ยามอุ้ย(13.00-14.59) เมื่อเฟยหรงออกไปเอาเงินที่โรงประมูลเสร็จนางก็พูดคุยกับผู้ดูแลเล็กน้อยเื่ให้ปิดเื่ของนางเป็ความลับที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพวกเขาทุกคนก็รับปาก
เสร็จแล้วเฟยหรงก็ขึ้นรถม้าเพื่อออกจากตลาดก็พบว่ามีรถมาคันหนึ่งจอดอยู่ใต้ร่มไม้เฟยหรงเปิดหน้าต่างออกมาก็พบว่าหวงลู่และเยว่ฉี ออกมายืนรอพวกนางด้านนอกหน้าตาของทั้งคู่ดูสดใสกว่าเมื่อวานมากนัก คงเพราะได้ดื่มยาขจัดพิษของเฟยหรง
"คารวะท่านพี่หวงลู่"เฟยหรงคำนับคนอายุมากกว่าก่อน เขาเองก็พยักหน้าเบาๆ
"คารวะท่านพี่เฟยหรง"เยว่ฉีเองก็คำนับนางเช่นด้วยกัน
จากนั้นเฟยหรงก็ให้เยว่ฉีขึ้นรถม้าไปกับนางและมี่ถงส่วนอีกคันก็ให้เทียนหลงและหวงลู่นั่งไปด้วยกัน
การเดินทางจากตลาดหยางเหวินจนถึงเมืองหลวงนั้นใช้เวลาเพียง2วันเท่านั้น เฟยหรงเยว่ฉี และมี่ถงเองก็ดูจะสนิทสนมกันมากขึ้นเพราะคุยกันถูกคอส่วนทางด้านเทียนหลงและหวงลู่เองก็ดูจะเข้ากันได้ดีแม้จะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่นักทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็ไปอย่างเรียบลื่น
เมืองหลวง
รถม้าทั้งสองคันแล่นควบคู่กันมาจนถึงกำแพงทางเข้าเฟยหรงเปิดหน้าต่างออกมาดูก็เห็นผู้คนเดินเข้าออกเมืองหลวงกันมากมาย ในคราแรกนางหวนนึกถึงความทรงจำในอดีตของร่างเดิมเกี่ยวกับเมืองหลวงก็เห็นภาพผู้คนคล้ายๆตอนนี้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะบางตากว่าคราแรกเท่านั้น
"พี่สาว"เยว่ฉีเรียกเฟยหรง
"หืม? อะไรหรือน้องเย่ว"เฟยหรงหันไปหาคนในรถยิ้มๆ
"ใกล้จะถึงบ้านแล้วท่านตื่นเต้นรึเปล่าเ้าคะ"เยว่ฉีเอ่ยถาม เพราะรู้มาว่าเฟยหรงออกจากบ้านไปร่วมหลายเดือน
"ตื่นเต้นสิ" นางพยักหน้าเยว่ฉีจึงคลี่ยิ้มออกมา
"แต่รู้สึกว่าทำไมเมืองหลวงคนบางตาลงเช่นนี้ละ"เฟยหรงถามแล้วมองออกไปด้านนอกปกติเมืองหลวงผู้คนจะออกมาเดินจับจ่ายซื้อของกันเยอะกว่านี้นี่นา
"เื่นี้คงเกี่ยวกับจักรพรรดิองค์ใหม่นั่นแหละเ้าค่ะ"เยว่ฉีกระซิบบอก เพราะไม่อยากให้ใครได้ยินมากนักเฟยหรงเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรต่อ ได้แต่พยักหน้าเบาๆไปรถม้าทั้งสองแล่นเข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงจวนตระกูลถัง
เหตุที่เฟยหรงมาที่นี่ก่อนนั้นเป็เพราะหวงลู่และเยว่ฉีอยากให้นางแวะก่อนกลับจวนนางเองก็ไม่ปฏิเสธเพราะอย่างไรจวนตระกูลถังก็เป็ทางผ่านอยู่แล้ว
"พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือเ้าคะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อหวงลู่เดินลงมาจากรถเขาเองก็ส่งยิ้มให้นางอย่างเอ็นดู
"ข้ากลับมาแล้วอยู่บ้านเป็อย่างไรบ้าง เ้ามักทำให้พ่อแม่ปวดหัวอยู่เรื่อย" หวงลู่เอ่ย
"ข้าออกจะเป็เด็กดีนะพี่ใหญ่!"หญิงสาวผู้นั้นหน้าบึ้งตึง นางยกมือขึ้นมาเท้าสะเอวตัวเองด้วยความหงุดหงิดทำให้หวงลู่เองก็ส่ายศีรษะน้อยๆ
"น้องสี่เ้าก็เป็ซะแบบนี้ไม่ให้พี่ใหญ่กับข้าเป็ห่วงได้อย่างไร" เยว่ฉีเอ่ยออกมาขำๆเมื่อลงมาจากรถม้าอีกคัน
"พี่สาม!"หญิงสาวเดินไปหาเยว่ฉี แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีคนไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ข้างๆพี่สาวตนเอง
"ท่านนี้คือ?" นางเงยหน้าพลางลอบสังเกตเฟยหรงเล็กน้อย
"นี่คือพี่สาวเว่ยเฟยหรง...พี่สาวนี่ถังลี่ถิง บุตรคนที่สี่ของตระกูลถังเ้าค่ะ" เยว่ฉีเอ่ยแนะนำตัวให้ทั้งสอง
"ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะท่านพี่เฟยหรง" ลี่ถิงย่อตัวลงด้วยท่าทางอ่อนช้อยสวยงามสมชื่อสลัดคราบสตรีแก่นแก้วต่อหน้าพี่ๆเมื่อครู่ไปจนสิ้น
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันน้องลี่ถิง" เฟยหรงคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
"เอาล่ะๆเรายืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว เข้าไปด้านในกันเถอะ" หวงลู่เอ่ย
จากนั้นทั้งหมดก็เดินเข้าไปในจวนตระกูลถังหวงลู่ให้เฟยหรงมานั่งที่ห้องรับแขกไปพลางๆส่วนเขาจะไปพาเ้าบ้านตระกูลถังทั้งสองมาจึงให้เยว่ฉีและลี่ถิงนั่งคุยเป็เพื่อนไปก่อน
คุยกันไปได้สักพักเฟยหรงแอบสังเกตว่าลี่ถิงแอบมองเทียนหลงจิ้นฝาน และมี่ถงที่ยืนอยู่ข้างหลังของนางเหมือนอยากถามอะไร เฟยหรงจึงหันไปแนะนำให้รู้จัก
"นี่คือเทียนหลง จิ้นฝานและมี่ถง คนติดตามของข้า" เฟยหรงเอ่ย
"อย่างนี้นี่เองถึงว่าทั้งสามไม่ลงมานั่งกับพวกเราด้วย" ลี่ถิงพยักหน้าเบาๆ พลางคิดว่าทั้งสามหน้าตาดีไม่น้อยระดับพลังก็สูงส่ง แต่เป็เพียงแค่คนติดตามเท่านั้น
จากนั้นผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูปประตูหน้าห้องก็ปรากฏคนสามคนเดินเข้ามาภายใน หนึ่งในนั้นคือหวงลู่และอีกสองคนคงจะเป็เ้าบ้านทั้งสอง
"คารวะท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ"เยว่ฉีและลี่ถิงลุกขึ้นเพื่อคารวะทั้งสอง เฟยหรงเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นบ้าง
"คารวะท่านผู้นำตระกูลถังและฮูหยินเ้าค่ะ"เฟยหรงคารวะตามทั้งสอง เห็นดังนั้นเ้าบ้านทั้งสองก็แปลกใจไม่น้อยเพราะเมื่อครู่บุตรชายคนโตมาตามให้ทั้งสองมาที่ห้องรับแขกเพื่อที่จะแนะนำใครบางคนให้รู้จักพลันความคิดของผู้นำตระกูลและฮูหยินก็ตรงกัน
...หรือนี่อาจจะเป็เื่มงคลของบุตรชายคนโตก็เป็ได้...คิดได้ดังนั้นถังฮูหยินก็คลี่ยิ้มออกมา
"ลูกหวงเอ๋อร์ แม่นางคนนี้คือ?"นางเอ่ยถามบุตรชาย
"นี่คือน้องเว่ยเฟยหรงขอรับท่านพ่อท่านแม่"หวงลู่แนะนำ
"ตายจริงตระกูลเว่ย? หรือแม่นางผู้นี้คือบุตรสาวของผู้นำตระกูลเว่ย" ถังฮูหยินเบิกตากว้างพลันมีสีหน้าที่ตื่นตระหนกไม่ต่างจากผู้เป็สามี
"ขอรับ" หวงลู่พยักหน้าเ้าบ้านตระกูลถังและฮูหยินขมวดคิ้วแน่นแล้วสำรวจระดับพลังของเฟยหรงก็ใเล็กน้อยด้วยความที่เคยได้ยินมาว่าบุตรสาวตระกูลเว่ยนั้นใช้ลมปรานไม่ได้แต่นี่อะไร...นางกลับมีพลังถึงปรานนภา!
"เรามานั่งคุยกันดีกว่าขอรับยืนตรงนี้พวกท่านคงเมื่อยแย่แล้ว" หวงลู่เชิญให้ทั้งสองเข้าไปนั่งด้านใน
"แล้วแม่หนูเว่ยคนนี้มาทำอะไรที่จวนเราละหรือเ้าพานางมาไหว้พ่อตาแม่ยายงั้นหรือ" ถังฮูหยิน เอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเพราะบุตรชายคนโตของนางยังไม่เคยพาสตรีใดมาที่บ้านเลย สตรีมากหน้าหลายตาที่นางจัดหามาให้บุตรชายก็ใช้ไม่ได้สักคน
...เว้นเสียแต่ว่าคู่หมั้นที่เสียไปเมื่อ5ปีก่อน ที่หวงลู่ทั้งรักทั้งหลงยิ่งนักหลังจากนางเสียไปเขาก็ไม่เคยคิดเื่ที่จะแต่งงานอีกเลย...บุตรชายของนางเป็พวกมั่นคงในรักเสียจริง
"ฮะ ฮะไม่ใช่หรอกขอรับท่านแม่" ได้ยินดังนั้นเ้าบ้านตระกูลถังทั้งสองก็มีสีหน้าเสียดายไม่น้อย
"แล้วเ้าพาแม่หนูเว่ยมาทำสิ่งใดงั้นหรือ"เ้าบ้านตระกูลถังเอ่ย เฟยหรงแอบสังเกตว่าสีหน้าของเขา ดูซูบผอมผิวซีดบนมือมีจุดสีน้ำเงินเข้มเป็หย่อมๆคล้ายคนถูกพิษดอกหญ้าน้ำแข็งตามที่ได้ยินมา
"เื่นี้ให้น้องสามเป็คนพูดดีกว่าขอรับ"หวงลู่ยิ้มแล้วผายมือไปที่เยว่ฉี
"หืม?" เ้าบ้านทั้งสองหันไปมองบุตรสาวข้างๆเฟยหรง
"จริงๆแล้วข้าอยากให้ท่านพ่อท่านแม่รับพี่สาวเฟยหรงมาเป็บุตรบุญธรรมเ้าค่ะ"เมื่อเยว่ฉีพูดจบ เ้าบ้านทั้งสองและลี่ถิงก็มีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา
"เพราะเหตุใดหรือเยว่เอ๋อ"ถังฮูหยินเอ่ยถาม
"ข้าถูกชะตากับพี่สาวมากเ้าค่ะพี่สาวเองก็ถูกชะตากับข้า เจอกันครั้งแรกนางก็มอบสิ่งนี้ให้"เยว่ฉีนำยาสลายพิษธาตุเหมันต์ออกมา
"นี่คือยาสลายพิษธาตุเหมันต์ระดับหายากเ้าค่ะสามารถขจัดพิษธาตุเหมันต์ได้ทั้งหมดพี่สาวเฟยหรงเป็ผู้ให้มา" เยว่ฉีเอ่ยลี่ถิง เ้าบ้านตระกูลถังและฮูหยิน ก็เบิกตากว้าง
"หะเหตุใดเ้าถึงให้ยาระดับนี้มาละแม่หนูเว่ย"เ้าบ้านตระกูลถังเอ่ยเจือด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ข้าเพียงรู้จักกับคนปรุงยาเลยได้มาเยอะเ้าค่ะบังเอิญได้พบปะกับพี่หวงลู่และน้องเยว่ฉีในงานประมูลได้ยินน้องเยว่ฉีเอ่ยกับพี่หวงลู่ว่าท่านพ่อของพวกเขาโดนพิษธาตุเหมันต์"เฟยหรงเอ่ยแล้วหันไปมองเยว่ฉีที่กำลังยิ้มให้นาง
"ข้ารู้สึกถูกชะตากับน้องเยว่อยากได้มาเป็น้องสาวเลยคิดจะช่วยนางจึงยกยาขวดให้เ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยขึ้นแล้วหันกลับไปมองเ้าบ้านทั้งสอง
"งั้นหรือ...เป็บุญของลูกสาวข้าจริงๆที่ได้แม่หนูเว่ยมาถูกชะตา" เ้าบ้านตระกูลถังเอ่ยขึ้น
"แบบนี้ท่านพ่อก็จะหายเป็ปกติแล้วใช่ไหมเ้าคะพี่เฟยหรง" ลี่ถิงเอ่ยด้วยแววตาระยิบระยับ
"ใช่แล้วน้องลี่ถิง"เฟยหรงยิ้ม อยากจะเอามือไปลูบศีรษะอีกฝ่ายแต่ก็ต้องยั้งมือไว้เพราะเกรงใจเ้าบ้านทั้งสอง
"ดีจริงๆข้าขอบคุณแม่หนูเว่ยมากนะ"ถังฮูหยินเอ่ยด้วยสีหน้าตื้นตันแล้วเอื้อมมือไปกุมมือสามีไว้เบาๆ
"ไม่ใช่แม่หนูเว่ยต้องเรียกว่าลูกบุญธรรมสิ เ้าเห็นด้วยหรือไม่ฮูหยิน" เ้าบ้านตระกูลถังเอ่ย
"จริงด้วยเ้าค่ะท่านพี่"ถังฮูหยินเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
เกือบหนึ่งชั่วยามแล้วที่ทั้งหมดคุยกันในเื่ต่างๆซึ่งส่วนมากจะเป็เื่ของเฟยหรงมากกว่าที่เป็หัวข้อในการพูดคุยเฟยหรงได้แนะนำผู้ติดตามของนางให้เ้าบ้านทั้งสองรู้จัก นางเล่าถึงเื่ที่ออกท่องเที่ยวในเมืองัไร้พ่ายแห่งนี้มีความจริงบ้างไม่จริงบ้างปะปนกันไป
"นี่เรารั้งตัวน้องเฟยหรงมานานแล้วนะขอรับท่านพ่อท่านแม่"หวงลู่เอ่ยขึ้น
"จริงสิพ่อเองก็ลืมดูเวลาไปเลยข้ายังอยากฟังเื่ที่ลูกบุญธรรมออกไปท่องเที่ยวในอาณาจักรอยู่เลย"เ้าบ้านตระกูลถังเอ่ย
"ฮะ ฮะไว้คราวหน้าข้าจะมาเล่าต่อก็ได้เ้าคะพ่อบุญธรรม" เฟยหรงหัวเราะเบาๆ
"อย่างนั้นก็ดีสิ"เ้าบ้านตระกูลถังพยักหน้า
"งั้นเราออกไปส่งลูกบุญธรรมกันเถอะเ้าคะท่านพี่"ถังฮูหยินเอ่ยขึ้น
"ไม่ต้องลำบากพวกท่านก็ได้เ้าค่ะ"เฟยหรงรู้สึกเกรงใจอย่างยิ่งที่มีเ้าบ้านตระกูลถังมายืนส่งผู้เยาว์อย่างตนเองเช่นนี้
"ลำบงลำบากอะไรกันเ้าก็เป็ลูกสาวคนหนึ่งของข้าแล้ว เื่แค่นี้เอง" ฮูหยินเอ่ยเสียงดุพลันเฟยหรงก็มีท่าทางอ่อนลง ทำให้คนในห้องหลุดขำออกมาเบาๆ
"เ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยทำให้เ้าบ้านทั้งสองยกยิ้มขึ้นอย่างเอ็นดู
จากนั้นทั้งหมดก็เดินออกมาที่หน้าจวนเพื่อที่จะส่งเฟยหรงขึ้นรถม้าทั้งฮูหยินและเยว่ฉีเองก็โอบกอดเฟยหรงคนละทีสองทีส่งนางขึ้นรถม้า
"เดินทางกลับดีๆนะน้องเฟยหรง"หวงลู่เอ่ยขึ้น เฟยหรงจึงพยักหน้าเบาๆ
"จริงสิ ท่านพ่อเ้าคะยาขวดนั้นเวลาดื่มให้โคจรลมปรานไปด้วยนะเ้าคะ ให้ท่านแม่และน้องลี่ถิงดื่มด้วยคนละอึกนะเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ยอย่านึกขึ้นได้ แล้วนำขวดยาสีแดงออกมาให้ถังฮูหยิน
"ยาขวดนี้ข้าให้ทั้งสองและน้องลี่ถิงเช่นกันเ้าค่ะถือว่าเป็ของเล็กๆน้อยๆที่ลูกบุญธรรมคนนี้สามารถให้ได้"เฟยหรงเอ่ยแล้วเดินขึ้นรถม้า ทิ้งทั้งสามยืนมองขวดยาสีแดงในมืองงๆ
"ส่วนสรรพคุณถามเอาจากพี่หวงลู่และน้องเยว่ฉีแล้วกันนะเ้าคะลูกขอลา" เฟยหรงเอ่ยผ่านหน้าต่างยิ้มๆแล้วโบกมือให้ทั้งหมดก่อนที่รถม้าจะแล่นออกไป
"นี่คือยาอะไรหรือลูก"ฮูหยินมองขวดยาในมือ
"นี่คือยาสลายพิษธาตุไฟขอรับ"หวงลู่เอ่ยขึ้นยิ้มๆ แล้วอธิบายสรรพคุณ
หวงลู่อธิบายสรรพคุณของยาและราคาในงานประมูลของมันไม่นานทั้งสามคนก็กระจ่าง แล้วลอบมองหน้ากันเล็กน้อย พลางคิดในใจว่าพวกเขาช่างโชคดีที่เฟยหรงถูกชะตากับเยว่ฉีบุตรสาวของตระกูลถังและนึกขอบคุณเฟยหรงอยู่ในใจไม่น้อยอีกทั้งหากเป็เช่นนี้ แม้ตระกูลเว่ยจะอยู่ใน่ตกต่ำแต่ดูจากท่าทางของเฟยหรงแล้วนางอาจจะลงมือทำอะไรบางอย่างเป็แน่
จวนตระกูลเว่ย
หลังจากที่เดินทางออกมาจากจวนตระกูลถังใช่เวลาเพียง2เค่อก็ถึงจวนตระกูลเว่ย เฟยหรงและคนอื่นเดินลงจากรถม้าก็มีสีหน้าแปลกใจไม่น้อยเมื่อพบว่าไม่มียามเฝ้าหน้าประตูเหมือนแต่ก่อนเฟยหรงสั่งให้จิ้นฝานนำม้าไปเก็บที่โรงเก็บม้าข้างๆจวน แล้วนางก็เดินเข้ามาภายในประตูโดยมีมี่ถงและเทียนหลงเดินตาม
ยิ่งเข้าใกล้จวนมากเท่าไหร่ภายในใจของเฟยหรงนั้นกำลังหวาดกลัวบางอย่าง...นางกลัวว่าพวกเขาจะจับได้ว่าไม่ใช่เฟยหรงคนเดิมไม่ใช่เฟยหรงที่พวกเขารักและเอ็นดู...แม้ความจริงแล้วตัวเองจะต้องเกิดมาเป็หญิงสาวนามเฟยหรงอยู่แล้วก็ตาม
"เหตุใดจวนถึงเงียบเช่นนี้ทุกคนหายไปไหนกันหมด" เฟยหรงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อมาถึงหน้าประตู
"ลองไปดูในห้องทำงานนายท่านหรือไม่เ้าคะ"มี่ถงเอ่ย จากนั้นทั้งสามก็เดินเข้าไปในตัวบ้านทันที
"นายท่านอยู่หรือไม่เ้าคะ"มี่ถงเอ่ยเรียกคนในห้อง
"ใคร"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
"มี่ถงเองเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ย ทำให้คนในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็เกิดเสียงแปลกๆขึ้นมาทันที
ตึง ตึง โครม ! !
เฟยหรงเห็นท่าไม่ดีจึงเอื้อมมือหมายจะเปิดประตูแต่ประตูก็ถูกเปิดขึ้นจากด้านในซะก่อน ปรากฏให้เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างใหญ่แต่ผิวซีดเซียวสีหน้าอิดโรยเล็กน้อย เมื่อสังเกตดีๆจะพบว่าใบหน้าของเขาคล้ายเฟยหรงอยู่หลายส่วน
"เฟยหรง นั้นเ้าหรือ"ช่างล่างเอ่ยด้วยเสียงยินดีเจือด้วยแววตาอ่อนโยนยามมองไปที่บุตรสาว
"เ้าค่ะ ลูกกลับมาแล้ว"เฟยหรงคลี่ยิ้ม จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวอาจจะเป็เพราะความทรงจำของร่างเดิมเลยทำให้นางรู้สึกผูกพันกับชายตรงหน้าก็เป็ได้เพียงแต่นางเองก็ไม่ใช่เฟยหรงคนนั้นที่ชายเบื้องหน้าเลี้ยงดูจนเติบใหญ่
พลันสีหน้าเฟยหรงก็เศร้าหมองลงแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเป็ปกติ
"มาๆ ไปคุยที่ห้องโถงกันเถอะมี่ถงเ้าไปตามทุกคนมาหน่อย" ช่างล่างสั่งสาวใช้ของเฟยหรง นางค้อมตัวลงจากนั้นนางก็ปลีกตัวออกมาเพื่อที่จะไปตามเ้าบ้านทั้งหมด
"แล้วคุณชายท่านนั้นคือ?"ช่างล่างเหลือบมองไปที่เทียนหลงด้วยแววตาไม่เป็มิตรสักเท่าไหร่เมื่อตรวจสอบระดับพลังก็พบว่าเทียนหลงนั้นมีพลังอยู่ที่ระดับจอมทัพขั้น5 ซึ่งระดับพลังนี้เฟยหรงเป็ผู้บอกให้เขาปกปิดไว้เอง
"นี่คือเทียนหลงเ้าค่ะขี้ข้าเอ๊ย!คนติดตามคนใหม่ของลูกเอง" เฟยหรงแนะนำเทียนหลงจึงหันไปมองค่อนเล็กน้อยแต่คนผู้พูดกลับทำหน้าตาใสซื่อไม่รู้เื่ราวอะไร
"หืม?" แม้ช่างล่างจะยังสงสัยอยู่ก็ตามแต่เมื่อตรวจสอบระดับพลังของเฟยหรงก็เบิกตากว้าง
"เฟยหรงนี่ลูกมีพลังถึงขั้นนภาแล้วหรือ!" ช่างล่างเอ่ยขึ้นด้วยความใแต่ก็เปลี่ยนเป็สีหน้ายินดีทันที
"ยินดีด้วยลูกรัก ์เมตตาลูกข้าแล้วจริงๆ"เขาเอ่ยขึ้น แล้วปาดน้ำตาใสที่หางตาเล็กน้อย
"ท่านพ่ออย่าร้องไห้ไปเลยเ้าค่ะ ข้าว่าเราไปคุยกันในห้องโถงดีกว่านะเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ย
จากนั้นทั้งสามก็เดินไปที่ห้องโถงใหญ่ไม่นานก็มีคนอีก5คนปรากฏอยู่หน้าห้องซึ่งก็คือมี่ถงและครอบครัวของเฟยหรงทั้งหมด
"หรงเอ๋อร์เ้ากลับมาแล้ว" ทุกคนรีบเดินเข้ามาหาเฟยหรงทันที
"คารวะท่านแม่ท่านพี่ทั้งสองเ้าค่ะ" เฟยหรงย่อตัวเล็กน้อย จากนั้นหลิงเฟยผู้เป็แม่ก็โอบกอดบุตรสาวด้วยความคิดถึงแล้วร้องไห้ออกมาเบาๆ
เฟยหรงเกร็งตัวเองเล็กน้อยแต่ก็ยอมผ่อนคลายลงเมื่อเจอััอันคุ้นเคยในความทรงจำ
"ท่านแม่ไม่ร้องนะเ้าคะ"เฟยหรงลูบหลังปลอบผู้เป็มารดา ภาพตรงหน้านี้ทำให้เกือบทุกคนน้ำตาไหลออกมา
"พี่สามกลับมาแล้ว" หลิงอี้ผู้เป็น้องของเฟยหรงยิ้มทะเล้นให้ผู้เป็พี่แต่แววตาก็เจือไปด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกับทุกคน
"ข้ากลับมาแล้ว"เฟยหรงเอ่ย นางกอดปลอบมารดาสักพัก จากนั้นก็มานั่งด้านในห้องกับทุกคน
"จริงสิ ลูกคงจะหิวแล้วเดี๋ยวแม่เข้าครัวไปทำอะไรให้ดีกว่า" หลิงเฟยทำท่าจะลุกออกไปแต่เฟยหรงก็ยกมือห้าม
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้าอยากคุยกับทุกๆคนพร้อมหน้า ให้มี่ถงไปจัดการอาหารแทนก็ได้" เฟยหรงเอ่ยแล้วบอกให้มี่ถงออกไปจัดการอาหารให้พวกนาง
"แล้วนี่น้องสบายดีหรือไม่เที่ยวสนุกหรือเปล่า แล้วนั่นคือ?" ฉือเฉิงปรายตามองไปทางเทียนหลงที่ยืนหลบมุมในความมืด...เทียนหลงลอบถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินออกมาด้านหน้า
"ข้ามีนามว่าเทียนหลงขอรับเป็ผู้ติดตามของเฟยหรง" เทียนหลงคำนับฉือเฉิงตรวจสอบพลังของคนตรงหน้าเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อเทียนหลงอยู่ในระดับจอมทัพ ซึ่งเรียกได้ว่าใกล้ทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิแล้วให้คนแบบนี้มาคอยปกป้องดูแลน้องสาวตนเองก็ไม่เลวเหมือนกันแต่เขาก็ยังรู้สึกหวงน้องสาวอยู่ดี
"แล้วเ้าทั้งสองไปพบกันได้อย่างไร"ชางลี่เอ่ยขึ้นแล้วปรายตามองเทียนหลงอย่างไม่ไว้ใจ
"อืมมมเื่นี้ข้าขอเก็บเป็ความลับนะเ้าคะ บอกได้เพียงว่าเชื่อใจเขาได้ก็พอ"เฟยหรงเอ่ย
จะให้บอกตรงนี้ได้อย่างไรว่าเก็บัเทียนหลงได้ในถ้ำน่ะถ้าเป็เช่นนั้นคราบัทองผู้ยิ่งใหญ่คงไม่เหลือแน่ๆ
"เอาเถอะกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เื่เล็กๆอย่างอื่นไม่ต้องถามให้มากความหรอก"ช่างล่างเอ่ยขึ้น
"แล้วเ้าออกไปเที่ยวโลกภายนอกเป็อย่างไรบ้างแล้วเหตุใดถึงมีระดับพลังที่ก้าวะโเช่นนี้" ช่างล่างเอ่ยอีกครั้ง
เฟยหรงจึงเล่าเื่ทุกอย่างให้ทุกคนฟังทั้งเื่ที่มีท่านผู้อาวุธคนหนึ่งช่วยไว้ แล้วให้คัมภีร์อักขระทั้งเื่เดินทางไปเที่ยวเมืองต่างๆ โดยที่นางเล่าทั้งเื่จริงบ้างโกหกบ้างปะปนกันไปมองดูทุกคนแล้วก็มีสีหน้าที่หลากหลาย ทั้งตื่นเต้นและสงสัย โดยเฉพาะหลิงอี้น้องชายของเฟยหรงที่เอาแต่ถามเื่นั้นเื่นี้ไม่หยุดแต่เฟยหรงก็ตอบคำถามได้ทุกครั้ง
เทียนหลงที่ฟังอยู่มองเ้านายตนเองอย่างเอือมๆพลางส่ายหน้าให้กับคำโกหกของนางหากอยู่บน์แล้วโกหกเช่นนี้ต่อเหล่าเทพเซียนเฟยหรงคงได้โดนตัดลิ้นหรือไม่ก็ถูกส่งให้ลงมาเกิดใหม่เป็เดรัจฉานเพื่อลงโทษแน่ๆคิดแล้วก็อดที่จะสงสารตัวเองไม่ได้ที่ต้องมารับใช้คนเช่นนี้ถึงนางจะเก่งรอบรู้ก็เถอะนะ...
เพียงแต่เฟยหรงไม่คิดเช่นนั้น...นางไม่อยากจะเล่าความจริงออกไปให้มากความหากเล่าไปว่า เฟยหรงคนเก่าตายไปแล้ว และนางได้พลังมาจากท่านเทพเพราะตัวเองเป็ิญญาจากที่อื่น แต่ความจริงต้องเกิดมาเป็เฟยหรงอยู่แล้ว ก็เกรงจะทำให้ทุกคนมองแปลกๆและรังเกียจนางที่ไม่ใช่เฟยหรงคนเดิม
นางไม่อยากให้ทุกคนเสียใจที่เฟยหรงคนนั้นได้ตายจากไปแล้ว
แต่...ความจริงแล้วนางกลัว...กลัวว่าความรักที่ได้รับมาจะหายไปต่างหาก
"เช่นนี้เอง"เมื่อเฟยหรงพูดจบหลิงเฟยก็พยักหน้าเบาๆ
"ลูกเล่าเื่ของลูกไปแล้ว...ท่านทุกคนจะบอกได้หรือยังเ้าคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นภายในเมืองหลวง" เฟยหรงเอ่ยถามทำให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างเป็กังวลแต่ไม่ทันที่จะได้เล่าอะไรมี่ถงก็เดินเข้ามาภายในห้อง
"อาหารพร้อมแล้วเ้าค่ะ"มี่ถงเดินเข้ามาบอก
"ไปทานอาหารกันก่อนเถอะ"ช่างล่างเอ่ยแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
"แล้วเื่ที่ลูกถามเมื่อครู่ละเ้าคะ"เฟยหรงแย้ง
"ทานอาหารก่อนเถอะ ลูกคงหิวแล้วไว้ทานเสร็จพ่อจะเล่าให้ฟัง" ช่างล่างเอ่ยเสียงดุเฟยหรงจึงไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก ปล่อยให้ผู้เป็พ่อเดินนำไปที่ห้องอาหาร