บทที่ 50
กฎระเบียบ
เมิ่งอวิ๋นเสียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หญิงชราผู้นี้กำเริบเสิบสานนัก แม้ว่านางจะไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง แต่นางก็ยังคงมีตำแหน่งเป็นไท่จื่อเฟย ตอนนี้คนเหล่านี้มองว่าตำแหน่งไท่จื่อเฟยเป็นสิ่งที่กลวงเปล่าจึงพากันเพิกเฉย
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดก็ได้ยินเสียงชิงหลัวกรีดร้อง เมื่อนางหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นว่าหญิงชราผู้หยาบคายกำลังจะตีนางด้วยไม้ เมิ่งอวิ๋นเสียงเห็นดังนั้นก็รีบหลบ แต่ก่อนที่นางจะทันได้โต้ตอบ หญิงชราก็พยายามใช้ไม้ตีหลายครั้ง นางรู้สึกได้ถึงความแรงจากเสียงของไม้ที่โบกไปมาในอากาศ หญิงชราคนนี้ต้องการโจมตีนางอย่างจริงจัง ดวงตาคู่งามของเมิ่งอวิ๋นเสียงหรี่ลง สายตาของนางฉายแววอำมหิต
หญิงชราไม่คิดว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงจะปราดเปรียวถึงเพียงนี้ หลังจากออกแรงตีไปหลายรอบก็ยังไม่อาจแตะต้องนางได้เลย นางจึงตีให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทันใดนั้นเมิ่งอวิ๋นเสียงก็หยุดนิ่ง ทำให้หญิงชราคิดว่านางได้โอกาสแล้ว มุมปากของนางแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ซึ่งในสายตาของคนอื่นนั้น รอยยิ้มนี้ช่างน่ากลัวและน่าสมเพชจริง ๆ ราวกับว่านางกำลังจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไป
เมื่อนางคิดว่ากำลังจะเข้าถึงตัวเมิ่งอวิ๋นเสียงได้แล้ว จู่ ๆ เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ดึงสิ่งที่เรียวยาวจากด้านหลังออกมาทักทาย หญิงชรายังไม่ทันได้ตอบสนองก็ถูกเมิ่งอวิ๋นเสียงใช้แส้ฟาดเข้าอย่างจัง ทันใดนั้นรอยเลือดก็ปรากฏขึ้นที่เอวของหญิงชรา เลือดไหลออกมาจากแผลยาวบนผิวหนัง
หญิงชราผู้หยาบคายเจ็บปวดจนกรีดร้องพลางดิ้นทุรน ทุรายอยู่บนพื้น นางเป็นคนเดียวที่เฆี่ยนผู้คนอยู่เสมอ และไม่เคยมีใครเฆี่ยนนางมาก่อน แม้ว่านางจะอยู่ในตำหนักบูรพามาหลายปี แต่นางก็ไม่เคยได้รับความคับข้องใจใด ๆ เลย เพราะทักษะการประจบสอพลอของนาง และนางยังได้เป็นหัวหน้าแม่ครัวอีกด้วย หลายปีที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบหญิงสูงวัยผู้มั่งคั่ง ใครจะไปคิดว่านางจะได้รับความทุกข์ทรมานเพราะเหตุการณ์ในวันนี้ ซึ่งทำให้นางรู้สึกราวกับเสียชีวิตไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อคนได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงชราก็ตกใจมาก และรีบเข้าไปพยุงนางขึ้นจากพื้น แต่ก่อนที่จะได้แตะต้องนางก็ถูกแส้ลึกลับฟาดแต่ก็ยังดึงมือกลับได้ทัน พวกนางโกรธจนเกือบจะกล่าวคำผรุสวาทออกมา แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นไท่จื่อเฟยยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับแส้โลหิตอสรพิษเงินในมือ
แม้ว่าจะยังไม่มีผู้ใดเคยเห็นแส้นี้มาก่อน แต่ย่อมเคยได้ยินเกี่ยวกับมัน เพราะไท่จื่อผินถูกไท่จื่อเฟยข่มเหงด้วยแส้นี้ ซึ่งผู้ติดตามของไท่จื่อผินเคยเห็นมันในตอนนั้น พวกนางคิดจะพูดเหน็บแนมไท่จื่อเฟย แต่ด้วยความเกรงกลัวพลังของแส้จึงไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา
นางทำได้เพียงมองแม่เฒ่าเฉินดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย
เมื่อเห็นแม่เฒ่าเฉินเป็นเช่นนั้น แม่เฒ่าหลี่ผู้เป็นหัวหน้าแม่ครัวอีกคนหนึ่งก็เหลือบมอง ก่อนจะก้าวเข้าไปหาอย่างระมัดระวัง “ถวายบังคมไท่จื่อเฟย โปรดบอกพวกข้าน้อยได้หรือไม่เพคะว่าสตรีผู้นี้ทำสิ่งใดให้ท่านโกรธเคือง?”
แม่เฒ่าหลี่คิดว่าหากเป็นในอดีต นางคงจะไม่คุยกับเมิ่งอวิ๋นเสียงในตอนนี้อย่างแน่นอน แต่เมื่อนางเห็นแม่เฒ่าเฉินนอนกลิ้งอยู่บนพื้นและเห็นหงหลันนั่งน้ำตานองหน้าอยู่ นางก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ยิ่งกว่านั้นคือหลังจากได้ฟังข่าวลือในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาและเห็นสถานการณ์ตรงหน้า นางก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตนมากขึ้นว่าไท่จื่อเฟยองค์นี้เปลี่ยนไป และทิศทางลมของตำหนักบูรพาแห่งนี้ก็จะเปลี่ยนไปในไม่ช้าด้วยเช่นกัน
เมื่อแม่เฒ่าเฉินที่นอนอยู่บนพื้นเห็นว่าแม่เฒ่าหลี่เดินเข้าไปใกล้เมิ่งอวิ๋นเสียง นางก็ตะโกนเสียงดังว่า “นางเฒ่าหลี่สารเลว ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้ามันโง่เขลา คิดจะช่วยข้าก็รีบมาก่อนจะสายเกินไป!”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าทั้งสองคนนี้ไม่เคยเข้ากันได้เลย ดังนั้นอำนาจภายในครัวจึงแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแบบครึ่งต่อครึ่ง