สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 ตอนที่ 212 เสแสร้ง

        อันเจิงรู้สึกเจ็บปวดมาก ทุกส่วนในร่างกายเขาไม่มีตรงไหนที่ไม่เจ็บเลย

 

       เขาไม่มีความรู้สึกอะไรกับการเลื่อนขั้นที่ได้ เพราะเขาเคยเป็นถึงอดีตผู้ดูแลกรมตุลาการแห่งราชสำนักต้าซีอีกทั้งยังถูกจัดอันดับเป็นผู้แข็งแกร่งหนึ่งในสิบของใต้หล้ามาแล้ว แม้นี่คือรางวัลที่ราชาประทานให้เขาเป็นพิเศษแต่มันไม่ได้มีความน่าสนใจหรือดึงดูดเขาเลยสักนิด อีกอย่างเขาไม่ได้ทำเพื่อรางวัลเหล่านี้ แต่ทำเพื่อแก้แค้นต่างหาก ในเมื่อตั้งใจจะแก้แค้นแล้วก็รีบจัดการให้จบเร็วขึ้นเท่านั้นเอง

 

        หากมีพละกำลังเพียงหนึ่งส่วนอย่างนั้นก็ต้องเฝ้าวางแผนรอเวลาแก้แค้น แต่หากมีพละกำลังเต็มสิบส่วนแล้วละก็...อย่าได้ออมมือหากแก้แค้นแล้วยังท่องคำว่าเมตตาอยู่ในใจ อย่างนั้นจะแก้แค้นไปทำไมกัน

 

        ในแคว้นเยี่ยนซูไทเฮาเป็นศัตรูตัวฉกาจของอันเจิง ในเมื่อตอนนี้อันเจิงยังไม่มีพละกำลังมากพอจะไปแก้แค้นที่จักรวรรดิต้าซีเขาจึงเริ่มแก้แค้นที่แคว้นเยี่ยนก่อน

 

        อันเจิงคนก่อนช่างสูงส่งและมีแต่คนเคารพนับถือแต่ทว่าอันเจิงในตอนนี้ร้ายกาจขึ้นมาก อาจมีคนคิดว่าอันเจิงในชาตินี้ดูเหมือนเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย...แต่ขอร้องล่ะนี่คือการแก้แค้นนะ ไม่ใช่เล่นเกมต่อสู้

 

       องครักษ์ที่มาจากค่ายเต่าดำสองคนยืนรออันเจิงที่หน้าประตูเมื่อเห็นอันเจิงเดินมา พวกเขาจึงประคองอันเจิงไปที่ห้องขององครักษ์ แล้วช่วยเขาเปลี่ยนชุดตามตำแหน่งดูแล้วชุดของรองหัวหน้าองครักษ์ก็ดูดีไม่เบา มันเป็นชุดผ้าฝ้ายสีดำส่วนตรงคอเสื้อและแขนเสื้อเป็นสีส้มอ่อน หลังจากอันเจิงใส่แล้วก็เพิ่มความหล่อเหลาในตัวไม่น้อยถึงแม้เขาจะไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงาม แต่บารมีและความสง่าในตัวก็เป็นมีดทิ่มแทงใจหญิงสาวในเมืองหลวงได้เหมือนกัน

 

       อันเจิงรับมีดพกที่เป็นสัญลักษณ์ขององครักษ์ประจำตำหนักวิหารสวรรค์ ลายที่อยู่บนฝักมีดนั้นดูแล้วไม่ธรรมดา

 

        อันเจิงเก็บมีดไว้กับตัวจากนั้นในสมองก็สั่นไหว...ราวกับความทรงจำตอนที่เขาเป็นผู้ดูแลกรมตุลาการแห่งราชสำนักต้าซีย้อนกลับมา

 

        เขาพยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายเวลาเดินก็พยายามเดินให้มั่นคงมากที่สุด

 

        ขุนนางที่เร่งเดินทางไปตำหนักวิหารสวรรค์เห็นอันเจิงก็รู้สึกประหลาดใจเด็กหนุ่มคนนั้น เพียงชั่วพริบตาก็ได้เป็นถึงรองหัวหน้าองครักษ์ระดับสี่แล้ว ทั้งยังมียศเป็นปั๋วขั้นหนึ่งทำไมจู่ ๆ เขาถึงได้เลื่อนขั้นมาอยู่ในจุดที่สูงเช่นนี้?

 

        อันเจิงเดินตัวตรงเข้าไปในท้องพระโรงตำหนักวิหารสวรรค์จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปยืนด้านข้างบัลลังก์ของราชา มีดข้างกายอันเจิงยกระดับของเขาเพียงครู่เดียวก็ส่งแรงกดดันไปทั่วท้องพระโรง เขาแค่ยืนอยู่นิ่ง ๆแต่ไม่รู้เพราะอะไร ในใจทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที เดิมทีพวกเขารู้สึกว่าตัวเองสูงส่งกว่าอันเจิงหลายเท่าแต่เวลานี้กลับไม่มีใครกล้าจ้องตาอันเจิงอีกแล้ว

 

        ผ่านไปไม่นาน ราชามู่ฉางเยียนก็เสด็จเข้ามาในท้องพระโรงพร้อมกับคนคนหนึ่งทรงกวาดสายตามองขุนนางที่ยืนด้านล่างจนทั่ว จากนั้นก็ทรงหันไปพยักพระพักตร์ให้อันเจิงเล็กน้อย

 

        ราชามู่ฉางเยียนประทับนั่งลงบนบัลลังก์ แล้วทอดพระเนตรไปยังเหล่าขุนนางที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 

        “ที่ข้าสั่งให้เคาะระฆังเรียกพวกเจ้ามาที่นี่เป็นเพราะมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง ใหญ่จนเกี่ยวข้องกับรากฐานของแผ่นดินเยี่ยนตอนนี้สงครามทางชายแดนยังน่าเป็นห่วงเมื่อครู่แม่ทัพฟางจือจี่ส่งคนมารายงานสถานการณ์ทางชายแดนที่ข้าเรียกพวกเจ้าทุกคนมาที่นี่ ก็เพื่อมาฟังสิ่งที่เขาจะพูด”

 

        ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องสงครามทางแถบชายแดนพวกเขาต่างก็ดูผ่อนคลายลงไม่น้อย

 

        ราชามู่ฉางเยียนทรงมองไปยังซูโจ้ง “แม่ทัพซูเจ้าเพิ่งกลับมาจากสงครามทางชายแดนตะวันออก เจ้ารู้จักคนคนนี้หรือไม่?”

 

        ตรัสจบก็ทรงชี้ไปยังจงจิ่วเกอ

 

       เดิมทีจงจิ่วเกอคิดว่าตัวเองต้องตื่นเต้นมากแน่ ๆ แต่เมื่อมายืนอยู่ตรงนี้ เขากลับรู้สึกว่ากำลังใช้เวลาอย่างมีความสุขเขาพร่ำบอกกับตัวเองว่าเจ้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ทั้งยังมีพรสวรรค์อีกจากนั้นความรู้สึกตื่นเต้นก็หายไป เหลือเพียงแค่ความสุขที่ตัวเองสร้างขึ้นเท่านั้น

 

        เขารู้ว่าตัวเองไม่มีทางถูกจับได้แน่เพราะแม่ทัพฟางเต้าจือเป็นคนช่วยเขาจัดการเรื่องรูปลักษณ์อันเจิงให้ตู้โซ่วโซ่วติดต่อแม่ทัพฟางเต้าจือ ขอให้ช่วยบอกเรื่องรูปร่างลักษณะของแม่ทัพฟางจือจี่ส่วนเขาก็จัดการเรื่องแปลงโฉม ฉะนั้นต่อให้เป็นคนที่คุ้นเคยก็ไม่มีทางจับได้แน่นอนยิ่งเป็นซูโจ้งยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

 

        ซูโจ้งมองจงจิ่วเกอแวบหนึ่งจากนั้นก็ยืนยันว่ารู้จักคนคนนี้

 

        เขาพยักหน้า “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ...ท่านนี้ก็คือฟางเสี่ยวเหินทหารคนสนิทของแม่ทัพฟางจือจี่ตอนที่กระหม่อมอยู่ทางแถบชายแดนก็เคยเจอเขาหลายครั้ง”

 

        ราชามู่ฉางเยียนพยักพระพักตร์“ในเมื่อเจ้ารู้จักก็ดี”

 

        ซูโจ้งชะงักไปเขารู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตรในพระสุรเสียงของราชา

 

        ราชามู่ฉางเยียนทรงมองไปยังจงจิ่วเกอ “สิ่งที่แม่ทัพฟางจือจี่พูดทั้งหมดเจ้าจงบอกออกมาให้ละเอียดโดยห้ามขาดตกแม้แต่คำเดียว”

 

        จงจิ่วเกอโค้งตัวและยกมือคารวะ “กระหม่อมทราบแล้ว”

 

       เขายืนตัวตรงและตั้งใจไม่มองหน้าอันเจิงเลยสักนิด จากนั้นก็หันไปมองเหล่าขุนนางด้านล่าง“ท่านแม่ทัพฟางสั่งให้ข้านำเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นทางแถบชายแดนมาทูลรายงานกับฝ่าบาทและสาเหตุที่ไม่ให้ข้านำฎีกามา นั่นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเสียหายมากจนเกินคาด หน่วยงานราชการที่อยู่ระหว่างชายแดนมาจนถึงเมืองฟางกู้เป็นไปได้ว่าถูกชาวโยวแทรกแซงเข้ามาหมดแล้วฉะนั้นเกรงว่าหากให้ข้านำฎีกามาถวายจะถูกเล่นงานกลางทางได้”

 

        เมื่อพูดถึงตรงนี้ ภายในท้องพระโรงก็เต็มไปด้วยความสงสัย

 

        ซูโจ้งพูดด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก“ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะเร่งกลับมาจากแถบชายแดนรึ แต่ไม่ใช่การถวายฎีกาแทน? หน่วยงานราชการต่างๆ มีหน่วยทหารควบคุมดูแล ตอนนี้เฉินไจ่เหยียนและคนอื่น ๆ ก่อกบฏต่อแผ่นดินหากตอนนี้จะพบเรื่องผิดปกติในหน่วยงานราชการก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ขุนนางที่กระทำความผิดเหล่านี้ได้จัดเตรียมทั้งหมดเอาไว้แล้วหากข้าไม่พบหลักฐานบางอย่างและรีบกลับมาทูลรายงาน เกรงว่าเราอาจสูญเสียมากกว่านี้เริ่มแรกที่เฉินไจ่เหยียนใช้กำลังทหารกับชาวโยวก็เพื่อกลบเกลื่อน...เป้าหมายของเขาก็คือส่งกำลังทหารเยี่ยนทั้งหมดไปจากนั้นก็ติดต่อชาวโยวเพื่อให้เข้ามาฆ่าทหารเยี่ยน เมื่อเป็นแบบนี้แล้วหากแคว้นโยวบุกเข้ามา แคว้นเยี่ยนก็ต้องแพ้อย่างราบคาบ”

 

        ซูโจ้งหันมาคารวะ “ฝ่าบาท ทรงรับสั่งประหารกบฏอย่างเฉินไจ่เหยียนเสียเถอะพ่ะย่ะค่ะ!หากไม่รีบกำจัดคนอย่างนี้ แผ่นดินเยี่ยนก็ไม่มีวันสงบ ฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

 

        คนของไทเฮาโค้งตัวลงทั้งหมด “ฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

 

        ราชามู่ฉางเยียนแย้มพระโอษฐ์ “เสียงดังเป็นหนึ่งเดียวเสียจริงดังเหมือนเสียงระฆังเมื่อครู่...อย่าเพิ่งรีบร้อนไป พวกเจ้ารอให้ฟางเสี่ยวเหินพูดจบก่อน”

 

        จงจิ่วเกอพยักหน้า“เพราะทางทหารเกิดเรื่อง เป็นไปได้มากที่จะถูกควบคุม ฉะนั้นท่านแม่ทัพฟางจึงสั่งให้ข้ารีบเดินทางกลับมาเห็นใต้เท้าเป็นห่วงแผ่นดินเช่นนี้...ข้าก็รู้สึกตื้นตันนัก แต่พวกท่านอาจจะยังไม่ทราบความจริงหน่วยงานราชการไม่ได้อยู่ในการควบคุมของหน่วยทหารแล้ว เมื่อสังเกตเห็นว่าหน่วยงานราชการต่างๆ มีความผิดปกติ ท่านแม่ทัพฟางเลยสั่งให้ข้าไปสืบ โดยเริ่มตั้งแต่หลายปีก่อน มีขั้วอำนาจใหญ่กำลังจะแทรกแซงเข้ามาในหน่วยงานราชการอีกทั้งยังสับเปลี่ยนคนที่หน่วยทหารส่งเข้าไปด้วย”

 

        สีหน้าของซูโจ้งเปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างผิดปกติ

 

        จงจิ่วเกอมองไปยังซูโจ้ง “ตอนที่แม่ทัพซูเดินทางกลับเมืองหลวงก็พักตามหน่วยงานราชการมาตลอดทางท่านรู้สึกถึงความผิดปกติบ้างหรือไม่?”

 

        หึ! ซูโจ้งเปล่งเสียงที่เย็นยะเยือกแต่ทว่าไม่ได้พูดอะไร

 

        “ท่านแม่ทัพฟางให้ข้าไปสืบ ข้าไม่กล้าชักช้าจึงพาทหารสืบมาหลายวันจึงสังเกตเห็นเรื่องนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีก่อน หน่วยงานราชการถูกตระกูลเกาเข้าไปแทรกแซงเริ่มแรกข้าคิดว่าตระกูลเกาทำเพื่อกิจการขนส่งที่เปิดขึ้นเท่านั้น ดูจากภายนอกแล้วกิจการขนส่งไม่ใช่ของตระกูลเกาแต่ในความเป็นจริง หน่วยงานราชการและกองทัพทหารถูกตระกูลเกาควบคุมไว้หมดแล้ว การขนส่งระหว่างเมืองส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านกองทัพทหารและหน่วยงานราชการ ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพทหารและหน่วยงานราชการส่วนใหญ่กลายเป็นสถานที่ขนส่งแล้วคนที่รับหน้าที่ส่งของก็คือทหารในนั้น”

 

        “แต่หลังจากที่ข้าสืบไปลึกมากขึ้นจึงพบว่าหน่วยงานราชการและกองทัพทหารถูกควบคุมความจริงแล้วไม่ใช่เพื่อสะดวกต่อการขนส่งเท่านั้น ข้าพาลูกน้องไปที่แถบชายแดนทางตะวันออกจึงพบว่ากองทัพทหารมีขบวนขนส่งไปยังแถบชายแดนต่าง ๆ แต่ท่านแม่ทัพทางแถบชายแดนตะวันออกกลับไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำและนั่นก็หมายความว่า คนเหล่านี้แอบอ้างชื่อของทหารแต่ทว่ากลับขนส่งสิ่งของส่วนตัวแต่สิ่งที่ทำให้ข้ากลัวยิ่งกว่าก็คือ...ในมือพวกเขามีตราผ่านทางเป้าหมายของขบวนขนส่งนี้คือออกนอกแคว้นเยี่ยนไปแคว้นโยว ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าสิ่งของในขบวนคืออะไร?”

 

        จงจิ่วเกอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งยื่นให้อันเฉิง“เชิญฝ่าบาททอดพระเนตร”

 

        อันเฉิงส่งต่อสมุดบันทึกไปให้ราชาหลังจากทอดพระเนตรแล้วก็ทรงปาทิ้งทันที “พวกระยำ!”

 

        อันเฉิงหยิบสมุดที่ราชาทรงปาทิ้งขึ้นมาจากนั้นก็เดินลงไปหาขุนนางที่อยู่ด้านล่าง

 

       หลังจากเหล่าขุนนางเห็นสมุดบันทึกเล่มนั้นแล้วสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปทันที

 

        จงจิ่วเกอพูดต่อ “ด้านในมีเงินจำนวนหนึ่งล้านตำลึงอาวุธสงคราม ชุดเกราะ แล้วยังมีแผนที่แคว้นเยี่ยนอีกสองร้อยชุด ของเหล่านี้ถูกส่งออกไปยังแคว้นโยวหากจะบอกว่าเป็นเพียงการขนส่งส่วนตัว แล้วเรื่องแผนที่จะอธิบายอย่างไร?” 

 

        ในราชสำนักไม่มีคนของตระกูลเกาแต่ยังมีคนที่สนิทกับตระกูลเกา

 

        เสนาบดีของกรมราชทัณฑ์กัวเหวินหลี่พูดขึ้น“เรื่องนี้ยังไม่อาจตัดสินได้ เพราะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าของพวกนี้มาจากตระกูลเกาคดีใหญ่และร้ายแรงเช่นนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถึงจะตัดสินได้”

 

        มีคนพูดขึ้น “ใช่แล้ว นี่ยังไม่อาจตัดสินอะไรได้”

 

        จงจิ่วเกอพยักหน้ารับ “ใต้เท้าพูดได้ไม่ผิดหลักฐานนี่ไม่ได้ชี้ชัดถึงใคร...แต่ทว่ายังมีจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพราะเรื่องนี้สำคัญมาก ข้าจึงพกติดตัวมาตลอดและไม่กล้าให้คนอื่นเห็น”

 

        เขาหันไปมองราชามู่ฉางเยียน “ขอพระราชทานอภัยพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเกรงว่าหากของสิ่งนี้ถูกพบเจอ ไม่เพียงแค่กระหม่อมต้องตายแต่สิ่งที่ท่านแม่ทัพฟางลำบากมาก็จะสูญเปล่า และที่น่ากลัวที่สุดก็คือทรัพย์สมบัติของแผ่นดินเยี่ยนจะรั่วไหลออกไปเช่นนี้”

 

        เขาถอดเสื้อออกอย่างกะทันหันทุกคนจึงสังเกตเห็นว่าที่บริเวณหน้าอกของเขาดูแปลก ๆ จงจิ่วเกอกัดฟันใช้มีดกรีดหน้าอกตัวเองจนเป็นแผลจากนั้นก็ควักกระดาษที่ถูกห่อหุ้มไว้อย่างดีออกมาจากในเนื้อ เมื่อเปิดออกแล้วด้านในมีกระดาษแผ่นเล็ก ๆ “เรื่องนี้สำคัญและร้ายแรงมากฉะนั้นกระหม่อมจึงซ่อนมันไว้ในร่างตัวเอง”

 

        ขณะที่เขากำลังยื่นกระดาษออกไปเลือดก็ไหลลงมาตามร่าง ภาพนี้ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน

 

        และในขณะนี้เองจงจิ่วเกอก็หันไปมองอันเจิงแวบหนึ่ง ความหมายที่ส่งออกมาจากแววตาก็คือ...นายท่านลูกเล่นนี้ของข้าสมบูรณ์แบบหรือไม่?

 

        อันเฉิงหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาแล้วเร่งฝีเท้านำไปส่งให้ราชา หลังจากทรงหยิบมาอ่าน เพียงชั่วขณะ สีพระพักตร์ก็เปลี่ยนเป็นขาวซีดและพระวรกายก็เริ่มสั่นเทา

 

        “บังอาจ!” ทรงตรัสด้วยความโมโห ทันใดนั้นก็ทรงกระอักพระโลหิตออกมา

 

        อันเจิงลอบถอนหายใจ คิดว่าทำไมทั้งมู่ฉางเยียนและจงจิ่วเกอถึงต้องลงทุนแสดงขนาดนี้นะ

 

        อันเฉิงรีบเข้าไปประคองตัวราชามู่ฉางเยียนทันทีราชาทรงส่งกระดาษแผ่นนั้นให้อันเฉิงด้วยพระอาการสั่นเทา “อ่านให้พวกเขาฟัง!”

 

        นั่นคือจดหมายฉบับหนึ่งเป็นจดหมายที่ตระกูลเกาเขียนให้ขุนนางคนสำคัญในแคว้นโยว เนื้อหาบนจดหมายบอกว่า “ตระกูลเกาใช้โรงพนันมาควบคุมขุนนางเยี่ยนได้ส่วนหนึ่งแล้วเพียงแค่ทหารโยวเข้ามาโจมตีทหารเยี่ยนตระกูลเกาก็จะให้คนเหล่านี้ไปรับทหารโยวเข้าเมืองฟางกู้ เมื่อถึงตอนนั้นทหารโยวก็ไม่ต้องเสียแรงสู้รบกับทหารเยี่ยนแล้ว บนจดหมายยังเขียนอีกว่า...เรื่องที่เตรียมการมานานหลายปีในที่สุดก็จะสำเร็จแล้ว”

 

        “ใส่...ใส่ร้ายป้ายสี!”

 

        เมื่อเสนาบดีกรมราชทัณฑ์กัวเหวินหลี่ได้ยินว่าเนื้อความในจดหมายเกี่ยวข้องกับตัวเองสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันที “นี่มันใส่ร้ายป้ายสีกันชัด ๆ”

 

        เขาคุกเข่าลงทันที “ฝ่าบาท อย่าทรงเชื่อจดหมายฉบับนี้เด็ดขาดนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจงรักภักดีต่อฝ่าบาท เรื่องนี้สามารถสืบได้! หากตระกูลเกาเป็นกบฏและติดต่อกับศัตรูจริงขอฝ่าบาทพระราชทานอนุญาตให้กระหม่อมเป็นคนสืบเรื่องนี้ให้กระหม่อมทำความจริงให้กระจ่าง!” 

 

        หลังจากเขาคุกเข่าลง ทุกคนก็คุกเข่าตามเป็นแถว“ฝ่าบาทอย่าได้ทรงเชื่อจดหมายฉบับนี้ นี่เป็นเรื่องระหว่างแคว้นโยวและตระกูลเกาเป้าหมายก็เพื่อให้พวกกระหม่อมผิดใจกัน”

 

        “ฝ่าบาท ตระกูลเกาทำเรื่องบังอาจเช่นนี้จะเก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด”

 

        “ฝ่าบาท!กระหม่อมยอมใช้ความตายมาแลกความกระจ่าง!”

 

        “กระหม่อมไม่กลัวตายแต่กระหม่อมไม่อยากจากไปโดยโทษที่ไม่ได้ก่อ!”

 

       กลุ่มขุนนางร้องห่มร้องไห้เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่ตนมีต่อราชา

 

        อันเจิงหันไปมองราชามู่ฉางเยียนจากนั้นก็เห็นพระโอษฐ์ขยับเล็กน้อย ทรงตรัสโดยไม่มีเสียงว่า...เสแสร้ง

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
อหังการยอดคนเหนือยุทธ

อหังการยอดคนเหนือยุทธ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
423K 2687
เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
7.72M 2500
God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
146K 311
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
864K 380
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

นิยาย แฟนตาซี
4.58M 3380
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734