หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 5 บทที่ 146 องค์ชายประสูติ

            ดวงอาทิตย์ยามสายัณห์ลาลับไปหลังกำแพงเมือง

            เจ้าของเงาน้อยๆ ที่แสนจะร่าเริงไม่นานก็หายตัวไป

            จ้งเยียนยันกายลุกขึ้นเดินกลับไป

            ไม่ทันจะรู้ตัวบ่ายวันนี้ก็หมดไปกับการนั่งอยู่ที่นี่เสียแล้ว

            เขาไม่มีเวลาพอให้รู้สึกเจ็บปวด ไม่มีเวลาพอที่จะรู้สึกรอคอย หรือกระทั่งกระวนกระวาย

            เขาเพียงเอกเขนกนอนเล่นอยู่กับศิษย์น้องตลอดบ่าย 

            ระหว่างนั้นก็พบกับทหารลาดตระเวนถึงสองครา

            ทว่าก็ล้วนสามารถหลอกล่อให้พวกเขาเดินไปทางอื่นได้ทุกครา

            ราชครูน้อยก็เป็นเด็กซนคนหนึ่ง ทั้งยังแสนจะไร้เดียงสา

            ไม่ว่าจะถามสิ่งใดก็ล้วนตอบอย่างซื่อตรง

            นับว่าเป็นคนตรงไปตรงมาคนหนึ่ง

            จ้งเยียนพลันคิดถึงภาพที่ท่านอาจารย์ลูบเคราพร้อมทั้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาจึงรู้สึกเบิกบานใจขึ้นมา 

            แต่ก็รู้สึกอิจฉาด้วยเช่นกัน

            ท่านอาจารย์ไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจริงๆ ยามนี้ยังกลับมาเมืองหลวงแล้ว ศิษย์น้องไม่ใช่ชาวเมืองหลวง 

            ทั้งยังจะมาโอ้อวดให้เขาฟังว่าเขาได้ต้อนเหล่าโจรมาตลอดทาง ทั้งยังได้สมญาวีรบุรุษชุดขาวมาอีกด้วย

            ชีวิตที่ผ่านมาของศิษย์น้องน่าสนใจนัก

            แต่เขาก็ไม่ได้ถามเรื่องสงครามครั้งนั้น

            เขาไม่กล้าถาม

            ด้วยรู้สึกว่ากำลังกินปูนร้อนท้องอยู่

            ทว่ากลับมีคำถามเรื่องอื่นมากมาย

            ศิษย์น้องบอกว่าเขามาเมืองหลวงเพื่อเข้าเรียนในสำนักเชิน

            ศิษย์น้องน่าจะเป็นคนเกียจคร้านเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่ชอบเรียนหนังสือ เมื่อกล่าวถึงตำรา เขาก็ทำหน้านิ่วทุกครา

            แล้วศิษย์น้องก็ยังตะกละเหลือเกิน

            ทว่าศิษย์น้องของเขารูปงามนัก

            มองเด็กชายที่เอาแต่พล่ามไม่หยุด ทั้งที่ในปากก็เอาแต่เคี้ยวตุ้ยๆ ไปพร้อมกัน จ้งเยียนพอจะคิดภาพยามที่ท่านอาจารย์ทั้งทำหน้านิ่วทั้งยิ้มแย้มในคราเดียวกันเมื่อได้เห็นท่าทีเช่นนี้ของเด็กชายออก

            ดีจริงๆ

            ศิษย์น้องสะอาดบริสุทธิ์ราวกับหยกขาว

            ยามนี้เขารู้สึกปลอดโปร่งเหลือเกิน

            เมื่อส่งศิษย์น้องกลับไปแล้ว

            จ้งเยียนก้าวเดินอย่างมั่นคงไปทางตำหนักของพระสนมเอกเล่อ

            เขาอยากจะไปเอาดอกไม้กระถางนั้นกลับมา

            ไม่ว่าใครจะเป็นคนส่งให้นาง ขอให้เอามาเก็บไว้ที่เขาก็แล้วกัน

            ในฐานะที่เป็นราชครู คนอื่นๆ ก็ยังพอจะให้เกียรติเขาอยู่บ้าง

            เขาเชื่อว่าพระสนมเอกเล่อต้องยกดอกไม้กระถางนั้นให้เขาแน่นอน

            ……

            วังหลวงแห่งนี้ไม่ความลับใดยืนยาว โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับพระสนมเล่อ

            ท่านราชครูเอะอะมะเทิ่งจะเอาดอกไม้ให้ได้

            องค์หญิงน้อยก็ดูเหมือนว่าจะรู้เรื่องนี้ทันที

            องค์หญิงน้อยมีกิจกรรมใหม่คือ การลงสีภาพวาดดอกบัวของตน

            ช่วงนี้องค์หญิงน้อยโปรดการวาดภาพลงสีเป็นพิเศษ จึงได้เชิญพระสนมหรงที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุดให้มาชี้แนะ

            เพียงแต่องค์หญิงน้อยดูเหมือนว่าจะไม่มีพรสวรรค์ในการวาดภาพ

            จะว่าไม่มีพรสวรรค์ก็คงไม่ถูกนัก องค์หญิงน้อยยังเยาว์วัย วาดได้เช่นนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว

            อีกทั้งองค์หญิงน้อยยังวาดได้น่าสนใจนัก การวาดภาพของนางไม่เป็นไปตามขนบแต่วาดไปตามความเป็นจริง

            ทุกคราจึงมักจะวาดออกมาได้โดดเด่นน่าสนใจ

            สีสันของภาพก็เช่นกัน

            องค์หญิงวาดดอกบัวสีเขียว ดูแล้วแปลกใหม่

            เมื่อนางรู้ว่าราชครูต้องการเอาดอกไม้ไปให้ได้ พู่กันในมือน้อยก็พลันชะงักค้างพร้อมทั้งส่ายหน้าเบาๆ

            “พี่เยียนช่างกล้าทำลายน้ำใจของข้านัก แล้วบ่ายวันนี้เขาทำสิ่งใด”

            นางกำนัลเมื่อได้ยินองค์หญิงตรัสถามก็ตอบขึ้นอย่างนอบน้อม “เช่นเดียวกับวันก่อนๆ เพคะ ท่านราชครูตลอดบ่ายก็นั่งอยู่ข้างกำแพงใต้ดอกไม้เพคะ” 

            องค์หญิงลงมือวาดดอกบัวต่อแล้วเติมใบลงไปในภาพ จากนั้นก็เพิ่มสีแดงลงไป สุดท้ายดอกบัวจึงถูกทำลายลง

            “การวาดภาพที่แท้ก็ต้องใช้พรสวรรค์เช่นกัน พระสนมหรงช่างเก่งกาจจริงๆ”

            ……

            ดวงจันทร์กระจ่าง ดาวก็พลอยหม่นแสง ครรภ์ของพระสนมเอกเล่อนับวันก็ยิ่งหนักหน่วงขึ้น

            ใบหน้าก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความสุขสบายเช่นที่ผ่านมา

            หลายวันมานี้นางรู้สึกว้าวุ่นใจนัก

            ทว่ากลับบอกสาเหตุแห่งความวุ่นวายใจไม่ได้

            ฝ่าบาทเอาอกเอาใจดูแลนางเป็นอย่างดี ทั้งยังทรงรอบคอบไปเสียทุกเรื่อง

            เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นที่ระแวงสงสัย ฮองเฮาและเหล่านางสนมล้วนแต่ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียนนาง ทั้งยังละเว้นการเข้าถวายบังคมให้นางอีกด้วย

            ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ นางก็ยังรู้สึกหวาดกลัวว้าวุ่นไปต่างๆ นานาอยู่ดี

            วันนี้ท่านราชครูมานำดอกไม้กระถางนั้นไป

            ใจนางพลันค้างเติ่ง

            คืนนี้ดวงจันทร์งดงามนัก ค่อยๆ ลอยเด่นอย่างมีชีวิตชีวาขึ้นเหนือยอดหลังคาตำหนัก

            สายลมพัดโชยอ่อนๆ

            ใบไม้และกิ่งไม้ส่งเสียงเบาๆ ยามไหวตามลม

            พระสนมเอกเล่อนั่งรับประทานอาหารอยู่ ทว่าช่วงนี้นางกลับไม่ค่อยจะเจริญอาหารเท่าใดนัก

            ฝ่าบาทจึงได้เสด็จมาร่วมเสวยด้วยพระองค์เอง

            ยามอยู่ต่อหน้าฝ่าบาท ต่อให้นางไม่ชอบเพียงใดก็ยังต้องฝืนกินเพิ่มเสียหลายคำ

            “รอจนองค์ชายน้อยคลอดออกมาแล้ว เล่อเอ๋อร์อยากตั้งชื่อเขาว่าอย่างไรดี” ฝ่าบาทถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

            ยามฝ่าบาทอ่อนโยนก็นับว่าเป็นบุรุษที่ดีเลิศคนหนึ่ง อ่อนโยนกว่าบุรุษทั่วไปมาก กระทั่งเรื่องใหญ่อย่างการตั้งชื่อก็ยังถามความเห็นของสตรี

            ทว่าพระสนมเอกเล่อก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม

            นางเป็นสตรีฉลาดเฉลียวคนหนึ่ง ตั้งแต่ไหนแต่ไรมานางก็ไม่เคยโต้แย้งฝ่าบาทซึ่งหน้า

            นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “หม่อมฉันยังไม่ได้คิดเลยเพคะ ฝ่าบาทคิดว่าอย่างไรบ้างเพคะ”

            แสงจันทร์ไม่นับว่าสว่าง จึงพอจะปกปิดใบหน้าบวมที่เต็มไปด้วยกระ อีกทั้งยังออกจะซีดเซียวของนาง ทำให้นางในตอนนี้ดูดีกว่าปกติ

            ฮ่องเต้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตรัสขึ้นอย่างเบิกบาน “เช่นนั้นนามว่าจุนดีหรือไม่ ลูกชายข้าต่อไปคนทั้งใต้หล้าต่างก็ต้องเคารพนอบน้อมเช่นเดียวกับความหมายของชื่อนี้”

            พระสนมเล่อเพียงเผยรอยยิ้มอ่อนๆ ไม่ได้ตอบว่าเห็นด้วย ทว่าก็ไม่ได้ปฏิเสธ

            ทว่าฮ่องเต้เพียงประเดี๋ยวก็เปลี่ยนความคิดขึ้นมา “คำว่าจุนนี้ดูจะดาษดื่นเกินไป ไม่สู้ชื่อถ่งที่มีความหมายว่าใต้หล้ารวมเป็นหนึ่งเห็นจะดีกว่า”

            รอยยิ้มน้อยๆ ของพระสนมเอกเล่อพลันชะงักค้าง

            “ฝ่าบาท หม่อมฉัน…หม่อมฉัน…”

            ยังไม่ทันสิ้นคำ ร่างของพระสนมเอกพลันร่วงลงไปนอนบนพื้น

            ใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา กระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์พลันมีสีแดงสดผุดพรายขึ้นมา

            ฮ่องเต้ก็ตกใจเสียจนชะงักค้าง

            ราวกับว่าตนได้กลับไปในปีนั้น วันที่ฮองเฮาของตนให้กำเนิดบุตรคนแรก

            เลือดมากมาย...มากมายเหลือเกิน

            ทั้งตำหนักอลหม่านขึ้นทันใด เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างวิ่งวุ่นสวนกันไปมา

            แม้ว่าจะเตรียมการมานานแล้ว  ทว่าเมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆ จะเตรียมตัวอย่างไรก็เหมือนยังไม่พอ

            แสงจันทร์ยังคงทอแสง

            นอกตำหนักของพระสนมเอกเล่อพลันมีสตรีกลุ่มหนึ่งปรากฏกายขึ้น ทุกคนล้วนแต่แต่งกายงดงาม

            ฮองเฮาก็เสด็จมาเวลาประจวบเหมาะพอดี ไม่ช้าเกินไปและไม่เร็วเกินไป

            สีหน้าของฮ่องเต้พลันหนักอึ้ง

            แววโทสะค่อยๆ ปรากฏขึ้น

            ไม่ว่าใครก็ล้วนแต่ไม่กล้าเข้าไปรบกวน

            พระสนมเอกเล่อเริ่มมีอาการเร็วยิ่ง ทั้งที่ยังห่างจากกำหนดอีกร่วมเดือน เช่นนี้ย่อมไม่ดีแน่

            ใครจะล่วงรู้ว่าเด็กจะออกมาได้หรือไม่ 

            เหล่าสตรีที่ล้วนแต่มีความงดงามโดดเด่นเหล่านี้ ในใจล้วนแต่มีจุดประสงค์

            ฮองเฮาจ้าวดูมีท่าทีใส่ใจน้อยกว่าคนอื่นมาก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฝ่าบาท ความเฉื่อยชาเมื่อครู่ของฮองเฮาก็หายไปทันที ใบหน้างามดูร้อนรนขึ้นมา 

            ทั้งสองพระองค์ดูราวกับคู่สามีภรรยาที่กำลังปลอบประโลมกันอยู่

            เป็นเหล่านางสนมที่มองภาพนี้แล้วรู้สึกเหนื่อยหน่าย

            ฮองเฮานับว่าชีวิตมีวาสนานักที่สามารถให้กำเนิดบุตรสาวดีๆ อย่างองค์หญิงได้ กระนั้นเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใช้รูปโฉมมาเป็นอุบาย จะมีอะไรแตกต่างกับพวกนางกัน

            เสียงร้องดังขึ้นไม่ขาด เลือดกะละมังแล้วกะละมังเล่าถูกแบกออกมา จวบจนมีเสียงทารกดังขึ้น

            สิริเวลารวมแล้วก็เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามพอดี

            เมื่อฮ่องเต้ได้ยินเสียงทารกร้องดังขึ้น ก็พุ่งเข้าไปในตำหนักทันที

            ทารกน้อยตรงหน้ารูปร่างผอมแห้ง ทว่าก็ยังแข็งแรงมีมือมีเท้าปกติ

            เช่นนั้นจึงได้หันไปส่งทารกน้อยให้กับฮองเฮาจ้าว

            แม้ว่าฮ่องเต้จะให้ความสำคัญกับโอรส ทว่าบัดนี้ก็ยังนึกถึงพระสนมเล่อที่เพิ่งจะให้กำเนิดบุตรให้ตน

            เมื่อเขาหมุนกายไปก็เห็นเตียงที่เต็มไปด้วยเลือดมากมาย บนมีสตรีนางหนึ่งนอนอยู่ ท่าทางดูอ่อนแรงราวกับกำลังจะหมดสติ

            ประสบการณ์คราวที่แล้วยังฝังลึกอยู่ในใจเขา จนทำให้เขาอดจะรำลึกย้อนถึงเรื่องในอดีตไม่ได้

            “เล่อเอ๋อร์ เจ้ายังไหวหรือไม่” สตรีบนเตียงหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ใบหน้าบวมเป่ง ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงทั้งยังชื้นไปด้วยเหงื่อ ฮ่องเต้พยายามฝืนใจ เดินเข้าไปถามใกล้ๆ

            พระสนมเอกเล่อฝืนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก

            นางมองฮ่องเต้คราหนึ่ง ก่อนจะมองเห็นว่าไกลๆ ฮองเฮากำลังอุ้มบุตรของตนอยู่

            นางจึงได้เอ่ยขึ้น “หม่อมฉันคิดชื่อได้แล้วเพคะ เรียกเขาว่าผิงอัน...ผิงอันก็แล้วกัน”

            เมื่อนางกล่าวจบ มือก็กำชายฉลองพระองค์ของฮ่องเต้เอาไว้แน่น

            สายตาที่มองบุตรของตนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง 

            “หม่อมฉันหวังว่าชีวิตนี้เขาจะได้สุขสงบเช่นคำว่าผิงอันเพคะ”

            เสียงของพระสนมเอกเล่อค่อยๆ เบาลง ก่อนจะมีเลือดไหลจากมุมปาก

            พร้อมรอยยิ้มที่ยังแข็งค้าง ทว่าเจ้าของรอยยิ้มกลับไร้ซึ่งลมหายใจเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663