เจนจิราจ้องมองข้อความแถบสีเทาที่ถูกเก็บไว้นานกว่า15 ปีด้วยใจระทึกอย่างมาก เธอรู้สึกหวาดกลัวปนกับความอยากรู้ว่าพ่อฝากอะไรเอาไว้
“ถ้าคุณเจนพร้อม...คุณเจนมีสิทธิ์สั่งการคอมเครื่องนี้ได้แล้วค่ะ”เจนรับรู้ความรู้สึกดีๆ ได้จากน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับรอยยิ้มจากพี่นุ่น “ท่านคงมีเรื่องดีๆอยากบอกคุณเจนแหละค่ะ”
เธอตั้งใจคลิกเลือกแถบข้อความสีเทาระบบสั่งการให้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทำงาน ทำให้ให้เจน, พลอย,ส้มและนุ่นหันไปมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่บนกำแพงด้านหนึ่งของห้องทำงาน
หน้าจอกำลังแสดงคลิปภายในห้องนี้เมื่อ15 ปีที่แล้ว วรวิทย์กำลังเอื้อมมือจัดตำแหน่งกล้องถ่ายอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้านหลังมีผู้หญิงคนหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามาในเฟรม
“แม่พร้อมยังตอนนี้พ่อเริ่มถ่ายแล้วนะ” วรวิทย์เอ่ยปาก “มุมกล้องนี้ได้ล่ะๆๆพอดีแล้วๆๆๆ”
“อ้าว!เริ่มถ่ายแล้วเหรอพ่อ? แม่ก็นึกว่าจะจัดกล้องให้ดีก่อน”
แม้ว่าจะเป็นเสียงที่เจนไม่ได้ยินมานานแสนนานแต่เธอก็จดจำได้เป็นอย่างดีน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ “นั่นเสียงแม่นี่...เสียงแม่จริงๆด้วย...แม่ๆๆ แม่ๆๆ หนูอยู่นี่ๆๆๆๆๆ แม่ๆๆ”
เจนยื่นมือสัมผัสใบหน้าแม่ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความคิดถึงสุด“แม่ๆๆ หนูอยู่นี่ๆๆๆ”
“แล้วเจ้าเด็กดื้อไปไหนแล้วแม่!!!”วรวิทย์หันไปถามวิไลพรพร้อมหัวเราะดังลั่น “ลูกลิงมาเกิดแท้ๆ”
องค์หญิงน้อยเจนจิราวัย6 ขวบวิ่งเล่นทั่วห้องส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน
“ลูกๆๆลูกมุดเข้าไปตู้เอกสารแล้วพ่อ...ดูสิ! ลูกสาวฉันซนเป็นลิงจริงๆๆ!!”
วิไลพรเดินอ้อมไปหลังกล้องค่อยๆยื่นมือดึงเด็กหญิงตัวน้อยออกมาจากตู้เก็บเอกสารจูงมือสาวน้อยเดินต้วมเตี้ยมมายืนบริเวณหน้ากล้อง “เจนลูกแม่ๆๆมาๆๆ อยู่หน้ากล้องก่อน...กล้องอยู่ตรงนี้ๆๆๆ”
สาวน้อยเจนจิราทำตาใสแจ๋วจ้องมองกล้องด้วยความอยากรู้อยากเห็นวิ่งเข้าหาหน้ากล้องจ้องมองด้วยความสนใจเผลอไปเห็นไฟสีแดงของกล้องส่องสว่างจ้าขึ้นมาไม่ทันตั้งตัวทำให้ตกใจร้องไห้เสียงดังลั่น
“โอ๋ๆๆลูกๆๆๆๆ...ขวัญเอ่ย ขวัญมา” วิไลพรโผเข้ากอดด้วยความตกใจ
“อ้าว!!หัวลูกชนกล้องเหรอแม่?” วรวิทย์หันมาถาม
“เปล่าๆๆพ่อ พอดีไฟกล้องทำงานทำให้ลูกตกใจ”
ด้วยความตกใจทำให้สาวน้อยเจนยังคงร้องไห้จ้าไม่ฟังคำปลอบของวิไลพรแม้แต่น้อยจนทำให้วรวิทย์ต้องเดินเข้ามาอุ้มแทน“ดูสิ!!! สาวน้อยของพ่อตัวโตจนพ่อเริ่มอุ้มไม่ไหวแล้ว...ไหนๆๆๆพ่อขอดูหน่อยว่า ใครกันนะที่มาทำสาวน้อยของพ่อร้องไห้ขนาดนี้”
“ร้องไม่หยุดเลยสงสัยลูกคงตกใจแสงไฟจริงๆ นั่นแหละพ่อ...โอ๋ๆๆ นะคะ คนเก่งของแม่”
เจนจิรายังคงร้องไห้จ้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้นจนหันไปเห็นเก้าอี้ทำงานของวรวิทย์ชี้มือชี้ไม้ไปทางเก้าอี้ทำงานพ่ออย่างไร้เดียงสา “นั่งๆๆๆนั่งโน่นๆๆ นั่งๆ....หนูจะ...นั่งโน่นๆๆ”
คำพูดของสาวน้อยทำให้วรวิทย์กับวิไลพรต้องหันไปมองตามทิศทางนิ้วชี้อยู่“ลูกจะนั่งเก้าอี้ตัวนั้นเหรอ...ใช่ไหม? จะนั่งเหรอ...มาห้องพ่อครั้งแรกจะแย่งพ่อทำงานแล้วเหรอ?”
วรวิทย์ค่อยๆอุ้มสาวน้อยเจนจิราวางบนเก้าอี้ทำงานของตัวเอง ปรากฎว่าเด็กน้อยค่อยๆหยุดร้องไห้เปลี่ยนอารมณ์กลายเป็นเสียงหัวเราะอารมณ์เปลี่ยนฉับพลัน “หนูจะนั่งตรงนี้ๆๆหนูอยากนั่ง...นั่งตรงนี้ดีกว่า”
เด็กน้อยใช้นิ้วมือตบบริเวณที่วางมือหลายครั้งติดต่อกันพร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจ“หนูจะนั่งตรงนี้...นั่งๆๆๆ”
วรวิทย์กับวิไลพรเห็นท่าทางที่แสดงออกมาอย่างไร้เดียงสาก็อดยิ้มไม่ได้“สมกับเป็นลูกพ่อจริงๆ...ลูกโตขึ้นวันข้างหน้า พ่อต้องพาลูกมาห้องนี้นะคะ...พ่อให้สัญญากับแม่ได้ไหม?”
วรวิทย์ไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยิ้มตอบรับด้วยความปลาบปลื้ม“ตอนแรกพ่อว่าจะอัดคลิปกินข้าวมือแรกด้วยกันในห้องนี้กลายเป็นคลิปลูกมาแย่งงานพ่อเฉยเลย...ถ้างั้นพ่อปิดคลิปแค่นี้ดีกว่า ไปแล้วบ๊ายบายจ้า”
หลังจากที่วรวิทย์พูดเสร็จคลิปก็ตัดจบไปคลิปที่เห็นตรงหน้าสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากให้กับเจน, พลอย,ส้มและนุ่นอย่างมาก “พ่อรักษาสัญญามาโดยตลอด...แต่หนูต่างหากที่ไม่เอาไหนเองหนูต่างหากที่ไม่รักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับพ่อ...”
คำพูดแรกของเจนทำให้พลอยกับส้มต้องเดินเข้าไปบีบมือด้วยความห่วงใย“ตอนนี้แกก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วงัย...พ่อกับแม่แกไม่ได้ไปไหนหรอก”
“จริงค่ะพี่พลอย...หนูเชื่อว่าตอนนี้ทั้งคุณพ่อกับคุณแม่ยังเฝ้ามองพี่เจนอยู่แล้วตอนนี้พี่เจนก็มาทำตามที่พี่เจนพูดไว้ในคลิปแล้ว ไม่มีอะไรที่พี่เจนต้องเสียใจนะคะ”
เจนจิราพยายามข่มอารมณ์ตัวเองอย่างถึงที่สุด“หนูจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดค่ะพี่นุ่นพ่อไว้วางใจหนูมาโดยตลอด แต่หนูกลับมองไม่เห็น...หนูต่างหากที่เป็นคนไม่รักษาสัญญากับพ่อ”
พลอยเดินเข้ามาโอบกอดเจนด้านหลังเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถึงเวลาต้องเดินหน้าต่อไปแล้วเพื่อน...เดินหน้าต่อไปให้สมกับความไว้วางใจของพ่อ”
เจนจิรากำหมัดกัดฟันกรอด“พี่นุ่น...มีอะไรที่หนูต้องรู้อีกไหม?”
คำพูดของเจนทำให้นุ่นไม่ทันตั้งตัวตกใจเล็กน้อย“มีอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ...คุณไพโรจน์แจ้งความประสงค์ว่าต้องการทำงานในห้องเดิมค่ะ”
“ห้องเดิม?”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้ค่ะคุณเจน...ตัวพี่เองทำงานไม่ทันยุคสมัยของคุณไพโรจน์นะคะแต่ทราบมาว่าในช่วงเริ่มต้นของบริษัท คุณไพโรจน์ทำงานที่ชั้น 2 อาคาร A ค่ะจนกระทั่งห้องนี้ทำเสร็จในภายหลัง คุณไพโรจน์ค่อยมาทำงานที่ห้องนี้แล้วก็ส่งต่อมาที่คุณวรวิทย์ค่ะ”
“งานแรกที่หนูต้องทำมีอะไรบ้างคะ?”
“เป็นงานที่รอคุณเจนพิจารณา2 เรื่องค่ะ...พรุ่งนี้ช่วงเช้าคุณเจนมีคลาสเรียน เดินทางมาถึงที่นี่ประมาณ 11.30น. ช่วงบ่ายโมงมีประชุมเรื่องนโยบายการจัดการพลังงานความร้อนจากศูนย์ข้อมูลทั่วโลกค่ะในขั้นต้นคุณขจรกับคุณชุติมาขอถอนคำคัดค้านออกไปแล้วพร้อมกับขอลาพักร้อนไม่มีกำหนดค่ะ”
“ส่วนเรื่องที่2 ประชุมกับคุณชูศักดิ์เรื่องการรับพนักงานใหม่รองรับการเปิดห้างสรรพสินค้าซีสแควร์วันสาขาลาดพร้าว รวมถึงนโยบายการจัดเก็บค่าเช่ามีเรื่องสัญญาเช่าที่ค้างพิจารณาอยู่จำนวนหนึ่งค่ะ”
“หนูทราบทั้ง2 เรื่องในขั้นต้นแล้วค่ะ...เรื่องแรกหนูทำอะไรได้บ้างคะ?”
“ทางคุณขจรกับคุณชุติมาส่งหนังสือคัดค้านมา2 ฉบับให้คุณเจนจิราพิจารณาค่ะ ทั้ง 2 ท่านไม่ได้แจ้งว่าจะเดินทางมาร่วมประชุมค่ะ”
“แล้วเรื่องที่2 ล่ะคะ?”
“ถ้าคุณเจนต้องการพิจารณาเรื่องนี้เดี๋ยวพี่จะนัดให้คุณชูศักดิ์เข้ามาที่นี่ ก็จะได้คุยกันค่ะ”
เจนจิราครุ่นคิดอยู่แป๊บหนึ่ง“เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะมากหนูคิดว่าหนูไปหาคุณชูศักดิ์ที่สำนักงานดีกว่าค่ะ ข้อมูลเอกสารทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นไม่ต้องเสียเวลาขนมาที่นี่ หนูไปคุยเองง่ายกว่าเยอะ”
“จะเอาแบบนั้นเหรอคะ?ถ้างั้นเดี๋ยวพี่นัดเวลากับคุณชูศักดิ์แจ้งว่าคุณเจนจิราจะเดินทางไปที่สำนักงานช่วงบ่าย 2 ดีไหมคะ?”
“โอเคตามนี้ค่ะ...แล้ววันนี้หนูมีกำหนดการอะไรอีกไหมคะ?”
“ไม่มีแล้วค่ะคุณเจนวันแรกมีเรื่องต้อนรับกับจัดเตรียมระบบค่ะ...ตอนนี้ก็ได้เวลาทานอาหารเย็นแล้วนะคะเรียนเชิญได้ที่ห้องอาหาร พี่จะเรียกพ่อครัวขึ้นมาค่ะ”
“ทานที่ห้องเมื่อกี้เหรอคะ?หนูไม่เอาหรอกค่ะ หนูคิดว่าไปทานกับพนักงานดีกว่าค่ะ...ถ้างั้นหนูถือโอกาสนี้ไปดูการทำงานของพนักงานก่อนดีกว่าจะได้รู้จักคุ้นเคยกันบ้างค่ะ”
“อ๋อได้ค่ะคุณเจน”
“โอเคค่ะถ้างั้นหนูไปเดินดูพนักงานแต่ละชั้นก่อนค่ะ”
เจนจิรา,พลอยและส้มเดินจากนุ่นตรงเข้ามาในลิฟต์ไม่ไกลมากนักระบบสแกนม่านตาโดยอัตโนมัติรอรับคำสั่งทันที “พวกมึง...กูไปชั้นไหนดีว่ะแล้วกูต้องทำตัวยังงัยวะเนีย!!”
“กูก็ไม่รู้เหมือนกันกูเคยเป็นซีอีโอที่ไหนละมึง!!...ชั้นไหนดีวะ เอาชั้น 61 ละกันนี่กูมั่วนะนี่”
“เอ่อๆๆชั้น 61 ก็ 61”
“รับทราบค่ะคุณเจนจิรา...ไปที่ชั้น 61” ระบบตอบรับการกดปุ่มสั่งการ
ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออกมา ทั้ง 3 สาวเห็นทางเดินสุดตา บริเวณ 2 ข้างทางมีฉากกั้นให้พนักงานนั่งทำงานเป็นสัดส่วนแยกเป็นแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน พนักงานบริเวณใกล้ลิฟต์ผู้บริหารเห็นเจนจิราเดินออกมาพร้อมกับพลอยและส้มสร้างความแตกตื่นและตกใจกันเป็นอย่างมาก
“บอสมาๆๆ”
“เฮ้ยๆๆคุณเจนจิรามาๆๆ”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะท่าน”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะคุณเจนจิรา”
“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะบอส”
“สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน...สวัสดีค่ะๆๆๆ สวัสดีทุกคนค่ะ” เจน,พลอยและส้มรีบยกมือไหว้ตอบรับรอบทิศทางพนักงานแต่ละคนใช้มือถือถ่ายทั้งรูปและคลิปกันเต็มไปหมดจนเกิดความชุลมุนเล็กน้อย
พนักงานทุกคนที่ทำงานบริเวณพื้นที่ด้านไกลพอรู้ว่าเป็นเจนจิราทำให้แต่ละคนมาตามทางเดินห้อมล้อมจนเต็มพื้นที่หน้าลิฟต์มีพนักงานต่างชั้นบางคนทราบ ต่างก็เดินลงมาจับกลุ่มบริเวณบันใด
“คุณเจนทำงานตั้งแต่วันนี้เลยเหรอครับ?”
“อ๋อ!ยังค่ะ วันนี้หนูขอลองมาทำความรู้จักกับพี่ๆ ก่อนค่ะ”
“ชั้นนี้เป็นฝ่ายการตลาดต่างประเทศแล้วก็มีฝ่ายบัญชีของบริษัทที่ทวีปยุโรปค่ะคุณเจน”
“ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ...อยู่ชั้นนี้นี่เอง...”เจนเอ่ยปากออกมา
“มีอะไรเหรอคะ...คุณเจนจิรา?”
“อ๋อไม่มีอะไรเหรอค่ะ...เมื่อก่อนหนูอยากหาที่ฝึกงานพ่อบอกหนูว่าจะให้มาฝึกงานฝ่ายนี้ค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะที่คุณเจนจิราสนใจงานด้านนี้ค่ะ”
“โอเคค่ะ...ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะหนูไม่รบกวนการทำงานของพี่ๆ แล้วค่ะ หนูขอถามหน่อยค่ะว่าชั้น 62 กับ 60 ทำอะไรเหรอคะ?”
“ชั้น 62เป็นฝ่ายบัญชีภายในประเทศทั้งชั้นเลยค่ะ...ส่วนชั้น 60 ทานอาหารทั้งชั้นค่ะคุณเจน”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ๆทุกคน...หนู 3 คนขอตัวก่อนนะคะ”
เจนจิรา,พลอยและส้มเลือกเดินลงบันใดมาที่ชั้น 60เจนมีท่าทีเหนือยอย่างเห็นได้ชัดจนพลอยกับส้มสังเกตได้ “เหนื่อยเหรอ...มึง?”
เจนไม่ได้ตอบอะไรเลือกพยักหน้าตอบรับคำถามของพลอยแทนแต่ก็พยายายเอ่ยปากออกมาพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ชีวิตกูต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปแล้วใช่ไหม?”
3สาวเดินลงมาจนถึงชั้น 60เห็นพนักงานจำนวนมากเดินไป-มาเต็มไปหมดจนทำให้เจนเอ่ยปากออกมา “โห...คนเยอะมากอ่ะ”
“สงสัยเป็นพนักงานกะบ่ายด้วยแหละเห็นข้อมูลที่คุณตาไพโรจน์บอกว่าบริษัทมีสวัสดิการให้พนักงานกินฟรีนี่น่า”พลอยพูดเสริม “พนักงานแต่ละคนก็คงมากินข้าวที่นี่กันหมดเผลอๆ คงมากินกัน 3 มื้อ”
พนักงานบางส่วนเริ่มสังเกตเห็นและจำเจนจิราได้เดินเข้ามาทักหลายคน “คุณเจนจิรา...ใช่คุณเจนจิราไหมครับ?”
“คุณเจนจิรานี่น่า?”
เสียงทักทายของพนักงานคนแรกๆสร้างความน่าสนใจให้กับพนักงานคนอื่นๆ ตามมาเวลาชั่วครู่พนักงานจำนวนมากเริ่มรายล้อมเจนจิรา, พลอยและส้มจนเต็มทางเดิน
“สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน...สวัสดีค่ะๆๆ หนูเจนจิราเองค่ะ”
“บอสพูดน่ารักจังเลยนะคะ”
“บอสมาหาอะไรทานเหรอครับ?”
“อ๋อๆๆค่ะๆๆ พอดีดูงานเพิ่งเสร็จ ว่าจะมาหาอะไรทานหน่อยค่ะ”
“อ๋อครับผมสนใจอาหารประเภทไหนเหรอครับคุณเจน จะได้หาร้านค้าได้ง่ายขึ้นครับ”
“พวกแก...จะกินอะไรกันดี”เจนหันไปถามพลอยกับส้ม “เอางัยดีแก...”
“งั้นเอาพวกข้าวราดแกงก็ได้”พลอยเสนอไอเดีย
“ถ้าเป็นข้าวราดแกง...เดินทางขวาจนสุดทางเลยนะครับจะเจอร้านข้าวแกงอยู่หัวมุมครับคุณพลอย”
“ขอบคุณค่ะ...ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
เจน,พลอยและส้มปลีกตัวออกมาจากกลุ่มพนักงานเดินไปตามทางที่ได้รับคำแนะนำมีพนักงานบางส่วนเดินตามมาด้วย แต่ละคนยกมือถือถ่ายรูปกับคลิปตลอดเวลาใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงบริเวณด้านหน้าร้านขายข้าวแกงเต็มไปด้วยพนักงานยืนต่อแถวยาวมาก3 แถว
“โห...คนต่อคิวเยอะทุกร้านอ่ะ”พลอยเอ่ยปาก
พนักงานหลายคนที่เดินตามมาโบกไม้โบกมือตลอดเวลาพร้อมกับพูดเสียงดังกว่าปกติจนทำให้พนักงานที่อยู่ในแถวหันมาตามเสียง“คุณเจนๆๆ มา คุณเจนมาๆๆๆๆ”
พนักงานในแถวคนหนึ่งหันมาพูดเสริมว่า“คุณเจนจิราเชิญด้านหน้าเลยครับ...คุณเจนไม่ต้องต่อคิวก็ได้ครับ...เชิญครับๆๆๆ”
“คุณเจนไม่ต้องต่อคิวหรอกค่ะเชิญค่ะๆๆๆ...เสียเวลาคุณเจนเปล่าๆ ค่ะ”
พนักงานแต่ละคนที่ยืนอยู่ในคิวต่างขยับตัวเปิดทางให้เจน,พลอยและส้มเดินตรงไปที่หน้าร้านขายข้าวแกงได้สะดวกยิ่งขึ้น “เชิญครับคุณเจนจิรา...เชิญครับๆๆ”
เจนจิราเลือกที่จะแสดงออกด้วยการโบก2 มือพร้อมๆ กัน “ไม่เป็นไรค่ะๆๆเดี๋ยวพวกหนูขอต่อคิวตามปกติดีกว่านะคะ หนูไม่ได้รีบอะไรแล้วค่ะ...ปกติเวลาพวกหนูอยู่ที่มหาวิทยาลัยหนูก็ต่อคิวค่ะ...ที่มหาวิทยาลัยหนูต่อคิวได้ อยู่ที่นี่หนูก็ต้องต่อคิวได้เหมือนกันค่ะ”
คำตอบของเธอสร้างความประทับใจให้กับพนักงานอย่างมากตบมือตอบรับกันทุกคน
“โห...คุณเจน”
“บอสพวกเรา...น่ารักจังเลย”