เมื่อเห็นป้าหนิงหวังดูจนตรอกอั้ม ๆ อึ้ง ๆ พูดอะไรไม่ออก หญิงสาวที่หัวไวใจกล้าอย่างฟางจิ่วหลินก็ไม่ลืมที่จะพูดจี้จุดของอีกฝ่าย
“ป้าพูดจาฉะฉานออกขนาดนั้นว่ามู่กู้หลางส่งคนมารับลูก ๆ ป้าดูมั่นอกมั่นใจจังเลยนะคะ หรือว่าป้าไปรู้อะไรมา แต่ไม่ได้บอกฉันตรง ๆ ใช่หรือเปล่า?” หล่อนหรี่เปลือกตาลงเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อีกฝ่าย
"ระรู้อะไร ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น" ป้าหนิงหวังหน้าถอดสีเป็ซีดเผือด เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ฉายประกายเชือดเฉือนของผู้หญิงตรงหน้า
“ป้าแน่ใจใช่ไหม?” ฟางจิ่วหลินเอ่ยถามย้ำเพื่อเพิ่มแรงกดดันซ้ำสอง
“นะแน่ใจอยู่แล้ว ฉันไม่รู้อะไร และไม่มีอะไรปิดบังเธอทั้งนั้น จิ่วหลิน… ป้าว่าคืนนี้มันเริ่มจะดึกแล้ว ป้ากลับก่อนล่ะ เธอเองก็พาลูกเข้านอนพักผ่อนซะเถอะ นอนดึกไม่ดีกับร่างกายนะ ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่ ถ้าคนพวกนั้นย้อนกลับมาหาอีก เดี๋ยวป้าจะเป็คนช่วยพูดให้เอง”
เพื่อไม่ให้ตัวเองดูจนตรอกและเผยพิรุธไปมากกว่านี้ ยายแก่หนิงหวังจึงรีบเอ่ยตัดบท โดยที่ไม่รู้เอาซะเลยว่า ต่อให้พูดเบี่ยงเบนขนาดไหน และต่อให้เดินหันหลังกลับออกไปแล้ว ฟางจิ่วหลินคนนี้ก็มองเห็นกมลสันดานและมองเห็นเจตนาของป้าหนิงหวังทะลุปรุงโปร่งไปถึงไส้ถึงพุงแล้ว
"ให้ป้าช่วยพูด?" ฟางจิ่วหลินคลี่ยิ้มมุมปากจาง ๆ เพียงชั่วพริบตาเดียวเธอก็ก้าวเท้าฉับ ๆ เข้าไปยืนประชิดตัวป้าหนิงหวัง แล้วเอ่ยอย่างรู้เท่าทันว่า "ช่วยพูดให้ฉันยอมใจอ่อน แล้วรีบยกลูก ๆ ให้พวกนายหน้าค้ามนุษย์น่ะสิไม่ว่า"
ทันทีที่ฟางจิ่วหลินพูดจบประโยคใบหน้าของป้าหนิงหวังก็ซีดเผือดดูคล้ายกระดาษชำระ "ละ...หล่อนพูดบ้าอะไร! ป้าหวังดีนะนังนี่!"
"หวังดีบ้านแกสินังงูพิษ!" เอาล่ะสิ! อดีตแม่ค้าเขียงหมูปากแจ๋วแห่งตลาดสดจากปี 2026 ชักจะทนความตอแหลของมนุษย์ป้าหนังเหี่ยวคนนี้ไม่ไหวอีกแล้ว และฟางจิ่วหลินก็จะไม่ทนเล่นละครฉากนี้อีกแล้วด้วย
หญิงสาวแผดเสียงด่าทอรัวเร็วเสมือนอมลูกตะกั่วปืนเอาไว้ในปาก นิ้วมือเรียวยาวยกขึ้นชี้หน้ายายเฒ่าปากเหม็นอย่างไม่เกรงใจเส้นผมหงอกบนหัว
"แกคิดว่าฉันโง่จนกินหญ้าแทนข้าวหรือไงห้ะ! ยายเฒ่าสารพัดพิษ! แกหลอกเป่าหูให้ฉันขายลูกเพื่อที่แกกับลูกชายจะได้ค่านายหน้าเอาไปเสวยสุขงั้นสิ! สันดานเน่าเฟะยิ่งกว่าหนอนในส้วมสหกรณ์การผลิต! แกเห็นชีวิตเด็กสามคน เป็แค่ตั๋วอาหาร ที่มีไว้ให้แกกับลูกชายงั่งของแกเอาไปแลกเนื้อกินหรือไง!"
คำด่ากราดจากปากของหญิงสาววัย 23 ปี ทำป้าหนิงหวังหายใจไม่ทั่วท้องไปชั่วขณะ นี่มันนังจิ่วหลินที่ถูกผีเข้าหรือไงกัน ทำไมมันถึงปากร้ายได้ถึงขนาดนี้
"นังจิ่วหลิน! แกกล้าด่าฉันเรอะ! ฉันเป็ผู้าุโนะ!" ป้าหนิงหวังโกรธจนตัวสั่น ยกมือชี้หน้าตอบ แววตามาดร้ายเผยออกมาจนหมดสิ้น
"าุโแต่ไร้สมอง วัน ๆ ดีแต่นินทาชาวบ้าน ฉันก็ไม่เคารพโว้ย! คิดจะมารั้งตัวฉันไว้ รอให้พวกมันมาจับตัวลูกฉันพรุ่งนี้ล่ะสิ ฝันไปเถอะ! นังแก่สมองหมูปัญญาปลาทอง อย่าคิดว่าต่อจากนี้จะมาหลอกอะไรฉันได้อีก"
ฉ่า…
ฝีปากของฟางจิ่วหลินช่างร้ายกาจสมฉายาเจ๊ใหญ่ปากมีดแห่งตลาดสดเจี้ยนเซิงจริง ๆ
“กะกะกะ กะแก!!! ฉันจะตีแก เอาเืปากเน่า ๆ ของแกออกมาล้างมือซะให้มันรู้แล้วรู้รอด” ป้าหนิงหวังโกรธจัดจนเหมือนคนเสียสติ คราวนี้มือเหี่ยว ๆ หนึ่งข้างของป้าหนิงหวังหมายจะจิกทึ้งเข้าที่ยวงผมของฟางจิ่วหลิน ส่วนมือเหี่ยว ๆ อีกข้างหมายจะตบหน้าหล่อนสักฉาดสองฉาดเพื่อเป็การตักเตือน ว่าไม่ควรพูดจาก้าวร้าวต่อหน้าผู้ใหญ่
แต่ทว่า….
ยังไม่ทันที่มือของป้าหนิงหวังจะยื่นไปแตะโดนตัวของฝ่ายตรงข้าม ฟางจิ่วหลินก็อาสามอบฝ่ามือหนักหน่วงให้เ้าตัวซะก่อน
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือบางแต่หนักหน่วงของฟางจิ่วหลินตวัดตบเข้าที่ซีกหน้าเหี่ยวย่นของป้าหนิงหวังอย่างจัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นกระท่อม หญิงชราหน้าหันไปตามแรงตบ รสคาวเืฝาดคลุ้งในปาก ฟันยางที่หลวมอยู่แล้ว แทบจะหลุดกระเด็นกระดอนออกมา
"โอ๊ย! นังสารเลวนี่! แกกล้าตีฉัน! กล้าตีฉันได้ยังไง!!" ป้าหนิงหวังกรีดร้องลั่น แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เธอง้างมือสั่นเทาขึ้นมาอีกครั้ง เตรียมจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าหญิงสาวเอาให้หน้าลายกันไปข้าง
แต่มีหรือที่ฟางจิ่วหลินจะยอมให้สุนัขแก่หนังเหนียวแว้งกัดได้ง่าย ๆ เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยกเท้าที่สวมรองเท้าผ้าใบขาด ๆ ขึ้นะโถีบเข้าที่ยอดอกของหญิงชราอย่างสุดแรงเกิด!
พลั่ก!
ร่างท้วมของป้าหนิงหวังลอยหวือไปกระแทกเข้ากับโต๊ะไม้ผุพัง ก่อนจะล้มกลิ้งคลุกฝุ่นลงไปกองกับพื้นบ้านอย่างหมดสภาพ เสียงโอดครวญของหญิงแก่ดังระงมราวกับหมูถูกเชือด
มู่เสี่ยวเจินที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแอบใเล็กน้อย แต่วินาทีต่อมาก็เบิกตากว้างพร้อมกับคลี่ยิ้มมุมปากจาง ๆ บ่งบอกว่าแอบสะใจอยู่ลึก ๆ มู่เสี่ยวจิ่นรีบคว้าห่อผ้าและตะกร้าไม้ไผ่ที่มารดาเตรียมไว้ขึ้นสะพายหลังสะพายบ่าด้วยความว่องไว มู่เสี่ยวเจินคว้าเอากระบอกน้ำไม้ไผ่และของใช้อื่น ๆ เท่าที่จะคว้าได้ ส่วนมู่เสี่ยวจูแม้จะใจนทำอะไรไม่ถูกก็รีบวิ่งตามหลังพี่ใหญ่เป็เหมือนดั่งเงา
"จำใส่กะโหลกหนา ๆ ของแกไว้" ฟางจิ่วหลินชี้หน้าป้าหนิงหวังที่นอนจุกอยู่บนพื้น แววตาของเธอปราศจากความปรานี ปราศจากความโง่เขลาเหมือนครั้งในอดีต
"ถ้าแกหรือลูกชายของแกกล้าตามมารังควานพวกเราอีก ฉันจะลากคอพวกแกไปประจานที่จัตุรัสกลางเมือง ให้สารวัตรทหารจับพวกแกไปยิงเป้าข้อหาเป็นายหน้าสายสองให้พวกพ่อค้าค้ามนุษย์!"
พอว่าจบหญิงสาวก็หันไปหาร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวทั้งสาม "ไป! เสี่ยวเจิน เสี่ยวจิ่น เสี่ยวจู เราจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว"
ท่ามกลางความมืดมิดและท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดโชยเข้ามาตีแสกหน้า สี่แม่ลูกพากันวิ่งหนีออกจากกระท่อมซอมซ่อหลังน้อยมุ่งหน้าสู่ป่าลึกท้ายเมืองหวยเฉิง ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เื้ั ฟางจิ่วหลินรู้ดีว่าการบุกป่าในยามวิกาลนั้นอันตรายแค่ไหน แต่ทว่าเวลานี้หล่อนไม่ได้มีทางให้เลือกมากมายนัก
กระเสือกกระสนวิ่งหลบเข้าป่าลึกโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง ยังไงมันก็ดีกว่ารอให้พวกเดรัจฉานพวกนั้นมาพรากเืเนื้อเชื้อไขของร่างนี้ เลือกไปตายเอาดาบหน้ายังดีกว่ายอมจำนนต่อโชคชะตาสุดบัดซบ!
ภายในกระท่อมหลังน้อยที่เก่ากรังคร่ำคร่าจนดูเหมือนหลังคาจะถล่มลงมาทับหัว ป้าหนิงหวังพยายามยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ความเ็ปร้าวระบมไปทั่วสรรพางค์กาย ทว่าความเ็ปทางกายยังไม่เท่ากับความเ็ปทางใจที่กำลังกัดกินหัวใจของหญิงแก่
"นังจิ่วหลิน! นังตัวดี!!" หญิงชราสบถด่าเสียงสั่น น้ำตาแห่งความเจ็บใจปนความหวาดกลัวไหลอาบแก้มเหี่ยวย่นจนย้อยลงมาถึงปลายคาง
เซี่ยต้าเหล่า คือผู้ทรงอิทธิพลแห่งตลาดมืด เป็เ้าพ่อวงการค้ามนุษย์ ผู้ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนที่มาบ้านของฟางจิ่วหลินวันนี้ แท้จริงแล้วเป็สหายของไอ้ซุนป๋อลูกชายงั่งของป้าหนิงหวัง พวกมันเอาตัวเด็กไปส่งให้โรงค้ามนุษย์ของพวกเซี่ยต้าเหล่าไม่ได้ แล้วแบบนี้คนที่ต้องเดือดร้อนที่สุด ก็ต้องหนีไม่พ้นเป็ผู้ชายพวกนั้น และลูกชายคนดีของป้าหนิงหวังน่ะสิ
ซุนป๋อรับเงินค่าหัวล่วงหน้ามาแล้วด้วย และที่น่าหนักใจที่สุดก็คือ… เงินจำนวนนั้น ลูกชายตัวดีของหล่อนได้นำไปล้างผลาญในบ่อนการพนันจนหมดเกลี้ยงแล้ว หากพวกของเซี่ยต้าเหล่าเรียกเงินคืนก็ไม่มีเงินจะคืนแล้วด้วย ทางเดียวที่ทุกอย่างจะคลี่คลายลงได้ ก็คือรีบเอาตัวเด็ก ๆ พวกนั้นไปส่งที่โรงค้ามนุษย์ซะ
แต่ทว่า… พวกมันหนีไปแล้วนี่สิ จะตามจับตัวได้ง่าย ๆ ซะที่ไหน
"ฉิบหายแล้ว… ฉิบหายแล้วจริง ๆ พวกคนของเซี่ยต้าเหล่าจะต้องทุบตีลูกชายฉันจนอ่วมไปทั้งตัวแน่ ๆ" ป้าหนิงหวังบ่นพึมพำทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบปรี่ออกมาจากกระท่อมหลังน้อยเพื่อรอลูกชายกลับมาบ้าน แล้วหารือกันว่าจะเอายังไงกับเื่นี้ดี