บทที่ 25 ผีเข้า (รีไรต์)
อะไรนะ?
เมิ่งว่านถังมองด้วยสายตาขุ่นเคือง เหมือนตัวเองได้ยินเื่ไร้สาระบางอย่าง
ใครบอกว่าผู้หญิงต้องทนอยู่เป็ม่ายไปตลอดชีวิต?
ทำไมผู้หญิงถึงไม่มีสิทธิ์ไขว่คว้าหาความสุขล่ะ?
เมิ่งว่านถังกลอกตา ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เมื่อกลับมาที่ห้องผู้ป่วย เมิ่งว่านถังมองไปยังชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง เธอเดินเข้าไปหาอย่างดุดัน กดข้อมือของเขาเพื่อตรวจชีพจร
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอหรี่ตาลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “พลิกตัวหน่อย ฉันจะดูเอวของคุณ”
ลู่ชิงเหยี่ยทำหน้าสับสน
“ฉันขอตรวจดูหน่อย ได้ไหม?” เมิ่งว่านถังไม่ได้ปฏิบัติกับเขาเหมือนสามี แต่ปฏิบัติกับเขาเหมือนคนไข้
ทว่าลู่ชิงเหยี่ยไม่ได้รับรู้เื่นั้นด้วย
ปกติเธอเกลียดเขามากที่สุด แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่มาดูแลเขาด้วยตัวเอง แต่ยังจะตรวจดูเอวของเขาด้วย
เมิ่งว่านถังพูดอย่างร้อนใจ “ฉันขอตรวจหน่อย ทำไมถึงอ้ำอึ้งอยู่ได้ล่ะ? รีบพลิกตัวนอนคว่ำเร็วเข้า”
ลู่ชิงเหยี่ยจึงทำตาม
เมิ่งว่านถังยกมือกดที่เอวของเขาสองครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตรงนี้เจ็บไหม?”
“ไม่เจ็บ”
“แล้วตรงนี้ล่ะ?”
“ก็ไม่เจ็บ”
“งั้นฉันจะกดหลาย ๆ จุด ถ้าเจ็บให้คุณก็ส่งเสียงร้องออกมานะ”
พูดจบ เมิ่งว่านถังก็กดจุดหลายแห่งติดต่อกัน สีหน้าจริงจัง ทำเอาลู่ชิงเหยี่ยสงสัยว่าตัวเองเป็โรคร้ายแรงเข้าแล้ว
“โรคของฉันรักษายากอย่างงั้นเหรอ?”
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้ว ตั้งใจจะลุกขึ้นนั่ง
“อย่าขยับ!”
เมิ่งว่านถังใช้นิ้วกดลงไป กดเขากลับลงไป
“ตรงนี้ก็ไม่เจ็บ?”
“ไม่เจ็บ” ลู่ชิงเหยี่ยถามเขา “หมอบอกว่ายังไงบ้าง?”
“ไม่ได้พูดอะไร”
“ท่าทางไม่เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
เมิ่งว่านถังมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด “หมอแค่บอกว่าต่อไปคุณอาจจะมีลูกไม่ได้แล้ว”
“???”
ลู่ชิงเหยี่ยสงสัยว่าตัวเองว่าตัวเองอาจจะหูฝาดไป
หัวใจของเขากระตุกวูบหนึ่ง เผลอยื่นมือลงไปโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายก็ต้องยั้งตัวเองเอาไว้
“อ้อ”
ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง แต่ในใจกลับปั่นป่วนราวกับมีคลื่นั์วิ่งวนอยู่ภายใน
เมิ่งว่านถังเสริมอีกประโยค “ฉันคิดว่าหมอคนนั้นก็แค่หมอเถื่อนคนหนึ่ง ไม่มีฝีมืออะไรหรอก รักษาโรคไม่เป็ ปวดหัวตัวร้อนก็คงแค่จ่ายยาแก้ปวดให้พวกคุณ หรือไม่ก็กินยาแก้ปวดก็พอ ถ้าเป็โรคที่ยากกว่านั้นก็คงรักษาไม่ได้”
ลู่ชิงเหยี่ยที่เผลอใไปแล้ว “...”
เขาเกือบเผลอทำอะไรหุนหันออกไปแล้ว
“คุณเดินได้ไหม?” เมิ่งว่านถังถามเขา
เช้านี้ลู่ชิงเหยี่ยยังเดินไปเข้าห้องน้ำได้ แน่นอนว่าต้องเดินได้อยู่แล้ว
“ได้”
“ได้จริง ๆ ใชไหม?” เมิ่งว่านถังสงสัยว่าเขาอยากกลับบ้านแบบประหยัดเงิน จึงพูดว่า “ไม่ต้องคิดจะกลับไปเพื่อประหยัดเงินนะ เงินที่คุณให้พ่อแม่ของคุณนั่น พอให้คุณอยู่สถานีอนามัยได้อีกหลายวัน”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
เขาลุกขึ้นจากเตียง เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
เมิ่งว่านถังพูดตัดรำคาญ “รีบนั่งลงเถอะ ถ้าอยากกลับบ้านจริง ๆ ฉันจะเรียกชิงเหอให้เอารถเข็นมาลากคุณกลับบ้านเอง”
อย่างไรเสีย หมอเถื่อนในสถานีอนามัยก็ไม่ได้เก่งไปกว่าฝีมือทางการแพทย์ของเธออยู่แล้ว
“ก็ได้”
ลู่ชิงเหยี่ยนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูแย่ลงเรื่อย ๆ
ผู้ชายคนนี้ทำเป็ฝืนจริง ๆ ด้วย!
ผู้ชายทุกคนต้องรักษาหน้าตัวเองขนาดนั้นเชียวเหรอ?
เมิ่งว่านถังถือของเดินออกไปข้างนอก “ฉันจะเอาของพวกนี้กลับไปทั้งหมด แล้วก็จะจ่ายเงินให้คุณด้วย เดี๋ยวจะให้ชิงเหอมารับคุณกลับบ้าน”
ลู่ชิงเหยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “อืม ไม่ต้องมาก็ได้”
เมิ่งว่านถังกลับไปเล่าเื่นี้ให้ลู่ชิงเหอฟัง ลู่ชิงเหอไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบกลับบ้านไปเอารถเข็น เขายังไม่ได้มาคนเดียว ระหว่างทางบังเอิญเจอลู่ชิงไห่ เลยเรียกลู่ชิงไห่ให้มาด้วยกัน
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลู่ชิงเหยี่ยก็นอนอยู่บนเตียงที่บ้าน
เ้าตัวน้อยทั้งสามก็ไม่อยู่บ้าน
โกวต้านกับโกวเซิง พาเสี่ยวพ่างไปถากหญ้าในไร่ข้าวโพด ที่บ้านจึงเหลือเพียงเมิ่งว่านถังคนเดียว
“พี่สะใภ้ พวกเรากลับก่อนนะ ต้องไปทำงานต่อแล้ว” ลู่ชิงเหอพาคนมาส่งแล้ว ก็พาลู่ชิงไห่เดินจากไป
เมิ่งว่านถังมองชายหนุ่มที่ใบหน้าซีดเซียว พลางส่ายหัว “ใน่เวลาที่คุณกำลังพักรักษาตัวอยู่หลายวันนี้ ก็กินยาบำรุงไปด้วยแล้วกัน”
ลู่ชิงเหยี่ย “...”
เมิ่งว่านถังรินน้ำใส่แก้ว วางไว้ในจุดที่ลู่ชิงเหยี่ยเอื้อมมือถึง
“ฉันจะออกไปทำงาน ส่วนคุณอยู่บ้านนอนพักผ่อนเถอะ ฉันวางน้ำไว้ตรงนี้ แล้วก็มีหนังสืออีกหนึ่งเล่ม เผื่อคุณจะอ่านแก้เบื่อ”
ลู่ชิงเหยี่ยเพิ่งสังเกตเห็นว่าเธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ บนศีรษะโพกผ้าคลุมผม ต่างจากคนอื่นตรงที่เธอเอาผ้าคลุมปิดบังใบหน้าทั้งหมด ก่อนจะถือจอบเล็ก ๆ เดินออกไปข้างนอก
เมิ่งว่านถังจะไปทำงานเหรอ?
ถ้าพูดเื่นี้ออกไป คนอื่นจะต้องใ
ใครบ้างไม่รู้ว่าเมิ่งว่านถัง ั้แ่ลงมาชนบทจนถึงตอนนี้ กลับไม่เคยทำงานอะไรเลย
หลังจากแต่งงานเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ ยิ่งไม่เคยออกไปทำงานเลย
เมิ่งว่านถังที่พรางตัวอย่างมิดชิดมาถึงทุ่งนา มองดูคนที่กำลังทำงานอยู่ แล้วเดินไปหาคนเขียนแต้ม
“น้องสาว แบ่งที่ดินให้ฉันหน่อย”
ลู่เสี่ยวเยี่ยนได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาก็กระตุกวูบ
“เธอ... เธอพูดว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่าให้เธอแบ่งที่ดินให้ฉันหน่อย ฉันจะทำงาน ทำไม มีปัญหารึไง?” เมิ่งว่านถังพูดอย่างสง่าผ่าเผย จนทำเอาลู่เสี่ยวเยี่ยนรู้สึกว่าตัวเองเป็ฝ่ายที่มีปัญหา
ลู่เสี่ยวเยี่ยนส่ายหัว แล้วชี้ไปที่แปลงข้าง ๆ พูดว่า “ตรงนั้นยังไม่มีใครทำ ไปทำตรงนั้นก่อนก็ได้ไหม?”
“ได้”
พูดจบ เมิ่งว่านถังก็เดินเข้าไป
ลู่เสี่ยวเยี่ยนมองเธอนั่งยอง ๆ ทำงานอย่างขะมักเขม้น คิดว่าตัวเองเห็นภาพหลอนอยู่ตรงหน้า
บังเอิญมีภรรยาคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เธอจึงคว้าแขนคน ๆ นั้นไว้
“พี่สะใภ้ พี่ลองมองดูสิว่าคนนี้เป็ใคร พี่รู้จักเขาไหม?”
ภรรยาคนนั้นมองเมิ่งว่านถังแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างใ “ผู้หญิงคนนั้นเป็อะไรไปเนี่ย? ทำไมหล่อนถึงมาทำงานได้ล่ะ? หล่อนอยู่ที่หมู่บ้านเรามาก็ตั้งห้าหรือหกปีแล้ว ฉันไม่เคยเห็นหล่อนลงมาทำงานในไร่เลยนะ ผีเข้าหรือไง”
ลู่เสี่ยวเยี่ยนคิดในใจ ก็เหมือนเห็นผีจริง ๆ นั่นแหละ
“ตอนแรกฉันก็นึกว่าตัวเองตาฝาดไปเหมือนกัน” ลู่เสี่ยวเยี่ยนไม่กล้าพูดเสียงดัง จึงกระซิบกระซาบกับภรรยาสาวคนนั้นเบา ๆ
ทันใดนั้นภรรยาคนนั้นก็นึกอะไรบางอย่างออก ดึงลู่เสี่ยวเยี่ยนไปคุยข้าง ๆ
“ได้ยินมาว่า เมื่อวานลู่ชิงเหยี่ยถูกน้ำพัดไป”
“ฉันได้ยินว่าหาคนเจอแล้วนะ แต่ตอนนี้นอนอยู่ที่สถานีอนามัย” เื่นี้ลู่เสี่ยวเยี่ยนก็รู้
หญิงสาวคนนั้นพูดอย่างมีพิรุธว่า “เธอว่าจะเป็ไปได้ไหมที่ลู่ชิงเหยี่ยจะเป็อัมพาต? หล่อนก็เลยไร้ที่พึ่ง เลยจนใจออกมาทำงานที่นี่แทน?”
ลู่เสี่ยวเยี่ยนรู้สึกว่าที่พี่สะใภ้คนนี้พูดมาก็มีเหตุผล
“ไม่น่าใช่หรอกมั้ง?”
“แต่ถ้าเป็เื่จริงล่ะ”
พวกเธอทั้งสองมองไปที่เมิ่งว่านถังด้วยความสะใจเล็กน้อย
ในใจรู้สึกพึ่งพอใจไม่น้อย
เมิ่งว่านถังมีประสาทหูดีเยี่ยม ทั้งสองคนคิดว่าตัวเองพูดเสียงเบา แต่จริง ๆ แล้วเธอได้ยินเื่ราวทั้งหมดแล้ว เมิ่งว่านถังยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มเยาะหยัน พูดทั้งที่ยังหันหลังให้ทั้งสองคนว่า “ขอโทษด้วยนะ แต่สามีของฉันไม่ได้เป็อัมพาตหรอก เขาแค่เคล็ดเอวตอนช่วยคนอื่น อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”
ทันใดนั้น ร่างของลู่เสี่ยวเยี่ยนและภรรยาคนนั้นแข็งทื่อ ไม่คิดว่าเมิ่งว่านถังจะได้ยิน
ทั้งคู่เผลอผลักกันออก แล้วรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมิ่งว่านถังแค่นหัวเราะเบา ๆ
ยุคนี้ไม่มีโทรทัศน์ ยิ่งไม่มีโทรศัพท์ ความบันเทิงอย่างเดียวก็คือนินทาชาวบ้าน และชมเื่ตลกของคนอื่น
ถ้าบ้านคนอื่นลำบาก พวกเขาก็สบายใจ
และเป็เื่บังเอิญที่บ้านของเธอมีเื่สนุก ๆ มากมาย
ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็ฝีมือของเ้าของร่างเดิมทั้งสิ้น
ถ้าเ้าของร่างเดิมอยู่ตรงนี้ เธอจะต้องเอาจอบฟันทั้งสองคนนี้แน่นอน
“เมิ่งว่านถัง”
น้ำเสียงอ่อนหวานชวนหลงใหล ฟังแล้วชวนเคลิบเคลิ้มไปถึงขั้วหัวใจ
เมิ่งว่านถังหันหลังกลับไปด้วยความสงสัย เห็นใครบางคนสวมเสื้อคลุมหลวม ๆ จนปิดหน้าอกอันโดดเด่นเอาไว้ไม่มิด หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงหน้าอกมองของตัวเอง