เ้าหญิงแคนดี้หมดสติไปจากอาการาเ็ประกอบกับใช้พลังรักษาเกินตัว เทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสองตกตะลึง พวกเขารีบเข้ามาอุ้มร่างเล็กขึ้นพักบนห้องนอนทันที
คู่หูฝาแฝดเช็ดตัวให้ผู้เป็เ้านายอย่างแ่เบา ปฐมพยาบาลแผลทั่วร่างซึ่งบางจุดแผลเปิดขนาดที่เืทะลักเปื้อนชุดโบราณเป็วงชัด
แคนดี้เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาใน่ใกล้สาง แต่ด้วยความเ็ปที่ถาโถมจนไม่อาจขยับส่วนใดของร่างกายได้ เธอจึงทำได้เพียงนอนลืมตานิ่งๆอยู่ในความมืดก่อนจะตัดสินใจใช้พลังซึ่งฟื้นฟูจากการนอนไปหลายชั่วโมงรักษาแผล่ท้องและกระดูกแขนข้างซ้ายที่แตก แล้วเ้าของเส้นผมหยักศกสีทองก็หลับไปอีกครั้งด้วยความเหนื่อยล้าโดยที่ยังไม่ได้รักษาข้อเท้าบาง
การฝืนตัวเองรอบนี้ส่งผลให้ไข้ขึ้นสูงฉับพลัน โรจิโซจิรีบแจ้งให้องค์ราชินีทราบ ผู้เป็แม่จึงเข้ามาดูอาการพร้อมแพทย์ประจำวัง
“ เป็ไข้ธรรมดาครับ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง พอได้ทานยาแล้วพักผ่อนมากๆก็ดีขึ้นครับ ” แพทย์ชายวัยใกล้เกษียณวัดชีพจรของคนที่หลับอยู่ พลังการรักษาที่ไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยขีดข่วนทำให้หมอผู้ชำนาญไม่อาจทราบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
“ โรจิโซจิดูแลแคนดี้ดีๆนะ แล้วก็โทรไปหยุดเรียนพรุ่งนี้ด้วยจะได้พักผ่อนเยอะๆ ” ราชินีสวีทตี้ลูบหน้าลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างอ่อนโยน แม้ใจจะยังกังวลแต่เธอก็ยอมปล่อยให้พ่อบ้านฝาแฝดรับหน้าที่ดูแลแทน
“ ครับ ” ทั้งสองคุกเข่าลงทำความเคารพอีกครั้ง แล้วผู้ไม่เกี่ยวข้องคนอื่นก็ออกจากห้องไป
กลางดึกคืนนั้น สายลมหนาวพัดเข้าห้องจากประตูระเบียงที่เปิดอยู่ เรียกให้เ้าหญิงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเย็นไปทั่วร่างแม้จะพยายามห่มผ้าหนาแล้วก็ตาม
“ โรจิโซจิปิดประตูหน่อย หนาว ” เธอเรียกเทพหมาป่าตัวั์ซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่ข้างเตียง ใช้หมอนข้างสะกิดก็แล้วแต่ไร้วี่แววจะตื่น แม้จะไม่อยากลุกแต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินไปปิดเอง
เธอล้มลงทันทีแค่พยายามจะยืน ข้อเท้าแตกละเอียด ตอกย้ำด้วยฤทธิ์ยาที่หมอฉีดตอนดูอาการส่งผลให้ร่างเล็กทั้งมึนทั้งปวดร้าว เธอพยายามเกาะผนัง พยุงตัวเองเท่าที่ไหวไปให้ถึงประตูระเบียงซึ่งห่างเพียงเล็กน้อย
ในที่สุดมือน้อยก็ได้ััประตูกระจกใส เ้าหญิงแคนดี้เหม่อมองออกไป ต้นไม้ด้านล่างพัดไหวคล้ายจะปลิว ลมแรงเหมือนพายุเข้าแม้ไม่มีเม็ดฝนเลยสักหยด คลื่นลมลูกใหญ่ถาโถมผ่านประตูเข้ามาอย่างจัง เ้าหญิงซึ่งไม่อาจต้านทานไหวล้มลงกับพื้นยิ่งเ็ปไปทั้งร่าง
วินาทีที่เธอเงยหน้ากลับมาจะผลักประตูปิดกลับเจอร่างของคนคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเหมือนกับเทวดาที่ตกลงมาจากฟ้า ปีกสีขาวจากแผ่นหลังของเขากว้างใหญ่คล้ายปีกของไซรุที่เธอเคยเห็น เส้นผมสีเงินยาว ดวงตาสีฟ้าซีดเหมือนธารน้ำแข็ง เพียงแค่สบตากับดวงตาคู่นั้น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ในห้องแช่แข็ง เย็นะเืและน่าขนลุกอย่างไม่มีเหตุผล
ภายใต้เสื้อคลุมไหมสีขาวตัดขอบสีม่วงปลายยาวลงมาผ่ากลาง มองเห็นเสื้อสีขาวคอตั้งประดับอัญมณีสีน้ำเงินเข้มกลางอก กางเกงสีขาวขายาวปักอัญมณีสีน้ำเงินแบบเดียวกันแต่เม็ดเล็กกว่าที่ปลายขาเช่นเดียวกับแขนเสื้อยาวทั้งสองข้าง
แคนดี้ช็อกพูดอะไรไม่ออก เธอไม่แน่ใจว่านี่เป็เพราะฤทธิ์ยาถึงเห็นภาพหลอนหรือตัวเองกำลังฝัน ่นี้เธอจะเห็นภาพหลอนบ่อยไปแล้ว
ผู้ชายคนนั้นจ้องเธอนิ่ง เธอถอยหนีห่างระยะห่างเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้
“ เ้าใอะไรหน้าซีดเชียว ” เสียงเย็นเชียบเอ่ยนิ่งยิ่งเป็การตอกย้ำว่าคนตรงหน้าเป็ของจริง
“ นะ...นายเป็ใคร! ” คนตัวเล็กกว่าเสียงดังขึ้นมาด้วยความใ
“ าาแห่งฮูเอโกมุนโด้ ยูเอะ ”
“ าา...ยูเอะ? ” เธอไม่เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย สัญชาตญาณบอกแค่ว่าต้องอยู่ห่างชายคนนี้ให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัย
“ เ้าหญิงแคนดี้ อยากเจอตัวจริงมาตลอดเลย ” คนที่เรียกตัวเองว่าาายกยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์ เขายังคงเดินเข้ามาใกล้อย่างใจเย็น
เธอกระเสือกกระสนคลานหนีไปทางโรจิโซจิอย่างทุลักทุเล สติสัมปชัญญะเลือนลางตามพลังกายน้อยนิด
“ ตื่นเร็ว! ” เธอพยายามเขย่าเทพขนฟูที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัว
“ ไม่ตื่นหรอก เพราะข้าไม่ให้มาขวาง ” เขาชูการ์ดกรอบทองที่มีรูปภูติแห่งการหลับใหลเขียนด้านล่างว่า The Sleep แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าเขาทำได้อย่างไรแต่ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่มีใครช่วยเธอได้
“ ้าอะไร ” ดวงตาสีทองคู่สวยจ้องเขม็ง จะลุกหนีก็ทำไม่ได้ ทางเลือกตอนนี้ถ้าไม่สู้กลับก็มีแค่ยอมจำนน
“ ้าเ้า ”
เธอรีบคลานหนีไปหาประตูเมื่อได้ยินคำตอบเอาจริงจากเสียงเย็น ยูเอะคว้าข้อเท้าของเธอไว้ ดึงให้คนที่าเ็เข้ามาใกล้ตน
“ ปล่อยนะ! ” เ้าหญิงแคนดี้ดิ้นและเตะคนตรงหน้าสุดแรงแต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากคนแรงเยอะกว่าได้
“ จะทำอะไรกับเ้าดี... ” เสียงแ่เบาเต็มไปด้วยเสน่ห์และความน่าเกรงขามเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขาใช้ไพ่ใบเดิมในมือแตะไปที่ตัวของเ้าหญิง ผลคือเธอผล็อยหลับอย่างง่ายดายยิ่งกว่าใช้ยาสลบ
าาอุ้มร่างบางขึ้นอย่างเบามือ หันหลังกลับเตรียมจะออกไปทางเดิมกับตอนเข้ามา แต่แล้วชายผู้อยู่เหนือความคาดหมายของเขากลับยืนพิงประตูระเบียงรออยู่
“ คิดจะพาเ้านายฉันไปไหน ” คัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้าในร่างมนุษย์ยืนขวางคนแปลกหน้าที่กล้าบุกรุกเข้ามา เส้นผมสีครีมไข่มุกยาวกับชุดสีขาว ยิ่งมองในความมืดสลัวเช่นนี้พวกเขาคล้ายกันมากจนเหมือนยืนส่องกระจก
“ องครักษ์เยอะจริง ” ยูเอะพึมพำกับเ้าหญิงในอ้อมแขน มองคนตรงหน้าซึ่งมีลำแสงสีขาวในมือพร้อมด้วยคันธนูพร้อมสู้
“ ไม่ต้องห่วง ข้าแค่มาทักทายนางไม่ได้ตั้งใจมาขโมยอะไรหรอก ” เขาวางร่างเล็กลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะก้าวย่างอย่างสุขุมเดินไปเผชิญหน้ากับไซรุ
“ การกระทำไม่สัมพันธ์กับคำพูดเลยนะ ”
าาเหลือบมองด้วยหางตา เขากลับออกไปทางระเบียง สยายปีกสีขาวยืนบนรั้วอย่างไม่กลัวจะมีคนเห็น
“ ถ้าข้า้านางจะเป็ของข้าเมื่อไรก็ได้ ” แววตาคมกริบหมายเอาเืเอาชีวิตจากทั้งคู่มองกันไม่กระพริบ
ผู้บุกรุกบินหายเข้าไปในหลุมดำบนท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมพัดเบาลงฉับพลันอย่างน่าพิศวง หลุมดำหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ค่ำคืนนี้กลับมาสงบอีกครั้งอย่างที่ควรจะเป็
เทพนกอินทรีมองจนแน่ใจแล้วว่ายูเอะจะไม่ย้อนกลับมา เขาปิดประตูระเบียงเดินมานั่งบนเตียง ดึงผ้านวมขึ้นห่มให้เ้านายตามหน้าที่
“ นอนเถอะ ฉันจะดูแลเอง ” เขาลูบผมสีทองหยักศกด้วยความอ่อนโยน แล้วจึงแปลงร่างกลับเป็ร่างสัตว์เทพเกาะโซฟาเฝ้ายามอยู่อย่างนั้นทั้งคืน
.
.
.
ฉันลืมตาตื่นตามนาฬิกาชีวิต นอนเยอะจนปวดหัวแค่มองออกไปนอกหน้าต่างยังสู้แสงไม่ไหวเลย
สิ่งเดียวที่กวนใจฉันอยู่ตอนนี้คือเื่เมื่อคืนใช่ความฝันหรือเปล่า มันเหมือนจริงมากจนน่ากลัว ผู้ชายที่ชื่อยูเอะคนนั้นน่ากลัวมาก ฉันััได้ถึงความไม่เป็มิตรในตัวเขา ขอให้เป็ฉันที่คิดมากไปเองเถอะ
“ ตื่นแล้วเหรอครับ ? ” โซจิในร่างพ่อบ้านเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดที่มีถ้วยหนึ่งใบกับน้ำหนึ่งแก้ว
“ ทานข้าวก่อนครับ ” โรจิเดินตามมาทีหลัง อ้าแขนเข้ามาอุ้มฉันไปนั่งที่โซฟา
นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้รักษาข้อเท้า เลยจัดการรักษาให้เรียบร้อย โชคดีที่ไม่ได้หนักมากจนต้องนอนอีกรอบ
ฉันมองถ้วยบนโต๊ะ ข้าวต้มร้อนๆควันลอยโขมง สีส้มของกุ้งตัวโตโดดเด่นจากข้าวสีขาว ฉันลงมือชิมรับความร้อนรสชาติอ่อนละมุน น้ำซุปที่เต็มไปด้วยสารอาหารทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นมาทันที เรี่ยวแรงกลับมาแล้ว!
“ ฉันนอนมานานแค่ไหนแล้ว ”
“ คืนก่อนแล้วก็เมื่อวานทั้งวันครับ ” ฉันพยักหน้าให้กับคำตอบ คืนถ้วยเปล่าให้แต่ไม่กินยาที่แนบมาด้วยเพราะรู้สึกว่าตัวเองหายเป็ปกติแล้ว
โรจิโซจิเข้ามาวัดไข้อีกรอบเพื่อความมั่นใจ ไข้ลดแล้วจริงๆ รู้สึกเหมือนเกิดใหม่เลย สดชื่นมาก
“ กับอัลโกบาเลโน่ไม่มีปัญหาอะไรเนอะ ? ” ฉันพยายามนึกภาพย้อนกลับไป ถ้าจำไม่ผิดเหมือนทุกคนจะยอมรับแล้ว แต่ฉันกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากฉันสลบไปหรือเปล่า เลยถามทั้งสองเพื่อความแน่ใจอีกที
“ ครับ เก่งมากเลยครับเ้าหญิง ” ฝาแฝดผิวแทนยิ้มกว้างให้ ฉันมองหานกอินทรีั์ที่ตอนนี้เกาะหน้าต่างทั้งๆที่ยังหลับตา เหมือนว่าจะยังไม่ตื่น
“ ต้องขอบคุณพลังของไซรุ ” ฉันอยากเดินไปกอดแต่ก็ไม่อยากปลุกเขา เลยเรียกให้สาวใช้เข้ามาเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้
หลังจากนอนเป็ผักอยู่นาน ฉันเลือกลงมาเดินเล่นในสวนเพื่อยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ทุกคนเป็ห่วงกันเกินเหตุ ฉันถึงต้องสวมเสื้อคลุมลงมาด้วยทั้งๆที่มันไม่ได้หนาวเลยสักนิด
ระหว่างเดินผ่านต้นไม้ซึ่งถูกจัดแต่งเป็รูปทรงต่างๆ สมองก็ย้อนกลับไปคิดถึงเื่ที่ผ่านมา
ถ้าจำไม่ผิดก็ห้าเดือนแล้วั้แ่ที่ต้องไปโรงเรียน ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ จำได้เลยว่า่เดือนสองเดือนแรกมีแต่เื่ ชีวิตเสี่ยงอันตรายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ต้องขอบคุณเหล่าคนปริศนาที่โผล่มาช่วย ใครจะไปคิดว่าอยู่ๆเพื่อนที่โรงเรียนก็กลายเป็บอสองค์กรระดับโลก แถมด้วยเหล่าผู้พิทักษ์ที่เก่งรอบด้านอีก ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้รู้จักพวกเขา รู้สึกโชคดีมากจริงๆ
แล้วไหนจะเื่มหัศจรรย์ต่างๆที่เหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยายอีก เจอลูกหมาที่แปลงร่างได้แถมเป็ถึงคัมภีร์เก่าแก่ในตำนาน สุดท้ายดันได้เป็เ้านายแบบไม่ได้ตั้งใจ แล้วยังต้องข้ามฟ้าข้ามทะเลไปรับเทพนกอินทรีที่โลกส่วนตัวสูงพอๆกับอายุ มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันนะ ถ้ามีโอกาสได้เจอท่านผู้นั้นก็อยากจะถามอะไรอีกหลายอย่างเลย
“ เ้าหญิงครับ!! ” ฉันได้สติ เมื่อได้ยินเสียงใครสักคนะโเรียกมาไกลๆ หันกลับไปมองถึงรู้ว่าเป็พ่อบ้านทั้งสองวิ่งมาหา
“ ออกมาสักพักแล้ว กลับเข้าข้างในกันเถอะครับ ”
“ เดี๋ยวถ้าไข้กลับมาอีกจะแย่นะครับ ”
พอมองเทพหมาป่าจอมยุ่งในร่างมนุษย์ที่อุตส่าห์วิ่งมาตามด้วยความเป็ห่วงแล้ว ฉันอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอดแน่นๆแทนคำขอบคุณ พวกเขาเสียสละเพื่อฉันมากมาย รวมถึงการยอมมาเป็พ่อบ้านให้ด้วย
“ อืม ไปกันเถอะ ” ฉันเดินตามทั้งสองกลับเข้าวัง ภาวนาให้ตัวเองร่างกายแข็งแรงจะได้ไปโรงเรียนเพราะพรุ่งนี้เป็วันสุดท้ายของปีการศึกษานี้แล้ว ถ้าไม่ได้เจอเขาพรุ่งนี้ก็ต้องรออีกหนึ่งเดือน