จอนมินซองเงียบไปชั่วครู่ ดูเหมือนกำลังครุ่นคิด
“ฟังอยู่ไหมครับ”
สุดท้ายจอนมินซองก็พูด
“บอกมาก่อน ไปเอาข้อมูลเกี่ยวกับนักฆ่ามาได้ยังไง”
“ความลับครับ”
“ไม่ใช่ว่านายไปหาข้อมูลจากพวกเว็บมืดนะ”
“มันคืออะไรครับ”
“ไม่ใช่ก็ดีแล้ว พวกนั้นมันต้มตุ๋นทั้งนั้นแหละ เออ ซอกฮุน”
ชื่อของผมที่ออกมาจากปากของพี่เขา น้ำเสียงฟังดูหนักใจ
อย่าบอกนะว่าไม่เห็นด้วย
“ฉันเข้าใจนายนะ เพราะว่าพี่ซอลอาก็เหมือนพ่อแม่เราอีกคนแล้วนายก็ไปพบศพพี่เขาแบบนั้นอีก จิตใจนายจะเป็ยังไง”
“ถ้าอย่างนั้น ช่วยผมสิครับ”
“ฉันช่วยอยู่แล้ว ฉันเองก็เสียใจและโกรธพอ ๆ กับนายนั่นแหละแต่ถ้าเพราะงานนี้มันทำให้นายต้องเสี่ยง มันก็เป็อีกเื่หนึ่ง”
หัวแข็งกว่าที่คิดอีก ทำให้คิดถึงเมื่อก่อนที่พี่มินซองเป็เด็กดื้อมาก
“พี่ ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้แล้วกันครับ”
“ว่ามา”
“ถ้าผลชันสูตรของพี่ซอลอาไม่มีเบาะแสอะไรออกมา ผมจะลองทำตามวิธีของผมดู”
“วิธีอะไร”
ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเล่าเกี่ยวกับการลงสมัครที่ได้ยินมาจากเครื่องปั้นมูซอง ถึงแม้ถ้าพี่เขาเลือกจะลงมือเองคนเดียวโดยไม่มีผมแต่หากได้เข้าใกล้เื้ัความจริงเื่การตายของพี่ซอลอาได้ ผมก็ไม่สนอะไรแล้ว
“แม่งเอ๊ย นี่มันเหมือนกับเย้ยระบบกฎหมายบ้านเราอยู่เลย เลือกผู้สมัครเป็นักฆ่าจากนักโทษที่ยังอยู่ในคุกเนี่ยนะ”
“เหมือนกับมันจะบอกว่า ไอ้คนพวกนี้ยังไงก็ไม่มีทางกลับตัวกลับใจแน่”
“เฮ้อ ถ้าผลชันสูตรไม่มีเบาะแสอะไร ถึงตอนนั้นค่อยมาคุยกันอีกทีประมาณอาทิตย์นึงผลก็น่าจะออกแล้วแหละ”
ไม่มีปัญหาอะไรกับการรอนานขนาดนั้น
ผมได้พูดถึงชเวชิลซังไหมนะ คนที่กำลังจะตายเร็ว ๆ นี้
ผมอยากจะฆ่าคิมชอนซู แต่ต้องเลื่อนแผนออกไปก่อนเพราะหมอนั่นมันโดนตำรวจเพ่งเล็งอยู่ และผมอยากจะจัดการคดีของฮันซอลอาให้กระจ่าง ถ้าหากว่าคิมชอนซูมีเอี่ยวด้วยแม้แต่นิดเดียวผมจะเอาคืนสักกสองสามเท่าให้สาสมเลย
แต่ตอนนี้ชเวชิลซังต้องมาก่อน
ห้องทำงานของคังชินแจ
ที่นั่นมีคังชินแจและคนสนิทของเขาชเวชิลซังและซนจองมันอยู่ด้วยไม่ต่างจากปกติ แต่บรรยากาศกลับดูหนักอึ้งมากกว่าตอนไหนๆ
“สถานการณ์มันแปลกชอบกล”
คังชินแจนั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุด เอนศีรษะไปด้านหลังพิงโซฟาอย่างเต็มที่
“ชอนซูโดนตำรวจสอบสวน ควอนอิลฆ่าตัวตาย?”
เขากำลังเริ่มพูดขึ้น แต่ซนจองมันกลับเปิดปากชิงพูดก่อน
“ครับ ผู้หญิงที่ทำงานที่บาร์ตายไปคนหนึ่ง ชอนซูอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยครับ”
“เหตุผลล่ะ”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็คนร้ายที่ฆ่าพ่อของชอนซูในอดีตครับ กำลังถูกสอบสวนว่าอาจจะเป็คดีฆาตกรรมที่เกิดจากการแก้แค้นอยู่ที่สถานีตำรวจครับ”
“ว่าไงนะ ชอนซูกับนังผู้หญิงคนนั้นเป็ศัตรูกันมาก่อน เื่จริงเหรอ”
“ครับ จากการตรวจสอบ ชอนซูตั้งใจจะแก้แค้นผู้หญิงคนนั้น เลยใช้ไมดัสพาเธอมาทำงานครับ”
“ชอนซูให้ผู้หญิงคนนั้นมาขายตัวอย่างนั้นรึ”
“ใช่ครับ”
คังชินแจส่ายหัวไปมาเพราะไม่เข้าใจ
“แปลก ๆ นะ ถ้าเป็ชอนซู ลากนางเข้ามาในวงการขายตัวทั้งทีน่าจะใช้งานไปจนแก่เลยไม่ใช่รึ แต่มาฆ่าให้ตายตอนนี้เนี่ยนะ มันสมเหตุสมผลที่ไหนกัน”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ น่าจะไม่ใช่ชอนซูแน่”
“เดี๋ยวก็คงปล่อยตัวแหละ แต่ยังไงก็ไปจ้างทนายเก่ง ๆ มาไว้ก่อน”
“ได้ครับ”
“แล้วควอนอิลล่ะ เป็ยังไงบ้าง”
พอเขากล่าวถึงจางควอนอิล ชเวชิลซังก็ตอบทันที
“ผูกคอตายที่บ้านครับ แต่ไม่ทราบสาเหตุการฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะฆ่าตัวตาย”
“พวกเด็ก ๆ ล่ะว่าไง ไม่มีเค้าลางอะไรเลยเหรอ”
“ครับ ลูกน้องบอกว่าเขาดูไม่ใช่คนที่คิดจะฆ่าตัวตายครับ”
“เออ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งซื้อบ้านให้ควอนอิลไปหลังหนึ่งนี่”
“ครับ”
“ฉันจำได้ว่าเขาเพิ่งได้เป็หัวหน้าไม่กี่ปี นายก็ดูแลเป็อย่างดี แต่กลับฆ่าตัวตาย...”
ดวงตาของคังชินแจเบิกกว้างครู่หนึ่ง ถ้าไม่ใช่การฆ่าตัวตายสาเหตุน่าจะมีอยู่อย่างเดียว
“งั้นใครฆ่าเขา”
“ลูกพี่ มันไม่เหมือนการฆาตกรรมเลยครับ”
ชเวชิลซังตอบอย่างมั่นใจ เพราะรู้สึกไม่เห็นด้วยกับคังชินแจในครั้งนี้ปกติแล้วเขานับถือคำพูดของคังชินแจมาก
“แน่ใจนะ?”
“ครับ ถึงจะเป็นักฆ่ามืออาชีพ แต่เก็บหลักฐานเรียบขนาดนั้นก็ไม่น่าจะเป็ได้ครับ”
ชเวชิลซังบอกว่า ดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้เห็นว่าจางควอนอิลเดินเข้าไปในบ้าน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครมาและวิดีโอเองก็ไม่มีการตัดต่อใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ศพไม่มีร่องรอยอะไรเลย ยากที่จะบอกว่าถูกฆาตกรรม
“ขอโทษครับลูกพี่ ทั้งหมดเป็ความผิดของผมเองครับ”
ชเวชิลซังก้มหน้าลงเพราะว่าเขาไม่สามารถจัดการดูแลคนของตัวเองได้
“ช่างมันเถอะ คนจะตายแกจะไปห้ามอะไรได้ แล้วไอ้โปรกอล์ฟยังอยู่ไหม”
“ควอนอิลได้สืบเบื้องต้นไปบ้างแล้ว ผมจะจัดการให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ครับ”
“พวกขายยาล่ะ”
“เพราะพวกมันใช้ชื่อปลอมในการทำธุรกิจครับเลยยังหาคนที่ขายยาให้ฮยอนซองไม่ได้ แต่จับคนขายยาทั้งหมดในคังนัมมาแล้วครับน่าจะรวมอยู่ในนั้นแน่ ๆ”
“วอนช็องว่ายังไงบ้าง พวกขายยาน่าจะไม่พอใจกันแน่”
วอนช็องเป็คำเรียกผู้นำเข้ายาเสพติดจากต่างประเทศโดยตรง
ส่วนฮาช็องเป็คำเรียกผู้รับของจากวอนช็องมาขายต่ออีกที
การที่ไม่ได้ทำการขายเองสามารถเรียกได้ว่าเป็แผนการเพื่อจะได้ตัดหางตอนเวลาถูกจับกุมหรือเรียกได้ว่าเป็เกราะป้องกันตัวนั่นเอง
“เห็นพวกเขาบอกว่า ตั้งใจจะจัดระบบใหม่ทั้งหมดอยู่ครับ ่นี้พวกที่ขายออนไลน์มีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ปวดหัวมาก”
“แกหมายถึงเว็บมืด? พวกมันดำเนินงานในนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ พวกเขาบอกว่าเป็เว็บค้าขาย โอเพ่นแชตประมาณนั้นครับ”
“เหอะ พวกค้ายามันไม่มีเซนส์กันสักคนหรอก”
“เลยจับพวกมันมาได้โดยไม่ขัดผลประโยชน์กัน จะไปดูเลยไหมครับ”
“อยู่ที่ห้องทำงานเหรอ”
“ครับ”
คังชินแจลุกขึ้นจากโซฟาแล้วพูดขึ้น
“ไปกัน เพื่อแก้แค้นให้ฮยอนซอง จะช้าไม่ได้”
โรงงานร้างในเขตชานเมือง
เดิมเคยเป็โรงงานเคลือบโลหะ แต่ตอนนี้ทุกบ่อว่างเปล่า ไม่มีน้ำยาเคลือบโลหะแต่มีคนอยู่เต็มไปหมด
“ไอ้พวกนี้ นั่งกันดี ๆ มาเข้าแถว!”
“เข้าแถว!”
คนที่ถูกมัดมือมัดเท้า ใช้ก้นกระเถิบตัวมาเข้าแถว
-แกร๊ง
เขาะโพร้อมกับทุบราวบันไดข้างบ่อชุบด้วยท่อเหล็ก
"นี่! ไอ้เวรที่แตกแถวออกมาตรงกลาง! อยากตายเหรอ!"
“ขอ...ขอโทษครับ!”
พอคนที่แตกแถวกลับเข้าแถวไปตามเดิม แถวจึงกลับมาเรียงอีกครั้ง คนร่างั์ทุบราวบันได้เป็ครั้งคราวทำให้เกิดบรรยากาศน่ากลัว
-แกร๊ง
-แกร๊ง
ทุก ๆ ครั้งที่มีเสียงออกมา คนที่นั่งอยู่ในบ่อชุบจะตัวสั่นเทิ้ม ตอนนั้นเองประตูโรงงานถูกเปิดออกมีสองสามคนเดินเข้ามา
คังชินแจ ชเวชิลซัง และซนจองมัน
“สวัสดีครับลูกพี่!”
พวกนักเลงที่ยืนคุมอยู่ข้างบ่อชุบ หันไปก้มหัวทักทายทางพวกเขาและคนร่างั์ที่ถือท่อเหล็กก็เดินเข้าไปหา
“ลูกพี่ใหญ่! มาแล้วเหรอครับ”
“เออ เหนื่อยเลยสิ ทั้งหมดกี่คน”
“สามสิบคนครับ”
“น้อยกว่าที่คิดนะ”
“ก่อนหน้านี้กองปราบยาเสพติด มาตรวจไปก่อนรอบหนึ่งครับ รายเล็กโดนกวาดไปหมดเหลือแค่พวกรายใหญ่ ๆ ครับ”
คังชินแจพยักหน้าและเดินขึ้นบันไดไป เขาจับราวบันได จ้องมองลงไปในบ่อ ในนั้นมีพวกค้ายาในคังนัมถูกมัดมือมัดเท้านั่งเรียงแถวอยู่
“ผมผิดไปแล้วครับ! ผมผิดเองครับ! ไว้ชีวิตผมด้วย”
“พวก...พวกเรา ได้รับอนุญาตจากแก๊งัดำแล้ว เลยขายครับ! ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่!”
“ถ้าจะคิดค่าหัวเพิ่มผมจะจ่ายให้ครับ ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย!”
พวกค้ายาต่างส่งเสียงออกมาอ้อนวอนให้คังชินแจช่วยตัดสินใจ แต่ว่าเขาไม่สนใจและหันไปถามชเวชิลซัง
“จะไม่มีปัญหาตามมาใช่ไหม”
“ครับลูกพี่ ไม่ต้องกังวลเลยครับ”
ทั้งผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งร่องรอยหลักฐานต่าง ๆ แน่นอนว่าต้องไม่ให้มีเหลือถึงจะลักพาตัวมาตั้งสามสิบคนก็ตาม เพราะพวกค้ายาเคลื่อนไหวกันอย่างลับ ๆและมันก็เป็ข้อพิสูจน์ความเรียบร้อยของงานที่ชเวชิลซังทำ
“ติดต่อผู้เฒ่ามูซองไว้ จะส่งของไปสักกสามสิบ บอกให้เตรียมฟืนให้พอด้วย”
“ได้ครับลูกพี่”
ชเวชิลซังเดินออกไปข้างนอกโรงงานเพื่อหาที่เงียบ ๆ ติดต่อกับเครื่องปั้นมูซองเพราะด้านในกำลังจะเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
คังชินแจมองลงมาด้านล่างแล้วพูดว่า
“รู้ไหม ทำไมพวกแกถึงถูกจับมา”
ไม่มีใครตอบคำถามเขา มันไม่ใช่บรรยากาศที่จะต้องตอบคำถามเพราะรู้สึกว่าถึงตอบไปก็ไม่ใช่คำตอบที่เขา้าอยู่ดี
“ไม่รู้สินะ”
“...”
“ในนี้มีใครรู้จัก บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ [1] บ้าง”
พวกค้ายาต่างมองหน้ากัน และส่ายหัวราวกับบอกว่าตัวเองไม่รู้ ด้วยท่าทางแบบนั้นคังชินแจถอนหายใจ
“นี่คือสาเหตุที่พวกแกถูกหิ้วขึ้นรถตู้ แถมยังถูกพวกวอนช็องทิ้งอีกพวกแกมันไร้ค่า ทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นยา หาเงินก็ไม่ได้ ใช้แล้วทิ้งได้ตาม้า”
ระหว่างที่เขากำลังพูดกับเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงหน้า ซนจองมันเดินเข้ามาใกล้ในมือของเขาถือหน้ากากกันแก๊สมาด้วย
“ลูกพี่”
“อ่อ โอเค”
เขารับหน้ากากกันแก๊สมาถือไว้ ซนจองมันเริ่มสวมหน้ากาก คนอื่นที่ยืนล้อมรอบบริเวณบ่อชุบก็เริ่มสวมหน้ากากเช่นกันคังชินแจไม่ได้สวมหน้ากาก ยังคงถือเอาไว้ในมือ
“เมื่อกี้ ฉันพูดถึงบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะบอกให้เองมันหมายถึงการกระพือปีกของผีเสื้อทำให้เกิดพายุอีกด้านหนึ่งของโลกได้ถ้างั้นที่นี่ ผีเสื้อคืออะไร แล้วพายุคืออะไร”
"......!"
“ดูหน้าแล้วมีคนรู้เื่ด้วยนะเนี่ย ใช่แล้วถ้าอยากจะขายยาก็ต้องหูตาไวแบบนี้สิ”
นิ้วของคังชินแจชี้ไปที่พวกคนขายยา
“ผีเสื้อ”
แล้วก็หันมาชี้ตัวเอง
“พายุ”
ทันใดนั้นพวกคนขายยาสีหน้าซีดเผือดและส่งเสียงดังออกมา
“ผมจะชดใช้เองครับ! ผมจะชดใช้ให้ทุกอย่างเลยครับ!”
“ใช่ครับ! ผมจะเอาเงินเก็บทั้งหมดที่มีมาให้เลยครับ!”
คังชินแจส่ายหัวไปมา
“ชดใช้? ไม่ ไม่ ถ้ามันคืนเป็เงินได้ฉันคงไม่พาพวกแกมาถึงที่นี่หรอก ฉัน้าอย่างอื่น”
เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวและสวมหน้ากากกันแก๊ส
“เปิดเลย”
ทันทีที่ได้รับคำสั่งควันสีขาวและของเหลวเริ่มไหลออกมาจากท่อที่ต่อไปสู่ถังเครื่องชุบ กลิ่นที่ระคายเคืองจนแสบจมูก
กรดไฮโดรคลอริก
“อ๊ากกก! ช่วยด้วย!”
“เฮือกกก!!”
พวกค้ายาลุกขึ้นทะเลาะกันและพยายามปีนขึ้นไปบนบ่อ แต่บนนั้นมีคนของแก๊งัดำยืนถือท่อเหล็กและไม้เบสบอลอยู่
-ปั้ก!
“อ่อกกก”
-ปั้ก ปั้ก!
“แอ่กกก”
เพราะถูกตีด้วยไม้เบสบอลและท่อเหล็กจนหัวแตก เืกระเซ็นไปทั่วทุกทิศพวกที่ล้มลงไปที่พื้นก็ต้องกระเสือกกระสนลุกขึ้นมาเพื่อหนีแก๊ส
“อ๊ากกกกกก!”
เสียงร้องดังอย่างไม่หยุดหย่อน ิัถูกเผาควันสีขาวลอยเต็มพื้นที่ในโรงงาน
“อ๊ากกก! ไอ้พวกเวร!”
“มาตายด้วยกันดีกว่า!”
กรดไฮโดคลอริกทำปฏิกิริยาละลายเชือกที่มัดพวกเขาไว้ ถึงร่างกายจะเปลี่ยนไปแต่มือและเท้าเป็อิสระ เพื่อที่จะมีชีวิตรอด พวกที่พยายามปีนขึ้นไปบนบ่อ คว้าจับขากางเกงของคนที่ยืนอยู่้าห้อยโตงเตงเหมือนปลาติดเบ็ด แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกี่ครั้งพวกเขาก็รับมือได้อย่างไม่ลังเล
เขาดึงขวานออกมาจากเอว
-ปั้ก! ปั้ก!
มือที่จับขากางเกงลอยขึ้นไปในอากาศ ตกลงไปในกรดไฮโดรคลอริก ขวานไม่ได้หันไปเล็งทางหัวเลยแม้แต่น้อย
อนุญาตให้ตายได้ด้วยกรดไฮโดรคลอริกเท่านั้น
-จ๋อม จ๋อม
หลายคนล้มลงไปในกรดไฮโดรคลอริก
คังชินแจมองดูพวกเขา และกวักมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ซนจองมันเดินมาข้างๆ
“ครับ ลูกพี่”
“ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ ดูแลเด็ก ๆ ให้ดี พาไปกินของอร่อย ๆ ด้วย”
“รับทราบครับ”
“ทำไมชิลซังยังไม่มา ไปติดต่อเครื่องปั้นมูซองไม่ใช่เหรอ”
“ผมออกไปดูเองครับ”
“เฮ้ย ไม่ต้องละ มานู่นแล้ว ตายยากจริง หึ ๆ”
สีหน้าของชเวชิลซังดูอึมครึม คังชินแจรับรู้ได้ว่าต้องเกิดเื่บางอย่าง
“ลูกพี่ มีเื่แล้วครับ”
[1] บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟ็กต์ คือ การกระทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เป็การกระทำครั้งแรกและทำสิ่งเล็ก ๆ นั่นซ้ำ ๆ แบบต่อเนื่องจนเกิดความเชื่อมต่อกันเป็ทอด ๆอาจสามารถส่งผลให้มันกลายเป็เื่ใหญ่ได้