้เขารู้สึกสบายขึ้น เรียบเรียงคำพูดออกมาในสิ่งที่คิดว่าคนฟังจะรู้สึกดี หลักๆ ของพวกคุณจะมีประมาณนี้ แต่หากมีเวลาจะมาช่วยกันจำเื่อุปกรณ์กับวัตถุดิบด้วยก็ได้นะ" ฮิวโกพูดต่อ
"โห ง่ายจังพอเทียบกับพวกผมแล้ว......" ไอแซคที่นั่งฟังอยู่ก็บ่นออกมา ทำเอาผู้ช่วยอีกสามคนที่เหลือรู้สึกหดหู่ตามกันไป
"ใครบอกง่ายหืมมม รู้ไหมการสังเกตและจดจำมันยากมากเลยนะ สายตาต้องไว เฉียบคม อีกทั้งยังต้องอ่านสถาณการณ์ให้ออกจากการกระทำ ซึ่งจุดพวกนี้ต้องใช้พลังมหาศาลเลยล่ะ" ฮิวโกเอ่ยเมื่อได้ยินว่าผู้ช่วยของตัวเองเปรียบเทียบการฝึก
"งี้นี่เอง ความยากต่างกันสินะ" ไดรฟ์พูดเมื่อคิดขึ้นมาได้แล้ว
"เก่งมากครับ ทุกคนมีความยากของงานต่างกัน หากจะเอามาเปรียบเทียบจริงมันทำไม่ได้หรอก แต่ละคนยังมีความคิดและความสามารถต่างกันเลย จริงไหม" คิรินพูด ในตอนนี้เองทุกคนก็เริ่มพูดคุยเพื่อละลายพฤติกรรมกันแล้ว ระยะห่างของทุกคนเริ่มแคบลงอย่างไม่รู้ตัวนั่นเอง
"ส่งเซริวไปดาวข้างๆ หรือ" น้ำเสียงของหญิงสาวเพียงคนเดียวเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับวางแก้วน้ำชาลงเบาๆ
"ใช่ ก็เซริวอยากโดดงานบ่อย" น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่แยแสเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับท่วงท่าที่สบาย
"รู้นะว่าเป็ห่วงอะ เห็นไปแอบส่องอยู่ทุกวัน" เจน่าพูดเพียงเท่านี้ก็ทำให้เจโรมหน้าแดงได้ไม่ยาก
"รอบนี้ให้ไปนานแค่ไหน" เสียงชายอีกคนดังขึ้นมาบ้าง
"ขู่ไว้ว่าสองเดือน แต่เอาจริงๆ สงสารจะให้ไปสักครึ่งเดือนพอ รอบที่แล้วเอาไปปล่อยไว้นาน กลับมาก็บ่นจนน่ารำคาญ" เจโรมพูดอีกครั้ง
"แล้วกับคิรินนี่เอาจริงใช่ไหม" เจน่าถามออกมา
"ผมว่าเอาจริง ถึงเซริวจะไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร แต่ผมมองดูแล้วน่าจะไม่ยอมปล่อยคิรินแน่ๆ ก็ยอมเสียขนาดนั้น" เจโรมเอ่ย พร้อมกับทอดสายตาออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย
"คิดอะไรอยู่ คิรินเป็เด็กดีนะ" ไดมอนด์ถาม เมื่อเห็นท่าทางของน้องชายภรรยาตัวเอง
"ผมรู้ว่าคิรินเป็คนดี แต่ก็อดห่วงไม่ได้ หากคิรินไม่คิดแบบเดียวกันรอบนี้ผมอาจจะเอาเซริวกลับมายากขึ้นกว่าเดิม" เจโรมพูดออกมา
"ไม่ต้องห่วงหรอก พี่คิดว่าคิรินก็ต้องรู้สึกแบบเดียวกัน อนาคตมันบอกมาล่ะ" เจน่าเอ่ย ทำให้เจโรมผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังคงกังวลอยู่ดี
"ทำใจให้สงบเถอะ แล้วเตรียมหูได้เลย เพราะตอนไปรับเซริวกลับมา ไม่แน่ว่าอาจจะบ่นหนักว่ารอบก่อนๆ " ไดมอนด์พูด เท่านี้ก็ทำให้เจโรมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหันสายตากลับไปมองวิวอีกครั้ง บนใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับเอาไว้ ทำให้เจน่าที่มองดูอยู่ก็รู้สึกโล่งใจไปได้
อย่างน้อยให้น้องชายทั้งคู่ได้มีความสุขใน่หนึ่งของชีวิตก็ยังดี นี่คือสิ่งที่เจน่าคิด
เจอกันตอนหน้าค่ะ
#ครัวของคิริน