แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาลอดหน้าต่างบานเล็กๆ ที่ติดอยู่ข้างขบวนรถที่ผมนั่ง เป็แสงแดดอ่อนๆ ที่ทำให้ผมหวนนึกถึงคุณยายที่ล่วงลับไป สายลมเบาๆ ที่ติดผ่านเข้ามาช่วยส่งกลิ่นของการเดินทางเข้ามาเตะจมูกผม ขบวนรถนี่นำทางโดยรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันเป็เชื้อเพลิง ซึ่งเราจะเห็นมันไม่ได้บ่อยนักเพราะเท่าที่เคยได้ยินมานั้นแต่ละหมู่บ้านจะมีรถแบบนี้แค่หนึ่งคันเอาไว้ใช้ในการขนส่งของที่จะส่งไปยังเมืองหลวงดอกไม้ แต่รถนี่ก็ขับไปไม่ถึงเมืองหลวงหรอก มันจะนำพาพวกผู้คนที่มีกิจที่จะไปทำภายในเมืองกับพาของเหล่านี้ขึ้นไปยังรถไฟอีกที
ปลายทางของรถคันนี้ก็คือสถานีรถไฟทานตะวัน ชื่ออาจดูน่ารักแต่คุณยายเคยบอกไว้ว่ามันไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคนหรอกนะ ถึงผมจะไม่ค่อยเข้าใจมันนักแต่ผมก็คงจะลงแค่หมู่บ้านก่อนที่จะไปถึงสถานีก็แค่นั้น
"นี่เ้าหนู เธอจะลงแค่หมู่บ้านถัดไปใช่ไหม"
"ใช่ครับ"
"ฉันคงจะส่งเธอได้แค่ตรงถนนใหญ่เท่านั้นนะ ครั้งนี้ฉันคงพาเธอเข้าไปไม่ได้หรอก ั้แ่เกิดเื่ของยายเธอน่ะ พวกทหารก็จับตามองหมู่บ้านเรากันใหญ่เลย"
"ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจ"
ของจากหมู่บ้านของผมที่จะนำไปส่งให้กับเมืองหลวงนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็ดอกลิลลี่ในหลากหลายรูปแบบ หลายขนาด บางดอกก็มีกลีบที่ใหญ่และแข็งใช้มีดแทงเข้าไปก็ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ เลยก็มี กับอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็พวกอาหาร พวกของป่าต่างๆ แต่ถึงแม้หมู่บ้านของผมจะส่งดอกลิลลี่เป็หลักแต่คุณยายของผมกลับปลูกดอกลิลลี่ไว้ที่สวนแค่หน่อยเดียว แต่กลับปลูกดอกไม้อื่นๆ ที่ขายให้กับหัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้เต็มไปหมด เห้อ..ถ้ายายเอาพื้นที่เ่าั้ไปปลูกลิลลี่ทั้งหมดผมก็คงจะได้กินอาหารอร่อยๆ บ่อยๆ
"ถึงแล้วล่ะ"
"ขอบคุณมากครับคุณลุง"
ผมลงจากรถลงมาแตะเข้ากับพื้นดิน ผมนิ่งอยู่ชั่วครู่จนขบวนรถขับผ่านไปพอควร หมู่บ้านซับไมเด้น 05 แห่งนี้แต่ก่อนผมเคยมาเยี่ยมเยือนกับคุณยายหลายครั้ง เพราะหมู่บ้านแห่งนี้มีคนรู้จักของยายอาศัยอยู่ และผมก็มีเพื่อนอยู่ที่าหมู่บ้านนี้อีกด้วย ทุกครั้งที่มาที่นี่ผมจะมีความสุขตลอด แต่..ทำไมตอนนี้น้ำตาของผมมันถึงไหลนองอย่างนี้กันนะ ผมควรจะต้องทำอย่างไรดี ทำไมจู่ยายถึงต้องจากผมไปไวขนาดนี้ด้วย ผมคิดถึงยายเหลือเกิน..
หลังจากน้ำตาหยดสุดท้ายได้หลั่งไหลออกไปแล้ว ผมก็ตั้งสติและเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ยายจะไม่อยู่กับผมแล้วแต่สิ่งที่ยายเคยสอนไว้ก็จะอยู่ในตัวผมไปตลอดถึงแม้ว่ามันไม่เคยจะใช้ได้ผลเลยเพราะผมไม่เคยได้ใช้ความรู้ของยายในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ เลย
จากนี่ไปจนถึงหมู่บ้านระยะทางก็เป็กิโลเมตรอยู่ แต่สำหรับผมมันก็เป็ทางที่สบายๆ เพราะมาที่นี่กับยายตั้งหลายคราแล้ว..ทำไมผมมัวแต่คิดแต่เื่ของยายกันนะ ถ้ายังเป็อยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะยืนหยัดด้วยตัวเองได้ซักทีเพราะฉะนั้นแล้วผมก็ควรที่จะต้องใช้ชีวิตนี้ทำตามสิ่งตัวเอง้า ให้คุ้มกับการที่ยายสละชีวิตเพื่อเรา
"ว่าแต่เื่การผจญภัยจนไปเจอ Desire นั่นมันต้องทำยังไงบ้างกัน"
ระหว่างทางที่เดินไปหมู่บ้านผมก็คิดแต่เื่นี้ไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านซักทีที่นี่แตกต่างกับหมู่บ้านที่ผมอยู่เล็กน้อยก็คือผมมีคนรู้จักที่อยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้มากกว่าหมู่บ้านที่ผมอยู่ซะอีก ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าทำไม นอกจากคุณวิเชียรแล้วคนอื่นๆ ในหมู่บ้านนั้นก็ไม่ค่อยจะใจดีกับผมนัก
"จูนนนนน นั่นจูนใช่ไหมจ๊ะ"
เสียงผู้หญิงวัยยี่สิบปลายๆ ะโมาหา
"สวัสดีครับคุณมาอาโนะ"
"นี่บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องเรียกคุณน่ะ เรียกพี่ก็ได้"
"ก็ได้ครับ..พี่"
พี่มาอาโนะเป็พนักงานที่ร้านบาร์ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหมู่บ้านแห่งนี้ เธอเป็ผู้หญิงผมยาวสีดำ ผิวขาวงาม สวมผ้าโพกหัวสีน้ำเงิน สวมชุดกระโปรงยาวและสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินตามระเบียบของร้าน เธอเป็ผู้หญิงที่จิตใจดีที่สุดรองมาจากคุณยายเลยล่ะ
"เอ่อ..พี่เสียใจเื่คุณยายด้วยนะ"
"ไม่เป็ไรหรอกครับ ถ้าได้ดื่มน้ำมะนาวฝีมือพี่ซักแก้วเดี๋ยวทุกอย่างก็ดีแล้วล่ะ"
"แหม ขนาดนั้นเชียวนะ"
"ว่าแต่ทำไมพี่ออกมาอยู่ข้างนอกแบบนี้ล่ะ"
"อ๋อพอดีมีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามาดื่มที่ร้านน่ะก็เลยจะไปเอาเหล้าเพิ่มน่ะ"
"กลุ่มที่ว่าหรือจะหมายถึงพวกนักผจญภัยงั้นเหรอ"
"ไม่ใช่นะจูน"
"ไม่ต้องมาโกหกผมหรอกรอบนี้ผมไม่พลาดแน่"
"เดี๋ยวก่อน"
ผมรีบวิ่งเข้าไปในร้าน ผมผลักประตูบานพับตามสไตล์ร้านเหล้าเข้าไป
ปัง!
"ช่วยเล่าเื่การผจญภัยไปหา Desire ให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ"
เมื่อผมพูดจบทุกสายตาในร้านก็จับจ้องมาที่ผม
"หือ? ไอ้หนูนั่นน่ะเมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ"
คุณลุงวัยกลางคนรูปร่างดูอ้วน ใส่หมวกแถมคาบบุหรี่อยู่ในปาก ทำหน้าดุๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วหันมาถามผม
"คุณเป็เป็นักผจญภัยตามหา Desire ใช่ไหมล่ะ ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยเถอะผมอยากฟัง"
"แกหมายถึงพวกกลุ่ม Desire Seeker งั้นเหรอ ฮ่าๆ ไอหนูนี่มันเป็ลูกใครกันวะ! "
"เอ๋"
ปัง!
"บอกว่าไม่ใช่ยังไงล่ะจูน! "
พี่มาอาโนะรีบวิ่งตามเข้ามาในร้าน สภาพเหนื่อยหอบ
"เธอเป็แม่ของไอ้เด็กนี่งั้นเหรอ"
คุณลุงหน้าดูพูดกับพี่มาอาโนะ
"เอ่อ..ไม่ใช่นะคะ เื่ที่เด็กนี่พูดไปต้องขออภัยด้วยค่ะ เขายังเด็กยังไม่รู้เื่น่ะค่ะ"
"หืม..ถึงจะเด็กก็เถอะเธอคงรู้สินะว่าหมู่บ้านนี้จะเป็ยังไงน่ะ"
ปัง!
"ไม่ทราบว่าที่ร้านแห่งนี้ยังมีเหล้าเหลืออยู่อีกเยอะไหมครับ"
พี่ชายวัยอายุประมาณยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งจู่ๆ ก็เปิดประตูเข้ามาเสียงดังราวกับว่า้าดึงความสนใจทั้งหมดมาที่เขา
"เฮ้เ้าหนู งั้นมาช่วยฉันขนเหล้าไปไว้ชั้นบนหน่อยสิ มาเถอะ"
"ค..ครับ"
"เฮ้! ไอ้โง่ตรงนั้นน่ะแกจะพาไอ้เด็กเวรนั่นไปไหนวะ"
"หืม..เรียกผมงั้นเหรอครับ"
"ก็เออสิวะ! ชั้นเป็เ้าหน้าที่นะโว้ย แล้วไอ้เด็กเวรนั่นก็ทำผิดกฎ หรือว่าแกเป็พ่อของมันงั้นเรอะ"
"ถ้าใช่แล้วมันจะยังไงล่ะ"
"ก็ดีสิวะปากดีอย่างแกต้องโดนจับไม่ให้เห็นตะวันซักเดือน ไปพวกเราไปจับมันกัน"
"เฮ้ๆ ใจเย็นๆ ก่อนสิ"
"ฉันล่ะเบื่อไอ้พวกอ่อนอย่างแกจริงๆ "
คุณลุงหน้าดุคนนั้นหยิบขวดเหล้าแถวนั้นมาแล้วตีไปใส่พี่ชายที่กำลังเอาตัวเองบังตัวผมไว้
เพล้ง!
"ฮ่าๆๆ ไสหัวไปซะไอ้อ่อนอย่ามาทำตัวเป็ฮีโร่แถวนี้ ไอ้เด็กนี่ยังไงมันก็ต้องได้รับโทษ"
"อืม.."
พี่ชายนั่งฟุบลงไปกับพื้น เหล้าที่เหลือภายในขวดก็ชุ่มไปทั้งตัวของพี่ชายคนนั้น
"ถือซะว่าเหล้าขวดนี้ฉันเลี้ยงแกล่ะนะไอ้อ่อน ฮ่าๆๆ ไปเถอะพวกเราจับไอ้เด็กเวรนี่ไปส่งทางการ"
"ครับลูกพี่"
ทันใดนั้นพวกคนที่ดูเหมือนจะเป็ลูกน้องของลุงหน้าดุทั้งสามคนก็เข้ามาจับตัวผมไป
"เฮ้! จะพาผมไปไหนน่ะ ผมไม่ไปนะ! พี่มาอาโนะช่วยผมด้วย"
"จ..จูน"
นี่ผมโดนจับไปอีกแล้วเหรอ
พวกมันจับผมมัดเชือกปิดปากแล้วอุ้มตัวผมไปตามทางในป่า
"โถ่เว้ย หมู่บ้านเวรนี่ทำไมไม่มีรถไว้ใช้งานให้เ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กันบ้างเลยวะ"
"เอ่อ..ยศของเราอาจจะน้อยไปมั้งครับเลยยังเรียกใช้รถไม่ได้"
"เฮ้ นี่แกจะบอกว่าชั้นยศน้อยงั้นเหรอวะชั้นสิบโทเลยนะโว้ย"
"อ่า..ถ้าเราจับเด็กนี่ได้ท่านอาจจะยศเพิ่มก็ได้นะครับ"
"ก็ใช่สิวะงั้นก็รีบไปกันได้แล้ว"
.
.
.
"เกิดเื่อะไรขึ้นงั้นเหรอมาอาโนะ"
"อ๊ะคุณวิชัย คือจูนเขา.."
"ไอ้เด็กนั่นทำเื่อีกแล้วเรอะ"
"จูนถูกพวกรอยัลการ์ดจับตัวไปแล้วน่ะค่ะ"
"เฮ้อ..ฉันแค่มาช้าไปนิดก็ก่อเื่เลยงั้นเรอะ เหมือนที่วิเชียรพี่ชายฉันบอกไว้จริงๆ ว่าเด็กนั่นต้องมาที่นี่"
"..."
"แล้วทำไมถึงโดนจับไปล่ะ หรือไอ้เด็กนั่นเที่ยวไปถามเื่ Desire อะไรนั่นกับคนในร้านอีก"
"ช..ใช่ค่ะ แต่คราวนี้คนที่ได้ยินดันเป็รอยัลการ์ดน่ะค่ะ"
"อืมดีแล้วล่ะให้มันได้รู้จักเข็ดซะบ้าง จะได้ล้มเลิกความฝันลมๆ แล้งๆ นั่น"
"แต่มีคนตามไปช่วยจูนแล้วนะคะ"
"หา? จะมีคนไปช่วย? จะไปมีเื่กับรอยัลการ์ดงั้นรึ มันเป็ใครกัน"
"ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะเขาดูอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ผมดำยาวปรกหน้า สีผิวคล้ำๆ สวมเสื้อยืดสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวเอง สะพายกระเป๋าคาดอกสีน้ำตาลเอาไว้ดูเหมือนมันจะเป็ช่องสวมดาบ สวมกางเกงเป็ผ้ายีนส์ขาสั้น สวมรองเท้าแตะ อ้อแล้วเขาก็สักทั้งแขนและดูเหมือนที่หลังมือของเขาจะมีรูปสัญลักษณ์อะไรบางอย่างด้วย"
"ธ..เธอนี่ก็ยังจำคนแม่นเหมือนเดิมเลยนะ ว่าแต่ส..สะญลักษณ์ที่ว่ามันคงจะไม่ใช่แบบนี้ใช่ไหม"
คุณวิชัยกำลังวาดรูปอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเหมือนกับสัญลักษณ์กลมๆ คล้ายๆ แว่นขยายซึ่งด้านในมีเขียนตัวอีกษร BWH
"ถึงแม้ว่าตัวอักษรหนูจะไม่มั่นใจแต่สัญลักษณ์นั่นเป็แบบนี้เลยค่ะคุณวิชัย"
"บ..บ้าน่า"
"มีอะไรเหรอคะ"
.
.
.
"อ๋อยอั๋นอ๋อกไอ๋อ๋ะ (ปล่อยฉันออกไปนะ) "
"ไอเด็กเวรนี่ไม่ยอมหุบปากซะจริงๆ สงสัยต้องสั่งสอนขั้นเบื้องต้นซะหน่อย จัดการมันซิ"
พวกมันทิ้งตัวผมลงไปบนพื้น จากนั้นก็เริ่มกระทืบผม
"ฮ่าๆ รู้สึกดีจริงๆ ได้กระทืบเด็กแบบแก"
ทันใดนั้นเองหนึ่งในลูกน้องของลุงหน้าดุก็ฟุบลงไปนอนกองกับพื้น
"ครอก..ฟี้"
เหมือนเขาจะนอนหลับฝันดี
"เห้ย! แกเป็อะไรของแกวะ"
ทันใดนั้นพี่ชายคนเดิมที่ช่วยผมที่บาร์ก็โผล่มา
"อืม...การทำร้ายคนไม่มีทางสู้นี่มันวิถีของไอ้พวกลูกหมานี่นา"
"อ้าวไอ้อ่อนนั่นมันยังตามมาหาเท้าถึงนี่เลยเหรอวะ เดี๋ยวพ่อสั่งสอนให้เอง"
ทันใดนั้นลุงหน้าดุก็ควักปืนจากข้างลำตัวเล็งไปที่หน้าของพี่ชายคนนั้น
"ขยะอย่างพวกแกอย่ามาซ่า"
แกร๊ก!
จู่ๆ ในพริบตาเดียวก็มีชายคนหนึ่งก็มาอยู่ข้างๆ ลุงหน้าดุแล้วเล็งปืนไปที่ขมับ
"นี่รู้อะไรไหมสำหรับฉันปืนมันก็มีเอาไว้ขู่นั่นแหละแต่คตินี้ไม่รู้ว่าจะใช้ได้กับเพื่อนฉันที่อยู่ข้างๆ นายได้ไหมอะนะ"
"ห๊ะ!! (หน่านี๊) "
ลุงหน้าดุใแล้วหันหน้าไปหาชายที่ยืนข้างๆ
ตุบ!
พี่ชายคนนั้นใช้จังหวะที่ลุงหน้าดุหันหน้าไปก็ใช้มือปัดปืนไปด้วยความว่องไว
"เห้ยๆ ฉันเป็เ้าหน้าที่นะโว้ย พ..พวกแกเป็ใครกันวะ"
"เอ๋..น่าน้อยใจจังแฮะนี่นายไม่รู้จักพวกเราจริงๆ งั้นเหรอ"
หลังจากพูดจบพี่ชายคนนั้นก็ค่อยๆ เสยผมที่ปรกหน้าขึ้นไป
"ก...แกมันซีกเกอร์ดาวรุ่งที่แกร่งที่สุดในรุ่นนี้เลยนี่หว่า บ..บลาน น..นิสเตอร์ ตัวจริงเลยนี่หว่า"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณเ้าหน้าที่ผู้ทรงเกียรติ์ที่ทำร้ายแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ "
ทันใดนั้นก็มีคนอีกจำนวนมากเดินโผล่ออกมาจากป่าข้างทาง
"พวกเราทุกคนก็ทำความรู้จักกับเ้าหน้าที่คนนี้ซะสิ"
"ฮ..เฮ้ๆ ใจเย็นก่อนนะ ด..เด็กคนนี้เป็คนของนายงั้นเหรอ"
"อืม...ก็ใช่แหละเพราะฉะนั้นปล่อยตัวเขามาได้แล้วล่ะ"
"อ..อ่า ได้"
ลุงหน้าดุกำลังเดินมาที่ผม
*กระซิบ* "พวกแกทำทีเข้าไปจับพวกมันหน่อยเดดี๋ยวฉันจะจับเด็กนี่เป็ตัวประกัน"
*กระซิบ* "ท..ทำไมเราไม่ปล่อยตัวเด็กนี่ไปดีๆ ล่ะครับ"
*กระซิบ* "ไอ้โง่พวกแกไม่รู้เหรอไงว่าถึงเราจะให้ตัวเด็กนี่ไปยังไงเราก็ไม่รอดหรอกโว้ย ฉันเอาขวดเหล้าไปตีหัวมันนะ ยังไงมันก็ฆ่าพวกเราแน่ๆ "
"เฮ้ๆ ไม่ทราบว่ากระซิบอะไรกันครับ อย่าคิดจะมาตุกติกนะ"
พี่ชายคนนั้นพูดพลางก็จับตัวพวกลูกน้องของลุงหน้าดุไปนั่งคุกเข่า
"พวกนายคงเป็ลูกน้องของไอ้ลุงหน้าดุนั่นสินะ เห้อ..พวกนายน่าจะมาเป็ลูกน้องของฉันนะแต่ฉันไม่รับคนที่ทำร้ายเด็กแบบพวกนายอะนะ งั้นฉันไม่เอาละกัน"
พวกลูกน้องของลุงหน้าดุก็ก้มหน้าไม่สบตากับพี่ชายคนนั้น
"เฮ้อไอ้ลุงนั่นคงจะไม่เอาไหนซะจริงน่ะแหละแค่แก้มัดเชือกแค่นี้ยังนานเลย เฮ้ย! นี่แกแก้มัดเชือกหรือกำลังปลูกข้าวอยู่กันแน่วะ"
พี่ชายคนนั้นหันหน้าไปแต่ทั้งลุงหน้าดุและผมก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
"เอ๋?? หายไปไหนแล้วล่ะ" เขาทำหน้าใ
"มันวิ่งเอามีดจี้ตัวเด็กนั่นไปในป่าแล้วกัปตัน"
"งั้นเหรอ!! ทำไงดีล่ะทำไงดีล่ะ" เขาทำท่าลกลนวิ่งวนไปวนมา
พวกเพื่อนๆ ของพี่ชายคนตลกกันใหญ่
"นี่! แพนเซอร์ทำไมนายไม่จับมันไว้ล่ะ"
"หือ..ก็เห็นนายบอกว่าแค่ให้ทำตามที่บอกอย่าทำอะไรเกินไปกว่าที่สั่ง นายสั่งฉันแค่ชูปืนขู่ฉันก็ทำแล้วไง"
"บ้าเอ้ยยยยยยยย"
จากนั้นพี่ชายคนนั้นก็รีบวิ่งตามเข้ามาตามทางที่ผมโดนจับไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ
.
.
.
"นั่นต้องเป็บลานนิสเตอร์แน่ๆ ซีกเกอร์ดาวรุ่งที่โหดร้ายที่สุดของฤดูใบไม้ร่วง..ไม่สิของปีนี้เลยล่ะ"
"เอ๋ งั้นเหรอคะ ว่าแต่คนระดับนั้นมาทำอะไรที่หมู่บ้านไกลๆ อย่างที่นี่ล่ะคะ"
"ฉันก็พอได้ยินข่าวลือมาบ้างเหมือนว่าจะมีซีกเกอร์ดาวรุ่งเดินทางมาแถวนี้แต่ก็ไม่ได้สนใจไม่คิดว่าจะเป็เื่จริง"
"งั้นทำไมตอนนี้เขาถึงกำลังไปช่วยจูนล่ะคะ"
"ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันหรือบางทีเด็กนั่นอาจจะเกี่ยวข้องกับซีกเกอร์ดาวรุ่งคนนั้นก็ได้..."
.
.
.
"เจ็บนะโว้ยย"
ผัวะ!
ลุงหน้าดุคนนั้นเอามือตบมาที่หน้าผมอย่างแรง
"ไอ้เด็กเวรนี่บอกให้หุบปากไงเดี๋ยวแกก็ได้ตายไปอย่างสงบๆ แล้วล่ะ"
"แกจะทำอะไรชั้นน่ะ"
"ฮะๆ รออีกแปปนึงละกันถ้าไอ้ซีกเกอร์หน้าโง่นั่นยังไม่ตามมาก็แสดงว่าฉันหนีพ้นแล้วล่ะ..และแกก็ไม่จำเป็สำหรับชั้นแล้ว"
"..."
"ปิดดตาไว้นะเด็กน้อยเดี๋ยวปลาดมีดอันนี้จะแทงทะลุหัวใจเธอ ทนแค่นิดเดียวนะ"
ลุงหน้าดุจับผมลงนอนไปกับพื้นพร้อมหยิบมีดขึ้นมาเตรียมที่จะปักมาที่อกผม
"..."
ผมมองไปข้างหลังของลุงหน้าดุคนนั้นเห็นเงาขนาดใหญ่กำลังมา
"เตรียมหลับตานะเด็กน้อย.."
"ข..ข้างหลัง"
ผมพูดพลางทำสีหน้าเกรงกลัวสุดขีด
"หืม? "
ลุงหน้าดุเหลือบไปมองข้างหลังตัวเองตามสายตาของผมที่มองไป
มันคือหมีโจวแบร์ขนาดใหญ่ที่หาได้ยากมากๆ ว่ากันว่ามันจะปกป้องูเาลูกละหนึ่งตัวเท่านั้นและตอนนี้มันก็กำลังทุ่มน้ำหนักทั้งหมดใส่กรงเล็บและกำลังจะเอากรงเล็บนั้นตะปปมาทางที่ผมอยู่ด้วยความโกรธ
"อ๊ากกกกกก!!!! "
ผมะโด้วยความใ
เฉือะ!
ล..เืกระเด็นทั่วไปหมดรวมไปถึงที่หน้าของผมด้วย ต..แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกาเ็อะไรเลยมันเป็เพราะอะไรกัน เอ๋..ค..ใครกำลังกอดผมอยู่นะ
"ไปได้แล้ว!!! "
พี่ชายคนนั้นหันหลังไปพูดกับหมีโจวแบร์ขนาดั์พร้อมทำตาเขม็งใส่ แววตาของมันจากดุร้ายกลายเป็ขี้ขลาดไปทันที มันเริ่มวิ่งหนีไปพร้อมคาบร่างลุงหน้าดุในสภาพเละๆ ไปด้วย
"นายนี่โชคดีจริงๆ นะจู่ๆ ก็ได้เห็นหมีโจวแบร์โผล่มาแบบนี้ ฉันกว่าจะได้เห็นตัวเป็ๆ ก็โตแล้วล่ะ"
"ฮึกๆๆ " ผมร้องไห้
"แล้วนายจะมาร้องไห้ทำไมกันล่ะ นายใหมีงั้นเหรอ ไม่ต้องกลัวไปหรอกมันไม่กลับไปแล้ว"
พี่ชายพูดพลางก็พยายามจะเอามือมาลูบหัวของผม แต่ที่มือของเขานั้นเต็มไปด้วยเื
"อ๊ะ เืเยอะเลยแฮะสงสัยฉันคงจะปลอบใจนายไม่ได้แล้วล่ะ"
"ล..เื! เต็มหลังของคุณเลยนะ ล..แล้วนิ้วของคุณก็หายไปด้วยนะ"
ใช่..คนที่กอดผมอยู่ก็คือพี่ชายคนนั้นนั่นเองและตอนนี้เืของเขาก็ไหลท่วมนองหลังของเขาเต็มไปหมด และนิ้วมือข้างขวาของเขาก็ขาดหายไปหลายนิ้ว
"อ๋อ..ก็แค่แผลเล็กๆ น่ะ"
"จะบ้าเหรอ! เืออกขนาดนี้ นิ้วก็ขาดแบบนี้เดี๋ยวก็ได้ตายหรอกนะ ฮือๆ " ผมร้องไห้หนัก
"เอ่อ..นั่นสิมันก็เจ็บจริงๆ น่ะแหละ โอย..เหมือนฉันจะค่อยๆ หน้ามืดแล้วน่ะ"
"อย่าตายนะ!!!!!!! "
.
.
.
.
.
-จู่ๆ ก็มีคนะโเข้ามาช่วยรับตัวผมจากการโจมตีอันแสนดุร้ายของหมีโจวแบร์ แต่ตอนนี้ตัวเขากลับได้รับแผลใหญ่เืท่วมจนตัวเองแทบตาย แล้วเื่ราวของผมจะเป็อย่างไรต่อไปติดตามได้ในตอนต่อไป [แรงบัลดาลใจ (2) ]
To be continued
-จากผู้เขียน-
ถึงแม้ว่าสองสามตอนมานี้จะไม่มีคนแวะเข้ามาอ่านเลยก็เถอะ TT แต่ถึงยังไงเค้าก็จะเขียนต่อไป ยังไงก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วยนะคะ อย่าลืมกดติดตาม คอมเมนต์พูดคุยกันด้วยนะคะ
อาราด๊าดา