ห้วงความฝันที่แสนยาวนานจบสิ้นลงเมื่อเปลือกตาบางยอมเปิดขึ้น ั์ตาดำขลับกลับเ็ากวาดมองทั่วบริเวณห้องด้วยแววตานิ่งสงบทว่ากับปนด้วยความสงสัยเมื่อทุกอย่างล้วนแต่แปลกตาไม่ว่าจะของใช้ ผ้าม่าน สิ่งของ เครื่องประดับตกแต่งล้วนมีแต่ของมีมูลค่าสูงและหรูหราเพราะขัดกับนิสัยของนางที่มิชอบความอลังการเช่นนี้
"คุณหนูท่านฟื้นแล้ว"บุรุษคนหนึ่งกล่าวทำลายความเงียบ แววตาที่เขาใช้มองนางนั้นมีแต่เพียงความปิติและความนอบน้อม
ฮวาหลิงมองบุรุษแปลกหน้าที่แสดงสีหน้าดีอกดีใจจนปิดมิมิดอย่างเ็าก่อนนางจะพยุงกายขึ้นเดินไปทางหน้าต่างมองทิวทัศน์ที่งดงามไม่กระพริบและหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษคนนั้นอีกครั้ง
"เ้าเป็ใคร ที่แห่งนี้เป็ที่ใด"น้ำเสียงนุ่มลึกทว่ากับเย็นเยียบถูกพ่นออกจากปากบางได้รูปของนาง ึ้ปลุกให้ขนกายของบุรุษหนุ่มคนนั้นลุกชูชันขนด้วยอาการสั่นกลัวมิได้
"ระ เรียนคุณหนู ข้าน้อยเป็บ่าวรับใช้ข้างกายท่านมีนามว่า กงมู่ ส่วนที่แห่งนี้คือจวนตระกูลจวิ้นตั้งอยู่ในแคว้นฉินขอรับ"
"ตระกูลจวิ้น แคว้นฉิน"ฮวาหลิงกล่าวเสียงเบาก่อนปรายตามองบุรุษผู้อ้างว่าเป็บ่าวรับใช้ข้างกายนางอีกครา"ข้าเป็ใครงั้นเหรอ"
"คุณหนูท่านจำมิได้หรือขอรับ"กงมู่ว่าพลางสำรวจคุณหนูของเขาอย่างพิจารณาทว่ากลับมิอาจพบอาการใดๆ
"...."นางเงียบแต่กลับยนคิ้วลงกลิ่นอายทั่วห้องพลันลดอุณหภูมิลงตามนางจนเกือบจะเย็นเยียบ
"ท่านเป็ทายาทของตระกูลจวิ้นเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลมีนามว่า จวิ้นเสี่ยวเย่ ขอรับ"กงมู่อธิบายเสียงตะกุกตะกักพลางยกแขนขึ้นลูบเบาๆเพื่อปรับอากาศให้อุ่นขึ้น
"ทายาทตระกูลจวิ้นงั้นเหรอ..."ฮวาหลิงว่าพลางหันหลังกลับมองทิวทัศน์งดงามเบื้องหน้าอีกครั้ง พลางยกยิ้มมุมปากขึ้นมิได้"ดูท่า์ยังมีความยุติธรรมที่ให้ข้าเกิดใหม่อีกครั้งถึงจะอยู่ในภพที่แตกต่างก็ตาม...แล้วภพนี้ข้าจะมีอิสระหรือไม่"ว่าจบนางอดมิได้ที่จะยื่นมือผ่านบางหน้าต่างออกไป รับกลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนที่กำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศไว้เพียงนิ้วเดียวก่อนมันจะลุกชูชันขึ้นเป็แสงไฟสีฟ้าสลายจนกลายเป็อากาศธาตุ"อิสระครั้งใหม่งั้นเหรอ หึ น่าสนุกนี่"
กงมู่กลืนน้ำลายลงคออย่างเกรงกลัวตามองการกระทำที่เปลี่ยนไปของคุณหนูของเขาไม่กระพริบ หากให้กล่าวว่าในขณะนี้เขากลัวใครระหว่างตัวตนในอดีตของเสี่ยวเย่และตัวตนปัจจุบันของฮวาหลิง เขาสามารถกล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่าเกรงกลัวคนปัจจุบันมากยิ่งกว่า
"เกิดอันใดขึ้นกับข้างั้นเหรอเหตุใดข้าจึงโดนพิษ"ฮวาหลิงว่าตามที่นางััได้จากร่างกาย ที่นางรู้ว่าตนนั้นมีอาการโดนพิษย่อมมิผิดเพราะถึงอย่างไรอดีตนางก็เป็ถึงทายาทของตระกูลแพทย์อันดับหนึ่งของแคว้นต้าโจ เื่จิ๊บๆเช่นยาพิษไร้ค่าเช่นนี้นางจะมิรู้เลยหรือว่าเป็พิษหรืออาการป่วย
"เรียนคุณหนูเมื่อคืนมีงานเลี้ยงฉลองในเมืองนายท่านจวิ้นได้รับคำเชิญจากทางแคว้นให้ร่วมงาน ท่านจึงพาคุณหนูร่วมงานด้วยทว่าพอท่านกลับถึงจวนท่านก็ล้มป่วยลงโดยมิทราบสาเหตุแม้แต่หมอหลวงยังไม่อาจ วินิจฉัยอาการท่าน เพียงพูดกล่าวคำเดียวว่าท่านจะอยู่ได้เพียงหนึ่งค่ำคืนให้นายท่านจวิ้นทำใจเสีย แต่ไม่นึกว่าคุณหนูจะฟื้นขึ้นในวันรุ่งขึ้น ส่วนเื่ยาพิษคุณหนูคงเข้าใจผิดขอรับท่านหมอหรือแม้กระทั่งหมอหลวงต่างวินิจฉัยคำเดียวกันว่าท่านล้มป่วยลงเท่านั้นขอรับ"
"หึ! โง่เง่า"น้ำเสียงเย็นะเืถูกพ่นออกมาอีกครั้ง ทำเอากงมู่สะดุ้งเฮือกถอยหลังไปหลายก้าวตามสัญชาตญาณของความตื่นตระหนก
ฮวาหลิงยิ้มเย็น และหันหน้ากลับมาเผชิญกับใบหน้าตื่นตูมของกงมู่อีกครา
"สืบข้อมูลของเื่นี้มาให้ข้า และก็รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแคว้นฉินให้ข้าทั้งหมดอย่าให้ตกหล่นเพียงนิด!"
"ขะ ขอรับ"
"เดี๋ยว นำข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลจวิ้นให้ข้าด้วย พรุ่งนี้ข้อมูลของตระกูลต้องวางอยู่ในห้องของข้ามิเช่นนั้นเ้าเตรียมตัวออกจากการเป็บ่าวรับใช้ของข้าเสีย"
"ขอรับคุณหนู"กงมู่ค้อนศีรษะประสานมือเคารพและละถอยออกจากห้องไป
ในห้องพลันเงียบกริบร่างระหงในอาภรณ์สีขาวเรียบง่ายยังคงมองทิวทัศน์ผ่านบานหน้าต่างมิห่างก่อนนางจะก้าวถอยหลังสามก้าวยกมือบางขึ้นเพียงชั่วขณะดอกไม้สีขาวราวหิมะพลางปรากฏขึ้นบนฝ่ามือบาง
ดอกเกร็ดหิมะ หนึ่งในสมุนไพรอันเื่ชื่อของแคว้นต้าโจ สรรพคุณล้วนมีแต่ผลดีต่อร่างกายและเส้นลมปราณน้อยนักที่จะปรากฏให้ใครเห็นและมีเพียงนางหนึ่งในล้านที่จะได้ดอกไม้ในตำนาน
"ไม่คิดว่าดอกไม้ดอกนี้จะสามารถตามข้ามาจนถึงชาตินี้.."นางกล่าวพลางเก็บดอกไม้ชนิดนั้นลง"ยังมีประโยชน์ในอนาคต...ก่อนอื่นข้าคงต้องรีบหายาแก้พิษในร่างกายเสียก่อนถึงไม่ได้ร้ายแรงต่อร่างกายแต่อย่างไร แต่ก็มีผลต่อเส้นลมปราณของข้า หากไม่รีบรักษาไม่แน่ข้าคงเป็ตัวไร้ประโยชน์ในไม่ช้า"นางไม่รีรอรีบเปลี่ยนอาภรณ์ทันทีเพื่อออกหาสมุนไพรที่นาง้า